News
JBL เปิดตัว L100 Classic 80 Limited Edition ฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งมาตรฐานเสียงระดับโลก

JBL เปิดตัว L100 Classic 80 Limited Edition ฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งมาตรฐานเสียงระดับโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 80 ปีระดับโลก JBL ประกาศเปิดตัว L100 Classic 80 ลำโพง Limited Edition ที่ถ่ายทอดมรดกแห่งแปดทศวรรษของนวัตกรรมเสียง ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม และสิ่งที่ JBL สร้างให้กับวงการดนตรีโลก JBL L100 Classic 80th Anniversary Edition A LEGEND IS REBORN 80 ปีของ JBL คือการเดินทางของเสียงดนตรีผ่านหลายยุคสมัย ตั้งแต่แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ต จนถึงโลกดิจิทัลในวันนี้ และถ้าพูดถึงลำโพงที่กลายเป็นภาพจำของยุคทองนั้น ชื่อของ JBL L100 คงเป็นหนึ่งในรุ่นที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ตำนานบทนี้จึงกลับมาอีกครั้งในรูปแบบ Limited Edition ภายใต้ชื่อ "JBL L100 Classic 80th Anniversary Edition" — ส่วนหนึ่งของ Collection พิเศษที่ JBL จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งการฉลองครั้งยิ่งใหญ่นี้โดยเฉพาะ     ความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่หน้ากากโฟม Quadrex สีน้ำตาลเฉดสีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของ L100 ให้มู้ดวินเทจที่ลึกและอบอุ่นยิ่งขึ้น ด้านหลังเครื่องมาพร้อมแผ่นโลหะระบุ Pair Number เฉพาะตัว พร้อมลายเซ็นของวิศวกรผู้ออกแบบระบบ รายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ลำโพงคู่นี้ไม่ใช่แค่รุ่นพิเศษ แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เครื่องเสียง ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 800 คู่ทั่วโลก และมีเพียง 15 คู่ในประเทศไทยเท่านั้น ตำนานที่ไม่เคยจางหาย นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในยุค 1970s ลำโพง JBL L100 ได้กลายเป็นหนึ่งในลำโพงที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ JBL เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของยุคสมัยและจุดเริ่มต้นของ High-Performance Home Audio L100 Classic 80 จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องมรดกนั้น ในขณะเดียวกันก็นำเสนอคุณภาพเสียง วัสดุ และมาตรฐานการผลิตที่ก้าวหน้าตามแบบฉบับ JBL ในยุคปัจจุบัน "JBL L100 ไม่ได้เป็นแค่ลำโพง แต่คือสัญลักษณ์ของบทบาท JBL ในการกำหนดวิธีที่ผู้คนสัมผัสดนตรีในบ้าน L100 Classic 80 คือการเชิดชูมรดกนั้น พร้อมสะท้อนมาตรฐานวิศวกรรมและความคาดหวังในการรับฟังในยุคนี้ มันคือการฉลองทั้งสิ่งที่เราเคยเป็น และก้าวที่เราได้เดินมา" — Jim Garrett, Senior Director, Product Strategy and Planning, HARMAN Luxury Audio         ดีไซน์ที่บอกเล่าเรื่องราว L100 Classic 80 โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วย Natural Oak Wood Veneer อันงดงาม คู่กับ Brown Quadrex Foam Grille สไตล์ Vintage ที่ประดับโลโก้ JBL สีทองและดำอย่างลงตัว ตัวลำโพงยังมาพร้อม Woofer ขนาด 12 นิ้ว กรวยสีดำ ที่เลือกมาเพื่อเสริมความงามของ Oak Finish โดยเฉพาะ รวมถึง Black Satin Wood Baffle Frame และ Anniversary Edition Badging ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ L100 Classic 80 เป็นได้ทั้งงานศิลป์และลำโพง High-Performance ในชิ้นเดียวกัน คุณภาพเสียงระดับ High-Performance L100 Classic 80 คือลำโพง 3-Way Bookshelf ขนาด 12 นิ้ว ที่ออกแบบมาเพื่อการให้เสียง Stereo ที่ทรงพลังและครบมิติ ประกอบด้วย ●    Woofer แบบ Cast-Frame Pure Pulp Cone ขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบ Front-Firing Bass-Reflex ●    Midrange Driver Pure Pulp Cone เคลือบ Polymer ขนาด 5.25 นิ้ว ●    Tweeter Titanium Dome ขนาด 1 นิ้ว พร้อม Acoustic Lens Waveguide ของ JBL ●    Attenuator ปรับระดับ Mid และ High Frequency ได้จากแผงหน้าลำโพง เพื่อให้ผู้ใช้ Fine-tune เสียงให้เข้ากับห้องและรสนิยมส่วนตัว รองรับการใช้งานในรูปแบบ Bi-wire และ Bi-amp ผ่าน Gold-Plated Binding Posts คู่ พร้อม Impedance 4 โอห์มที่เป็นมิตรกับแอมป์หลากหลายรุ่น Collector's Edition ที่แท้จริง L100 Classic 80 ถูกผลิตเพียง 800 คู่เท่านั้นทั่วโลก และมีเพียง 15 คู่ในประเทศไทย โดยแต่ละคู่มาพร้อมป้ายหมายเลขเฉพาะที่ระบุลายเซ็นของ Chris Hagen วิศวกรหลักของระบบนี้ ทุกชุดจัดส่งมาพร้อม JS-150 Speaker Stands และบรรจุในกล่องไม้พิเศษที่ออกแบบมาอย่างประณีต สะท้อนถึงคุณค่าและความเอกลักษณ์ของ Anniversary Edition อย่างแท้จริง ราคาและช่องทางจำหน่าย JBL L100 Classic 80 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ JBL Thailand, Mahajak และร้านที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (จำนวนจำกัด) ในราคา 250,000 บาท ต่อคู่ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.JBLThailand.com Facebook / Instagram / TikTok: JBLThailand แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #JBL    

เอปสัน ผนึก All Thailand Golf Tour เสริมพลังวงการกอล์ฟไทยด้วยเทคโนโลยีระดับโลก

เอปสัน ผนึก All Thailand Golf Tour  เสริมพลังวงการกอล์ฟไทยด้วยเทคโนโลยีระดับโลก เอปสัน ประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการ All Thailand Golf Tour ในฐานะ Official Office Equipment & Supplies พร้อมนำเทคโนโลยีด้านการพิมพ์และโซลูชันสำหรับองค์กรเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานภายในสนามแข่งขัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความคล่องตัวในการจัดการแข่งขันระดับอาชีพ พร้อมสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม All Thailand Golf Tour ถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์กอล์ฟอาชีพหลักของประเทศไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานักกอล์ฟไทยและยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับนานาชาติ โดยมีบริษัท สปอร์ต แมนเนจเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้จัดการแข่งขัน       นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวย การบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอปสันมีนโยบายในการสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาอย่างต่อเนื่องในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล มอเตอร์สปอร์ต หรือกีฬากอล์ฟ โดยก่อนหน้านี้เอปสันเคยร่วมสนับสนุนการแข่งขัน Honda LPGA Thailand มาแล้ว และสำหรับ All Thailand Golf Tour ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของวงการกอล์ฟไทย ที่ช่วยพัฒนานักกีฬาไทยและยกระดับมาตรฐานการแข่งขันในประเทศ กีฬากอล์ฟสะท้อนแนวคิดที่สอดคล้องกับเอปสัน ทั้งเรื่องความแม่นยำ ความสม่ำเสมอ และสมาธิ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกับที่เราให้ความ สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของบริษัท การเข้ามาสนับสนุนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่เอปสันจะได้มีส่วนร่วมสนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมนำเทคโนโลยีของเอปสันเข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดการแข่งขันให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ”  ในการแข่งขันครั้งนี้ เอปสันได้นำเครื่องพิมพ์ Epson WorkForce C579R และ Epson EcoTank L15150 เข้ามาสนับสนุนการทำงานของทีมจัดการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสารการแข่งขัน สกอร์การ์ด ตารางการแข่งขัน และเอกสารด้านการจัดการต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยความถูกต้อง รวดเร็ว และความพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยเครื่องพิมพ์ที่นำมาใช้ยังใช้เทคโนโลยี Heat-Free Technology ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนของทั้งเอปสันและพันธมิตรผู้จัดการแข่งขัน ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม      นอกเหนือจากโซลูชันด้านการพิมพ์ เอปสันยังมีเทคโนโลยีด้านการฉายภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจกอล์ฟและการฝึกซ้อมกีฬาได้ เช่น Epson Laser Projector สำหรับระบบ Golf Simulator ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มสนามกอล์ฟและศูนย์ฝึกซ้อมแบบ Indoor Golf โดยสามารถฉายภาพสนามกอล์ฟเสมือนจริงได้อย่างคมชัด สีสันสมจริง และรองรับการใช้งานต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ “เอปสันมองว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับทั้งการจัดการแข่งขัน การฝึกซ้อมของนักกีฬา และประสบการณ์ของผู้ชมกีฬาไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจด้านกอล์ฟและการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ในอนาคต” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย  

JBL BandBox: แอมป์และลำโพงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ล่าสุด

JBL BandBox: แอมป์และลำโพงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ล่าสุด  ด้วยเทคโนโลยีแยกเสียงร้องและเครื่องดนตรี AI BandBox เพื่อนักดนตรีตัวจริง  JBL เขียนตำนานบทใหม่ให้กับวงการดนตรีอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว JBL BandBox แอมป์ซ้อมดนตรีอัจฉริยะและลำโพงพกพาที่ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยี AI ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งนักดนตรีมือใหม่และมืออาชีพ JBL BandBox Solo และ JBL BandBox Trio รุ่นใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี AI แยก เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีแบบเรียลไทม์พร้อมเสียงคุณภาพตามแบบฉบับของ JBL รวมถึงเอฟเฟกต์และเครื่องมือซ้อมครบครัน ด้วยลำโพงพกพาที่พกไปได้ ทุกที่อย่างอิสระ และฟีเจอร์ระดับมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อศิลปิน Bandbox ทำให้คุณสามารถซ้อม เล่น และสร้างสรรค์เพลง ได้ทุกที่เมื่อต้องการ  เทคโนโลยีแยกเสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีขับเคลื่อนด้วย AI  หัวใจสำคัญของ BandBox คือเทคโนโลยี Stem AI เทคโนโลยีแยกเสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีอัจฉริยะ ที่จะทำให้คุณแยก หรือตัดเสียงร้อง เสียงกีตาร์หรือ เสียงกลอง ได้แบบเรียลไทม์จากเพลงใดก็ได้โดยตรงบนอุปกรณ์ ไม่ว่าคุณจะฝึกเล่นเพลงคนเดียว ซ้อมกับเพื่อนๆ หรือสร้างสรรค์ดนตรีจากเพลงโปรด BandBox ช่วยให้คุณสร้าง backing track จากทุกเพลงได้อย่างง่ายดาย ด้วยการแยกเสียงแบบเรียลไทม์ของระบบ AI Stem ทำให้นักดนตรีสามารถจัดการ และปรับแต่งการซ้อมได้อย่างเหนือชั้น มากกว่าการเล่นดนตรีไปพร้อมกับเพลงโปรดของคุณ คือการที่คุณสามารถให้ทุกโน้ตที่ซ้อมเป็นส่วนหนึ่งของมิกซ์พร้อม backing track ที่ใช่มาซัพพอร์ตเพื่อเพิ่มประสบการณ์การเล่นดนตรีให้มากกว่าที่เคย  พลังเสียงอันโดดเด่นจาก JBL ที่พกพาได้ทุกที่  ด้วยเสียงทรงพลังที่กว้างและสมดุลเต็มอิ่มสำหรับทั้งผู้เล่นและผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นช่วงซ้อมหรือการแสดงจริง JBL BandBox สามารถมอบคุณภาพเสียงที่ครบทุกมิติ ทั้งแหลมใส กลางชัด และเบสที่แน่นลึก เติมเต็มทุกช่วงเวลาการซ้อมของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ไหนก็ตาม      ดีไซน์มาเพื่อนักดนตรีตัวจริง: BandBox Solo  JBL BandBox Solo ถูกพัฒนามาสำหรับนักดนตรีที่ต้องการยกระดับการซ้อมให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องสูญเสียคุณภาพเสียงหรือความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ถึงแม้ว่า Solo จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบเครื่อง สามารถใช้เชื่อมต่อ เล่น และสร้างสรรค์เสียงดนตรีในแบบฉบับของคุณ ได้อย่างง่ายดาย        JBL Bandbox Solo มาพร้อมกับช่องอินพุตสำหรับกีตาร์หรือไมโครโฟนหนึ่งช่อง ตอบโจทย์มือกีตาร์ นักร้อง นักแต่งเพลง คนที่เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก หรือสายเล่นดนตรีที่อยากจัดเซ็ตซ้อมแบบมินิมอล ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงเปิดเพลงโปรดของคุณแล้วใช้ฟังก์ชัน Stem AI ช่วยแยกหรือปรับลดเสียงของ แต่ละองค์ประกอบในเพลงได้ตามต้องการ ตัดเสียงกีตาร์ออก แล้วแสดงฝีมือของคุณไปพร้อมกับเพลงต้นฉบับได้อย่างลงตัว  สนุกกับฟีเจอร์อีกมากมาย ผ่านแอป JBL ONE สามารถปรับแต่งโมเดลให้เข้ากับอารมณ์ของคุณ ทั้งแบบวินเทจและโมเดิร์น พร้อมเพลิดเพลินกับเอฟเฟกต์สุดคลาสสิกอย่าง Phaser, Chorus และ Reverb โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ภายนอกเพิ่มเติม เลือกเสียงจากพรีเซ็ตที่มีให้หรือออกแบบเสียงของคุณเองเพื่อสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครได้อย่างง่ายดาย Looper ในตัวช่วยสร้างเลเยอร์จังหวะและโซโล่ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ขณะที่ Pitch shifter และ Tuner ทำให้โน๊ตทุกตัวตรงคีย์และจังหวะอย่างแม่นยำ แอปที่ออกแบบอย่างล้ำสมัย  ทุกฟีเจอร์จึงพร้อมใช้งานโดยไม่ต้องมีความรู้เชิงเทคนิคลึก Bandbox Solo คือเพื่อนคู่ใจขนาดพกพาสุดทรงพลังที่พร้อมใช้งานทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะซ้อมอยู่ในห้องนอน โรงรถ หรือเขียนเพลงอยู่ที่สวนสาธารณะก็ตาม      รองรับการเล่นเป็นวงและการแสดงสด: BandBox Trio  ในขณะที่ Bandbox Solo สร้างสรรค์มาเพื่อใช้งานส่วนบุคคล BandBox Trio ต่อยอดด้วยการเพิ่มฟีเจอร์สำหรับการใช้งานเป็นกลุ่ม BandBox Trio ประกอบไปด้วยช่องอินพุตสำหรับต่อเครื่องดนตรีสี่ช่อง เหมาะสำหรับการใช้งานภายในวงดนตรีเล็กๆ การเล่นร่วมกัน หรือเล่นเป็นคู่ มิกเซอร์สี่ช่อง ตัวช่วยให้คุณปรับระดับเสียง ปรับโทน และใส่เอฟเฟกต์จากลำโพงได้โดยตรง อำนวยความสะดวกในการใช้งานและปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ  เพียงสับเปลี่ยน Power Packs ก็สามารถยืดเวลาการใช้งานได้ โดย BandBox Trio มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถเปลี่ยนได้เหมาะสำหรับการซ้อมหรือเล่นร่วม กันเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังมาพร้อมปุ่มควบคุมบนตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งแอป  เสียงจากผู้บริหาร "JBL BandBox ออกแบบมาด้วยเป้าหมายเดียว นั่นคือการตอบสนองทุกความต้องการของนักดนตรีอย่างแท้จริง และผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด และนี่คือผลลัพธ์! JBL BandBox คือลำโพงตัวแรกในโลกที่มี Stem AI Algorithm อันล้ำสมัยอยู่ภายในตัวเครื่อง เทคโนโลยีนี้สามารถแยกและตัดเสียงร้องหรือเครื่องดนตรีออกจากเพลงใดก็ได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตหรือ Cloud เลย นี่คือการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้การซ้อม การพัฒนาฝีมือ และการแจมกับเพื่อนหรือเดี่ยวๆ ง่ายกว่าที่เคยคิดไว้" — เกรซ โก, General Manager and Vice President, Consumer Audio, Harman Asia Pacific ทั้ง JBL BandBox Solo และ JBL BandBox Trio วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  โดย JBL Bandbox Solo ราคา 9,900 บาท และ JBL Bandbox Trio ราคา 26,900 บาท    ฟีเจอร์ของ JBL BandBox Solo:  ● Stem AI แยกเสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีจากทุกแหล่งที่มาของเพลงแบบเรียลไทม์  ● คุณภาพเสียงระดับ JBL Sound ที่ทรงพลังด้วยกำลังขับ RMS 18 วัตต์และดอกลำโพงที่ให้เสียงอะคูสติกแบบ full-range  ● เอฟเฟกต์กีตาร์และโมเดลแอมป์  ● เครื่องมือช่วยซ้อมในตัว: Tuner, metronome, looper และ drum machine  ● เชื่อมต่อกับหูฟังแบบสาย ทำให้ฝึกซ้อมได้แบบส่วนตัว  ● สามารถปรับใช้งานฟีเจอร์ซ้อมในตัวได้อย่างครบครัน เทคโนโลยี Stem AI แยกเสียงแบบเรียลไทม์พร้อมการควบคุมเสียงผ่านแอป JBL One application  ● เชื่อมต่อกับ มือถือ และแลปท็อป ผ่านพอร์ต USB-C เพื่ออัดเสียงเข้าสู่โปรแกรมทำเพลงได้โดยตรง  ● จอ LED พิกเซลขนาดใหญ่บนตัวเครื่องสามารถเปิดใช้งาน ช่วยให้ปรับเครื่องมือ โมเดลแอมป์และเอฟเฟกต์ได้อย่างสะดวก  ● สามารถใช้เป็นลำโพงไร้สายเพื่อเพลิดเพลินกับเพลงจากทุกอุปกรณ์ Bluetooth    ฟีเจอร์ของ JBL BandBox Trio:  ● Stem AI แยกเสียง Vocal และเสียงเครื่องดนตรีจากทุกแหล่งที่มาของเพลง แบบเรียลไทม์  ● กำลังขับทรงพลังถึง 135 วัตต์ด้วยคุณภาพเสียงระดับ JBL Sound ที่มาพร้อมกับ ดอกลำโพง woofer 1 ดอก ขนาด 1 x 6.5” และ tweeters ขนาด 2 x 2.5”จำนวน 2 ดอก  ● เอฟเฟกต์กีตาร์และโมเดลแอมป์  ● เอฟเฟกต์ไมโครโฟน พร้อมฟังก์ชัน Reverb และ Delay ในตัว ช่วยให้เสียงร้องออกมามืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม  ● มิกเซอร์ 4 แชนเนลในตัวเครื่อง  ● เครื่องมือช่วยซ้อมในตัว: Tuner, Metronome, Looper และ Drum machine  ● ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้  ● หน้าจอและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ทำให้เข้าถึงการควบคุมได้อย่างทันใจ  ● สามารถปรับใช้งานฟีเจอร์ซ้อมในตัวได้อย่างครบครัน เทคโนโลยี Stem AI แยกเสียงแบบเรียลไทม์พร้อมการควบคุมเสียงผ่านแอป JBL One application  ● เชื่อมต่อกับมือถือ และแลปท็อป ผ่านพอร์ต USB-C เพื่ออัดเสียงเข้าสู่โปรแกรมทำเพลงได้โดยตรง  ● จอ LCD สีขนาดใหญ่ในตัวสามารถเปิดใช้งาน ช่วยให้ปรับเครื่องมือ โมเดลแอมป์และเอฟเฟกต์ได้อย่างสะดวก  ● ยังสามารถใช้เป็น ลำโพง Monitor พร้อมเชื่อมต่อกับลำโพงใดก็ได้เพื่อขยายเสียงได้ตามต้องการ สามารถติดตามข้อมูลของ JBL ทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียได้ที่:  ● เว็บไซต์: JBLThailand.com  ● Facebook: JBLThailand ● Instagram: JBLThailand  ● TikTok: JBLThailand ● แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #JBL   

โซนี่ไทย ขยายไลน์อัปเกมมิ่งเกียร์ เปิดตัว INZONE H6 Air หูฟัง Open-back รุ่นใหม่

โซนี่ไทย ขยายไลน์อัปเกมมิ่งเกียร์ เปิดตัว INZONE H6 Air หูฟัง Open-back รุ่นใหม่ เจาะกลุ่มเกมเมอร์สาย RPG/Adventure ยกระดับประสบการณ์เสียงสมจริงเสมือนอยู่ในโลกเกม  (กรุงเทพฯ, 5 พฤษภาคม 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าขยายไลน์อัปอุปกรณ์เกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด “INZONE H6 Air” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมประสบการณ์เสียงที่สมจริงและโอบล้อมรอบทิศทาง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ผสานไดรเวอร์ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างมีมิติสมจริง พร้อมให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น INZONE H6 Air – เสียงคมชัด สมจริง ยกระดับทุกประสบการณ์การเล่นเกม INZONE H6 Air มาพร้อมโครงสร้างแบบ Open-back ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเสมือนจริงแบบรอบทิศทาง ให้ผู้ใช้งานรู้สึกราวกับอยู่ภายในโลกของเกมอย่างแท้จริง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ที่เปิดโล่งด้านหลังหูฟังช่วยลดการสะท้อนของเสียงภายใน จึงสามารถถ่ายทอดซาวด์สเตจได้อย่างเที่ยงตรงตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจ อีกทั้งยังมาพร้อมไดรเวอร์ที่ได้รับการปรับจูนอย่างละเอียด โดยพัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับหูฟังสตูดิโอระดับมืออาชีพแบบ Open-back ของโซนี่อย่าง MDR-MV1 และปรับแต่งไดรเวอร์เป็นพิเศษสำหรับหูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้โดยเฉพาะ เสริมด้วยการออกแบบช่องระบายอากาศด้านหลังของไดรเวอร์ ช่วยให้เสียงเบสมีความลึก แน่น และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงความชัดเจนของย่านเสียงกลางและเสียงต่ำ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับเกมที่มีรายละเอียดเสียงซับซ้อน     INZONE H6 Air ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ช่วยให้ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม (ไม่รวมไมโครโฟนแบบถอดได้และสายเชื่อมต่อ) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่เบาที่สุดจากโซนี่ มาพร้อมดีไซน์แถบคาดศีรษะแบบสปริงฮินจ์ (Spring hinge) เช่นเดียวกับรุ่น INZONE H9 II ที่ช่วยให้ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัด และมอบความกระชับสบายในการสวมใส่ได้อย่างลงตัว ด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบาและดีไซน์เฉพาะตัว ทำให้ INZONE H6 Air เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน รองรับทุกเซสชันการเล่นเกมได้อย่างมั่นใจ INZONE H6 Air ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ช่วยให้ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม (ไม่รวมไมโครโฟนแบบถอดได้และสายเชื่อมต่อ) จัดเป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่มีน้ำหนักเบาที่สุดจากโซนี่ มาพร้อมดีไซน์แถบคาดศีรษะแบบสปริงฮินจ์ (Spring Hinge) ซึ่งเป็นผ้ายืดหยุ่นได้ เช่นเดียวกับรุ่น INZONE H9 II ช่วยให้ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัด และมอบความกระชับสบายในการสวมใส่ได้อย่างลงตัว ด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาผสานกับดีไซน์เฉพาะตัว ทำให้ INZONE H6 Air เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน รองรับทุกเซสชันการเล่นเกมได้อย่างมั่นใจ โซนี่ได้ร่วมพัฒนาประสบการณ์เสียงร่วมกับทีมซาวด์ดีไซเนอร์จาก PlayStation Studios ภายใต้ Sony Interactive Entertainment ผู้สร้างสรรค์งานออกแบบเสียงสำหรับเกม PlayStation โดยได้ออกแบบโปรไฟล์เสียง “RPG/Adventure” ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับเกมแนว RPG และ Adventure ให้สามารถถ่ายทอดมิติของเสียงได้อย่างสมจริง เสมือนอยู่ในสตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานอินไปกับโลกของตัวละครได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ดังกล่าวผ่านการเชื่อมต่อกับ INZONE Hub ด้วย USB-C Audio Box ซึ่งรองรับระบบเสียงรอบทิศทางเสมือนจริงแบบ 7.1 แชนแนล ควบคู่กับเทคโนโลยี 360 Spatial Sound for Gaming เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้สมจริงและเหนือชั้นในทุกมิติของเสียง นอกจากนี้ INZONE H6 Air ยังมาพร้อมไมโครโฟนแบบคาร์ดิออยด์ (Cardioid) ที่สามารถปรับระดับได้ ช่วยถ่ายทอดเสียงพูดได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ โดยไมโครโฟนแบบบูมถูกออกแบบให้โฟกัสเฉพาะเสียงของผู้ใช้งาน และจัดวางในมุมที่เหมาะสมกับตำแหน่งปาก เพื่อลดเสียงรบกวนจากด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งก้านไมโครโฟนยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตำแหน่งได้ตามต้องการ พร้อมคงรูปได้อย่างมั่นคงตลอดการใช้งาน ช่วยให้การสื่อสารภายในเกมมีความคมชัดและต่อเนื่องยิ่งขึ้น     INZONE Buds สีใหม่ล่าสุด Glass Purple โซนี่เปิดตัว INZONE Buds หูฟังเกมมิ่งทรูไวร์เลสตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ล่าสุด ในเฉดสีพิเศษ “Glass Purple” ที่มาพร้อมดีไซน์ใสอันโดดเด่น สะท้อนสไตล์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มไลน์อัปสีให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีม่วงใส Glass Purple เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสไตล์ที่ใช่ และถ่ายทอดตัวตนได้อย่างลงตัวในทุกการเล่นเกม  กำหนดการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่จาก INZONE เตรียมพบกับไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก INZONE ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมในทุกมิติ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป • INZONE H6 Air – หูฟังเกมมิ่งดีไซน์ Open-back มอบประสบการณ์เสียงสมจริงแบบรอบทิศทาง น้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม รองรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน ราคา 6,490 บาท • INZONE Buds สี Glass Purple – หูฟังเกมมิ่งทรูไวร์เลส มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และดีไซน์โปร่งแสงสีม่วงอันโดดเด่น ราคา 7,990 บาท ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th พร้อมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีเกมมิ่งจากโซนี่ได้ที่ Sony Store ทุกสาขา, Sony Center และร้านผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ  

เอปสันจัดหนัก Back to School ขนพรินเตอร์-โปรแรง บุกสยามสแควร์

เอปสันจัดหนัก Back to School ขนพรินเตอร์-โปรแรง บุกสยามสแควร์ เอปสัน ประเทศไทย เดินหน้ากระตุ้นตลาดช่วงเปิดภาคเรียน เปิดแคมเปญ “Epson Back to School” อัดโปรทั้งลดทั้งแถม เอาใจนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ด้วยไลน์อัพเครื่องพิมพ์ Epson EcoTank รุ่นยอดนิยมที่โดดเด่นด้านความประหยัดหมึก รองรับการพิมพ์ปริมาณมาก ครบทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสาร  เริ่มตั้งแต่วันที่ 1–31 พฤษภาคม 2569 เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยรุ่นไฮไลต์ อาทิ L3210 ราคา 4,090 บาท, L3250 ราคา 4,590 บาท, L3550 ราคา 5,490 บาท, L4360 ราคา 6,590 บาท และ L5290 ราคา 8,290 บาท พร้อมรับบัตรกำนัลสูงสุด 500 บาท ตอบโจทย์ทั้งการเรียน การทำรายงาน และงานสร้างสรรค์ได้อย่างคุ้มค่า ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่บูธกิจกรรม Epson Back to School ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ ณ สยามสแควร์ ซอย 3 ชวนวัยเรียนมาลองของจริงผ่านโซนกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ ผ่าน Epson Line Print พร้อมกรอบภาพสุดน่ารัก กิจกรรมถ่ายภาพจาก Epson SureLab การออกแบบสติกเกอร์ในสไตล์ของตัวเองด้วย Epson LabelWorks รวมถึงกิจกรรมตรวจสอบหมึกแท้ผ่าน Hologram ที่ผสานความสนุกและความรู้เข้าไว้ด้วยกัน โดยผู้เข้าร่วมงานยังสามารถรับสิทธิพิเศษเฉพาะในงาน ผ่าน Epson Official Store ทั้งโค้ดส่วนลดและของสมนาคุณสุดคุ้มเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น  นอกจากนี้ เอปสันยังนำเสนอแนวคิดด้านความยั่งยืนผ่าน Epson EcoWaste ที่นำขวดหมึกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้เพื่อส่งต่อให้โรงเรียน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการนำเสนอเทคโนโลยี Heat-Free ในกลุ่มเครื่องพิมพ์ Epson WorkForce และ EcoTank M-Series ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม     

ร่วมสัมผัส “Journey of Living” ประสบการณ์ภาพและเสียง ที่งานสถาปนิก’69

ร่วมสัมผัส “Journey of Living” ประสบการณ์ภาพและเสียง ที่งานสถาปนิก’69   ฉลองเส้นทาง 55 ปี กับ Installation Art  และนวัตกรรมที่โอบล้อมคุณไว้ในทุกมิติ ในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโซลูชันภาพ เสียง และเทคโนโลยีการอยู่อาศัย บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสแนวคิด “Journey of Living” ภายในงาน สถาปนิก’69 (Architect Expo 2026) ที่ตั้งใจนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ให้ผสานเข้ากับงานดีไซน์อย่างลงตัว เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับสถาปนิก นักออกแบบ และคนรักบ้าน ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ สัมผัสการเดินทางผ่านงานศิลปะและเทคโนโลยี (Experience the Journey) ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดสำหรับปีนี้คือการจัดแสดง Installation Art ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 5 ทศวรรษผ่าน “ปลายนิ้วสัมผัส 55 รูปแบบ” ระบบอินเทอร์แอคทีฟที่เชื่อมต่อการรับรู้เข้ากับเทคโนโลยี “Immersive Sound” มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่จะโอบล้อมคุณไว้ทุกมิติ สะท้อนให้เห็นถึง พลังของนวัตกรรมที่หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรม และยกระดับ อารมณ์ความรู้สึกได้อย่าง สมบูรณ์แบบ โซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยและธุรกิจที่ครบวงจร (Total Solutions) ภายในพื้นที่จัดแสดง เราได้คัดสรรเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งเพื่อการพักผ่อน และการทำงาน ● Smart Living & Garden Speakers: ระบบเสียงระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาให้กลมกลืนกับพื้นที่พักผ่อน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ● Air Conditioners Solutions: นวัตกรรมระบบปรับอากาศที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความสบาย พร้อมการประหยัดพลังงาน ● Smart Commercial & Conference: โซลูชันอัจฉริยะเพื่อการทำงานยุคใหม่ เพื่อการเชื่อมต่อ ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรายังมีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อช่วยสนับสนุนสถาปนิก และนักออกแบบ ในการค้นหาโซลูชันที่เหมาะสมกับทุกบริบทของโครงการ ให้เทคโนโลยีและดีไซน์ ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มาร่วมค้นพบแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่ลงตัวไปพร้อมกับเราได้ที่: วันที่: 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 | เวลา: 10.00 น. – 20.00 น. สถานที่: ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตำแหน่งบูธ: L102 (ทางเข้าประตู 3) ติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ Facebook Page : MahajakPro และ MahajakLiving    

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ฉลองครบรอบ 55 ปี

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ฉลองครบรอบ 55 ปี จากผู้บุกเบิกเครื่องเสียงสู่ผู้นำโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ภายใต้แนวคิด "Experts Who Care" กว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ชื่อ "มหาจักร" ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในทุกมิติ ตั้งแต่พลังเสียงของ JBL ที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ฟังเพลง ไปจนถึงความเย็นสบายของเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ที่วางใจได้ทุกสภาวะ วันนี้บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ก้าวสู่ปีที่ 55 ด้วยพลังแห่งประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 และวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่อนาคตอย่างมั่นคง ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย JBL Car Audio อย่างเป็นทางการรายแรกและรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มหาจักรได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะองค์กรที่ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีระดับโลก แต่ยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก: จากผู้จัดจำหน่ายสู่ผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร ปัจจุบัน มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการหลัก ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการขององค์กรที่ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงตัวแทนจำหน่าย สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ     01  |  AIR CONDITIONING กลุ่มเครื่องปรับอากาศ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Mitsubishi Heavy Duty ที่โดดเด่นด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ และอุตสาหกรรม     02  |  LIFESTYLE AUDIO กลุ่ม Lifestyle Audio ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงสำหรับบ้าน รถยนต์ และไลฟ์สไตล์ดิจิทัล จากแบรนด์ระดับโลก อาทิ JBL, Harman Kardon และ JBL Car Audio เพื่อยกระดับทุกประสบการณ์ฟัง     03  |  HOME & SMART LIVING กลุ่ม Home & Smart Living โซลูชันสมาร์ทโฮมและระบบเสียงระดับไฮเอนด์ ผ่านแบรนด์ชั้นนำอย่าง Control4, Wisdom, DENON และ Vimar เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ชาญฉลาดและสะดวกสบาย     04  |  PROFESSIONAL SOLUTIONS กลุ่ม Professional Solutions ระบบภาพ เสียง แสง และระบบควบคุมสำหรับองค์กร โรงแรม ศูนย์ประชุม และสถานบันเทิง ด้วยพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกกว่า 10 แบรนด์ อาทิ Martin, BSS, Shure, JBL Professional, Soundcraft, Crown, dbx, AMX, AirServer, Airtame, AlphaTheta, PJ Link และ 3D Kinetic LED เครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ ตลอด 55 ปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของความเติบโตมหาจักรคือ ความไว้วางใจที่ได้รับจากพันธมิตรธุรกิจทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ในเครือมหาจักรเข้าถึงผู้บริโภคผ่านผู้ค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ Power Buy, Betrend และ Com7 รวมถึงเครือข่ายร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายอีกจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เครือข่ายที่แข็งแกร่งนี้เป็นหลักประกันด้านคุณภาพสินค้า การบริการ และระบบสนับสนุนหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ก้าวสู่อนาคตด้วยแนวคิด "Experts Who Care" ในโอกาสครบรอบ 55 ปี มหาจักรไม่เพียงเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา หากแต่ใช้ก้าวสำคัญนี้ในการประกาศทิศทางองค์กรอย่างชัดเจน ภายใต้วิสัยทัศน์แบรนด์ใหม่ "Experts Who Care" แนวคิดนี้สะท้อนปรัชญาองค์กรที่ว่า ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่แท้จริงต้องอาศัยมากกว่าความเชี่ยวชาญทางเทคนิค หากต้องมาพร้อมกับ ความใส่ใจในทุกมิติ ทั้งต่อพันธมิตร ลูกค้า พนักงาน และสังคม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันในระยะยาว ลูกค้าทุกรายจะได้รับโซลูชันที่ตรงกับการใช้งานจริง พร้อมการดูแลครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบระบบ การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขายที่ไว้วางใจได้ สำหรับมหาจักร ความสำเร็จมิได้วัดเพียงจากปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบสู่ตลาด แต่ยังหมายถึงความรับผิดชอบในการดูแลลูกค้าและผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน "55th Anniversary – Journey of Togetherness" 55 ปีแห่งการเดินทางเคียงข้างผู้คน ดูแลทุกความสุขและทุกจังหวะชีวิตอย่างมืออาชีพ พร้อมก้าวสู่อนาคตเคียงข้างลูกค้า พันธมิตร และสังคม ด้วยการผสาน ความเชี่ยวชาญและความใส่ใจ อย่างแท้จริง    

เอปสันปิดแคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” ชวนลดพลาสติก ดูแลแมวจรกว่าร้อยชีวิต

เอปสันปิดแคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” ชวนลดพลาสติก ดูแลแมวจรกว่าร้อยชีวิต เอปสัน ประเทศไทย ปิดท้ายแคมเปญซีเอสอาร์ประจำปี “วิถีไทยไร้พลาสติก – Thai Way Says No to Plastic” ด้วยกิจกรรม “Stray Away From Plastic” ชวนลดการใช้พลาสติก พร้อมส่งต่อความห่วงใยสู่ชุมชน ผ่านการดูแลแมวจรกว่า 100 ตัว ให้มีความปลอดภัยและมีตัวตนในชุมชนมากขึ้น ณ วัดคงคาอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี     กิจกรรมดังกล่าวจัดนำโดย นางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแบรนด์และสื่อสารองค์กร ชวนพนักงานและสื่อมวลชนพร้อมครอบครัว ร่วมกันสวมปลอกคอนิรภัยและป้ายระบุชื่อแมว ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ เพื่อเพิ่มการมองเห็นและความปลอดภัยของแมวจร พร้อมทั้งได้ร่วมกันบริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับแมว เพื่อนำไปดูแลต่อเนื่อง กิจกรรม “Stray Away From Plastic” นับเป็นกิจกรรมส่งท้ายของแคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก – Thai Way Says No to Plastic” ที่เอปสันได้จัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ Leaf Plastic Behindที่ส่งเสริมการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างใบตองทดแทนพลาสติก และ The Cooking Shack ที่สะท้อนผลกระทบของขยะขวดพลาสติกต่อภาวะโลกร้อน โดยเอปสันมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวัน และร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน นางสาววิสาข์ กล่าวว่า “กิจกรรม Stray Away From Plastic เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการต่อยอดแนวคิด ลดการใช้พลาสติกให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เอปสันหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมร่วมกันดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”    

เอปสันเดินหน้าสานต่อ CSR ร่วมมูลนิธิกระจกเงา ส่งต่อสิ่งของกว่า 4,000 ชิ้น ช่วยผู้ประสบภัยและลดขยะสู่สังคม

เอปสันเดินหน้าสานต่อ CSR ร่วมมูลนิธิกระจกเงา ส่งต่อสิ่งของกว่า 4,000 ชิ้น ช่วยผู้ประสบภัยและลดขยะสู่สังคม เอปสัน ประเทศไทย สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการแบ่งปันสู่สังคม โดยร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา ส่งต่อสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ผ่าน 2 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การรวบรวมสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และกิจกรรม CSR ประจำปี “You Share, We Change” ซึ่งในปีนี้สามารถรวบรวมสิ่งของเพื่อส่งต่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้รวมกว่า 4,000 ชิ้น ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เอปสันได้จัดกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยรวบรวมสิ่งของจากพนักงานเอปสัน ผู้ที่ทำงานในอาคารปัน และบริเวณใกล้เคียง ได้รวม 1,617  ชิ้น ก่อนส่งมอบให้มูลนิธิกระจกเงานำไปกระจายสู่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ต่อเนื่องในเดือนมกราคม เอปสันยังได้จัดกิจกรรม CSR ประจำปี “You Share, We Change” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิดรับบริจาคสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพดี เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่และช่วยลดการสร้างขยะ โดยปีนี้สามารถรวบรวมสิ่งของได้รวม 2,423 ชิ้น ก่อนส่งต่อให้มูลนิธิกระจกเงานำไปใช้ประโยชน์ต่อในกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ พร้อมกันนี้เอปสันยังได้มอบเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน Epson EcoTank รุ่น L4260 จำนวน 9 เครื่องให้กับมูลนิธิฯ เพื่อใช้สนับสนุนการดำเนินงานและกิจกรรมเพื่อสังคมของมูลนิธิต่อไป นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวย การบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอปสันให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความร่วมมือของพนักงานและสังคมในการส่งต่อสิ่งของที่ยังมีคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ พร้อมทั้งช่วยลดของเสียและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดด้านความยั่งยืนของเอปสัน”  

เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ เป็นผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศ พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารประเทศไทย

เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ เป็นผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศ พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารประเทศไทย 3 เมษายน 2569 – เอปสัน สิงคโปร์ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศแต่งตั้ง นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่เป็นผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Senior Regional Director) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ยังคงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร เอปสัน ประเทศไทย และเอปสัน เวียดนาม ควบคู่กันไปด้วย     ในบทบาทใหม่นี้ นายยรรยงจะรับผิดชอบกำกับดูแลการดำเนินงานของกลุ่มประเทศ (Country Cluster) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากเดิมที่ครอบคลุมตลาดประเทศไทยและเวียดนาม จะเพิ่มเป็น 4 ประเทศ โดยเพิ่มสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยภารกิจสำคัญ 3 ประการที่นายยรรยงจะรับผิดชอบ ประกอบด้วย การเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของแต่ละประเทศ การขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงบูรณาการเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน (Synergy) และการพัฒนาและดำเนินกลยุทธ์การเติบโตที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศในกลุ่ม ทั้งนี้ นายยรรยงจะยังคงดูแลการดำเนินงานของเอปสัน ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเอปสันในศักยภาพด้านการบริหารและวิสัยทัศน์ของนายยรรยง ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เอปสันขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับนายยรรยง มุนีมงคลทร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป โดยในบทบาทใหม่นี้ นายยรรยงจะรับผิดชอบกำกับดูแลกลุ่มประเทศที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งครอบคลุมประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ทั้งสำหรับนายยรรยงและเอปสัน ในการมุ่งสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ Engineered Future 35”  

MAHAJAK SOUND OF SUMMER ยกขบวนโปรโมชันเครื่องเสียง Home Audio จากแบรนด์ JBL ลดราคาพิเศษรับซัมเมอร์

MAHAJAK SOUND OF SUMMER ยกขบวนโปรโมชันเครื่องเสียง Home Audio จากแบรนด์ JBL ลดราคาพิเศษรับซัมเมอร์ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดโปรโมชัน MAHAJAK SOUND OF SUMMER ยกทัพเครื่องเสียง Home Audio จาก JBL ทั้งลำโพงซาวด์บาร์ ลำโพงซีรีส์คลาสสิก ลำโพงสตูดิโอมอนิเตอร์ และชุดโฮมเธียเตอร์ พร้อมอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ร่วมกันจาก Denon มาจัดจำหน่ายใน ราคาพิเศษรับซัมเมอร์ พร้อมของแถมสุดคุ้มสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ โดยมีรายละเอียดโปรโมชันดังนี้ JBL Soundbar Series • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 9.1               ราคาพิเศษ 19,900 บาท • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 300               ราคาพิเศษ 14,365 บาท • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 500               ราคาพิเศษ 19,465 บาท • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 800               ราคาพิเศษ 25,415 บาท • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 1000               ราคาพิเศษ 30,515 บาท • ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 1300               ราคาพิเศษ 42,415 บาท **แถมฟรี JBL PartyLight Beam มูลค่า 5,990 บาท จำนวน 1 ตัว เมื่อซื้อลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 1000 หรือ JBL Bar 1300 JBL Classic Series • JBL L52 Classic (สีส้ม/สีดำ/สีน้ำเงิน)         ราคา 39,900 บาท     *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS65 มูลค่า 22,900 บาท • JBL L82 Classic                  ราคา 89,900 บาท     *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS80 มูลค่า 15,900 บาท • JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ)             ราคา 89,900 บาท     *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS80 มูลค่า 15,900 บาท • JBL L100 MKII     (สีส้ม/สีดำ/สีน้ำเงิน)         ราคา 179,000 บาท     *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS120 มูลค่า 17,900 บาท • JBL L75ms MS                     ราคาพิเศษ 56,905 บาท     *แถมฟรี แผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection • JBL TT350 Classic                 ราคา 37,900 บาท      *แถมฟรี แผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection ModernTage Set • ModernTage Set 4 (สีส้ม/สีดำ/สีน้ำเงิน)         ราคา 49,900 บาท     (ประกอบด้วย Denon Heos AMP จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L52 Classic จำนวน 1 คู่) *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS65 มูลค่า 22,900 บาท       • ModernTage Set 1                  ราคา 39,900 บาท     (ประกอบด้วย Denon Heos AMP จำนวน 1 เครื่อง และ JBL 4312 MKII จำนวน 1 คู่) *แถมฟรี ขาตั้ง JBL JS120 มูลค่า 17,900 บาท JBL Classic Set • Hifi Classic 1 (สีดำ/สีส้ม)             ราคา 119,000 บาท (ประกอบด้วย Denon PMA 900 จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L82 Classic จำนวน 1 คู่) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JBL JS80 มูลค่า 15,900 บาท        • JBL Classic 100 (สีส้ม/สีดำ/สีน้ำเงิน)          ราคา 239,000 บาท (ประกอบด้วย JBL SA750 จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L100 Classic จำนวน 1 คู่) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JBL JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection JBL Studio Monitor • JBL 4312 MKII    (สีขาว/สีดำ)              ราคาพิเศษ 26,910 บาท  • JBL 4305P                      ราคาพิเศษ 91,105 บาท • JBL 4309                     ราคาพิเศษ 91,105 บาท • JBL 4329P                     ราคาพิเศษ 151,050 บาท • JBL 4349                     ราคาพิเศษ 246,050 บาท • JBL 4428                     ราคาพิเศษ 160,550 บาท Home Theater Set • Premium Stage HD 5                 ราคาพิเศษ 56,015 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage)     • Premium Stage HD 6                  ราคาพิเศษ 56,865 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) • Classic Espresso                  ราคา 129,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA510 และชุดลำโพง JBL Stage) • Classic Latte                      ราคา 129,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA510 และชุดลำโพง JBL Stage) • Double Espresso                  ราคา 129,000 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage)      **แถมฟรี JBL Bar 800 มูลค่า 29,900 บาท เมื่อซื้อเซ็ต Classic Espresso, Classic Latte หรือ Double Espresso • Atmos Classic Espresso              ราคา 169,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA710 และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Classic Latte                  ราคา 169,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA710 และชุดลำโพง JBL Stage) • Premium Espresso                  ราคา 199,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA7100H และชุดลำโพง JBL Stage) • Premium Latte                      ราคา 199,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA7100H และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Premium Espresso              ราคา 219,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA9100HP และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Premium Latte                  ราคา 219,000 บาท (ประกอบด้วย JBL MA9100HP และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Double Espresso 1              ราคา 149,000 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Double Espresso 2              ราคา 189,000 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) • Atmos Double Espresso 3              ราคา 219,000 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) **แถมฟรี JBL Bar 1000 มูลค่า 35,900 บาท เมื่อซื้อเซ็ต Atmos Classic Espresso, Atmos Classic Latte, Premium Espresso, Premium Latte, Atmos Premium Espresso, Atmos Premium Latte, Atmos Double Espresso 1, Atmos Double Espresso 2 หรือ Atmos Double Espresso 3     • Denon A/V Compact Set 1             ราคาพิเศษ 18,615 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X250BT เครื่องเล่น AV Receiver และชุดลำโพง JBL Cinema 510) ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2569 – 30 เม.ย. 2569 นี้เท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ, ร้าน SOUNDLAB, ร้าน Sound City, Mahajak Online และโชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา เงื่อนไขโปรโมชันและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชัน 15 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569 - โปรโมชันนี้เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น - สินค้าราคาโปรโมชันรวม  VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้น/ชุดเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกินวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity, และร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถม ผ่าน Line: @mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถมผ่าน Line @mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับของแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชันในทุกกรณี - ของแถมจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line @mahajakstore  - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

MAHAJAK SOUND OF SUMMER ดับร้อนด้วยพลังเสียงสุดคูลจาก Denon พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับคอเครื่องเสียง

MAHAJAK SOUND OF SUMMER ดับร้อนด้วยพลังเสียงสุดคูลจาก Denon พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับคอเครื่องเสียง บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดโปรโมชัน “MAHAJAK SOUND OF SUMMER” มอบดีลพิเศษสำหรับสินค้า Home Audio แบรนด์ Denon ในราคาสุดคุ้ม พร้อมของแถมสุดพิเศษ โดยมีรายละเอียดโปรโมชันดังนี้ Denon AV Receiver • Denon AVC-X8500H                 ราคาพิเศษ 152,150 บาท *แถมฟรี ลำโพงซาวด์บาร์ Denon HEOS HomeCinema HS2 มูลค่า 29,900 บาท • Denon AVC-X6700H                 ราคาพิเศษ 87,210 บาท *แถมฟรี ลำโพง Denon HEOS 7 HS2 มูลค่า 22,900 บาท • Denon AVR-X250BT                 ราคาพิเศษ 10,965 บาท • Denon AVR-X580BT                 ราคาพิเศษ 16,915 บาท • Denon AVR-X1800H                 ราคาพิเศษ 24,565 บาท • Denon AVR-X2800H                 ราคาพิเศษ 33,915 บาท • Denon AVC-X3800H                 ราคาพิเศษ 47,515 บาท • Denon AVC-X4800H                 ราคาพิเศษ 72,165 บาท • Denon AVC-X6800H                 ราคาพิเศษ 84,065 บาท Denon Home • Denon Home 150 NV (สีขาว/สีดำ)           ราคาพิเศษ 8,161 บาท • Denon Home 150 (สีขาว/สีดำ)               ราคาพิเศษ 9,405 บาท • Denon Home 250 (สีขาว/สีดำ)               ราคาพิเศษ 14,310 บาท  • Denon Home 350 (สีขาว/สีดำ)               ราคาพิเศษ 17,910 บาท • Denon Home Sound Bar 550             ราคาพิเศษ 26,010 บาท • Denon Home Amp                     ราคาพิเศษ 17,910 บาท • Denon Home Subwoofer                 ราคาพิเศษ 20,610 บาท Player • Denon DNP800NE                       ราคาพิเศษ 17,910 บาท  • Denon DNP2000NE (สีดำ/สีเงิน/สีกราไฟท์)       ราคาพิเศษ 50,310 บาท • Denon DCD-50                     ราคาพิเศษ 16,110 บาท • Denon DCD-1600NE                 ราคาพิเศษ 50,310 บาท • Denon DCD-900NE                     ราคาพิเศษ 17,910 บาท Turntable • Denon DP-200USB                 ราคาพิเศษ 9,405 บาท • Denon DP400 (สีขาว/สีดำ)              ราคาพิเศษ 18,905 บาท • Denon DP450 USB (สีขาว/สีดำ)          ราคาพิเศษ 24,605 บาท • Denon DP-3000NE                 ราคาพิเศษ 72,105 บาท ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2569 – 30 เม.ย. 2569 นี้เท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ, ร้าน SOUNDLAB, ร้าน Sound City, Mahajak Online และโชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา เงื่อนไขโปรโมชันและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชัน 15 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569 - โปรโมชันนี้เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น - สินค้าราคาโปรโมชันรวม  VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้น/ชุดเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกินวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity, และร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถม ผ่าน Line: @mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถมผ่าน Line @mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับของแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชันในทุกกรณี - ของแถมจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line @mahajakstore  - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

“ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก จัดงาน “Aurora House: Home of the Future” พร้อมเปิดตัว 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุด

“ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก จัดงาน “Aurora House: Home of the Future” พร้อมเปิดตัว 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุด สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตยุคใหม่ ผ่านการหลอมรวมพลังเสียงและดีไซน์อย่างลงตัว ถ่ายทอดนิยามบทใหม่ของการใช้ชีวิตผ่านมิติแห่งเสียงและดีไซน์อันเหนือระดับไปกับ “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) สุดยอดแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกสัญชาติอเมริกา ที่ล่าสุด คุณเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด และ คุณทิยา กาญจนชัยภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle & Online จัดงาน “Aurora House: Home Of The Future” เปิดตัวสินค้าใหม่ “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Aurora House’ ที่เปิดพื้นที่ต้อนรับคนรักเสียงเพลง พร้อมเผยโฉม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สะท้อนความโดดเด่นด้านงานดีไซน์และพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์      สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งนี้ ได้แก่ ลำโพงไร้สายระดับพรีเมียม อย่าง Harman Kardon Aura Studio 5 และ Harman Kardon Aura Studio 5 Wi-Fi ที่ผสานความงามของแสงไฟเข้ากับมิติเสียงทรงพลัง ต่อมาที่ ลำโพงดีไซน์ไอคอนิกอย่าง Harman Kardon Soundsticks 5 และ Harman Kardon Soundsticks 5 Wi-Fi ที่ยังคงเอกลักษณ์โปร่งใสเหนือกาลเวลา นอกจากนี้ยังมี ลำโพงบลูทูธแบบพกพา Harman Kardon Luna 2 ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และสุดท้ายกับกลุ่มซาวด์บาร์ Harman Kardon Enchant Series ที่ยกระดับประสบการณ์โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วยประสิทธิภาพแสง สี เสียงอย่างเต็มรูปแบบ โดยในงานยังได้รับเกียรติจาก 2 นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร และ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นผ่านผลิตภัณฑ์จาก “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon)  คุณทิยา กาญจนชัยภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle & Online กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า “การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนตัวตนของ ฮาร์แมน คาร์ดอน (Harman Kardon) ที่ผสานพลังเสียงคุณภาพเข้ากับดีไซน์ที่สวยงามได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าเครื่องเสียงไม่ใช่แค่เรื่องของเสียงเพลง แต่คือไอเทมที่สะท้อนสไตล์และทำให้ทุกวันธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษขึ้น งาน Aurora House: Home of the Future ได้จำลองประสบการณ์ใช้งานจริงเพื่อให้เห็นว่าระบบเสียงที่ดีสามารถยกระดับบรรยากาศในชีวิตได้อย่างไร”     ภายในงานเปิดตัวครั้งนี้ “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การฟังเพลงและความบันเทิงในทุกช่วงเวลา เริ่มจากกลุ่มลำโพงไร้สายระดับพรีเมียมอย่าง Harman Kardon Aura Studio 5 ลำโพงบลูทูธดีไซน์โดมใสอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานระบบไฟ Ambient Light แบบ 360 องศา พร้อมเลนส์แสงดีไซน์ใหม่ที่สามารถสร้างลวดลายแสงแบบไดนามิก เพิ่มมิติให้บรรยากาศภายในห้องอย่างนุ่มนวล เสริมประสบการณ์การฟังด้วยระบบเสียงแบบ 3 ทิศทาง พร้อมเทคโนโลยี Constant Sound Field ที่ช่วยกระจายเสียงได้อย่างสมดุลทั่วทั้งห้อง และรองรับการสตรีมผ่าน Bluetooth 5.4 ขณะที่ Harman Kardon Aura Studio 5 Wi‑Fi เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับบ้านยุคใหม่ ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดและเสถียรยิ่งขึ้น รองรับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง AirPlay, Chromecast built-in™ และ Spotify Connect พร้อมการใช้งานแบบ Multi-room Audio ที่สามารถควบคุมเสียงเพลงในหลายพื้นที่ผ่านแอปพลิเคชัน Harman Kardon One     ถัดมาคือลำโพงดีไซน์ไอคอนิก Harman Kardon Soundsticks 5 ที่ยังคงเอกลักษณ์ตัวเครื่องโปร่งใสอันโดดเด่น พร้อมลำโพงแซทเทิลไลต์คู่และซับวูฟเฟอร์ ถ่ายทอดพลังเสียงสเตอริโอ 2.1 พร้อมระบบลำโพงแบบ 3 ทิศทาง ให้เสียงที่ชัดเจน สมดุล และมีมิติ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.4 และ HDMI ARC เพื่อยกระดับประสบการณ์เสียงจากทีวี การสตรีมมิ่ง และการเล่นเกม อีกทั้งยังมีระบบไฟ Ambient Light ที่เคลื่อนไหวสอดรับกับจังหวะดนตรี โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีขาว ขณะที่ Harman Kardon Soundsticks 5 Wi‑Fi เพิ่มความสามารถในการสตรีมผ่าน Wi-Fi เพื่อคุณภาพเสียงที่ต่อเนื่องและเสถียรยิ่งขึ้น รองรับ AirPlay, Chromecast built-in™ และ Spotify Connect รวมถึงการใช้งานแบบ Multi-room Audio ที่ควบคุมได้ผ่านแอป Harman Kardon One     ต่อมาคือลำโพงบลูทูธแบบพกพา Harman Kardon Luna 2 ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นซาวด์แทร็กประจำวัน เคลื่อนไหวไปพร้อมทุกช่วงเวลาของชีวิต ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมแข็งแรงและดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์ที่จับถนัดมือ มอบพลังเสียงคมชัดสมดุลด้วยเทคโนโลยี AI Sound Boost ที่ช่วยวิเคราะห์และปรับเสียงแบบเรียลไทม์ เสริมบรรยากาศด้วยไฟ Ambient Light โทนอุ่นที่มีให้เลือกถึง 6 รูปแบบ พร้อมระบบ AirTouch™ ที่สามารถจับคู่ลำโพงสองตัวให้เป็นเสียงสเตอริโออัตโนมัติ มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Classic Black, Warm Sand และ Ice Mint นอกจากนี้ทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ยังรองรับระบบ Auracast™ ที่สามารถซิงก์เสียงร่วมกับลำโพง Harman Kardon รุ่นอื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อขยายมิติเสียงให้กว้างและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งทั้งโทนเสียงและแสงไฟได้อย่างอิสระผ่านแอปพลิเคชัน Harman Kardon One และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือกลุ่มซาวด์บาร์ Harman Kardon Enchant Series ที่ยกระดับประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ภายในบ้าน โดยประกอบด้วย 4 รุ่น ได้แก่ Enchant 1100, Enchant 900, Enchant Speaker และ Enchant Sub สำหรับ Enchant 1100 และ Enchant 900 มาพร้อมระบบ Up-firing Height Drivers ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเหนือศีรษะ ผสานเทคโนโลยี Dolby Atmos® และ MultiBeam™ เอกสิทธิ์เฉพาะของ Harman Kardon ที่ช่วยกระจายเสียงให้ครอบคลุมทั้งห้องโดยไม่ต้องติดตั้งลำโพงเพิ่มเติม พร้อมเทคโนโลยี Harman PureVoice ที่ช่วยขับเสียงสนทนาให้ชัดเจน รองรับ HDMI eARC และ Ultra HD 4K pass-through พร้อม Dolby Vision™ ส่วน Enchant Speaker เป็นลำโพงไร้สายที่รองรับ Dolby Atmos® Music สำหรับการฟังเพลงแบบเสียงรอบทิศทาง สามารถใช้งานเดี่ยวหรือทำงานร่วมกับซาวด์บาร์ได้อย่างยืดหยุ่น ขณะที่ Enchant Sub เป็นซับวูฟเฟอร์ไร้สายขนาดกะทัดรัดที่ช่วยเติมเต็มพลังเสียงเบสให้หนักแน่นและสมจริงยิ่งขึ้น     นอกเหนือจากการนำเสนอไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนตัวตนของ “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) ในปีนี้แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์เสียงระดับโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง คือความตั้งใจของพันธมิตรที่อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดแบรนด์สู่ประเทศไทยอย่าง บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ที่ปัจจุบันได้ครบรอบ 55 ปีอย่างทรงพลัง ด้านคุณเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จึงได้กล่าวถึงวาระครบรอบ 55 ปีครั้งนี้ว่า “ตลอด 55 ปีที่ผ่านมา มหาจักรเติบโตเคียงข้างการใช้ชีวิตของผู้คน ผ่านเสียงเพลงและความบันเทิงที่อยู่ในบ้านของหลายครอบครัว จากยุคเครื่องเสียงตั้งพื้นสู่ลำโพงอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทั้งบ้าน สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความมุ่งมั่นของเราในการคัดสรรเทคโนโลยีเสียงที่ดีที่สุดมาสู่คนไทย การก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 พร้อมการเปิดตัว ฮาร์แมน คาร์ดอน (Harman Kardon) ถึง 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ จึงสะท้อนความตั้งใจของมหาจักรในการส่งต่อประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับโลก ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง” โดย 2 นักแสดงหนุ่มชื่อดังยังได้มาร่วมเผยถึงสไตล์การฟังเพลงและศิลปินที่ชื่นชอบ รวมถึงเคล็ดลับการเลือกลำโพง เริ่มจาก ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เผยว่า “เราเป็นคนที่ฟังเพลงหลากหลายมาก แทบไม่มีกำแพงเรื่องแนวดนตรีเลย ฟังได้ตั้งแต่ลูกกรุงไปจนถึงเพลงสากล แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนสมัยมัธยม เราเติบโตมากับเพลงร็อกและเมทัลเป็นหลัก อย่างศิลปินที่ชอบมากในช่วงนั้นคือ Avenged Sevenfold สำหรับการเลือกลำโพง เราให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงเป็นอันดับแรก เพราะจากประสบการณ์ที่เคยทำงานในสายดนตรี เรารู้ว่าอุปกรณ์มีผลกับประสบการณ์การฟังมาก ถ้าได้ใช้อุปกรณ์ที่ดี มันช่วยยกระดับการฟังเพลงไปอีกขั้น ส่วนอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันคือดีไซน์ เพราะทุกวันนี้อุปกรณ์ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชัน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งบ้านด้วย เราเลยชอบดีไซน์ที่ดูคลาสสิก มินิมอล และเข้ากับบรรยากาศของบ้านได้” และ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม เล่าว่า “จริงๆ เราฟังเพลงค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าแนวที่ชอบที่สุดจะเป็น Hip-hop กับ R&B ซึ่งศิลปินคนโปรดคือ Tyler, The Creator เราชอบทั้งสไตล์การแร็ป รวมถึงความสามารถด้านการโปรดิวซ์และการทำดนตรีของเขา แล้วพอเราเป็นคนที่อินกับรายละเอียดของดนตรี เวลาฟังเพลงก็เลยให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ค่อนข้างมาก หลายคนอาจมองว่าลำโพงแบบไหนก็ฟังได้เหมือนกัน แต่ถ้าฟังลึกลงไปอีกระดับ เราจะสัมผัสรายละเอียดของเสียงและสิ่งที่ศิลปินตั้งใจถ่ายทอดได้มากขึ้น เพราะถ้าลำโพงคุณภาพไม่ดี บางครั้งเสียงย่านต่ำหรือย่านสูงอาจหายไป ทำให้ประสบการณ์การฟังไม่ครบถ้วน ดังนั้นเวลาเลือกลำโพง นอกเหนือจากคาแรคเตอร์ของแบรนด์ที่เหมาะกับเราแล้ว ก็จะเลือกจากคุณภาพของเสียงว่าบาลานซ์และดึงรายละเอียดแต่ละย่านออกมาได้ดีแค่ไหน รวมถึงดีไซน์ด้วย เพราะถ้าลำโพงสามารถเข้ากับการแต่งบ้านได้ ก็ยิ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น”     พบกับ “ฮาร์แมน คาร์ดอน” (Harman Kardon) ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน SoundCity ทุกสาขา, ร้าน Sound Lab, เว็บไซต์ www.mahajak.com และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย โดยวางจำหน่ายแล้วในรุ่น Harman Kardon Aura Studio 5 ราคา 13,900 บาท, Harman Kardon Aura Studio 5 Wi‑Fi ราคา 15,900 บาท, Harman Kardon Soundsticks 5 ราคา 14,900 บาท, Harman Kardon Soundsticks 5 Wi‑Fi ราคา 16,900 บาท และ Harman Kardon Enchant Series ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท ขณะที่ Harman Kardon Luna 2 มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2  สามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://n9.cl/dqh7yq Instagram : https://www.instagram.com/harmankardon_th/ Tiktok : https://www.tiktok.com/@harmankardon_th Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/ Harman Kardon Website : https://www.harmankardonth.com/ #HarmanKardonAuroraHouse #HarmanKardonTH #Mahajak  

เอปสันจับมือ ตร. ทลายโกดังหมึกปลอม ยึดกว่า 67,000 ขวด

เอปสันจับมือ ตร. ทลายโกดังหมึกปลอม ยึดกว่า 67,000 ขวด กรุงเทพฯ – 13 มีนาคม 2569  เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี และตรวจยึดขวดหมึก เอปสันปลอมได้มากกว่า 58,000 ขวด ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการตรวจยึดหมึกเอปสันปลอมครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จากการเข้าตรวจค้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลโกดังเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม โดยผลการสืบสวนพบว่า ขวดหมึกปลอมจำนวนดังกล่าวถูกนำเข้าจากประเทศจีน และมีการกระจายสินค้าในประเทศไทยผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกรวมถึงช่องทางอีคอมเมิร์ซ     ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเข้าตรวจค้นโกดังอีกแห่งในจังหวัดสมุทรปราการ และสามารถตรวจยึดขวดหมึกเอปสันปลอมเพิ่มเติมได้มากกว่า 9,000 ขวด พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย ส่งผลให้การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถยึดหมึกเอปสันปลอมได้รวมกว่า 67,000 ขวด เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและรักษามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทจะไม่ยอมรับการผลิต การนำเข้า หรือการจำหน่ายหมึกเอปสันปลอมในทุกรูปแบบ  โฆษกของเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “หมึกปลอมไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคุณภาพการพิมพ์ แต่ยังอาจทำให้เครื่องพิมพ์เกิดความเสียหาย ส่งผลให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงเกิดความไม่สะดวกในการใช้งาน”     ทั้งนี้ เอปสันแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อหมึกจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยสามารถค้นหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอปสันได้ที่ https://www.epson.co.th/find-a-store พร้อมทั้งตรวจสอบเบื้องต้นจากโลโก้สามมิติบนกล่องบรรจุภัณฑ์ที่สามารถมองเห็นเมื่อกระทบแสง รวมถึงสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่องผ่านแอปพลิเคชัน Epson Genuine ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีจาก Apple App Store และ Google Play โดยระบบจะแสดงผลทันทีว่าสินค้าเป็นของแท้หรือของปลอม ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป สามารถดูคำแนะนำขั้นตอนได้ที่ https://www.epson.co.th/genuineinks เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำหรับการดำเนินการอย่างเด็ดขาด และความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการปราบปรามการจำหน่ายสินค้าปลอมในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 02-460 9699,  facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailand  

โซนี่ไทยเปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายแบบ Truly Wireless รุ่นใหม่ WF-1000XM6 “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” ยกระดับประสบการณ์การฟังให้เป็นอย่างที่คนทำเพลงตั้งใจ ด้วยการจูนเสียงจากทีมงานทำเพลงระดับโลก

โซนี่ไทยเปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายแบบ Truly Wireless รุ่นใหม่ WF-1000XM6 “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” ยกระดับประสบการณ์การฟังให้เป็นอย่างที่คนทำเพลงตั้งใจ ด้วยการจูนเสียงจากทีมงานทำเพลงระดับโลก (กรุงเทพฯ – 25 กุมภาพันธ์ 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด WF-1000XM6 ในตระกูล 1000X Series ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเสียงคุณภาพพรีเมียม โดยได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์คนรักเสียงดนตรีที่ต้องการประสบการณ์การฟังเหนือระดับ ผสานระบบตัดเสียงรบกวนประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น พร้อมการจูนเสียงร่วมกับทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลก มอบประสบการณ์ “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” ควบคู่คุณภาพเสียงสนทนาและความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ยกระดับใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ขนาดกะทัดรัด ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายตลอดวัน และรองรับการใช้งาน Gemini ผู้ช่วย AI ยอดนิยม     มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “โซนี่มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการถ่ายทอดสารและห้วงอารมณ์จากครีเอเตอร์ ไม่เพียงแต่ช่างภาพเท่านั้น แต่รวมถึงครีเอเตอร์ในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรวมถึงผู้สร้างเสียงดนตรีด้วย เราตั้งใจให้เทคโนโลยีช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ สร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าด้านความบันเทิง หูฟัง WF-1000XM6 โดดเด่นทั้งเรื่องคุณภาพเสียงที่ถูกจูนมาจากคนทำเพลงมืออาชีพระดับโลกและการตัดเสียงรบกวนนี้ จะทำให้ผู้ใช้ได้รับรู้และเข้าถึงทุกห้วงอารมณ์ที่คนทำเพลงตั้งใจรังสรรค์มาเป็นอย่างดี แม้จะถูกซ่อนอยู่ในโน้ตเล็ก ๆ ก็ตาม” นายณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “WF-1000XM6 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับทั้งคุณภาพเสียงและประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ โดยอิงจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงในรุ่นก่อนหน้า เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนพัฒนาขึ้นกว่าเดิม 25% โดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวนย่านกลาง-สูง ซึ่งเป็นย่านที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่ ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ชิปเซ็ตประมวลผลที่ถูกอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ไดรเวอร์ใหม่ ผสานกับการได้รับการจูนเสียงจากซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลกหลายท่าน ทำให้ได้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียมอย่างที่คนทำเพลงตั้งใจส่งมอบผลงานไปยังผู้ฟัง ปกติแล้วคนใช้หูฟังมักใช้เพื่อประชุมออนไลน์และคุยโทรศัพท์ คุณภาพไมค์สำหรับการสนทนาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งไมค์ของรุ่นนี้ให้เสียงชัดที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การเชื่อมต่อเสถียรยิ่งขึ้น และปัจจุบันเทรนด์การใช้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเพิ่มขึ้น WF-1000XM6 ก็รองรับการใช้งาน Google Gemini อีกด้วย ทำให้หูฟังรุ่นนี้ครบเครื่องทั้งด้านคุณภาพและการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยการพัฒนาทั้งหมดนี้ WF-1000XM6 จึงเป็นหูฟังที่เรามั่นใจว่าผู้ใช้จะรู้สึก “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” และจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย” ที่สุดของระบบตัดเสียงรบกวน WF-1000XM6 ยกระดับการตัดเสียงรบกวนด้วยความสามารถในการลดเสียงรบกวนได้มากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า WF-1000XM5 โดยเฉพาะในย่านเสียงกลางถึงสูง ซึ่งเป็นเสียงที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่ หูฟังรุ่นใหม่นี้สามารถตัดเสียงรบกวนได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวนมาก เช่น ระหว่างการเดินทางหรือขณะอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับชิปประมวลผล HD Noise Cancelling Processor QN3e ที่ควบคุมการทำงานของไมโครโฟนเพื่อการตัดเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ โดยมีไมโครโฟนถึง 4 ตัว ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนที่มี 3 ตัว ทำให้ได้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนสูง ขณะเดียวกัน ยังขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลอัจฉริยะ Integrated Processor V2 มาพร้อมระบบ Adaptive Noise Cancelling Optimiser ที่สามารถวิเคราะห์เสียงรบกวนภายนอกและสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้การตัดเสียงรบกวนมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังได้รับการปรับปรุงให้สามารถลดเสียงรบกวนที่อาจเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างจุกหูฟังและรูหูได้ดียิ่งขึ้น โดยปรับให้เหมาะกับรูปทรงหูเฉพาะบุคคลของผู้ใช้แต่ละคนอย่างชาญฉลาด ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ WF-1000XM6 ยังมาพร้อมกับจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips ซึ่งออกแบบเฉพาะโดยโซนี่ เพื่อมอบความสบายขณะสวมใส่ ควบคู่กับการป้องกันเสียงรบกวนในระดับสูงสุด โดยมีให้เลือกถึง 4 ขนาด เพื่อความพอดีที่กระชับในทุกรูปทรงของใบหู     ประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม WF-1000XM6 มาพร้อมคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ด้วยพลังการทำงานร่วมกันของโปรเซสเซอร์ 2 ตัว ที่ประมวลผลเสียงได้อย่างแม่นยำ คมชัด และมีมิติ โดยชิป QN3e ทำหน้าที่ขับเคลื่อนภาคขยายเสียง DAC ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงได้อย่างคมชัดยิ่งขึ้น ขณะที่ Integrated Processor V2 รองรับการประมวลผลเสียงแบบ 32-bit จากเดิม 24-bit ในรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้ได้เสียงที่มีความละเอียดสูงและเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น โซนี่ยังได้พัฒนาไดรเวอร์ยูนิตใหม่สำหรับรุ่นนี้ โดยออกแบบไดอะแฟรมให้มีโครงสร้างพิเศษ ผสมผสานวัสดุที่แตกต่างกันระหว่างส่วนโดมและขอบ โดยขอบที่นุ่มช่วยสร้างเสียงเบสลึกและเต็มอิ่ม ในขณะที่โดมที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ช่วยให้เสียงแหลมชัดเจนและครอบคลุมย่านความถี่สูงได้มากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการประมวลผลสัญญาณไปจนถึงการส่งเสียงออกมา ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้มีความแม่นยำสูง ลดความเพี้ยนของเสียง และถ่ายทอดเสียงคุณภาพสูงได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการเพิ่มรอยบากพิเศษที่ขอบไดอะแฟรม เพื่อช่วยให้เสียงที่ได้มีความชัดเจน WF-1000XM6 ยังรองรับ Hi-Res Audio Wireless เทคโนโลยี DSEE Extreme ระบบเสียง 360 Reality Audio การปรับแต่งเสียงได้ 10 Band EQ ผ่านแอปพลิเคชัน Sony | Sound Connect รวมถึงฟีเจอร์ Headtracking และ Background Music Effect ที่ยกระดับประสบการณ์การฟังให้เหนือกว่าที่เคย ปรับจูนเสียงโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในวงการดนตรี หูฟังตระกูล 1000X ของโซนี่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อถ่ายทอดพลังของบทเพลงได้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นแนวดนตรีใดก็ตาม เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ตรงตามวิสัยทัศน์ของศิลปิน โซนี่จึงร่วมมือกับสตูดิโอชั้นนำระดับโลกในการปรับจูนเสียงอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับคำแนะนำจากทีมวิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ ทั้งผู้ชนะและผู้เข้าชิง อาทิ แรนดี้ เมอร์ริลล์ (Randy Merrill) จาก Sterling Sound ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Ed Sheeran, คริส เกอร์ริงเจอร์ (Chris Gehringer) ผู้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna และ Lady Gaga, ไมค์ เพียเซนตินี (Mike Piacentini) จาก Battery Studios ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan และ ไมเคิล โรมาโนสกี (Michael Romanowski) จาก Coast Mastering ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Star Wars ภาค 4, 5 และ 6 ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ หูฟัง WF-1000XM6 จึงถูกออกแบบมาให้ถ่ายทอดเสียงได้อย่างที่ศิลปินต้องการอย่างแท้จริง — ทั้งความลึก รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงที่ซื่อตรงต่อจินตนาการต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ผลงาน คุณภาพเสียงสนทนาดีที่สุดจากโซนี่ WF-1000XM6 มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone Conduction Sensor) ในแต่ละข้าง โดยใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึมลดเสียงรบกวนแบบ AI Beamforming ขั้นสูง เพื่อแยกเสียงพูดของผู้ใช้งาน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หรือมีผู้คนพูดคุยอยู่รอบข้าง ระบบจะสามารถแยกเสียงของคุณออกจากเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจนตลอดการสนทนา     ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายในการสวมใส่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หูฟังตระกูล 1000X ของโซนี่ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักสรีรศาสตร์ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ เพื่อให้สวมใส่ได้กระชับและสบายอย่างแท้จริง โดยในรุ่น WF-1000XM6 ได้ยกระดับความสบายยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบตัวหูฟังให้โค้งรับกับสรีระภายในของใบหูอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดแรงกดทับและความรู้สึกอึดอัดเมื่อสวมใส่ ขณะเดียวกัน ดีไซน์ใหม่ยังมีขนาดตัวเครื่องที่บางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 11% ช่วยลดการเสียดสีกับบริเวณโครงสร้างซับซ้อนของใบหู ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างระบายอากาศที่ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในตัวหูฟัง ลดเสียงรบกวนภายใน เช่น เสียงฝีเท้าหรือเสียงเคี้ยวอาหาร ช่วยให้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอรรถรสในทุกสถานการณ์ ด้านวัสดุและสีสันได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยพื้นผิว Premium Matte Texture ที่ให้สัมผัสเรียบหรู โดยสีดำ (Black) ถ่ายทอดความหรูหราแบบ Quiet Luxury ด้วยโทนสีลุ่มลึกและผิวสัมผัสแมตต์ที่ดูสุขุม ทันสมัย ขณะที่สีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) ให้ความรู้สึกเบาสบาย นอกจากนี้ วัสดุและดีไซน์ของเคสก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เปิดใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ใช้เพียงมือเดียว และออกแบบให้หยิบหูฟังออกมาได้สะดวกกว่าที่เคย ฟีเจอร์อัจฉริยะเพื่อประสบการณ์ฟังที่เหนือกว่า WF-1000XM6 ยังคงรวมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบจากรุ่นก่อนหน้าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Auto Play และ Adaptive Sound Control ที่ช่วยปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ฟีเจอร์ Quick Access สำหรับเรียกใช้งานด่วน และเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน หูฟังรองรับการใช้งาน Google Gemini ที่ทำให้การใช้งานแบบแฮนด์ฟรีสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง เชื่อมต่อกับเพื่อน รับการแจ้งเตือน หรือพูดคุยกับ Gemini Live เพื่อแชร์ไอเดีย เพิ่มรายการใน Google Keep หรือจัดตารางใน Google Calendar ได้โดยไม่ต้องแตะโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย ด้านการเชื่อมต่อ WF-1000XM6 ได้รับการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยอัลกอริทึมขั้นสูง และเสาสัญญาณที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อได้มากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับเทคโนโลยี LE Audio ซึ่งเป็น Bluetooth® รุ่นถัดไปที่มาพร้อมค่าหน่วงต่ำพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกม หรือการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์ ในส่วนของแบตเตอรี่ WF-1000XM6 สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ คุณจึงสามารถฟังเพลงได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด อีกทั้งยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Qi เพื่อความสะดวกสูงสุดในการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว6 ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง     ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน WF-1000XM6 ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ โดยเลือกใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Circular Material) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของพลาสติกทั้งหมดที่ใช้ในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังปราศจากพลาสติก 100% อย่างแท้จริง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว กำหนดการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ WF-1000XM6 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในราคา 11,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีลำโพงพกพาโซนี่ ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟัง WF-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันสินค้า My Sony ผ่านไลน์ @SonyThai พร้อมตอบแบบสอบถามที่จะได้รับทางอีเมลหลังการลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – 30 เมษายน 2569 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ www.sony.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือไลน์ @SonyThai  

เอปสันเผยสินค้ากลุ่ม B2B แกร่งยกพอร์ตต้านตลาดผันผวน เผยสูตรสร้างการเติบโตต่อปี 69

เอปสันเผยสินค้ากลุ่ม B2B แกร่งยกพอร์ตต้านตลาดผันผวน เผยสูตรสร้างการเติบโตต่อปี 69  13 กุมภาพันธ์ 2569 – เอปสัน ประเทศไทย รับมือภาวะตลาดผันผวนในปี 2568 ส่งผลตลาดผู้บริโภคชะลอตัว แต่กลุ่มธุรกิจ B2B กลับเติบโตโดดเด่นในหลายผลิตภัณฑ์ สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่ยังคงลงทุนในโซลูชันที่เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าเติบโต 5% ในปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Customer Value First” ผ่านสูตรผสานโซลูชัน บริการ และความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ตลาดองค์กร     นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดในปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลให้ลูกค้าทุกกลุ่มปรับรูปแบบการตัดสินใจอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยกลุ่มผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจลดลง จึงชะลอการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มสินค้าระดับเริ่มต้น ขณะที่กลุ่ม SME เลื่อนแผนการลงทุนและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้นานขึ้น ส่วนองค์กรขนาดใหญ่ขยายระยะเวลาของกระบวนการจัดซื้อ ควบคุมงบประมาณอย่างเข้มงวด และมุ่งลงทุนเฉพาะโครงการที่มีความ สำคัญเชิงกลยุทธ์หรือจำเป็นต่อภารกิจหลักขององค์กร สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวัง แต่ความต้องการพื้นฐานยังคงมีอยู่ในระบบ สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ เอปสันคาดว่ารายได้รวมจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัวจากปัจจัยกดดันรอบด้าน แม้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม B2C จะไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยคาดว่ารายได้จะปรับลดลงประมาณ 5% แต่ในทางกลับกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรธุรกิจ (B2B) หลายรายการกลับสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจเติบโตถึง 40% และสแกนเนอร์เติบโตที่ 25% เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks เติบโตที่ 20% และเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา 10% รวมถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 20% การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่ยังคงเดินหน้าลงทุนในโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างความคุ้มค่าในระยะสั้น และเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว     “แรงขับสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ B2B ของเอปสัน มาจากการมุ่งทำตลาดในระดับ Mid-High อย่างชัดเจน ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กรธุรกิจและสแกนเนอร์ ควบคู่กับการต่อยอดโซลูชันครบวงจรสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็น EcoFleet Management ที่ช่วยบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายงานพิมพ์ โซลูชันเครื่องพิมพ์ฉลากสี รวมถึงโซลูชันหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน ตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม SureColor ทั้งเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาและงานสิ่งทอ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการที่รอคอยเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด พร้อมกันนี้ เอปสันยังเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างองค์กร และยกระดับศักยภาพทีมงาน B2B ให้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึก เพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของลูกค้าองค์กร” นายยรรยง กล่าว สำหรับแนวโน้มปี 2569 ภาคธุรกิจยังต้องดำเนินงานต่อไปท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ จะยกระดับความสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว นอกจากนี้ ตลาดผู้บริโภคมีความแตกต่างของความต้องการชัดเจนขึ้น ระหว่างกลุ่มที่เน้นราคาและกลุ่มที่มองคุณค่าในระยะยาว ขณะที่ประเด็นด้านความยั่งยืน เทคโนโลยีสีเขียว และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการตัดสินใจของภาคธุรกิจในปีถัดไป เอปสันจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ  นายยรรยง กล่าวว่า “บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตในปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 5% จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ภายใต้แนวคิด ‘Customer Value First’ โดยมุ่งสร้างคุณค่ารวม (Total Value) ผ่านการผสานโซลูชัน บริการ และแนวทางด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ทั้งในตลาด B2C และ B2B”     สำหรับกลยุทธ์ในกลุ่ม B2C จะยึดแนวทาง ‘Defense & Premiumization’ ที่มุ่งรักษาส่วนแบ่งตลาดและฐานลูกค้าในตลาดที่เอปสันเป็นผู้นำอยู่ พร้อมกับยกระดับพอร์ตสินค้าไปสู่รุ่นที่มีมูลค่าสูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสินค้าไฮไลท์ของกลุ่ม B2C ในปี 2569 ได้แก่ เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ และโปรเจคเตอร์ Lifestudio ซีรี่ส์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Lifestudio Pop ที่เน้นความกะทัดรัดและดีไซน์สนุก หรือ Lifestudio Flex ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสบการณ์ภาพระดับพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยี Google TV และระบบเสียงโดย Bose  ขณะที่ตลาด B2B เอปสันจะเดินหน้ากลยุทธ์ ‘Acceleration & Expansion’ มุ่งเร่งขยายตลาดด้วยโซลูชันสำหรับองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เครื่องพิมพ์ฉลากสี โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง ตลอดจนโซลูชันเฉพาะทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม ผ่านการเสริมความแข็ง แกร่งพันธมิตร (Strengthen Partner) เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ พร้อมพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังพัฒนาโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม (Vertical Penetration) ที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มสาธารณสุข การศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างในตลาดองค์กรได้ดียิ่งขึ้น และสุดท้าย เอปสันยังมุ่งสร้างคุณค่าผ่านโซลูชัน (Value Creation) เพื่อผลักดันการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์มาสู่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ช่วยลดต้นทุนโดยรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ทั้งยังลดการใช้พลังงานและลดของเสีย  ในส่วนงานบริการ บริษัทฯ เดินหน้ารักษาระดับการบริการในคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด ‘Operational Excellency’ ผ่านข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยกำหนดมาตรฐานการตอบสนองและการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ตั้งแต่ระยะเวลาเข้าดูแล การซ่อมบำรุง ไปจนถึงความพร้อมของอะไหล่ พร้อมเริ่มใช้งานระบบ Service CRM ใหม่ เพื่อบริหารจัดการเคสแบบเรียลไทม์ รองรับการกระจายงานอัตโนมัติ (Smart Routing) การแจ้งเตือน และแดชบอร์ดติดตามผลแบบ 360 องศา ช่วยลดระยะเวลาให้บริการ และเสริมความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าองค์กร ปัจจุบัน บริษัทฯ มีเครือข่ายศูนย์บริการรวม 175 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทุกแห่งมีทีม On-site Service ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และจะเดินหน้าขยายและปรับโครงสร้างพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายงานและความรวดเร็วในการเข้าดูแลลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะจัดทำระบบอบรมและการรับรองมาตรฐานสำหรับทักษะด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อยกระดับศักยภาพช่างเทคนิคให้รองรับโซลูชันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พัฒนา Partner Community Hub เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับพาร์ทเนอร์ในการเข้าถึงข้อมูล คู่มือ บริหารจัดการงานบริการ และติดตามสถานะเคลมได้อย่างโปร่งใสและรวดเร็ว ตลอดจนจัดตั้ง Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อบริหารคลังอะไหล่และการกระจายสินค้าให้มีความพร้อมสูงสุด ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าองค์กร พร้อมกันนี้ เอปสันยังวางแนวทางการสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยยึดความยั่งยืนและ ESG เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทฯ มองว่า ESG ไม่ใช่เครื่องมือทางการตลาด แต่เป็นทั้งต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจที่เอปสันและลูกค้าต้องลงทุนร่วมกัน โดยเอปสันเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เทคโนโลยี Heat-Free ในเครื่องพิมพ์ EcoTank ระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม และโปรเจคเตอร์ กลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับ แบรนด์ แต่ยังเปิดโอกาสให้เอปสันเข้าถึงตลาดใหม่และลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว     ควบคู่กันนี้ เอปสันยังให้ความสำคัญกับโครงการที่สนับสนุนความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในโครงการที่ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี คือการนำขวดหมึกเอปสันที่ใช้แล้วกลับมาผลิตเป็นชุดโต๊ะเรียน เพื่อบริจาคให้แก่หน่วยงานและชุมชนต่างๆ ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถนำขวดหมึกใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 50,000 ขวด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำแคมเปญด้าน Plastic Reduction ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2568 ได้ใช้ชื่อว่า “วิถีไทยไร้พลาสติก” ซึ่งเป็นการนำเอกลักษณ์และวิถีชีวิตแบบไทย เช่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาปรับใช้เป็นแนวทางในการลดการใช้พลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญดังกล่าว มีกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ “Leaf Plastic Behind” เวิร์คช็อปพับภาชนะจากใบตองเพื่อทดแทนภาชนะพลาสติก และ “The Cooking Shack” กระต๊อบทรงไทยที่สร้างจากขวดน้ำและกล่องพลาสติกใช้แล้ว ซึ่งนำไปทำการทดลองเชิงสังคมเพื่อสะท้อนผลกระทบของภาวะโลกร้อน ก่อนนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนบ้านควนจง จังหวัดสงขลา และโรงเรียนวัดเดชานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้และเรือนเพาะปลูกสำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนต่อไป “ตลอดช่วงที่ผ่านมา เอปสันได้ปรับเพิ่มน้ำหนักและความเข้มข้นในการทำตลาดกลุ่ม B2B อย่างต่อเนื่อง และวันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างรุนแรง บริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับการดำเนินงานโดยรวมไว้ได้ พร้อมทั้งขยายส่วนแบ่งตลาดในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B อย่างมีนัยสำคัญ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางกลยุทธ์ที่ถูกต้อง และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นในโซลูชันของเอปสัน จากนี้ไป บริษัทฯ จะเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์เชิงรุก มองหา S-Curve ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับความแตกต่างของแบรนด์ผ่านจุดยืนด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นคุณค่าหลักที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่เอปสันมีความโดดเด่นอย่างชัดเจนในตลาดปัจจุบัน” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย  

เอปสันเผยผลประกวดภาพถ่าย Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16 ช่างภาพอาเซียนคว้าหลายรางวัล

เอปสันเผยผลประกวดภาพถ่าย Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16  ช่างภาพอาเซียนคว้าหลายรางวัล 12 ธันวาคม 2025 – เอปสันขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะรางวัล Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16 การประกวดภาพถ่ายพาโนรามาที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของช่างภาพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะวิลเลียม ชัว (William Chua) จากสิงคโปร์ ผู้คว้ารางวัล The Pano Awards Southeast Asia Open Photographer of the Year 2025 Epson International Pano Awards ยังคงเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผลงานภาพถ่ายพาโนรามาจากทั่วทุกมุมโลก โดยในปีนี้ช่างภาพจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง หลังจากเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักร่วมตั้งแต่ปี 2024 ผลงานภาพ “Wildebeest” ของวิลเลียม ชัว โดดเด่นด้วยมุมมองสร้างสรรค์ ถ่ายทอดพลังและความตื่นเต้นของการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ของวิลเดอบีสต์ในเคนยาได้อย่างน่าประทับใจ  “ผมได้ดูการอพยพของวิลเดอบีสต์มาหลายครั้ง และมันยังคงทำให้ผมทึ่งเสมอ สิ่งที่ดึงดูดสายตาในครั้งนี้คือวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งที่หันกลับมาท่ามกลางความโกลาหล และผมรู้ทันทีว่านี่คือภาพที่ผมต้องการถ่าย” วิลเลียม ชัว  มร.ซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “นี่เป็นปีที่สองที่เอปสัน เอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ให้การสนับสนุนเวที Epson International Pano Awards และเรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งจากช่างภาพในภูมิภาค ผลงานเหล่านี้สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของช่างภาพและครีเอเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเอปสันภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนและผลักดันศิลปะการพิมพ์ให้เป็นสื่อทรงพลังในการถ่ายทอดภาพพาโนรามาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักร่วมเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมกับเอปสัน ออสเตรเลีย มอบรางวัล อาทิ เครื่องพิมพ์ภาพ Epson SureColor P5360, P5330, P906 และโปรเจคเตอร์ Epson EB-1795F เพื่อเป็นเครื่องมือคุณภาพระดับมืออาชีพสำหรับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงาน นอกจากรางวัลชนะเลิศ ช่างภาพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังสร้างผลงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากเวียดนาม ซึ่งคว้า 6 จาก 10 ตำแหน่งผู้เข้ารอบสุดท้าย ขณะที่ช่างภาพไทยก็ได้รับการคัดเลือกเข้ารอบด้วยผลงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Silk of the Sea โดยคาว ถิ งอก เดียม (Cao Thi Ngoc Diem) ถ่ายทอดภาพการซักผ้าไหมในจังหวัดฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม และภาพ Dune II โดยอธิเมธ เลิศกิตติเวรุจน์ (Athimeth Lerdkkitveruj) จากประเทศไทย ซึ่งถ่ายทอดทิวทรายกว้างใหญ่ของนามิเบียในมุมมองพาโนรามาอันน่าทึ่ง ผลงานทั้งหมดสะท้อนความทะเยอทะยานทางศิลปะและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตามองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   มร.เดวิด เอวานส์ ภัณฑารักษ์ของงานประกวด Epson International Pano Awards ภัณฑารักษ์ของการแข่งขัน กล่าวว่า “ทุกปีขอบเขตของภาพถ่ายพาโนรามาถูกขยายออกไป และปี 2025 ก็ไม่ต่างกัน ด้วยแรงสนับสนุนจากเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอปสัน ออสเตรเลีย ทำให้เวทีนี้เข้าถึงผู้สร้างสรรค์ทั่วโลกมากขึ้น ผลงานที่เข้าประกวดเต็มไปด้วยความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศทางเทคนิค ซึ่งยืนยันว่าพาโนรามาคือหนึ่งในสื่อทรงพลังที่สุดในการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายร่วมสมัย” การแข่งขันในปีที่ 16 นี้ยังคงรวบรวมคณะกรรมการซึ่งเป็นช่างภาพพาโนรามาชั้นนำระดับโลก เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ยกระดับคุณภาพงานศิลปะภาพถ่ายประเภทนี้อย่างแท้จริง ชมผลงานทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ของการแข่งขัน: https://thepanoawards.com/2025-winners-gallery  

สัมผัสความหรูหราเหนือกาลเวลากับ MAHAJAK MEGA DEAL : JBL LUXURY AUDIO ลดสูงสุด 10%

สัมผัสความหรูหราเหนือกาลเวลากับ MAHAJAK MEGA DEAL  JBL LUXURY AUDIO ลดสูงสุด 10% บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เชิญคุณมาดื่มด่ำความประณีตแห่งเสียงระดับ ICONIC จาก JBL Luxury Audio ที่ผสานงานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับคุณภาพเสียงอันทรงพลังอย่างลงตัว พร้อมดีลสุดพิเศษในแคมเปญ MAHAJAK MEGA DEAL รับส่วนลดสูงสุด 10% พร้อมของขวัญพิเศษ เมื่อซื้อลำโพงรุ่นที่ร่วมรายการ อาทิ แผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection (จำนวนจำกัด) และขาตั้งลำโพง JS120 สำหรับชุด L100 Classic ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 15 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดโปรโมชั่นและสินค้าที่ร่วมรายการมีดังนี้ JBL Studio Monitor JBL 4312 MKII (สีดำ)         ราคาโปรโมชั่น 26,910 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL 4312 MKII (สีขาว)        ราคาโปรโมชั่น 25,415 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL 4305P          ราคาโปรโมชั่น 91,105บาท (จากราคา 95,900 บาท) JBL 4309           ราคาโปรโมชั่น 91,105 บาท (จากราคา 95,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท เมื่อซื้อลำโพง JBL 4305P หรือ JBL 4309 JBL 4329P         ราคาโปรโมชั่น 151,050 บาท (จากราคา 159,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS150 มูลค่า 20,000 บาท เมื่อซื้อลำโพง JBL 4329P JBL 4349          ราคาโปรโมชั่น 246,050 บาท (จากราคา 259,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น เมื่อซื้อลำโพง JBL 4349 JBL 4306          ราคาโปรโมชั่น 44,910 บาท (จากราคา 49,900 บาท) JBL 4428          ราคาโปรโมชั่น 152,100 บาท (จากราคา 169,000 บาท) JBL Classic Series JBL L52 Classic (สีส้ม/สีน้ำเงิน/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 37,905 บาท (จากราคา 39,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL L82 Classic (สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 85,405 บาท (จากราคา 89,900 บาท) JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 85,405 บาท (จากราคา 89,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS80 มูลค่า 15,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น เมื่อซื้อลำโพง JBL L82 Classic (สีดำ) หรือ JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ) JBL L100 MKII (สีส้ม/สีน้ำเงิน/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 170,050 บาท (จากราคา 179,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL L75MS ราคาโปรโมชั่น 56,905 บาท (จากราคา 59,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL TT350 ราคาโปรโมชั่น 36,005 บาท (จากราคา 37,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi System Hi-Fi Classic 1 (สีส้ม/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 113,050 บาท (จากราคา 119,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS80 มูลค่า 15,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi Digital Set 2 (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 41,705 บาท (จากราคา 43,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi Digital Set 3 (สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 43,605 บาท (จากราคา 45,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL Classic Set JBL Classic 100 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 227,050 บาท (จากราคา 239,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Integrated Amp JBL SA550     ราคาโปรโมชั่น 65,610 บาท (จากราคา 72,900 บาท) JBL SA750     ราคาโปรโมชั่น 71,910 บาท (จากราคา 79,900 บาท) Player JBL MP350     ราคาโปรโมชั่น 32,310 บาท (จากราคา 35,900 บาท) สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ, Showroom มหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB และ Mahajak Online >> https://www.mahajak.com/th/mega-campaign/luxury-audio.html เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชั่น 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569 - สินค้าราคาโปรโมชั่นรวม VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกิน วันที่ 30 มกราคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถมผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถม ผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับขอแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชั่นในทุกกรณี - ของแถมจะจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line: @Mahajakstore - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk , https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

MAHAJAK MEGA DEAL 2025 ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ จากแบรนด์ JBL และ DENON พร้อมส่วนลดสูงสุด 29%

MAHAJAK MEGA DEAL 2025 ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ จากแบรนด์ JBL และ DENON พร้อมส่วนลดสูงสุด 29% บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ชวนสัมผัสประสบการณ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับไฮเอนด์กับแคมเปญ MAHAJAK MEGA DEAL จากแบรนด์ JBL และ Denon ที่ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงอันสมบูรณ์แบบ มอบส่วนลดสูงสุด 29% พร้อมของขวัญพิเศษสำหรับสินค้าในรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 15 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดโปรโมชั่นและสินค้าที่ร่วมรายการมีดังนี้ JBL Soundbar  JBL Bar 5.0 Multi Beam  ราคาโปรโมชั่น 10,965 บาท (จากราคา 12,900 บาท) JBL Bar 300     ราคาโปรโมชั่น 14,365 บาท (จากราคา 16,900 บาท) JBL Bar 500     ราคาโปรโมชั่น 19,465 บาท (จากราคา 22,900 บาท) JBL Bar 9.1       ราคาโปรโมชั่น 19,900 บาท (จากราคา 27,900 บาท JBL Bar 800     ราคาโปรโมชั่น 25,415 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL Bar 1000    ราคาโปรโมชั่น 30,515 บาท (จากราคา 35,900 บาท) JBL Bar 1300    ราคาโปรโมชั่น 42,415 บาท (จากราคา 49,900 บาท) Denon Soundbar  **โปรโมชั่นเฉพาะโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น Denon Heos Home Cinema  ราคาโปรโมชั่น 15,900 บาท (จากราคา 29,900 บาท) Denon Heos Bar              ราคาโปรโมชั่น 19,900 บาท (จากราคา 35,900 บาท) Denon Heos Subwoofer      ราคาโปรโมชั่น 15,900 บาท (จากราคา 22,900 บาท) พิเศษ!! เมื่อซื้อ Denon Heos Subwoofer คู่กับ Denon Heos Bar เหลือเพียง 30,000 บาท (จากราคา 58,800 บาท) Harman Kardon Enchant Harman Kardon Enchant 900      ราคาโปรโมชั่น 20,805 บาท (จากราคา 21,900 บาท) Harman Kardon Enchant Sub       ราคาโปรโมชั่น 15,105 บาท (จากราคา 15,900 บาท) Harman Kardon Enchant 1100     ราคาโปรโมชั่น 28,405 บาท (จากราคา 29,900 บาท) Harman Kardon Enchant Speaker  ราคาโปรโมชั่น 9,405 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon AV Receiver Denon AVR-X1700H     ราคาโปรโมชั่น 24,210 บาท (จากราคา 26,900 บาท) Denon AVR-X2700H     ราคาโปรโมชั่น 31,410 บาท (จากราคา 34,900 บาท) Denon AVC-X3700H     ราคาโปรโมชั่น 39,510 บาท (จากราคา 43,900 บาท) Denon AVC-X4700H     ราคาโปรโมชั่น 57,510 บาท (จากราคา 63,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 5 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 16,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า Denon AVR-X1700H, AVR-X2700H, Denon AVC-X3700H หรือ Denon AVC-X4700H Denon AVC-X6700H     ราคาโปรโมชั่น 87,210 บาท (จากราคา 96,900 บาท)     *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 7 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 22,900 บาท) Denon AVR-X250BT     ราคาโปรโมชั่น 10,965 บาท (จากราคา 12,900 บาท Denon AVR-X580BT     ราคาโปรโมชั่น 16,915 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon AVR-X1800H     ราคาโปรโมชั่น 24,565 บาท (จากราคา 28,900 บาท) Denon AVR-X2800H     ราคาโปรโมชั่น 33,915 บาท (จากราคา 39,900 บาท) Denon AVC-X3800H     ราคาโปรโมชั่น 47,515 บาท (จากราคา 55,900 บาท) Denon AVC-X4800H     ราคาโปรโมชั่น 72,165 บาท (จากราคา 84,900 บาท) Denon AVC-X6800H     ราคาโปรโมชั่น 84,065 บาท (จากราคา 98,900 บาท) Home Theater Stage Ultra HD 5 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 49,215 บาท (จากราคา 57,900 บาท) Stage Ultra HD 6 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 49,215 บาท (จากราคา 57,900 บาท) Stage Ultra HD 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 52,615 บาท (จากราคา 61,900 บาท) Stage Ultra HD 7 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 52,615 บาท (จากราคา 61,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 5 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 16,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้าชุด Home Theater Stage Ultra HD 5, Stage Ultra HD 6, Stage Ultra HD 2 หรือ Stage Ultra HD 7 Stage Ultra HD 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 65,365 บาท (จากราคา 76,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 7 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 22,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Stage Ultra HD 3 Premium Stage HD 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 56,015 บาท (จากราคา 65,900 บาท) Premium Stage HD 5 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 56,015 บาท (จากราคา 65,900 บาท) Premium Stage HD 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 56,865 บาท (จากราคา 66,900 บาท) Premium Stage HD 6 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 56,865 บาท (จากราคา 66,900 บาท) Premium Stage HD 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 67,915 บาท (จากราคา 79,900 บาท) Premium Stage HD 4 (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 81,515 บาท (จากราคา 95,900 บาท) Classic Espresso / Classic Latte (ประกอบด้วย JBL MA510 และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 116,100 บาท (จากราคา 129,000 บาท)  *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 800 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 29,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Classic Espresso หรือ Classic Latte Atmos Classic Espresso / Atmos Classic Latte (ประกอบด้วย JBL MA710 และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 152,100 บาท (จากราคา 169,000 บาท) Premium Espresso / Premium Latte (ประกอบด้วย JBL MA7100H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 179,100 บาท (จากราคา 199,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1000 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 35,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Classic Espresso,  Atmos Classic Latte, Premium Espresso หรือ Premium Latte Atmos Premium Espresso / Atmos Premium Latte (ประกอบด้วย JBL MA9100H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 197,100 บาท (จากราคา 219,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1300 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 49,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Premium Espresso หรือ  Atmos Premium Latte Double Espresso (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 116,100 บาท (จากราคา 129,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 800 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 29,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Double Espresso  Atmos Double Espresso 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 134,100 บาท (จากราคา 149,000 บาท) Atmos Double Espresso 2 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 170,100 บาท (จากราคา 189,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1000 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 35,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Double Espresso 1 หรือ Atmos Double Espresso 1 Atmos Double Espresso 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 197,100 บาท (จากราคา 219,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1300 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 49,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Premium Espresso 3 A/V Compact A/V Compact HD Set 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Cinema 510) ราคาโปรโมชั่น 24,565 บาท (จากราคา 28,900 บาท) A/V Compact Set 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X250BT และชุดลำโพง JBL Cinema 510)    ราคาโปรโมชั่น 18,615 บาท (จากราคา 21,900 บาท)         Turntable Denon DP200USB        ราคาโปรโมชั่น 9,405 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon DP400 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 18,905 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon DP450USB (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 24,605 บาท (จากราคา 25,900 บาท) Denon DP3000NE         ราคาโปรโมชั่น 72,105 บาท (จากราคา 75,900 บาท) ModernTage Set Modern Tage Set 4 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 47,405 บาท (จากราคา 49,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 (มูลค่า 22,900 บาท) และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Modern Tage Set 1 ราคาโปรโมชั่น 37,905 บาท (จากราคา 39,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 (มูลค่า 17,900 บาท) และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Mini Compo Denon Ceol N12 Dab (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 25,110 บาท (จากราคา 27,900 บาท) Denon Home Denon DM-41               ราคาโปรโมชั่น 16,915 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home 150 NV      ราคาโปรโมชั่น 7,731 บาท (จากราคา 8,590 บาท) Denon Home 150 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 8,910 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon Home 250 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 14,310 บาท (จากราคา 15,900 บาท) Denon Home 350 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 17,910 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home Soundbar 550      ราคาโปรโมชั่น 26,010 บาท (จากราคา 28,900 บาท) Denon Home AMP          ราคาโปรโมชั่น 17,910 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home SUB          ราคาโปรโมชั่น 20,610 บาท (จากราคา 22,900 บาท) Integrated Amplifier Denon PMA 900H ราคาโปรโมชั่น 32,310 บาท (จากราคา 35,900 บาท) สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ, Showroom มหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB และ Mahajak Online >> https://www.mahajak.com/th/mega-campaign/home-audio.html เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชั่น 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569 - สินค้าราคาโปรโมชั่นรวม VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกิน วันที่ 30 มกราคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City และ ร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถมผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถม ผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับขอแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชั่นในทุกกรณี - ของแถมจะจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line: @Mahajakstore - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk , https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

เอปสันผู้นำตลาดสแกนเนอร์ในอาเซียน เปิดตัวสแกนเนอร์ใหม่ โซลูชันจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลรวดเร็ว คล่องตัว เพื่อธุรกิจยุคใหม่

เอปสันผู้นำตลาดสแกนเนอร์ในอาเซียน เปิดตัวสแกนเนอร์ใหม่ โซลูชันจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลรวดเร็ว คล่องตัว เพื่อธุรกิจยุคใหม่ เอปสัน แบรนด์เครื่องสแกนเอกสารอันดับ 1 ในอาเซียน เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อเสริมประสิทธิภาพองค์กรธุรกิจ เปิดตัวสแกนเนอร์เอกสาร A4 รุ่นใหม่ WorkForce DS-1730 และ DS-1760WN รองรับทุกความต้องการด้านการสแกนในสำนักงานยุคดิจิทัล ทั้งความเร็ว การใช้งานยืดหยุ่น และการจัดเก็บข้อมูลที่ง่ายขึ้น ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น    เครื่องสแกนรุ่นใหม่นี้สามารถสแกนได้เร็วสูงสุดถึง 30 แผ่นต่อนาที เมื่อใช้ระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ ADF และเพียง 7 วินาทีต่อแผ่นเมื่อสแกนผ่าน Flatbed พร้อมถาดป้อนกระดาษบรรจุได้ถึง 60 แผ่น ช่วยให้สแกนเอกสารปริมาณมากได้อย่างราบรื่น รองรับสแกนเอกสารหลากหลายประเภท ทั้งภาพถ่าย บัตรประชาชน หนังสือหรือวัสดุหนา โดยมีฟีเจอร์สแกนสองหน้าแบบผ่านครั้งเดียว (One-pass Duplex) รวมถึงฟีเจอร์เพิ่มความคมชัดของตัวอักษร การปรับขอบภาพ และการลบรูเจาะเอกสาร เพื่อให้ได้ไฟล์คุณภาพสมบูรณ์แบบในทุกงานสแกน พร้อมระบบแจ้งเตือนฝุ่นบนกระจกที่ช่วยลดงานสแกนซ้ำ  ทั้งสองรุ่นยังมีโซลูชันจัดการเอกสารขั้นสูง รองรับซอฟต์แวร์ Document Capture Pro ที่เพิ่มประสิทธิภาพการแปลงข้อมูลเป็นไฟล์ PDF ที่ค้นหาได้ หรือไฟล์เอกสารสำนักงานที่สามารถแก้ไขได้ พร้อมการส่งเอกสารตรงขึ้นคลาวด์ อีเมล หรือโฟลเดอร์เครือข่าย สำหรับรุ่น DS-1760WN เพิ่มการทำงานแบบไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ผ่าน ScanWay สแกนโดยตรงไปยังเครือข่าย อีเมล หรือ USB พร้อมหน้าจอ LCD ทัชสกรีน 2.4 นิ้ว ง่ายต่อผู้ใช้ทุกคนในสำนักงาน นอกจากนี้ยังออกแบบส่วนประกอบหลักด้วยพลาสติกรีไซเคิลกว่า 30% เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมอบสมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ ในฐานะแบรนด์เครื่องสแกนเอกสารอันดับ 1 ในอาเซียน เอปสันยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมควบคู่กับการการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  

มหาจักรฯ จัดงาน “JBL Exclusive Sound Preview” เปิดประสบการณ์เสียงเหนือระดับ พร้อมอัปเดตไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด

มหาจักรฯ จัดงาน “JBL Exclusive Sound Preview”  เปิดประสบการณ์เสียงเหนือระดับ พร้อมอัปเดตไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องเสียงระดับโลกจากแบรนด์ JBL ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างเป็นทางการ ในงาน “JBL Exclusive Sound Preview” ณ M-Hall อาคารมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ (นานา) เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดจาก JBL และถ่ายทอดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เสียงให้กับ ทีมงานและพันธมิตร ทางธุรกิจได้สัมผัสก่อนใคร ภายในงานผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์เสียงจากผลิตภัณฑ์ JBL หลากหลายกลุ่ม อาทิ     ● ไฮไลต์แห่งปี “JBL BandBox Series”  เปิดตัวครั้งแรกกับ BandBox Solo และ BandBox Trio ลำโพงดีไซน์โมดูลาร์สุดล้ำ ที่สามารถเชื่อมต่อและปรับการจัดวางได้หลากหลายรูปแบบตามสไตล์ผู้ใช้ ผสานเทคโนโลยีเสียงระดับมืออาชีพของ JBL เข้ากับความยืดหยุ่นในการใช้งาน เหมาะกับทั้งการฟังเพลงในบ้านและงานอีเวนต์กลางแจ้ง โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ได้สัมผัสนวัตกรรม BandBox Series ก่อนใครในภูมิภาค         ● ลำโพงปาร์ตี้ (Party Speaker) Series ใหม่ล่าสุด ได้แก่  JBL PartyBox 520, PartyBox 720, PartyBox Encore 2 และ PartyBox Encore 2 Essentialมาพร้อมพลังเสียงอันทรงพลังด้วยเทคโนโลยี JBL Original Pro Sound และไฟเอฟเฟกต์ Dynamic Light Show ที่ซิงค์จังหวะกับเสียงเพลง เพิ่มสีสันให้ทุกปาร์ตี้ รองรับ Bluetooth 5.3 และการเชื่อมต่อไมค์สำหรับคาราโอเกะ         ● กลุ่มหูฟัง Open-ear รุ่นใหม่ 4 รุ่น ได้แก่ JBL Sense Lite, JBL Sense Pro, JBL Endurance Zone และ JBL Soundgear Clip  ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยี OpenSound ที่ให้เสียงธรรมชาติ ฟังเพลงได้อย่างปลอดภัยขณะออกกำลังกายหรือเดินทาง รุ่น Sense Pro ยังมาพร้อมระบบ Hi-Res Audio Wireless with adaptive bass boost มอบคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res ด้วยเทคโนโลยี LDAC ที่ส่งข้อมูลได้มากกว่า Bluetooth® ถึง 3 เท่า พร้อมระบบ Adaptive Bass Boost ที่ปรับเสียงเบสอัตโนมัติตามระดับเสียง เพื่อให้ได้เสียงชัดลึกและทรงพลังโดยไม่เกิดการบิดเบือน         ● ลำโพงพกพา (Portable Speaker) JBL Grip ลำโพงพกพาขนาดกะทัดรัด ดีไซน์สปอร์ต กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 และสามารถหนีบติดกระเป๋าหรือจักรยานได้ เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ ส่วน JBL Boombox 4 ลำโพงพลังเสียงหนักแน่นในตำนาน กลับมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง และฟีเจอร์ Powerbank ชาร์จมือถือได้ในตัว         ● หูฟังเกมมิ่ง (JBL Quantum Series) นำเสนอรุ่น Quantum 950, Quantum 650 และ Quantum 250 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี JBL QuantumSURROUND™ ที่ให้มิติเสียงสมจริงรอบทิศทาง พร้อมไมค์บูมถอดได้และระบบลดเสียงรบกวน เพื่อการเล่นเกมที่เต็มอรรถรส     ช่วง Product Training โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาจักรฯ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งาน และจุดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับทีมขายและพันธมิตร ทางธุรกิจในการถ่ายทอดประสบการณ์เสียงของ JBL สู่ผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน กิจกรรม ‘JBL Exclusive Sound Preview’ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัท มหาจักรฯ ในการถ่ายทอดประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของ JBL ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีเสียงที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : https://lin.ee/dKalYBy Facebook : https://url.in.th/lFBvd,  https://url.in.th/aKVtb Instagram : https://www.instagram.com/mahajaklife/, https://www.instagram.com/jblthailand/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk, https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

เอปสันสานต่อ Epson EcoWaste ปี 5 แค่คืนขวดหมึกเปล่า ก็ช่วยโลกได้

เอปสันสานต่อ Epson EcoWaste ปี 5 แค่คืนขวดหมึกเปล่า ก็ช่วยโลกได้ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสู่ปีที่ 5 ของโครงการ “Epson EcoWaste” โครงการรีไซเคิลขวดหมึกและตลับหมึกที่ใช้แล้วจากลูกค้าทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการลดปริมาณขยะพลาสติก และสร้างความตระหนักรู้ในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการ Epson EcoWaste เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เครื่องพิมพ์เอปสันมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ เพียงนำขวดหมึกหรือตลับหมึกที่ใช้แล้วมาส่งคืนที่ร้านตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 165 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแลกรับส่วนลด 20 บาท สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ในรุ่นและสีเดียวกัน โดยโครงการเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาถึง 31 มีนาคม 2569     ล่าสุดนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร และนางสาวปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และ การตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งมอบขวดหมึกใช้แล้วที่ลูกค้าได้ส่งร่วมโครงการให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี เอส เอ็ม พลาสิเท็ค กรุ๊ป ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ได้รับมาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS) Certification โดยมีนายฐิติพันธ์ วาณิชธนศรี กรรมการผู้จัดการ และนายธนาชัย วาณิชธนศรี ผู้จัดการโครงการและนวัตกรรม เป็นตัวแทนรับมอบขวด จำนวน 51,274 ขวด น้ำหนักรวม 1,633.08 กิโลกรัม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยโต๊ะ 1 ตัวผลิตจากขวดหมึกรีไซเคิล จำนวน 261 ขวด คิดเป็นน้ำหนัก 7.03 กิโลกรัม และเก้าอี้ 1 ตัว ใช้จำนวน 129 ขวด คิดเป็นน้ำหนัก 3.46 กิโลกรัม เอปสันเชิญชวนลูกค้าทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนขวดหมึกใช้แล้วให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ เพื่อสร้างชุมชนสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 ผู้สนใจสามารถดูรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมและเงื่อนไขโครงการได้ที่ www.epson.co.th/eco-waste  

KEF เปิดตัว CODA W ลำโพงไร้สาย All-in-One รุ่นล่าสุด ลำโพงคลาสสิกร่วมสมัยที่ให้เสียงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้

KEF เปิดตัว CODA W ลำโพงไร้สาย All-in-One รุ่นล่าสุด ลำโพงคลาสสิกร่วมสมัยที่ให้เสียงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ กว่า 60 ปีที่ KEF มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงไฮไฟ (High-Fidelity) ที่เหนือระดับ ล่าสุด KEF ได้เปิดตัว Coda W ลำโพง All-in-One ที่ผสมผสานจิตวิญญาณดั้งเดิมของซีรีส์ Coda เข้ากับนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อมอบเสียงที่คมชัดอย่างไร้ที่ติและใช้งานง่าย     สัมผัสประสบการณ์การฟังที่ครบครัน KEF Coda W ได้รับแรงบันดาลใจจาก KEF ซีรีส์ Coda ต้นฉบับที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงเสียงไฮไฟได้ง่ายขึ้น ด้วยการผสานความแม่นยำทางเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ KEF เข้ากับการใช้งานที่เรียบง่าย ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการฟังแผ่นเสียงคลาสสิก หรือสตรีมมิ่งเพลงแบบไร้สาย Coda W ก็สามารถมอบเสียงที่เต็มอิ่มและเติมเต็มทุกพื้นที่ในห้องได้อย่างงดงาม  คุณ Grace Lo, President and Head of Global Marketing ของ KEF กล่าวว่า “เราออกแบบ Coda W สำหรับผู้ที่รักพิธีกรรมของการฟังแผ่นเสียง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ปล่อยเข็มลงบนแผ่นหรือความรู้สึกที่ต้องรอ ด้วย Coda W คุณจะสามารถดื่มด่ำกับรายละเอียดอันลึกซึ้งของแผ่นเสียงได้อย่างเต็มที่ พร้อมสลับไปสตรีมเพลงใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่น นี่คือการค้นพบเพลงโปรดของคุณอีกครั้งในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"     เทคโนโลยีเสียงที่เป็นหัวใจสำคัญ หัวใจของ Coda W คือ ไดรเวอร์ Uni-Q® เจเนอเรชันที่ 12 ซึ่งทำงานเสมือนแหล่งกำเนิดเสียงจุดเดียว โดยทวีตเตอร์จะถูกวางไว้ในตำแหน่งศูนย์กลางของวูฟเฟอร์อย่างแม่นยำ ทำให้เสียงกระจายไปทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ สร้างประสบการณ์การฟังที่สมจริง  Coda W ให้กำลังขับรวม 200 วัตต์ ลำโพงทั้งตัวหลักและตัวรองมาพร้อมแอมพลิฟายเออร์เฉพาะสำหรับทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ ทำให้สามารถส่งมอบเสียงที่เต็มอิ่มครอบคลุมทั่วห้องได้จากตู้ลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก KEF ได้พัฒนา Music Integrity Engine® ซึ่งเป็นชุดอัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับ Coda W เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ความละเอียด และความแม่นยำของเสียงโดยรวม  Coda W ใช้ Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อมอบเสียงคุณภาพสูงและมีความหน่วงต่ำสำหรับการฟังเพลงที่ราบรื่น ให้ความคมชัดที่ยอดเยี่ยมและการเชื่อมต่อที่เสถียร Codec aptX Lossless™ รองรับความละเอียดระดับ CD สูงสุด 16-bit/44.1 kHz ทำให้ลำโพงสามารถสร้างเสียงได้อย่างคมชัดไร้ที่ติและมีช่วงไดนามิกที่กว้าง พร้อมเก็บรายละเอียดที่บริสุทธิ์ของเพลงโปรดของคุณไว้ได้อย่างครบถ้วน      ออกแบบมาเพื่อผู้หลงใหลในแผ่นเสียงและผู้ใช้งานยุคใหม่ Coda W ถูกออกแบบมาให้พร้อมใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเกือบทุกรุ่น ด้วยปรีแอมป์โฟโน (phono pre-amplifier) ในตัวที่ให้คุณเชื่อมต่อตรงได้ทันที นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ สำหรับการสตรีมเพลงคุณภาพสูงจากโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปได้, HDMI ARC สำหรับการเชื่อมต่อกับทีวี, USB-C สำหรับคอมพิวเตอร์ รองรับการถอดรหัสเสียงความละเอียดสูงได้ถึง 24-bit/192kHz และอินพุตอื่นๆ เช่น RCA และ Optical เพื่อรองรับแหล่งสัญญาณเสียงที่หลากหลาย ทำให้ Coda W เป็นศูนย์กลางเสียงที่ครบครันอย่างแท้จริง หากต้องการเสียงเบสที่หนักแน่นขึ้น Coda W ยังมีเอาต์พุตสำหรับซับวูฟเฟอร์โดยเฉพาะเพื่อเชื่อมต่อกับซับวูฟเฟอร์ KEF ที่รองรับ นอกจากนี้ยังมีชุดอะแดปเตอร์ซับวูฟเฟอร์ไร้สาย KW1 (จำหน่ายแยก) ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างอิสระยืดหยุ่นมากขึ้น     การควบคุมที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ Coda W มีแผงควบคุมที่ใช้งานง่ายบนตัวลำโพง และสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ผ่านแอปพลิเคชัน KEF Connect ซึ่งช่วยให้คุณจัดการการตั้งค่าลำโพง อัปเดตเฟิร์มแวร์ และเลือกค่า EQ ที่เหมาะสมกับความชอบส่วนตัว ดีไซน์ทันสมัยเหนือกาลเวลา Coda W มาพร้อมความสง่างามแบบมินิมอลด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและการเก็บรายละเอียดที่ประณีต นำเสนอรูปทรงที่เหนือกาลเวลาที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย สามารถเข้ากับห้องนั่งเล่น โฮมสตูดิโอ ห้องทำงาน หรือมุมอ่านหนังสือได้อย่างลงตัว มีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ Vintage Burgundy, Nickel Grey, Moss Green, Midnight Blue และ Dark Titanium แต่ละสีได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในที่หลากหลายได้อย่างเป็นธรรมชาติ     สรุปคุณสมบัติ •    ไดรเวอร์ Uni-Q เจเนอเรชันที่ 12 ขนาด 5.25 นิ้ว เพื่อเสียงที่แม่นยำและบริสุทธิ์  •    Music Integrity Engine® (MIE) อัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์และรายละเอียดของเสียง •    การเชื่อมต่อแบบ Plug-and-play สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเกือบทุกรุ่น RCA (Phono) พร้อมปรีแอมป์โฟโนในตัว) •    Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อเสียงคุณภาพสูงและมีความหน่วงต่ำ •    รองรับ aptX Lossless™ สำหรับความละเอียดระดับ CD สูงสุด 16-bit/44.1kHz ผ่าน Bluetooth •    การเชื่อมต่อที่ครอบคลุม สำหรับทีวี, คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และอื่นๆ (USB-C, HDMI ARC, optical, RCA (Line), subwoofer output) •    กำลังขับของระบบ (ต่อข้าง): LF 70W Class D, HF 30W Class D, Max. SPL: 102dB  •    สายเชื่อมต่อระหว่างลำโพง C-Link ความยาว 3 เมตร (อุปกรณ์พื้นฐาน) และ 8 เมตร (จำหน่ายแยก) อุปกรณ์เสริมสำหรับความยืดหยุ่นในการจัดวาง •    ขาตั้งพื้น SQ1 มีจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เสริม      มีให้เลือก 5 สี: Vintage Burgundy, Nickel Grey, Moss Green, Midnight Blue และ Dark Titanium ราคาจำหน่าย: 35,900 บาท สถานที่จัดจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย KEF ทั่วประเทศ  https://www.vgadz.com/kef-dealer/ #KEF #KEFListenandbelieve #KEFCodaW #KEFWirelessHiFi #KEFAUDIOTHAILAND ข้อมูลเพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ: บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โทร 02-692-5216

Flashback Sale : Sale ย้อนเวลา ไล่ล่าของแรร์!

Flashback Sale  Sale ย้อนเวลา ไล่ล่าของแรร์! สินค้าตกรุ่น |  ค้างสต็อก |  ตัวโชว์ |  มีตำหนิ |  รุ่นหายาก สินค้าจำหน่ายตามสภาพ เหมาะสำหรับซื้อสำรองเป็นอะไหล่ โอกาสสุดท้าย ไม่อยากให้คุณต้องพลาด! ราคานี้ไม่มีอีกแล้ว หมดแล้วหมดเลย! ตั้งแต่ วันที่ 31 ต.ค. 68 – วันที่ 2 พ.ย. 68 เวลา: 8.30 น. – 17.00 น. (เวลาทำการสำนักงานใหญ่) ที่บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (สำนักงานใหญ่) ซอยรามคำแหง 24 แยก 2 โทร: 02-266-8136-8, 02-234-6467-8     

บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด ร่วมกับ บริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด เปิดตัวโชว์รูมใหม่ Soft Opening Showroom “PANTHEON”

บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด ร่วมกับ บริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด เปิดตัวโชว์รูมใหม่ Soft Opening Showroom “PANTHEON”      บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด (O2E Supply) และบริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด ร่วมเปิดตัวโชว์รูมใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ DecorScape ทองหล่อ ด้วยแนวคิด One-Stop Solution Showroom ศูนย์รวมวัสดุหรูและเทคโนโลยีบ้านครบวงจร มีกลุ่มเป้าหมายคือ  B2B2C (เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์, โรงแรม, รีเทล, สถาปนิก, อินทีเรีย และเจ้าของบ้าน)       การนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ "Next Chapter of Luxury Living" มาในรูปแบบของ House Experience เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส Product Showcase ผ่านโชว์รูมที่แบ่งโซนจริง ทั้งในห้องลีฟวิ่งรูม ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องโฮมเธียร์เตอร์ โดยผสมผสานงานหิน Evostone และบรรยากาศของร้านกาแฟ อีกทั้งมีเฟอร์นิเจอร์แบรนด์หรูจากยุโรปอีกจำนวนมากแบบครบจบในที่เดียว     นวัตกรรมที่จะโชว์ใน Showroom จาก Evostone by Fiandre ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Active Surfaces สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ฟอกอากาศ และทำความสะอาดตัวเองได้อัตโนมัติ ส่วนผิววัสดุจะกันน้ำ 100% น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มอบทั้งความงามแบบหินธรรมชาติด้วยนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยและยั่งยืน อีกทั้งยังมีนวัตกรรม Hyper touch Technology ที่เป็น Smart Surface ซ่อนระบบควบคุมไว้ในผิววัสดุอย่างแนบเนียน เพียงปลายนิ้วสัมผัส นวัตกรรม HALO Furniture เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบด้วยแนวคิด Modular Design ดีไซน์ร่วมสมัย และสื่อถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ พร้อมการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามการใช้งานจริง ผลิตจากวัสดุพรีเมียมที่ทนทาน มีคุณสมบัติป้องกันคราบ และรอยขีดข่วน พร้อมดีไซน์ Ergonomic รองรับสรีระให้นั่งสบายทุกมิติ นอกจากนี้แบรนด์ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยวัสดุ Sustainable และโดดเด่นด้วยการผสาน Seamless Integration ที่เข้ากับหิน แสง และเสียง ในโชว์รูมอย่างสมบูรณ์แบบ       ไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โคมไฟ Architectural Lighting ชั้นนำระดับประเทศ จาก LUMENCRAFT และแบรนด์ไฟตกแต่งดีไซน์ระดับโลก เช่น Quasar, Bomma, Penta, Bover, Knikerboker, A-Emotional Light  และยังเป็น Audio Partner เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย กับ KEF แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก โดยในโชว์รูม PANTHEON จะจัดโชว์ระบบเสียงในบ้านจาก KEF AUDIO ทั้งแบบ Custom Installation, ลำโพง Passive HiFi และ Active HiFi ครบทุกรุ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ ได้แก่ เจ้าของบ้าน Luxury, บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการ High-End รวมทั้ง Interior Designer และสถาปนิกที่ต้องการ Solution ครบวงจร      การสร้างสรรค์โชว์รูม PANTHEON มีที่มาจากแนวคิดในการสร้างสถานที่ที่เป็นมากกว่าโชว์รูมทั่วไป แต่เป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมและแรงบันดาลใจแห่งการใช้ชีวิต และออกแบบให้เป็น Immersive Experience Hub ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสแสง เสียง ระบบสมาร์ทโฮม พร้อมสัมผัสนวัตกรรมที่เป็น Lifestyle Integration อย่างแท้จริง        

SALE ยกคลัง ลดครั้งใหญ่ สูงสุดถึง 90% จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์เสียง ที่ Mahajak Outlet

SALE ยกคลัง ลดครั้งใหญ่ สูงสุดถึง 90% จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์เสียง ที่ Mahajak Outlet  บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี Mahajak Outlet Sale ยกคลัง 2025 ลดสูงสุดถึง 90% ที่ มหาจักร เอาท์เลท รามคำแหง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568 นี้!! รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังจากมหาจักรฯ ทั้ง ลำโพงพกพา หูฟัง Lifestyle, เครื่องเสียงระดับมืออาชีพ Professional Audio, เครื่องเสียงบ้าน Home Audio, เครื่องเสียงติดรถยนต์ JBL Car Audio พบกับสินค้านาทีทอง ลดราคาพิเศษจำกัดจำนวนต่อวัน และสินค้าอื่นๆ อีกมากมายในงาน พร้อมของแถมสุดพิเศษฟรี!! (เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนดเฉพาะภายในวันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น) ที่ Mahajak Outlet รามคำแหง วันที่ 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568 (ไม่มีวันหยุด) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. เงื่อนไข • ระยะเวลา 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568  • สินค้าลดราคาพิเศษ สินค้าตกรุ่น สินค้าตัวโชว์ สินค้ามีตำหนิขายตามสภาพ และมีจำนวนจำกัด • ใบเสร็จ 1 ใบ สามารถแลกรับของแถมฟรีได้ 1 สิทธิ์เท่านั้น (เฉพาะภายในวันที่ซื้อสินค้า) • ในกรณีที่ลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับคืน และเปลี่ยนสินค้าทุกกรณี • สอบถามเงื่อนไขการรับประกันได้ที่จุดขาย • เงื่อนไขการรับประกันสินค้า ต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น • โปรดตรวจสอบสินค้า และพิจารณาก่อนชำระเงินทุกครั้ง สถานที่ : Mahajak OUTLET รามคำแหง Google map : https://maps.app.goo.gl/yzAh35wQpc4kuh347 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mahajak Outlet Line : @mahajakoutlet เบอร์โทรศัพท์ 02-590-0396    

ขอแนะนำ KEF Muo (มิว-โอ) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาระดับไฮไฟที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่! มาใน 7 สีสันสดใส

ขอแนะนำ KEF Muo (มิว-โอ) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาระดับไฮไฟที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่! มาใน 7 สีสันสดใส KEF Muo: นิยามใหม่ของเสียงระดับไฮไฟแบบพกพา กว่า 60 ปีที่ได้ส่งมอบประสบการณ์เสียงอันน่าทึ่ง KEF ได้ยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงแบบพกพาไปอีกขั้นกับลำโพง Muo เจเนอเรชันใหม่ Muo มอบเสียงระดับไฮไฟ ด้วยเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ในดีไซน์ที่พกพาง่ายและใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคุณ Muo ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จาก Ross Lovegrove ดีไซเนอร์ระดับโลก สร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม โดยมีสายคล้องพกพาที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว และตัวลำโพงยังทำจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งแปรรูปมาจากขยะในชีวิตประจำวันเพื่อความยั่งยืนผสานเข้ากับนวัตกรรมเสียงที่เป็นหัวใจหลักของ KEF ทำให้ Muo เป็นมากกว่าลำโพง แต่คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่พร้อมไปกับคุณในทุกๆ การเดินทาง     ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือกว่า แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ Muo ก็ให้เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยไดรเวอร์แบบ Racetrack ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี P-Flex Surround ที่พัฒนาจากซับวูฟเฟอร์รุ่นท็อป KC62 และ KC92 ของ KEF ให้เสียงเบสที่ลึกและแน่น พร้อมรายละเอียดเสียงที่คมชัดในทุกย่านเสียง หรือแม้แต่รูปแบบการใช้งานไม่ว่าจะวางตั้งตรงหรือแนวนอนราบ Muo จะปรับ EQ โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเสียง     นอกจากนี้ Music Integrity Engine® (MIE) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของลำโพง KEF อย่างรุ่น LS60 Wireless ยังถูกนำมาใช้ใน Muo ช่วยให้เสียงมีความสมบูรณ์แบบ ไร้ความผิดเพี้ยน และรองรับการเชื่อมต่อคุณภาพสูงผ่าน Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเสียงเพลงที่ศิลปินตั้งใจให้เป็น MUO รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair ได้ในคลิกเดียว หรือเชื่อมต่อแบบมีสายผ่านพอร์ต USB-C สามารถจับคู่ลำโพงสองตัวเพื่อสร้างระบบเสียงสเตอริโอ หรือหลายตัวเพื่อเพิ่มพลังเสียงด้วย Auracast™     ทนทาน พร้อมลุยไปทุกที่ Muo ไม่เพียงแต่ให้เสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีความทนทานสูง ด้วยคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 พร้อมใช้งานในทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ -20°C ถึง 45°C ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำ หรือการตั้งแคมป์ในป่า Muo ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จด่วนเพียง 15 นาทีก็สามารถฟังเพลงโปรดได้นานถึง 3 ชั่วโมง ให้คุณสนุกกับเสียงเพลงได้แบบไม่มีสะดุด   สีสันที่สะท้อนความเป็นคุณ Muo โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและมีสไตล์ ด้วยตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง และมีให้เลือกถึง 7 สีสันสดใส ได้แก่ Silver Dusk, Amber Haze, Orange Moon, Blue Aura, Moss Green, Cocoa Brown และ Midnight Black พร้อมสายคล้องพกพาที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว เติมเต็มชีวิตด้วยเสียงเพลงคุณภาพสูงที่สะท้อนสไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้กับ KEF Muo (มิว-โอ)       สรุปคุณสมบัติ •    Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อเสียงระดับไฮไฟและมีความหน่วงต่ำ  •    ไดรเวอร์แบบ Racetrack ขนาดใหญ่ให้เสียงที่เต็มห้องและเสียงเบสที่ทรงพลังในดีไซน์แบบพกพา  •    เทคโนโลยี P-Flex Surround ช่วยให้การสร้างเสียงเบสมีความแม่นยำและมีรายละเอียด  •    Music Integrity Engine® (MIE) – อัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์และรายละเอียดของเสียง  •    ระยะเวลาการเล่นสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ระดับเสียงปานกลาง  •    ดีไซน์ระดับ IP67 – กันน้ำและกันฝุ่น  •    ลำโพงสำหรับเสียงโทรศัพท์ที่คมชัดพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อน  •    สามารถจับคู่แบบสเตอริโอสำหรับ True Wireless Stereo (TWS) หรือเชื่อมโยงลำโพง Muo หลายตัวผ่าน Auracast™  •    Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair เพื่อการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย  •    พอร์ต USB Type-C สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายกับแล็ปท็อป  •    ดีไซน์โดย Ross Lovegrove ที่สะท้อนรูปทรงอันโดดเด่นของ KEF MUON  •    สายคล้องสำหรับพกพาแบบโทนสีเดียวกันที่สามารถถอดได้      มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ Silver Dusk, Amber Haze, Orange Moon, Blue Aura, Moss Green, Cocoa Brown และ Midnight Black  ราคาจำหน่าย: 10,900 บาท สถานที่จัดจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย KEF ทั่วประเทศ  https://www.vgadz.com/kef-dealer/ #KEF #MUO #KEFListenandbelieve #KEFAUDIOTHAILAND ข้อมูลเพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ: บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โทร 02-692-5216  

ศุลกากรไทยยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ศุลกากรไทยยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากรไทยสามารถสกัดกั้นและยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด ที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย จากการตรวจยึดครั้งใหญ่ 2 ครั้งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภคในประเทศไทย สินค้าที่ถูกยึดได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นของปลอมและละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น โดยความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่นและกรมศุลกากรไทย ภายใต้การสนับสนุนจากเอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจยึดเชิงรุกต่อผู้นำเข้า และอายัดตู้สินค้าที่สงสัยว่าละเมิดสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ     หลังการตรวจสอบและยืนยันอย่างละเอียด หมึกปลอมทั้งหมดถูกยึดถาวร และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้กระทำผิดจะรับโทษตามกฎหมายไทย โดยสินค้าปลอมทั้งหมดจะถูกทำลายในพิธีทำลายประจำปีของรัฐบาลไทย สะท้อนถึงนโยบาย “ไม่ยอมรับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์” ของประเทศไทย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่สุจริต เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเน้นย้ำให้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกซื้อหมึกเอปสันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับกรมศุลกากรไทยและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ เพื่อปกป้องผู้บริโภคและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสินค้าปลอมอย่างต่อเนื่อง  

มหาจักร ถ่ายทอดประสบการณ์ “FLUX IMMERSIVE: THE NEW ERA OF SPATIAL AUDIO” ผสานนวัตกรรมเสียงและศิลปะการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ

มหาจักร ถ่ายทอดประสบการณ์  “FLUX IMMERSIVE: THE NEW ERA OF SPATIAL AUDIO” ผสานนวัตกรรมเสียงและศิลปะการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ   บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดงาน “Flux Immersive: The New Era of Spatial Audio” ณ  M-Hall อาคารมหาจักร สำนักงานใหญ่ นานา เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเสียงรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเสียง Immersive Sound เข้ากับงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่โอบล้อมผู้เข้าร่วมงานด้วยมิติแห่งเสียงและภาพที่สมบูรณ์แบบ     ในช่วง Product Introduction โดยมี คุณเกมส์ ศุภเสกข์ แสนมโน – Integrated Solutions Manager จากบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด และ คุณ Bjorn van Munster ( FLUX:: ) Harman Professional Senior Business Development Manager มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการพัฒนาระบบเสียง Immersive Sound รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน     นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์ วรวิทย์ พิกุลทอง (คุณบอย อินคา) ศิลปินและอาจารย์พิเศษผู้มีบทบาทสำคัญในการเรียบเรียงและผลิตเสียงดนตรี Immersive Sound ตลอดทั้งงาน อีกทั้งยังได้ร่วมแบ่งปันความรู้และเทคนิคด้านการทำเพลงในฐานะวิทยากร (Speaker) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ร่วมงาน     ด้านงานสร้างสรรค์ภาพและบรรยากาศ ได้รับความร่วมมือจาก คุณจันทร์เพ็ญ กูลแก้ว (อาจารย์จิ๊บ) และทีม Decide Kit ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ Visual Mapping อันงดงาม ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศภายในงานให้สมบูรณ์ พร้อมการถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น     อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือการแสดงจาก คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่มาร่วมสร้างสรรค์โชว์พิเศษ แสดงให้เห็นถึงพลังของ Immersive Sound ที่สามารถยกระดับศิลปะการแสดงได้อย่างน่าประทับใจ การจัดงาน “Flux Immersive: The New Era of Spatial Audio” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของมหาจักร ในการยกระดับมาตรฐานการนำเสนอเทคโนโลยีด้านเสียงระดับมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการดนตรีและศิลปะการแสดงในประเทศไทย   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakPro/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_Pro/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

เอปสัน เปิดตัวแคมเปญซีเอสอาร์ประจำปี “วิถีไทยไร้พลาสติก” ประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย พับใบตองลดการใช้พลาสติก

เอปสัน เปิดตัวแคมเปญซีเอสอาร์ประจำปี “วิถีไทยไร้พลาสติก” ประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย พับใบตองลดการใช้พลาสติก กรุงเทพฯ – เอปสัน ประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรมซีเอสอาร์ประจำปี 2568 ภายใต้แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” เพื่อรณรงค์ลดและเลิกการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวัน โดยประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” ที่พาสื่อมวลชนและพนักงานร่วมสัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาไทยผ่านการพับภาชนะจากใบตองสุดสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ลดขยะพลาสติก และยังต่อยอดเป็นอาชีพได้     ทีมผู้บริหารเอปสัน ประเทศไทย ได้แก่ นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร นางสาวปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด และนางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแบรนด์และสื่อสารองค์กร นำสื่อมวลชนและพนักงานร่วมกิจกรรม โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ขจร อิศราสุชีพ อาจารย์ประจำสาขา วิชาคหกรรมศาสตร์ประยุกต์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มาร่วมถ่ายทอดความรู้และสอนเทคนิคการพับใบตอง กิจกรรมจัดขึ้นทั้งหมด 2 รอบ สำหรับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมเดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก พร้อมบริการรถรับส่งด้วยรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า MuvMi ซึ่งสะท้อนถึงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร และสำหรับพนักงานเอปสัน จัดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองครั้งกว่า 100 คน สามารถสร้าง สรรค์ภาชนะจากใบตองได้มากถึง 500 ชิ้น เทียบเท่าการลดการใช้กล่องพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งได้ 500 ใบ หรือคิดเป็นการลดใช้พลาสติกกว่า 16 กิโลกรัม และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 30 กิโลกรัมคาร์บอน ไดออกไซด์เทียบเท่า     นายยรรยง มุนีมงคลทร กล่าวว่า “เอปสันมีความยินดีที่กิจกรรม Leaf Plastic Behind ทั้งสองครั้ง ไม่เพียงสะท้อนเสน่ห์วิถีไทย แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในการหันมาใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อม เอปสันเชื่อว่าก้าวเล็ก ๆ ของพวกเราจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้จริง” แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงพันธกิจของเอปสันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนว ทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่ไปกับการสร้างโลกที่ยั่งยืน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันนำความรู้และแรงบันดาลใจที่ได้จากกิจกรรมนี้ไปต่อยอดทั้งในชีวิตประจำวันและการสื่อสารสู่สังคม เพื่อร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม