News
เอปสันเผยผลประกวดภาพถ่าย Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16 ช่างภาพอาเซียนคว้าหลายรางวัล

เอปสันเผยผลประกวดภาพถ่าย Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16  ช่างภาพอาเซียนคว้าหลายรางวัล 12 ธันวาคม 2025 – เอปสันขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะรางวัล Epson International Pano Awards ครั้งที่ 16 การประกวดภาพถ่ายพาโนรามาที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของช่างภาพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะวิลเลียม ชัว (William Chua) จากสิงคโปร์ ผู้คว้ารางวัล The Pano Awards Southeast Asia Open Photographer of the Year 2025 Epson International Pano Awards ยังคงเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผลงานภาพถ่ายพาโนรามาจากทั่วทุกมุมโลก โดยในปีนี้ช่างภาพจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง หลังจากเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักร่วมตั้งแต่ปี 2024 ผลงานภาพ “Wildebeest” ของวิลเลียม ชัว โดดเด่นด้วยมุมมองสร้างสรรค์ ถ่ายทอดพลังและความตื่นเต้นของการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ของวิลเดอบีสต์ในเคนยาได้อย่างน่าประทับใจ  “ผมได้ดูการอพยพของวิลเดอบีสต์มาหลายครั้ง และมันยังคงทำให้ผมทึ่งเสมอ สิ่งที่ดึงดูดสายตาในครั้งนี้คือวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งที่หันกลับมาท่ามกลางความโกลาหล และผมรู้ทันทีว่านี่คือภาพที่ผมต้องการถ่าย” วิลเลียม ชัว  มร.ซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “นี่เป็นปีที่สองที่เอปสัน เอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ให้การสนับสนุนเวที Epson International Pano Awards และเรายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งจากช่างภาพในภูมิภาค ผลงานเหล่านี้สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของช่างภาพและครีเอเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเอปสันภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนและผลักดันศิลปะการพิมพ์ให้เป็นสื่อทรงพลังในการถ่ายทอดภาพพาโนรามาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักร่วมเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมกับเอปสัน ออสเตรเลีย มอบรางวัล อาทิ เครื่องพิมพ์ภาพ Epson SureColor P5360, P5330, P906 และโปรเจคเตอร์ Epson EB-1795F เพื่อเป็นเครื่องมือคุณภาพระดับมืออาชีพสำหรับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงาน นอกจากรางวัลชนะเลิศ ช่างภาพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังสร้างผลงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากเวียดนาม ซึ่งคว้า 6 จาก 10 ตำแหน่งผู้เข้ารอบสุดท้าย ขณะที่ช่างภาพไทยก็ได้รับการคัดเลือกเข้ารอบด้วยผลงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Silk of the Sea โดยคาว ถิ งอก เดียม (Cao Thi Ngoc Diem) ถ่ายทอดภาพการซักผ้าไหมในจังหวัดฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม และภาพ Dune II โดยอธิเมธ เลิศกิตติเวรุจน์ (Athimeth Lerdkkitveruj) จากประเทศไทย ซึ่งถ่ายทอดทิวทรายกว้างใหญ่ของนามิเบียในมุมมองพาโนรามาอันน่าทึ่ง ผลงานทั้งหมดสะท้อนความทะเยอทะยานทางศิลปะและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตามองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   มร.เดวิด เอวานส์ ภัณฑารักษ์ของงานประกวด Epson International Pano Awards ภัณฑารักษ์ของการแข่งขัน กล่าวว่า “ทุกปีขอบเขตของภาพถ่ายพาโนรามาถูกขยายออกไป และปี 2025 ก็ไม่ต่างกัน ด้วยแรงสนับสนุนจากเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอปสัน ออสเตรเลีย ทำให้เวทีนี้เข้าถึงผู้สร้างสรรค์ทั่วโลกมากขึ้น ผลงานที่เข้าประกวดเต็มไปด้วยความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศทางเทคนิค ซึ่งยืนยันว่าพาโนรามาคือหนึ่งในสื่อทรงพลังที่สุดในการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายร่วมสมัย” การแข่งขันในปีที่ 16 นี้ยังคงรวบรวมคณะกรรมการซึ่งเป็นช่างภาพพาโนรามาชั้นนำระดับโลก เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ยกระดับคุณภาพงานศิลปะภาพถ่ายประเภทนี้อย่างแท้จริง ชมผลงานทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ของการแข่งขัน: https://thepanoawards.com/2025-winners-gallery  

สัมผัสความหรูหราเหนือกาลเวลากับ MAHAJAK MEGA DEAL : JBL LUXURY AUDIO ลดสูงสุด 10%

สัมผัสความหรูหราเหนือกาลเวลากับ MAHAJAK MEGA DEAL  JBL LUXURY AUDIO ลดสูงสุด 10% บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เชิญคุณมาดื่มด่ำความประณีตแห่งเสียงระดับ ICONIC จาก JBL Luxury Audio ที่ผสานงานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับคุณภาพเสียงอันทรงพลังอย่างลงตัว พร้อมดีลสุดพิเศษในแคมเปญ MAHAJAK MEGA DEAL รับส่วนลดสูงสุด 10% พร้อมของขวัญพิเศษ เมื่อซื้อลำโพงรุ่นที่ร่วมรายการ อาทิ แผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection (จำนวนจำกัด) และขาตั้งลำโพง JS120 สำหรับชุด L100 Classic ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 15 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดโปรโมชั่นและสินค้าที่ร่วมรายการมีดังนี้ JBL Studio Monitor JBL 4312 MKII (สีดำ)         ราคาโปรโมชั่น 26,910 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL 4312 MKII (สีขาว)        ราคาโปรโมชั่น 25,415 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL 4305P          ราคาโปรโมชั่น 91,105บาท (จากราคา 95,900 บาท) JBL 4309           ราคาโปรโมชั่น 91,105 บาท (จากราคา 95,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท เมื่อซื้อลำโพง JBL 4305P หรือ JBL 4309 JBL 4329P         ราคาโปรโมชั่น 151,050 บาท (จากราคา 159,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS150 มูลค่า 20,000 บาท เมื่อซื้อลำโพง JBL 4329P JBL 4349          ราคาโปรโมชั่น 246,050 บาท (จากราคา 259,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น เมื่อซื้อลำโพง JBL 4349 JBL 4306          ราคาโปรโมชั่น 44,910 บาท (จากราคา 49,900 บาท) JBL 4428          ราคาโปรโมชั่น 152,100 บาท (จากราคา 169,000 บาท) JBL Classic Series JBL L52 Classic (สีส้ม/สีน้ำเงิน/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 37,905 บาท (จากราคา 39,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL L82 Classic (สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 85,405 บาท (จากราคา 89,900 บาท) JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 85,405 บาท (จากราคา 89,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS80 มูลค่า 15,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น เมื่อซื้อลำโพง JBL L82 Classic (สีดำ) หรือ JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ) JBL L100 MKII (สีส้ม/สีน้ำเงิน/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 170,050 บาท (จากราคา 179,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL L75MS ราคาโปรโมชั่น 56,905 บาท (จากราคา 59,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL TT350 ราคาโปรโมชั่น 36,005 บาท (จากราคา 37,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi System Hi-Fi Classic 1 (สีส้ม/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 113,050 บาท (จากราคา 119,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS80 มูลค่า 15,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi Digital Set 2 (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 41,705 บาท (จากราคา 43,900 บาท) *แถมฟรี แผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Hi-Fi Digital Set 3 (สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 43,605 บาท (จากราคา 45,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 มูลค่า 22,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น JBL Classic Set JBL Classic 100 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 227,050 บาท (จากราคา 239,000 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 มูลค่า 17,900 บาท และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Integrated Amp JBL SA550     ราคาโปรโมชั่น 65,610 บาท (จากราคา 72,900 บาท) JBL SA750     ราคาโปรโมชั่น 71,910 บาท (จากราคา 79,900 บาท) Player JBL MP350     ราคาโปรโมชั่น 32,310 บาท (จากราคา 35,900 บาท) สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ, Showroom มหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB และ Mahajak Online >> https://www.mahajak.com/th/mega-campaign/luxury-audio.html เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชั่น 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569 - สินค้าราคาโปรโมชั่นรวม VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกิน วันที่ 30 มกราคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถมผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถม ผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับขอแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชั่นในทุกกรณี - ของแถมจะจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line: @Mahajakstore - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk , https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

MAHAJAK MEGA DEAL 2025 ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ จากแบรนด์ JBL และ DENON พร้อมส่วนลดสูงสุด 29%

MAHAJAK MEGA DEAL 2025 ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ จากแบรนด์ JBL และ DENON พร้อมส่วนลดสูงสุด 29% บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ชวนสัมผัสประสบการณ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับไฮเอนด์กับแคมเปญ MAHAJAK MEGA DEAL จากแบรนด์ JBL และ Denon ที่ยกระดับทุกอารมณ์ด้วยคุณภาพเสียงอันสมบูรณ์แบบ มอบส่วนลดสูงสุด 29% พร้อมของขวัญพิเศษสำหรับสินค้าในรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 15 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดโปรโมชั่นและสินค้าที่ร่วมรายการมีดังนี้ JBL Soundbar  JBL Bar 5.0 Multi Beam  ราคาโปรโมชั่น 10,965 บาท (จากราคา 12,900 บาท) JBL Bar 300     ราคาโปรโมชั่น 14,365 บาท (จากราคา 16,900 บาท) JBL Bar 500     ราคาโปรโมชั่น 19,465 บาท (จากราคา 22,900 บาท) JBL Bar 9.1       ราคาโปรโมชั่น 19,900 บาท (จากราคา 27,900 บาท JBL Bar 800     ราคาโปรโมชั่น 25,415 บาท (จากราคา 29,900 บาท) JBL Bar 1000    ราคาโปรโมชั่น 30,515 บาท (จากราคา 35,900 บาท) JBL Bar 1300    ราคาโปรโมชั่น 42,415 บาท (จากราคา 49,900 บาท) Denon Soundbar  **โปรโมชั่นเฉพาะโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น Denon Heos Home Cinema  ราคาโปรโมชั่น 15,900 บาท (จากราคา 29,900 บาท) Denon Heos Bar              ราคาโปรโมชั่น 19,900 บาท (จากราคา 35,900 บาท) Denon Heos Subwoofer      ราคาโปรโมชั่น 15,900 บาท (จากราคา 22,900 บาท) พิเศษ!! เมื่อซื้อ Denon Heos Subwoofer คู่กับ Denon Heos Bar เหลือเพียง 30,000 บาท (จากราคา 58,800 บาท) Harman Kardon Enchant Harman Kardon Enchant 900      ราคาโปรโมชั่น 20,805 บาท (จากราคา 21,900 บาท) Harman Kardon Enchant Sub       ราคาโปรโมชั่น 15,105 บาท (จากราคา 15,900 บาท) Harman Kardon Enchant 1100     ราคาโปรโมชั่น 28,405 บาท (จากราคา 29,900 บาท) Harman Kardon Enchant Speaker  ราคาโปรโมชั่น 9,405 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon AV Receiver Denon AVR-X1700H     ราคาโปรโมชั่น 24,210 บาท (จากราคา 26,900 บาท) Denon AVR-X2700H     ราคาโปรโมชั่น 31,410 บาท (จากราคา 34,900 บาท) Denon AVC-X3700H     ราคาโปรโมชั่น 39,510 บาท (จากราคา 43,900 บาท) Denon AVC-X4700H     ราคาโปรโมชั่น 57,510 บาท (จากราคา 63,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 5 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 16,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า Denon AVR-X1700H, AVR-X2700H, Denon AVC-X3700H หรือ Denon AVC-X4700H Denon AVC-X6700H     ราคาโปรโมชั่น 87,210 บาท (จากราคา 96,900 บาท)     *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 7 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 22,900 บาท) Denon AVR-X250BT     ราคาโปรโมชั่น 10,965 บาท (จากราคา 12,900 บาท Denon AVR-X580BT     ราคาโปรโมชั่น 16,915 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon AVR-X1800H     ราคาโปรโมชั่น 24,565 บาท (จากราคา 28,900 บาท) Denon AVR-X2800H     ราคาโปรโมชั่น 33,915 บาท (จากราคา 39,900 บาท) Denon AVC-X3800H     ราคาโปรโมชั่น 47,515 บาท (จากราคา 55,900 บาท) Denon AVC-X4800H     ราคาโปรโมชั่น 72,165 บาท (จากราคา 84,900 บาท) Denon AVC-X6800H     ราคาโปรโมชั่น 84,065 บาท (จากราคา 98,900 บาท) Home Theater Stage Ultra HD 5 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 49,215 บาท (จากราคา 57,900 บาท) Stage Ultra HD 6 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 49,215 บาท (จากราคา 57,900 บาท) Stage Ultra HD 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 52,615 บาท (จากราคา 61,900 บาท) Stage Ultra HD 7 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2700H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 52,615 บาท (จากราคา 61,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 5 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 16,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้าชุด Home Theater Stage Ultra HD 5, Stage Ultra HD 6, Stage Ultra HD 2 หรือ Stage Ultra HD 7 Stage Ultra HD 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 65,365 บาท (จากราคา 76,900 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Denon Heos 7 (สีขาว/สีดำ) จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 22,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Stage Ultra HD 3 Premium Stage HD 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 56,015 บาท (จากราคา 65,900 บาท) Premium Stage HD 5 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 56,015 บาท (จากราคา 65,900 บาท) Premium Stage HD 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 56,865 บาท (จากราคา 66,900 บาท) Premium Stage HD 6 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage)     ราคาโปรโมชั่น 56,865 บาท (จากราคา 66,900 บาท) Premium Stage HD 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 67,915 บาท (จากราคา 79,900 บาท) Premium Stage HD 4 (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 81,515 บาท (จากราคา 95,900 บาท) Classic Espresso / Classic Latte (ประกอบด้วย JBL MA510 และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 116,100 บาท (จากราคา 129,000 บาท)  *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 800 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 29,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Classic Espresso หรือ Classic Latte Atmos Classic Espresso / Atmos Classic Latte (ประกอบด้วย JBL MA710 และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 152,100 บาท (จากราคา 169,000 บาท) Premium Espresso / Premium Latte (ประกอบด้วย JBL MA7100H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 179,100 บาท (จากราคา 199,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1000 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 35,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Classic Espresso,  Atmos Classic Latte, Premium Espresso หรือ Premium Latte Atmos Premium Espresso / Atmos Premium Latte (ประกอบด้วย JBL MA9100H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 197,100 บาท (จากราคา 219,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1300 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 49,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Premium Espresso หรือ  Atmos Premium Latte Double Espresso (ประกอบด้วย Denon AVR-X1800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 116,100 บาท (จากราคา 129,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 800 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 29,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Double Espresso  Atmos Double Espresso 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 134,100 บาท (จากราคา 149,000 บาท) Atmos Double Espresso 2 (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 170,100 บาท (จากราคา 189,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1000 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 35,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Double Espresso 1 หรือ Atmos Double Espresso 1 Atmos Double Espresso 3 (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) ราคาโปรโมชั่น 197,100 บาท (จากราคา 219,000 บาท) *แถมฟรี ลำโพง Soundbar JBL Bar 1300 จำนวน 1 ตัว (มูลค่า 49,900 บาท) เมื่อซื้อสินค้า ชุด Home Theater Atmos Premium Espresso 3 A/V Compact A/V Compact HD Set 2 (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Cinema 510) ราคาโปรโมชั่น 24,565 บาท (จากราคา 28,900 บาท) A/V Compact Set 1 (ประกอบด้วย Denon AVR-X250BT และชุดลำโพง JBL Cinema 510)    ราคาโปรโมชั่น 18,615 บาท (จากราคา 21,900 บาท)         Turntable Denon DP200USB        ราคาโปรโมชั่น 9,405 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon DP400 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 18,905 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon DP450USB (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 24,605 บาท (จากราคา 25,900 บาท) Denon DP3000NE         ราคาโปรโมชั่น 72,105 บาท (จากราคา 75,900 บาท) ModernTage Set Modern Tage Set 4 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม) ราคาโปรโมชั่น 47,405 บาท (จากราคา 49,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS65 (มูลค่า 22,900 บาท) และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Modern Tage Set 1 ราคาโปรโมชั่น 37,905 บาท (จากราคา 39,900 บาท) *แถมฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 (มูลค่า 17,900 บาท) และแผ่นเสียง Vinyl JBL 75th Jazz Vocal Collection จำนวน 1 แผ่น Mini Compo Denon Ceol N12 Dab (สีขาว/สีดำ) ราคาโปรโมชั่น 25,110 บาท (จากราคา 27,900 บาท) Denon Home Denon DM-41               ราคาโปรโมชั่น 16,915 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home 150 NV      ราคาโปรโมชั่น 7,731 บาท (จากราคา 8,590 บาท) Denon Home 150 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 8,910 บาท (จากราคา 9,900 บาท) Denon Home 250 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 14,310 บาท (จากราคา 15,900 บาท) Denon Home 350 (สีขาว/สีดำ)     ราคาโปรโมชั่น 17,910 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home Soundbar 550      ราคาโปรโมชั่น 26,010 บาท (จากราคา 28,900 บาท) Denon Home AMP          ราคาโปรโมชั่น 17,910 บาท (จากราคา 19,900 บาท) Denon Home SUB          ราคาโปรโมชั่น 20,610 บาท (จากราคา 22,900 บาท) Integrated Amplifier Denon PMA 900H ราคาโปรโมชั่น 32,310 บาท (จากราคา 35,900 บาท) สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ, Showroom มหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB และ Mahajak Online >> https://www.mahajak.com/th/mega-campaign/home-audio.html เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชั่น 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569 - สินค้าราคาโปรโมชั่นรวม VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกิน วันที่ 30 มกราคม 2569 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 - 15 มกราคม 2569) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากโชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City และ ร้าน SOUNDLAB จะได้รับของแถม ณ จุดขาย - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถมผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถม ผ่าน Line: @Mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับขอแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชั่นในทุกกรณี - ของแถมจะจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ร้านตัวแทนจำหน่าย, โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Sound City, ร้าน SOUNDLAB, Mahajak Online - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line: @Mahajakstore - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk , https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

เอปสันผู้นำตลาดสแกนเนอร์ในอาเซียน เปิดตัวสแกนเนอร์ใหม่ โซลูชันจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลรวดเร็ว คล่องตัว เพื่อธุรกิจยุคใหม่

เอปสันผู้นำตลาดสแกนเนอร์ในอาเซียน เปิดตัวสแกนเนอร์ใหม่ โซลูชันจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลรวดเร็ว คล่องตัว เพื่อธุรกิจยุคใหม่ เอปสัน แบรนด์เครื่องสแกนเอกสารอันดับ 1 ในอาเซียน เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อเสริมประสิทธิภาพองค์กรธุรกิจ เปิดตัวสแกนเนอร์เอกสาร A4 รุ่นใหม่ WorkForce DS-1730 และ DS-1760WN รองรับทุกความต้องการด้านการสแกนในสำนักงานยุคดิจิทัล ทั้งความเร็ว การใช้งานยืดหยุ่น และการจัดเก็บข้อมูลที่ง่ายขึ้น ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น    เครื่องสแกนรุ่นใหม่นี้สามารถสแกนได้เร็วสูงสุดถึง 30 แผ่นต่อนาที เมื่อใช้ระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ ADF และเพียง 7 วินาทีต่อแผ่นเมื่อสแกนผ่าน Flatbed พร้อมถาดป้อนกระดาษบรรจุได้ถึง 60 แผ่น ช่วยให้สแกนเอกสารปริมาณมากได้อย่างราบรื่น รองรับสแกนเอกสารหลากหลายประเภท ทั้งภาพถ่าย บัตรประชาชน หนังสือหรือวัสดุหนา โดยมีฟีเจอร์สแกนสองหน้าแบบผ่านครั้งเดียว (One-pass Duplex) รวมถึงฟีเจอร์เพิ่มความคมชัดของตัวอักษร การปรับขอบภาพ และการลบรูเจาะเอกสาร เพื่อให้ได้ไฟล์คุณภาพสมบูรณ์แบบในทุกงานสแกน พร้อมระบบแจ้งเตือนฝุ่นบนกระจกที่ช่วยลดงานสแกนซ้ำ  ทั้งสองรุ่นยังมีโซลูชันจัดการเอกสารขั้นสูง รองรับซอฟต์แวร์ Document Capture Pro ที่เพิ่มประสิทธิภาพการแปลงข้อมูลเป็นไฟล์ PDF ที่ค้นหาได้ หรือไฟล์เอกสารสำนักงานที่สามารถแก้ไขได้ พร้อมการส่งเอกสารตรงขึ้นคลาวด์ อีเมล หรือโฟลเดอร์เครือข่าย สำหรับรุ่น DS-1760WN เพิ่มการทำงานแบบไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ผ่าน ScanWay สแกนโดยตรงไปยังเครือข่าย อีเมล หรือ USB พร้อมหน้าจอ LCD ทัชสกรีน 2.4 นิ้ว ง่ายต่อผู้ใช้ทุกคนในสำนักงาน นอกจากนี้ยังออกแบบส่วนประกอบหลักด้วยพลาสติกรีไซเคิลกว่า 30% เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมอบสมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ ในฐานะแบรนด์เครื่องสแกนเอกสารอันดับ 1 ในอาเซียน เอปสันยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมควบคู่กับการการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  

มหาจักรฯ จัดงาน “JBL Exclusive Sound Preview” เปิดประสบการณ์เสียงเหนือระดับ พร้อมอัปเดตไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด

มหาจักรฯ จัดงาน “JBL Exclusive Sound Preview”  เปิดประสบการณ์เสียงเหนือระดับ พร้อมอัปเดตไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องเสียงระดับโลกจากแบรนด์ JBL ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างเป็นทางการ ในงาน “JBL Exclusive Sound Preview” ณ M-Hall อาคารมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ (นานา) เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดจาก JBL และถ่ายทอดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เสียงให้กับ ทีมงานและพันธมิตร ทางธุรกิจได้สัมผัสก่อนใคร ภายในงานผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์เสียงจากผลิตภัณฑ์ JBL หลากหลายกลุ่ม อาทิ     ● ไฮไลต์แห่งปี “JBL BandBox Series”  เปิดตัวครั้งแรกกับ BandBox Solo และ BandBox Trio ลำโพงดีไซน์โมดูลาร์สุดล้ำ ที่สามารถเชื่อมต่อและปรับการจัดวางได้หลากหลายรูปแบบตามสไตล์ผู้ใช้ ผสานเทคโนโลยีเสียงระดับมืออาชีพของ JBL เข้ากับความยืดหยุ่นในการใช้งาน เหมาะกับทั้งการฟังเพลงในบ้านและงานอีเวนต์กลางแจ้ง โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ได้สัมผัสนวัตกรรม BandBox Series ก่อนใครในภูมิภาค         ● ลำโพงปาร์ตี้ (Party Speaker) Series ใหม่ล่าสุด ได้แก่  JBL PartyBox 520, PartyBox 720, PartyBox Encore 2 และ PartyBox Encore 2 Essentialมาพร้อมพลังเสียงอันทรงพลังด้วยเทคโนโลยี JBL Original Pro Sound และไฟเอฟเฟกต์ Dynamic Light Show ที่ซิงค์จังหวะกับเสียงเพลง เพิ่มสีสันให้ทุกปาร์ตี้ รองรับ Bluetooth 5.3 และการเชื่อมต่อไมค์สำหรับคาราโอเกะ         ● กลุ่มหูฟัง Open-ear รุ่นใหม่ 4 รุ่น ได้แก่ JBL Sense Lite, JBL Sense Pro, JBL Endurance Zone และ JBL Soundgear Clip  ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยี OpenSound ที่ให้เสียงธรรมชาติ ฟังเพลงได้อย่างปลอดภัยขณะออกกำลังกายหรือเดินทาง รุ่น Sense Pro ยังมาพร้อมระบบ Hi-Res Audio Wireless with adaptive bass boost มอบคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res ด้วยเทคโนโลยี LDAC ที่ส่งข้อมูลได้มากกว่า Bluetooth® ถึง 3 เท่า พร้อมระบบ Adaptive Bass Boost ที่ปรับเสียงเบสอัตโนมัติตามระดับเสียง เพื่อให้ได้เสียงชัดลึกและทรงพลังโดยไม่เกิดการบิดเบือน         ● ลำโพงพกพา (Portable Speaker) JBL Grip ลำโพงพกพาขนาดกะทัดรัด ดีไซน์สปอร์ต กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 และสามารถหนีบติดกระเป๋าหรือจักรยานได้ เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ ส่วน JBL Boombox 4 ลำโพงพลังเสียงหนักแน่นในตำนาน กลับมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง และฟีเจอร์ Powerbank ชาร์จมือถือได้ในตัว         ● หูฟังเกมมิ่ง (JBL Quantum Series) นำเสนอรุ่น Quantum 950, Quantum 650 และ Quantum 250 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี JBL QuantumSURROUND™ ที่ให้มิติเสียงสมจริงรอบทิศทาง พร้อมไมค์บูมถอดได้และระบบลดเสียงรบกวน เพื่อการเล่นเกมที่เต็มอรรถรส     ช่วง Product Training โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาจักรฯ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งาน และจุดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับทีมขายและพันธมิตร ทางธุรกิจในการถ่ายทอดประสบการณ์เสียงของ JBL สู่ผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน กิจกรรม ‘JBL Exclusive Sound Preview’ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัท มหาจักรฯ ในการถ่ายทอดประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของ JBL ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีเสียงที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : https://lin.ee/dKalYBy Facebook : https://url.in.th/lFBvd,  https://url.in.th/aKVtb Instagram : https://www.instagram.com/mahajaklife/, https://www.instagram.com/jblthailand/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk, https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center Tel : 1516 หรือ https://www.mahajak.com/th/  

เอปสันสานต่อ Epson EcoWaste ปี 5 แค่คืนขวดหมึกเปล่า ก็ช่วยโลกได้

เอปสันสานต่อ Epson EcoWaste ปี 5 แค่คืนขวดหมึกเปล่า ก็ช่วยโลกได้ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสู่ปีที่ 5 ของโครงการ “Epson EcoWaste” โครงการรีไซเคิลขวดหมึกและตลับหมึกที่ใช้แล้วจากลูกค้าทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการลดปริมาณขยะพลาสติก และสร้างความตระหนักรู้ในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการ Epson EcoWaste เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เครื่องพิมพ์เอปสันมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ เพียงนำขวดหมึกหรือตลับหมึกที่ใช้แล้วมาส่งคืนที่ร้านตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 165 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแลกรับส่วนลด 20 บาท สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ในรุ่นและสีเดียวกัน โดยโครงการเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาถึง 31 มีนาคม 2569     ล่าสุดนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร และนางสาวปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และ การตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งมอบขวดหมึกใช้แล้วที่ลูกค้าได้ส่งร่วมโครงการให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี เอส เอ็ม พลาสิเท็ค กรุ๊ป ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ได้รับมาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS) Certification โดยมีนายฐิติพันธ์ วาณิชธนศรี กรรมการผู้จัดการ และนายธนาชัย วาณิชธนศรี ผู้จัดการโครงการและนวัตกรรม เป็นตัวแทนรับมอบขวด จำนวน 51,274 ขวด น้ำหนักรวม 1,633.08 กิโลกรัม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยโต๊ะ 1 ตัวผลิตจากขวดหมึกรีไซเคิล จำนวน 261 ขวด คิดเป็นน้ำหนัก 7.03 กิโลกรัม และเก้าอี้ 1 ตัว ใช้จำนวน 129 ขวด คิดเป็นน้ำหนัก 3.46 กิโลกรัม เอปสันเชิญชวนลูกค้าทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนขวดหมึกใช้แล้วให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ เพื่อสร้างชุมชนสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 ผู้สนใจสามารถดูรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมและเงื่อนไขโครงการได้ที่ www.epson.co.th/eco-waste  

KEF เปิดตัว CODA W ลำโพงไร้สาย All-in-One รุ่นล่าสุด ลำโพงคลาสสิกร่วมสมัยที่ให้เสียงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้

KEF เปิดตัว CODA W ลำโพงไร้สาย All-in-One รุ่นล่าสุด ลำโพงคลาสสิกร่วมสมัยที่ให้เสียงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ กว่า 60 ปีที่ KEF มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงไฮไฟ (High-Fidelity) ที่เหนือระดับ ล่าสุด KEF ได้เปิดตัว Coda W ลำโพง All-in-One ที่ผสมผสานจิตวิญญาณดั้งเดิมของซีรีส์ Coda เข้ากับนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อมอบเสียงที่คมชัดอย่างไร้ที่ติและใช้งานง่าย     สัมผัสประสบการณ์การฟังที่ครบครัน KEF Coda W ได้รับแรงบันดาลใจจาก KEF ซีรีส์ Coda ต้นฉบับที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงเสียงไฮไฟได้ง่ายขึ้น ด้วยการผสานความแม่นยำทางเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ KEF เข้ากับการใช้งานที่เรียบง่าย ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการฟังแผ่นเสียงคลาสสิก หรือสตรีมมิ่งเพลงแบบไร้สาย Coda W ก็สามารถมอบเสียงที่เต็มอิ่มและเติมเต็มทุกพื้นที่ในห้องได้อย่างงดงาม  คุณ Grace Lo, President and Head of Global Marketing ของ KEF กล่าวว่า “เราออกแบบ Coda W สำหรับผู้ที่รักพิธีกรรมของการฟังแผ่นเสียง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ปล่อยเข็มลงบนแผ่นหรือความรู้สึกที่ต้องรอ ด้วย Coda W คุณจะสามารถดื่มด่ำกับรายละเอียดอันลึกซึ้งของแผ่นเสียงได้อย่างเต็มที่ พร้อมสลับไปสตรีมเพลงใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่น นี่คือการค้นพบเพลงโปรดของคุณอีกครั้งในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"     เทคโนโลยีเสียงที่เป็นหัวใจสำคัญ หัวใจของ Coda W คือ ไดรเวอร์ Uni-Q® เจเนอเรชันที่ 12 ซึ่งทำงานเสมือนแหล่งกำเนิดเสียงจุดเดียว โดยทวีตเตอร์จะถูกวางไว้ในตำแหน่งศูนย์กลางของวูฟเฟอร์อย่างแม่นยำ ทำให้เสียงกระจายไปทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ สร้างประสบการณ์การฟังที่สมจริง  Coda W ให้กำลังขับรวม 200 วัตต์ ลำโพงทั้งตัวหลักและตัวรองมาพร้อมแอมพลิฟายเออร์เฉพาะสำหรับทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ ทำให้สามารถส่งมอบเสียงที่เต็มอิ่มครอบคลุมทั่วห้องได้จากตู้ลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก KEF ได้พัฒนา Music Integrity Engine® ซึ่งเป็นชุดอัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับ Coda W เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ความละเอียด และความแม่นยำของเสียงโดยรวม  Coda W ใช้ Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อมอบเสียงคุณภาพสูงและมีความหน่วงต่ำสำหรับการฟังเพลงที่ราบรื่น ให้ความคมชัดที่ยอดเยี่ยมและการเชื่อมต่อที่เสถียร Codec aptX Lossless™ รองรับความละเอียดระดับ CD สูงสุด 16-bit/44.1 kHz ทำให้ลำโพงสามารถสร้างเสียงได้อย่างคมชัดไร้ที่ติและมีช่วงไดนามิกที่กว้าง พร้อมเก็บรายละเอียดที่บริสุทธิ์ของเพลงโปรดของคุณไว้ได้อย่างครบถ้วน      ออกแบบมาเพื่อผู้หลงใหลในแผ่นเสียงและผู้ใช้งานยุคใหม่ Coda W ถูกออกแบบมาให้พร้อมใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเกือบทุกรุ่น ด้วยปรีแอมป์โฟโน (phono pre-amplifier) ในตัวที่ให้คุณเชื่อมต่อตรงได้ทันที นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ สำหรับการสตรีมเพลงคุณภาพสูงจากโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปได้, HDMI ARC สำหรับการเชื่อมต่อกับทีวี, USB-C สำหรับคอมพิวเตอร์ รองรับการถอดรหัสเสียงความละเอียดสูงได้ถึง 24-bit/192kHz และอินพุตอื่นๆ เช่น RCA และ Optical เพื่อรองรับแหล่งสัญญาณเสียงที่หลากหลาย ทำให้ Coda W เป็นศูนย์กลางเสียงที่ครบครันอย่างแท้จริง หากต้องการเสียงเบสที่หนักแน่นขึ้น Coda W ยังมีเอาต์พุตสำหรับซับวูฟเฟอร์โดยเฉพาะเพื่อเชื่อมต่อกับซับวูฟเฟอร์ KEF ที่รองรับ นอกจากนี้ยังมีชุดอะแดปเตอร์ซับวูฟเฟอร์ไร้สาย KW1 (จำหน่ายแยก) ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างอิสระยืดหยุ่นมากขึ้น     การควบคุมที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ Coda W มีแผงควบคุมที่ใช้งานง่ายบนตัวลำโพง และสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ผ่านแอปพลิเคชัน KEF Connect ซึ่งช่วยให้คุณจัดการการตั้งค่าลำโพง อัปเดตเฟิร์มแวร์ และเลือกค่า EQ ที่เหมาะสมกับความชอบส่วนตัว ดีไซน์ทันสมัยเหนือกาลเวลา Coda W มาพร้อมความสง่างามแบบมินิมอลด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและการเก็บรายละเอียดที่ประณีต นำเสนอรูปทรงที่เหนือกาลเวลาที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย สามารถเข้ากับห้องนั่งเล่น โฮมสตูดิโอ ห้องทำงาน หรือมุมอ่านหนังสือได้อย่างลงตัว มีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ Vintage Burgundy, Nickel Grey, Moss Green, Midnight Blue และ Dark Titanium แต่ละสีได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในที่หลากหลายได้อย่างเป็นธรรมชาติ     สรุปคุณสมบัติ •    ไดรเวอร์ Uni-Q เจเนอเรชันที่ 12 ขนาด 5.25 นิ้ว เพื่อเสียงที่แม่นยำและบริสุทธิ์  •    Music Integrity Engine® (MIE) อัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์และรายละเอียดของเสียง •    การเชื่อมต่อแบบ Plug-and-play สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเกือบทุกรุ่น RCA (Phono) พร้อมปรีแอมป์โฟโนในตัว) •    Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อเสียงคุณภาพสูงและมีความหน่วงต่ำ •    รองรับ aptX Lossless™ สำหรับความละเอียดระดับ CD สูงสุด 16-bit/44.1kHz ผ่าน Bluetooth •    การเชื่อมต่อที่ครอบคลุม สำหรับทีวี, คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และอื่นๆ (USB-C, HDMI ARC, optical, RCA (Line), subwoofer output) •    กำลังขับของระบบ (ต่อข้าง): LF 70W Class D, HF 30W Class D, Max. SPL: 102dB  •    สายเชื่อมต่อระหว่างลำโพง C-Link ความยาว 3 เมตร (อุปกรณ์พื้นฐาน) และ 8 เมตร (จำหน่ายแยก) อุปกรณ์เสริมสำหรับความยืดหยุ่นในการจัดวาง •    ขาตั้งพื้น SQ1 มีจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เสริม      มีให้เลือก 5 สี: Vintage Burgundy, Nickel Grey, Moss Green, Midnight Blue และ Dark Titanium ราคาจำหน่าย: 35,900 บาท สถานที่จัดจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย KEF ทั่วประเทศ  https://www.vgadz.com/kef-dealer/ #KEF #KEFListenandbelieve #KEFCodaW #KEFWirelessHiFi #KEFAUDIOTHAILAND ข้อมูลเพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ: บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โทร 02-692-5216

Flashback Sale : Sale ย้อนเวลา ไล่ล่าของแรร์!

Flashback Sale  Sale ย้อนเวลา ไล่ล่าของแรร์! สินค้าตกรุ่น |  ค้างสต็อก |  ตัวโชว์ |  มีตำหนิ |  รุ่นหายาก สินค้าจำหน่ายตามสภาพ เหมาะสำหรับซื้อสำรองเป็นอะไหล่ โอกาสสุดท้าย ไม่อยากให้คุณต้องพลาด! ราคานี้ไม่มีอีกแล้ว หมดแล้วหมดเลย! ตั้งแต่ วันที่ 31 ต.ค. 68 – วันที่ 2 พ.ย. 68 เวลา: 8.30 น. – 17.00 น. (เวลาทำการสำนักงานใหญ่) ที่บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (สำนักงานใหญ่) ซอยรามคำแหง 24 แยก 2 โทร: 02-266-8136-8, 02-234-6467-8     

บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด ร่วมกับ บริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด เปิดตัวโชว์รูมใหม่ Soft Opening Showroom “PANTHEON”

บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด ร่วมกับ บริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด เปิดตัวโชว์รูมใหม่ Soft Opening Showroom “PANTHEON”      บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด (O2E Supply) และบริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด ร่วมเปิดตัวโชว์รูมใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ DecorScape ทองหล่อ ด้วยแนวคิด One-Stop Solution Showroom ศูนย์รวมวัสดุหรูและเทคโนโลยีบ้านครบวงจร มีกลุ่มเป้าหมายคือ  B2B2C (เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์, โรงแรม, รีเทล, สถาปนิก, อินทีเรีย และเจ้าของบ้าน)       การนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ "Next Chapter of Luxury Living" มาในรูปแบบของ House Experience เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส Product Showcase ผ่านโชว์รูมที่แบ่งโซนจริง ทั้งในห้องลีฟวิ่งรูม ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องโฮมเธียร์เตอร์ โดยผสมผสานงานหิน Evostone และบรรยากาศของร้านกาแฟ อีกทั้งมีเฟอร์นิเจอร์แบรนด์หรูจากยุโรปอีกจำนวนมากแบบครบจบในที่เดียว     นวัตกรรมที่จะโชว์ใน Showroom จาก Evostone by Fiandre ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Active Surfaces สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ฟอกอากาศ และทำความสะอาดตัวเองได้อัตโนมัติ ส่วนผิววัสดุจะกันน้ำ 100% น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มอบทั้งความงามแบบหินธรรมชาติด้วยนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยและยั่งยืน อีกทั้งยังมีนวัตกรรม Hyper touch Technology ที่เป็น Smart Surface ซ่อนระบบควบคุมไว้ในผิววัสดุอย่างแนบเนียน เพียงปลายนิ้วสัมผัส นวัตกรรม HALO Furniture เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบด้วยแนวคิด Modular Design ดีไซน์ร่วมสมัย และสื่อถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ พร้อมการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามการใช้งานจริง ผลิตจากวัสดุพรีเมียมที่ทนทาน มีคุณสมบัติป้องกันคราบ และรอยขีดข่วน พร้อมดีไซน์ Ergonomic รองรับสรีระให้นั่งสบายทุกมิติ นอกจากนี้แบรนด์ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยวัสดุ Sustainable และโดดเด่นด้วยการผสาน Seamless Integration ที่เข้ากับหิน แสง และเสียง ในโชว์รูมอย่างสมบูรณ์แบบ       ไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โคมไฟ Architectural Lighting ชั้นนำระดับประเทศ จาก LUMENCRAFT และแบรนด์ไฟตกแต่งดีไซน์ระดับโลก เช่น Quasar, Bomma, Penta, Bover, Knikerboker, A-Emotional Light  และยังเป็น Audio Partner เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย กับ KEF แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก โดยในโชว์รูม PANTHEON จะจัดโชว์ระบบเสียงในบ้านจาก KEF AUDIO ทั้งแบบ Custom Installation, ลำโพง Passive HiFi และ Active HiFi ครบทุกรุ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ ได้แก่ เจ้าของบ้าน Luxury, บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการ High-End รวมทั้ง Interior Designer และสถาปนิกที่ต้องการ Solution ครบวงจร      การสร้างสรรค์โชว์รูม PANTHEON มีที่มาจากแนวคิดในการสร้างสถานที่ที่เป็นมากกว่าโชว์รูมทั่วไป แต่เป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมและแรงบันดาลใจแห่งการใช้ชีวิต และออกแบบให้เป็น Immersive Experience Hub ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสแสง เสียง ระบบสมาร์ทโฮม พร้อมสัมผัสนวัตกรรมที่เป็น Lifestyle Integration อย่างแท้จริง        

SALE ยกคลัง ลดครั้งใหญ่ สูงสุดถึง 90% จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์เสียง ที่ Mahajak Outlet

SALE ยกคลัง ลดครั้งใหญ่ สูงสุดถึง 90% จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์เสียง ที่ Mahajak Outlet  บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี Mahajak Outlet Sale ยกคลัง 2025 ลดสูงสุดถึง 90% ที่ มหาจักร เอาท์เลท รามคำแหง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568 นี้!! รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังจากมหาจักรฯ ทั้ง ลำโพงพกพา หูฟัง Lifestyle, เครื่องเสียงระดับมืออาชีพ Professional Audio, เครื่องเสียงบ้าน Home Audio, เครื่องเสียงติดรถยนต์ JBL Car Audio พบกับสินค้านาทีทอง ลดราคาพิเศษจำกัดจำนวนต่อวัน และสินค้าอื่นๆ อีกมากมายในงาน พร้อมของแถมสุดพิเศษฟรี!! (เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนดเฉพาะภายในวันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น) ที่ Mahajak Outlet รามคำแหง วันที่ 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568 (ไม่มีวันหยุด) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. เงื่อนไข • ระยะเวลา 25 ก.ย. 2568 – 4 ต.ค. 2568  • สินค้าลดราคาพิเศษ สินค้าตกรุ่น สินค้าตัวโชว์ สินค้ามีตำหนิขายตามสภาพ และมีจำนวนจำกัด • ใบเสร็จ 1 ใบ สามารถแลกรับของแถมฟรีได้ 1 สิทธิ์เท่านั้น (เฉพาะภายในวันที่ซื้อสินค้า) • ในกรณีที่ลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับคืน และเปลี่ยนสินค้าทุกกรณี • สอบถามเงื่อนไขการรับประกันได้ที่จุดขาย • เงื่อนไขการรับประกันสินค้า ต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น • โปรดตรวจสอบสินค้า และพิจารณาก่อนชำระเงินทุกครั้ง สถานที่ : Mahajak OUTLET รามคำแหง Google map : https://maps.app.goo.gl/yzAh35wQpc4kuh347 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mahajak Outlet Line : @mahajakoutlet เบอร์โทรศัพท์ 02-590-0396    

ขอแนะนำ KEF Muo (มิว-โอ) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาระดับไฮไฟที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่! มาใน 7 สีสันสดใส

ขอแนะนำ KEF Muo (มิว-โอ) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาระดับไฮไฟที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่! มาใน 7 สีสันสดใส KEF Muo: นิยามใหม่ของเสียงระดับไฮไฟแบบพกพา กว่า 60 ปีที่ได้ส่งมอบประสบการณ์เสียงอันน่าทึ่ง KEF ได้ยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงแบบพกพาไปอีกขั้นกับลำโพง Muo เจเนอเรชันใหม่ Muo มอบเสียงระดับไฮไฟ ด้วยเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ในดีไซน์ที่พกพาง่ายและใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคุณ Muo ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จาก Ross Lovegrove ดีไซเนอร์ระดับโลก สร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม โดยมีสายคล้องพกพาที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว และตัวลำโพงยังทำจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งแปรรูปมาจากขยะในชีวิตประจำวันเพื่อความยั่งยืนผสานเข้ากับนวัตกรรมเสียงที่เป็นหัวใจหลักของ KEF ทำให้ Muo เป็นมากกว่าลำโพง แต่คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่พร้อมไปกับคุณในทุกๆ การเดินทาง     ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือกว่า แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ Muo ก็ให้เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยไดรเวอร์แบบ Racetrack ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี P-Flex Surround ที่พัฒนาจากซับวูฟเฟอร์รุ่นท็อป KC62 และ KC92 ของ KEF ให้เสียงเบสที่ลึกและแน่น พร้อมรายละเอียดเสียงที่คมชัดในทุกย่านเสียง หรือแม้แต่รูปแบบการใช้งานไม่ว่าจะวางตั้งตรงหรือแนวนอนราบ Muo จะปรับ EQ โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเสียง     นอกจากนี้ Music Integrity Engine® (MIE) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของลำโพง KEF อย่างรุ่น LS60 Wireless ยังถูกนำมาใช้ใน Muo ช่วยให้เสียงมีความสมบูรณ์แบบ ไร้ความผิดเพี้ยน และรองรับการเชื่อมต่อคุณภาพสูงผ่าน Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเสียงเพลงที่ศิลปินตั้งใจให้เป็น MUO รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair ได้ในคลิกเดียว หรือเชื่อมต่อแบบมีสายผ่านพอร์ต USB-C สามารถจับคู่ลำโพงสองตัวเพื่อสร้างระบบเสียงสเตอริโอ หรือหลายตัวเพื่อเพิ่มพลังเสียงด้วย Auracast™     ทนทาน พร้อมลุยไปทุกที่ Muo ไม่เพียงแต่ให้เสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีความทนทานสูง ด้วยคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 พร้อมใช้งานในทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ -20°C ถึง 45°C ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำ หรือการตั้งแคมป์ในป่า Muo ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จด่วนเพียง 15 นาทีก็สามารถฟังเพลงโปรดได้นานถึง 3 ชั่วโมง ให้คุณสนุกกับเสียงเพลงได้แบบไม่มีสะดุด   สีสันที่สะท้อนความเป็นคุณ Muo โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและมีสไตล์ ด้วยตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง และมีให้เลือกถึง 7 สีสันสดใส ได้แก่ Silver Dusk, Amber Haze, Orange Moon, Blue Aura, Moss Green, Cocoa Brown และ Midnight Black พร้อมสายคล้องพกพาที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว เติมเต็มชีวิตด้วยเสียงเพลงคุณภาพสูงที่สะท้อนสไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้กับ KEF Muo (มิว-โอ)       สรุปคุณสมบัติ •    Bluetooth® 5.4 aptX Adaptive™ เพื่อเสียงระดับไฮไฟและมีความหน่วงต่ำ  •    ไดรเวอร์แบบ Racetrack ขนาดใหญ่ให้เสียงที่เต็มห้องและเสียงเบสที่ทรงพลังในดีไซน์แบบพกพา  •    เทคโนโลยี P-Flex Surround ช่วยให้การสร้างเสียงเบสมีความแม่นยำและมีรายละเอียด  •    Music Integrity Engine® (MIE) – อัลกอริทึม DSP เอกสิทธิ์เฉพาะของ KEF ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์และรายละเอียดของเสียง  •    ระยะเวลาการเล่นสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ระดับเสียงปานกลาง  •    ดีไซน์ระดับ IP67 – กันน้ำและกันฝุ่น  •    ลำโพงสำหรับเสียงโทรศัพท์ที่คมชัดพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อน  •    สามารถจับคู่แบบสเตอริโอสำหรับ True Wireless Stereo (TWS) หรือเชื่อมโยงลำโพง Muo หลายตัวผ่าน Auracast™  •    Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair เพื่อการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย  •    พอร์ต USB Type-C สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายกับแล็ปท็อป  •    ดีไซน์โดย Ross Lovegrove ที่สะท้อนรูปทรงอันโดดเด่นของ KEF MUON  •    สายคล้องสำหรับพกพาแบบโทนสีเดียวกันที่สามารถถอดได้      มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ Silver Dusk, Amber Haze, Orange Moon, Blue Aura, Moss Green, Cocoa Brown และ Midnight Black  ราคาจำหน่าย: 10,900 บาท สถานที่จัดจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย KEF ทั่วประเทศ  https://www.vgadz.com/kef-dealer/ #KEF #MUO #KEFListenandbelieve #KEFAUDIOTHAILAND ข้อมูลเพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ: บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โทร 02-692-5216  

ศุลกากรไทยยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ศุลกากรไทยยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากรไทยสามารถสกัดกั้นและยึดหมึกเอปสันปลอมกว่า 7,000 ขวด ที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย จากการตรวจยึดครั้งใหญ่ 2 ครั้งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภคในประเทศไทย สินค้าที่ถูกยึดได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นของปลอมและละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น โดยความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่นและกรมศุลกากรไทย ภายใต้การสนับสนุนจากเอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจยึดเชิงรุกต่อผู้นำเข้า และอายัดตู้สินค้าที่สงสัยว่าละเมิดสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ     หลังการตรวจสอบและยืนยันอย่างละเอียด หมึกปลอมทั้งหมดถูกยึดถาวร และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้กระทำผิดจะรับโทษตามกฎหมายไทย โดยสินค้าปลอมทั้งหมดจะถูกทำลายในพิธีทำลายประจำปีของรัฐบาลไทย สะท้อนถึงนโยบาย “ไม่ยอมรับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์” ของประเทศไทย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่สุจริต เอปสันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเน้นย้ำให้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกซื้อหมึกเอปสันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับกรมศุลกากรไทยและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ เพื่อปกป้องผู้บริโภคและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสินค้าปลอมอย่างต่อเนื่อง  

มหาจักร ถ่ายทอดประสบการณ์ “FLUX IMMERSIVE: THE NEW ERA OF SPATIAL AUDIO” ผสานนวัตกรรมเสียงและศิลปะการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ

มหาจักร ถ่ายทอดประสบการณ์  “FLUX IMMERSIVE: THE NEW ERA OF SPATIAL AUDIO” ผสานนวัตกรรมเสียงและศิลปะการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ   บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดงาน “Flux Immersive: The New Era of Spatial Audio” ณ  M-Hall อาคารมหาจักร สำนักงานใหญ่ นานา เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเสียงรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเสียง Immersive Sound เข้ากับงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่โอบล้อมผู้เข้าร่วมงานด้วยมิติแห่งเสียงและภาพที่สมบูรณ์แบบ     ในช่วง Product Introduction โดยมี คุณเกมส์ ศุภเสกข์ แสนมโน – Integrated Solutions Manager จากบริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด และ คุณ Bjorn van Munster ( FLUX:: ) Harman Professional Senior Business Development Manager มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการพัฒนาระบบเสียง Immersive Sound รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน     นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์ วรวิทย์ พิกุลทอง (คุณบอย อินคา) ศิลปินและอาจารย์พิเศษผู้มีบทบาทสำคัญในการเรียบเรียงและผลิตเสียงดนตรี Immersive Sound ตลอดทั้งงาน อีกทั้งยังได้ร่วมแบ่งปันความรู้และเทคนิคด้านการทำเพลงในฐานะวิทยากร (Speaker) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ร่วมงาน     ด้านงานสร้างสรรค์ภาพและบรรยากาศ ได้รับความร่วมมือจาก คุณจันทร์เพ็ญ กูลแก้ว (อาจารย์จิ๊บ) และทีม Decide Kit ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ Visual Mapping อันงดงาม ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศภายในงานให้สมบูรณ์ พร้อมการถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น     อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือการแสดงจาก คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่มาร่วมสร้างสรรค์โชว์พิเศษ แสดงให้เห็นถึงพลังของ Immersive Sound ที่สามารถยกระดับศิลปะการแสดงได้อย่างน่าประทับใจ การจัดงาน “Flux Immersive: The New Era of Spatial Audio” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของมหาจักร ในการยกระดับมาตรฐานการนำเสนอเทคโนโลยีด้านเสียงระดับมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการดนตรีและศิลปะการแสดงในประเทศไทย   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakPro/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_Pro/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

เอปสัน เปิดตัวแคมเปญซีเอสอาร์ประจำปี “วิถีไทยไร้พลาสติก” ประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย พับใบตองลดการใช้พลาสติก

เอปสัน เปิดตัวแคมเปญซีเอสอาร์ประจำปี “วิถีไทยไร้พลาสติก” ประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย พับใบตองลดการใช้พลาสติก กรุงเทพฯ – เอปสัน ประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรมซีเอสอาร์ประจำปี 2568 ภายใต้แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” เพื่อรณรงค์ลดและเลิกการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวัน โดยประเดิมกิจกรรมแรก “Leaf Plastic Behind” ที่พาสื่อมวลชนและพนักงานร่วมสัมผัสเสน่ห์ภูมิปัญญาไทยผ่านการพับภาชนะจากใบตองสุดสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ลดขยะพลาสติก และยังต่อยอดเป็นอาชีพได้     ทีมผู้บริหารเอปสัน ประเทศไทย ได้แก่ นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร นางสาวปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด และนางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายแบรนด์และสื่อสารองค์กร นำสื่อมวลชนและพนักงานร่วมกิจกรรม โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ขจร อิศราสุชีพ อาจารย์ประจำสาขา วิชาคหกรรมศาสตร์ประยุกต์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มาร่วมถ่ายทอดความรู้และสอนเทคนิคการพับใบตอง กิจกรรมจัดขึ้นทั้งหมด 2 รอบ สำหรับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมเดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก พร้อมบริการรถรับส่งด้วยรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า MuvMi ซึ่งสะท้อนถึงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร และสำหรับพนักงานเอปสัน จัดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองครั้งกว่า 100 คน สามารถสร้าง สรรค์ภาชนะจากใบตองได้มากถึง 500 ชิ้น เทียบเท่าการลดการใช้กล่องพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งได้ 500 ใบ หรือคิดเป็นการลดใช้พลาสติกกว่า 16 กิโลกรัม และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 30 กิโลกรัมคาร์บอน ไดออกไซด์เทียบเท่า     นายยรรยง มุนีมงคลทร กล่าวว่า “เอปสันมีความยินดีที่กิจกรรม Leaf Plastic Behind ทั้งสองครั้ง ไม่เพียงสะท้อนเสน่ห์วิถีไทย แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในการหันมาใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อม เอปสันเชื่อว่าก้าวเล็ก ๆ ของพวกเราจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้จริง” แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงพันธกิจของเอปสันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนว ทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่ไปกับการสร้างโลกที่ยั่งยืน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันนำความรู้และแรงบันดาลใจที่ได้จากกิจกรรมนี้ไปต่อยอดทั้งในชีวิตประจำวันและการสื่อสารสู่สังคม เพื่อร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม    

JBL Classic Series ส่งมอบประสบการณ์เสียงเหนือกาลเวลา ในงานเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ Maison Kitsuné

JBL Classic Series ส่งมอบประสบการณ์เสียงเหนือกาลเวลา  ในงานเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ Maison Kitsuné   บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ร่วมสนับสนุนลำโพงจาก JBL Classic Series JBL L100 และ JBL SA750 เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งเสียงที่อยู่เหนือกาลเวลา ในงานเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศส Maison Kitsuné ณ ศูนย์การค้า Emquarteir เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา     เมื่อโลกของแฟชั่นมารวมเข้ากันกับโลกแห่งเสียงดนตรี เปรียบเสมือนการร้อยเรียงบทสนทนาที่งดงามระหว่าง ลำโพง JBL Classic Series ที่เปี่ยมด้วยดีไซน์ยุคทองของเครื่องเสียง Hi-Fi ผสานเทคโนโลยีเสียงสมัยใหม่ ถ่ายทอดทุกท่วงทำนองอย่างมีชีวิต เติมเต็มบรรยากาศอันละเมียดละไมภายในงานได้อย่างลงตัว Maison Kitsuné สื่อสารตัวตนผ่านความเรียบง่ายที่แฝงรายละเอียดลึกซึ้ง ทั้งลายเส้น โทนสี และองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ ความร่วมสมัยอย่างกลมกลืน ลำโพง JBL L100 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ยุคทองของเครื่องเสียง และเทคโนโลยีเสียงสมัยใหม่ ถ่ายทอดเสียงเพลงด้วยรายละเอียดที่มีมิติ ช่วยเติมเต็มความประณีตของงานเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความงดงามของแฟชั่นและพลังของเสียงจึงกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้บรรยากาศภายในงานอบอวลด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว เหนือกาลเวลาและน่าจดจำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk, https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/    

BEYOND EXPECTATIONS ประสบการณ์เทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวล้ำยุค จาก Bose

BEYOND EXPECTATIONS ประสบการณ์เทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวล้ำยุค จาก Bose         อัศวโสภณ ร่วมกับ Bose Professional เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านโปรเฟสชั่นแนลใหม่ล่าสุด ซึ่งประกอบด้วย เครื่องขยายเสียงที่สมบูรณ์แบบ สมาร์ตแอมปลิไฟร์ (Smart Mixer Amplifier) และลำโพงอเนกประสงค์ ลำโพงดีไซน์เพื่อเสียงร้องมาตรฐานสูงในห้องคาราโอเกะ       ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดมีดังต่อไปนี้ • Bose Veritas Series เครื่องขยายเสียงที่สมบูรณ์แบบ สมาร์ตแอมปลิไฟร์ (Smart Mixer Amplifier) จาก Bose Professional ที่ออกแบบมาสำหรับงานติดตั้งถาวร เช่น ระบบเสียงตามสายในอาคาร (paging / background music) ร้านอาหาร, โรงแรม, อาคารสำนักงานโรงเรียน, หอประชุม, สถานที่สาธารณะ นี่คือระบบเครื่องขยายเสียงที่ไม่ต้องใช้มิกเซอร์แยก ให้การรองรับทั้งระบบ Low impedance (4–8Ω) และ High impedance (70/100V) ขึ้นอยู่กับรุ่น มี DSP (Digital Signal Processing) ในตัวมีคุณสมบัตในการตั้งค่า EQ, Delay, Compressor ได้จากตัวเครื่อง มี Dynamic EQ, Opti‑Voice® paging, และ Preset EQ กว่า 30 แบบ ให้การเชื่อมต่อทันสมัยรองรับ Bluetooth 5.0 สำหรับสตรีมเสียง มีพอร์ต Control Center สำหรับรีโมตควบคุมเสียงจากผนัง ตั้งค่าง่ายดายด้วยหน้าจอ OLED + QR code สแกน QR เพื่อเข้าเครื่องมือจัดการบนมือถือ หรือเบราว์เซอร์ได้ทันที จุดเด่นที่แตกต่างก็คือออกแบบกะทัดรัด มีทั้งรุ่นขนาดครึ่งแร็ค (half-rack) และแร็คเต็ม (full-rack)     - Veritas 250BL รองรับระบบความต้านทานต่ำ (4–8 Ω), กำลังขับ 2×50 W @ 4Ω หรือ 2×25 W @ 8Ω รองรับ Bluetooth 5.0 หน้าจอ OLED พร้อม QR code ช่วยตั้งค่าได้ง่าย มี Control Center Port สำหรับเชื่อมต่อรีโมตควบคุมระดับเสียง ฟีเจอร์ Dynamic EQ, Preset EQ สูงสุด 30 แบบ, Opti‑Voice paging    ขนาดเครื่อง 44×214×310 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 กิโลกรัม       - Veritas 1100BH รองรับระบบความต้านทานสูง (70/100 V) กำลังขับ 1×100 W @ 70/100 V วงจร DSP และ คุณสมบัติที่ติดตั้งได้ง่าย มี Bluetooth 5.0 หน้าจอ OLED + QR code ฟีเจอร์ประกอบด้วย Dynamic EQ, Opti‑Voice paging, Preset EQ, ใช้งานร่วมกับ Control Center ได้    ขนาดเครื่อง 44×214×310 มิลลิเมตร น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม       - Veritas 2160BL รองรับระบบความต้านทานต่ำ (4–8 Ω), ให้กำลังขับสูงถึง 2×160 W @ 4Ω หรือ 2×80 W @ 8Ω  มีคุณลักษณะครบเหมือนรุ่นอื่น เช่น Bluetooth 5.0, OLED, QR code, Dynamic EQ, Opti‑Voice, Presets, Control Center Port   ขนาดเครื่อง 44×483×324 มิลิเมตร น้ำหนัก 4.1 กิโลกรัม     - Veritas 2160BH  ตอบสนองระบบความต้านทานสูง (70/100 V), กำลังขับ 2×160 W @ 70/100 V มีคุณสมบัติ เหมือนในภาพรวมของซีรีส์ อาทิ Bluetooth, OLED + QR, Dynamic EQ, Opti‑Voice, Presets, Control Center Port ฯลฯ   ขนาดเดียวกับ 2160BL (44×483×324 มิลลิเมตร) น้ำหนัก 4.4 กิโลกรัม     • Bose DesignMax Luna DML88P ลำโพงทรงเพดานแบบห้อย (Pendant Speaker) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในพื้นที่เพดานสูงหรือพื้นที่เปิดโล่ง โดยมีดีไซน์สวยงามทันสมัยและให้เสียงกระจายรอบทิศทางที่น่าประทับใจ ลำโพงระบบ all‑in‑one pendant loudspeaker ที่ผสมผสานทั้งทวีตเตอร์ 8 ตัวขนาด 2 นิ้ว และวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว ในตัวเดียวกัน ดีไซน์แบบ ring array ช่วยให้กระจายเสียง 360° อย่างราบรื่นและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง รองรับเสียงทุ้มลึกถึง ต่ำสุด 40 Hz ให้เสียงมีความหนักแน่นและครบถ้วน เหมาะสำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเพดานสูง เช่น ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ห้องออกกำลังกาย หรือสเปซในเชิงพาณิชย์ โดยตัวลำโพงช่วยลดจำนวนตัวที่ต้องใช้ และให้คลื่นเสียงที่สม่ำเสมอทั่วบริเวณ ได้รับรางวัล Best of Show at InfoComm 2025 ด้านเทคโนโลยีภาพ-เสียง ถือเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในวงการอย่างกว้างขวาง     • Bose Show Time SK12 พลังเสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับคาราโอเกะ Bose Show Time SK12 ลำโพงแบบ passive 2‑way bass‑reflex พร้อมพอร์ตด้านหลังสำหรับขับเสียงเบสได้ลึกและเนียนสมดุล ทั้งการติดตั้งในแนวตั้งและแนวนอน ใช้วัสดุตู้เป็นไม้ Ply 15 มม. เคลือบโพลียูรีเทน, ช่องหน้าทำจากเหล็กพ่นสีพาวเดอร์โค้ตสีดำ แข็งแรง ใช้วูฟเฟอร์ ขนาด 12 นิ้ว ตัวขับเสียงแรงดันสูง Bose EMB2S, เป็นเทคโนโลยี Compression Driver พร้อมคอยล์เสียง 2 นิ้ว (51 มม.) เพื่อความชัดของเสียงกลาง-สูง ตอบสนองความถี่กว้าง 45 Hz–20 kHz ให้ความดังสูงสุด (SPL) ที่ระยะ 1 เมตรอยู่ที่ 126 dB (ต่อเนื่อง) และ 132 dB (peak)   มีความไว (Sensitivity): 98 dB (1 W@1 m) ออกแบบเฉพาะสำหรับห้องคาราโอเกะ (KTV) ให้เสียงร้องชัดเจน มีความแข็งแรง, ติดตั้งง่าย, และมีความยืดหยุ่นสูงทั้งในงานติดตั้งถาวรหรือแบบเคลื่อนย้าย • Bose Forum Series  Bose Forum Series เป็นลำโพงรุ่นใหม่จาก Bose Professional เปิดตัวในช่วงกลางปี 2025 ออกแบบมาเป็นลำโพงแบบ Coaxial point-source สำหรับติดตั้งถาวร โดยเน้นเสียงพูดที่ชัดเจนและคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์ในพื้นที่จำกัด ซีรีส์นี้มีทั้งหมด 2 รุ่นหลัก   1. Forum FC108  ใช้ดอกลำโพงขนาด 8 นิ้ว แบบ Coaxial (มี Tweeter ติดตั้งในตัว) ให้การตอบสนองความถี่ 53Hz – 20kHz ระดับเสียงดังสูงสุด ประมาณ 122dB ให้มุมกระจายเสียง: 110° (แนวนอน) × 60° (แนวตั้ง) หมุนได้ตามการติดตั้งมี Passive Crossover ปรับจูนจากโรงงาน ไม่ต้องใช้ DSP ตัวลำโพงรองรับการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ (ขายึด U‑bracket, แขวนด้วยสลิง, ติดผนัง ฯลฯ) ระดับป้องกันฝุ่น/น้ำ (IP Rating): IP43 เหมาะสำหรับใช้งานในอาคาร หรือพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง     2. Forum FC112  ใช้ดอกลำโพงขนาด 12 นิ้ว แบบ Coaxial ตอบสนองความถี่ 48Hz – 20kHz ให้ความดังสูงสุด 132dB (Peak) ให้มุมกระจายเสียงเหมือน FC108 (110° × 60°) และสามารถหมุนได้ ติดตั้งง่าย รองรับการแขวนและติดผนัง จุดเด่นทางเทคนิคของลำโพงซีรีส์ Bose Forum Series  ด้วยเทคนิคเวฟไกด์ กระจายเสียง Beamwidth Matching Waveguide: เทคโนโลยีที่ทำให้เสียงแผ่กระจายได้อย่างสมดุล ทั้งย่านความถี่ต่ำและสูงตัวลำโพงหมุนได้ (แนวตั้ง/แนวนอน): ปรับตามพื้นที่การติดตั้ง พร้อมโลโก้ที่ปรับทิศได้ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ DSP เหมาะสำหรับงานติดตั้งถาวร เช่น ห้องประชุม โบสถ์ ร้านอาหาร โรงเรียน ร้านค้า โรงแรม สถานที่ทางศาสนา โรงละคร มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน สถานที่จัดอีเวนต์ ห้องอเนกประสงค์      สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท อัศวโสภณ จำกัด โทร. 02 266 8136 - 8    

เอปสันตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เดินหน้าเปิดตัวนวัตกรรมใหม่เสริมศักยภาพธุรกิจยุคดิจิทัล

เอปสันตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เดินหน้าเปิดตัวนวัตกรรมใหม่เสริมศักยภาพธุรกิจยุคดิจิทัล 17 กรกฎาคม 2568 - เอปสัน ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมปี 2567 สูงถึง 28% พร้อมเสริมทัพด้วยนวัตกรรมรุ่นใหม่ในกลุ่มป้ายโฆษณาและสิ่งทอ เพื่อตอบรับคลื่นการเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคที่เทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลครองทุกอุตสาหกรรม   นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567 เอปสันประสบความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ด้วยส่วนแบ่งตลาดรวมที่ 28% โดยแบ่งเป็นรายผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้ กลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา (Signage) มีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับหนึ่งที่ 30% ครอบคลุมเครื่องพิมพ์ในระบบหมึก Eco Solvent, Solvent และ Latex ในส่วนเครื่องพิมพ์ สิ่งทอ (Graphic Textile) เอปสันเป็นแบรนด์ที่มียอดขายมากที่สุด ครองส่วนแบ่ง 30% ของตลาด เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์ภาพถ่าย (Photographic) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 32%” “ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานตามพันธกิจของไซโก้ เอปสัน ในการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพการผลิต และความสะดวกในการใช้งาน ผ่านเทคโนโลยีและโซลูชันระบบอิงค์เจ็ทที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เอปสัน ประเทศไทยได้เดินหน้าขับเคลื่อนพันธกิจดังกล่าวอย่างเต็มที่ ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ช่วยผลักดันการเติบโตและต่อยอดธุรกิจของลูกค้า ทั้งกลุ่มที่เริ่มปรับใช้ระบบดิจิทัล และกลุ่มที่ยังใช้ระบบดั้งเดิม ผ่านการผสานเทคโนโลยีการพิมพ์ ซอฟต์แวร์ การบริการ และโมเดลธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ปัจจุบัน เอปสันมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่โรงงานสิ่งทอ ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ นักออกแบบ แบรนด์สินค้า ไปจนถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นธุรกิจการพิมพ์แบบออนดีมานด์”     เอปสันตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ด้วยการเปิดตัว SureColor SC-S9130, SC-S8130 และ SC-S7130 เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 64 นิ้ว ระบบ Eco Solvent ที่พิมพ์ได้ทั้งงานภายในและนอกอาคาร ทั้งสามรุ่นได้รับการอัปเกรดด้วยหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP รุ่นใหม่ ช่วยให้พิมพ์งานได้เร็วยิ่งขึ้น มี Nozzle Verification Technology เพื่อตรวจจับหัวพิมพ์อุดตันและปรับคุณภาพการพิมพ์อัตโนมัติ ทั้งยังมีโหมด Text Sharpness สำหรับพิมพ์ตัวอักษรขนาดเล็กได้คมชัดสุดถึง 3 พอยต์ และใช้หมึก UltraChrome GS3 ซึ่งผ่านการรับรอง Greenguard Gold มั่นใจได้ทั้งด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  สินค้าไฮไลท์ได้แก่ SC-S9130 ซึ่งมีจุดเด่นที่ระบบหมึก 11 สี จำนวนสีมากที่สุดในตลาด โดยเพิ่มหมึกสีเขียว (Green) ช่วยให้พิมพ์ด้วยขอบเขตสีที่กว้างขึ้นและเก็บรายละเอียดของสีได้มากและแม่นยำยิ่งขึ้น ตอบโจทย์งานระดับพรีเมียม เช่น โปสเตอร์สินค้าแบรนด์หรู สติกเกอร์แร็ปรถ ฉลากเครื่องสำอาง งานศิลปะ ไปจนถึงงานออกแบบที่มีสีสันสะดุดตา ขณะที่รุ่น SC-S8130 เป็นเครื่องพิมพ์ระบบหมึก 6 สี ที่เพิ่มสี Light Cyan และ Light Magenta รองรับชุดหมึกทั้ง 800 และ 1,500 มิลลิลิตร พร้อมฟังก์ชัน Hot Swap เปลี่ยนหมึกขณะพิมพ์ได้โดย ไม่ต้องหยุดงาน เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการพิมพ์งานเร็ว แต่ยังคงคุณภาพสีสันสวยงามและความคมชัด ส่วน SC-S7130 เป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ให้บริการงานพิมพ์ที่เน้นการผลิตงานปริมาณน้อยแบบออนดีมานด์ มาพร้อมระบบป้อนวัสดุที่แม่นยำ ช่วยให้การพิมพ์งานปริมาณมากเป็นไปอย่างราบรื่น และฟีเจอร์ใช้งานสะดวก ทั้งการจัดเรียงวัสดุและทำความสะอาดหัวพิมพ์แบบอัตโนมัติ รวมถึงการควบคุมผ่านระบบออนไลน์  นายยรรยง กล่าวต่อว่า “เอปสันได้พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเอปสันเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่มีเครื่องพิมพ์หน้ากว้างครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งานในอุตสาหกรรมงานพิมพ์เพื่อสิ่งทอ ทั้งกลุ่ม Dye Sublimation สำหรับงานบนผ้าโพลีเอสเตอร์ เช่น เสื้อกีฬาและแฟชั่น กลุ่ม Direct-to-Garment สำหรับพิมพ์ตรงลงบนผ้าฝ้ายโดยยังคงเนื้อสัมผัสเดิมของผ้า และล่าสุดคือ Direct-to-Film (DTFilm) ที่เติมเต็มพอร์ตสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความยืดหยุ่นสูงในการพิมพ์ลงบนฟิล์มก่อนนำไปถ่ายโอนบนวัสดุหลากชนิด เหมาะกับสินค้ากลุ่มเสื้อยืด รองเท้า ถุงผ้า และของที่ระลึก” SureColor SC-G6030 เครื่องพิมพ์ระบบ DTFilm รุ่นแรกของบริษัทในกลุ่มเครื่องพิมพ์สิ่งทอ เพื่อตอบรับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระบบ DTFilm ในตลาด เครื่องพิมพ์ SC-G6030 มีจุดเด่นที่การใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP ที่มี Nozzle Verification Technology ช่วยลดปัญหาหัวพิมพ์อุดตันและลดเวลาหยุดทำงาน และด้วยขนาดหน้ากว้าง 35.4 นิ้ว ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับจัดวางงานออกแบบต่อม้วนฟิล์ม รองรับงานกราฟิกขนาดใหญ่ได้อย่างคล่องตัว จึงเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ แบรนด์แฟชั่น นักออกแบบที่เน้นงานเฉพาะตัว หรือแม้แต่โรงพิมพ์ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิตแบบสั่งทำเฉพาะ (on-demand)  เครื่องรุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อการพิมพ์ปริมาณมาก โดยไม่ต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง มีระบบหมุนเวียนหมึกขาวอัตโนมัติ เพื่อคงคุณภาพการพิมพ์ให้เสถียรและสม่ำเสมอ ทั้งยังมีโหมดการพิมพ์ที่หลากหลาย ทั้งเสื้อยืด เสื้อกีฬา และถุงผ้า นอกจากนี้ SC-G6030 ยังมีระบบใบปัดทำความสะอาดผ้า (Fabric Wiper System) และแพ็คหมึกขนาด 1.6 ลิตร ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึกและทำความสะอาด และฟังก์ชัน Cutter Timer ในตัวที่ช่วยป้อง กันความผิดพลาดในการจัดวางฟิล์ม เพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์งานทุกชิ้น อีกหนึ่งจุดเด่นของ SC-G6030 ก็คือตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่เพียง 1.2 ตารางเมตร และยังใช้หมึก UltraChrome DF ที่ให้สีสันสดใส คมชัด ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการรับรองจาก OEKO-TEX และ GOTS มาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งทอปลอดสารพิษ  “ปัจจุบัน ผู้ให้บริการงานพิมพ์ ผู้ผลิตป้ายโฆษณา รวมถึงนักออกแบบ ต่างมองหาโซลูชันที่มากกว่าแค่เครื่องพิมพ์ แต่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต เครื่องพิมพ์กลุ่ม SureColor ของเอปสัน ทั้งในกลุ่มงานพิมพ์ป้ายและสิ่งทอ จึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีทางเลือกครบกับทุกความต้องของลูกค้ายุคใหม่ ทั้งในด้านประเภทแอปพลิเคชันที่หลากหลาย รองรับงานออกแบบที่ไม่จำกัด ช่วยให้ลูกค้าสามารถผลิตงานตามออเดอร์ขนาดเล็กได้อย่างคุ้มค่า พร้อมการใช้งานที่ง่ายดายและการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ช่วยลดต้นทุนแรงงาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานที่มีทักษะสูงในการควบคุมเครื่อง ทั้งยังมีรอบการผลิตที่รวดเร็ว ตอบสนองตลาดได้ทันเวลา และที่สำคัญ เครื่องพิมพ์ของเอปสันยังออกแบบมาโดยคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในแง่ของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และเลือกใช้หมึกที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความคิดสร้างสรรค์ คว้าโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมแลสิ่งแวดล้อม” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย  

KEF เปิดตัว XIO Soundbar: เสียงระดับ Hi-Fi อันเป็นเอกลักษณ์ของ KEF ในรูปแบบซาวด์บาร์ ส่งมอบประสบการณ์เสียงระดับโรงภาพยนตร์แบบเหนือระดับ

KEF เปิดตัว XIO Soundbar: เสียงระดับ Hi-Fi อันเป็นเอกลักษณ์ของ KEF ในรูปแบบซาวด์บาร์ ส่งมอบประสบการณ์เสียงระดับโรงภาพยนตร์แบบเหนือระดับ เมดสโตน, เคนต์, สหราชอาณาจักร – 8 กรกฎาคม 2568: KEF ผู้นำด้านนวัตกรรมเสียงมากว่า 60 ปี เตรียมพลิกโฉมประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว XIO (ซี-โอ) Soundbar ที่จะมอบนิยามใหม่ให้กับมิติเสียงสำหรับทีวี, ภาพยนตร์, เพลง และเกม ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบที่ล้ำสมัย XIO มอบประสบการณ์เสียงระดับโรงภาพยนตร์ที่ไม่เป็นรองใคร XIO สร้างสรรค์มิติเสียงระดับโรงภาพยนตร์ที่สมจริงอย่างแท้จริง ผ่านชุดนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Uni-Q® MX, ไดรเวอร์ P185 LF พร้อมเทคโนโลยี P-Flex, เทคโนโลยี Velocity Control Technology (VECO) และ Music Integrity Engine® (MIE) for Cinema ด้วยการรองรับระบบเสียงล้ำสมัยอย่าง Dolby Atmos, DTS:X และ Sony 360 Reality Audio XIO สามารถเปลี่ยนทีวีจอแบนของคุณให้กลายเป็นมิติเสียงสามมิติที่เต็มอิ่มและทรงพลัง เพื่อปลุกชีวิตชีวาให้ความบันเทิงของคุณ     ประสบการณ์ระดับโรงภาพยนตร์ (Cinematic Experience) XIO มาพร้อมระบบ 5.1.2 แชนเนล และแอมพลิฟายเออร์ Class D 12 ตัว มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางความละเอียดสูงจากซาวด์บาร์เพียงเครื่องเดียว เพื่อให้เสียงที่ดีที่สุดในทุกสภาพแวดล้อม XIO มี Intelligent Placement Technology (IPT) ซึ่งเป็นเครื่องมือปรับเทียบเสียงในตัวที่จะปรับเอาต์พุตเสียงโดยอัตโนมัติให้เข้ากับวัตถุรอบข้าง นอกจากนี้ XIO ยังมี Dialogue Mode โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกคำพูดคมชัดและมีรายละเอียด โหมดนี้เป็นหนึ่งในค่า EQ ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ร่วมกับ Night Mode และ Music Mode ซึ่งจะช่วยเพิ่มความถี่ของเสียงร้องและลดเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้เสียงพูดชัดเจนยิ่งขึ้น XIO สร้างมิติเสียงที่ยอดเยี่ยมด้วยเวทีเสียง 3 มิติที่สมจริง สามารถระบุตำแหน่งของเสียงแต่ละเสียงได้อย่างแม่นยำในทุกจุดของห้อง ไม่ว่าจะเป็นเสียงกระซิบหรือดนตรีประกอบที่กระหึ่ม ทุกรายละเอียดปลีกย่อยจะถูกถ่ายทอดอย่างเที่ยงตรง เพื่อประสิทธิภาพเสียงเบสที่ทุ้มลึกและมีรายละเอียด XIO ให้ระดับความคมชัดและพลังเสียงที่หาได้ยากในซาวด์บาร์ทั่วไป ไดรเวอร์ P185 LF ของ XIO ได้รับการปรับปรุงด้วย เทคโนโลยี P-Flex ของ KEF (ซึ่งดัดแปลงมาจากซับวูฟเฟอร์ KC62 และ KC92) ทำให้ทนทานต่อแรงดันเสียงภายในตู้ลำโพง ส่งผลให้ไดรเวอร์เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำและให้เสียงเบสที่ทุ้มลึกพร้อมความคมชัดที่น่าทึ่ง แม้จะมีการออกแบบที่เพรียวบาง แต่ประสิทธิภาพเสียงเบสของ XIO เทียบเท่ากับวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว 4 ตัว พื้นที่ภายในตู้ที่กว้างขวางช่วยให้สามารถติดตั้งไดรเวอร์ P185 LF แบบคู่หันหลังชนกันในรูปแบบ force-cancelling ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือนเชิงกลได้อย่างมาก ส่งผลให้ได้การตอบสนองความถี่ต่ำที่บริสุทธิ์ ปราศจากการบิดเบือนที่ไม่พึงประสงค์ ดีไซน์เรียบหรู (Minimalistic Design) ด้วยแผ่นอลูมิเนียมด้านบนที่โฉบเฉี่ยวและผ้าหุ้มกันน้ำกระเซ็น XIO มีการออกแบบร่วมสมัยและเรียบง่ายที่ช่วยเสริมการตกแต่งทุกพื้นที่ได้อย่างลงตัว สไตล์ที่กลมกลืนนี้ทำให้ XIO เป็นเครื่องเสียงประสิทธิภาพสูงที่ติดตั้งร่วมกับทีวีทุกรูปแบบได้อย่างแนบเนียน มีให้เลือกในสี Slate Black และ Silver Grey พร้อมโหมดปรับเสียงตามการติดตั้งบนชั้นวางและบนผนัง เพื่อประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ที่ไม่ลดทอนคุณภาพและปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ สุดยอดนวัตกรรมทางเสียง (Revolutionary Acoustic Innovation) XIO มาพร้อม ไดรเวอร์ Uni-Q MX จำนวน 6 ตัว ซึ่งเป็นเวอร์ชันย่อส่วนของชุดไดรเวอร์ Uni-Q อันเป็นเอกลักษณ์ของ KEF ไดรเวอร์เหล่านี้ให้เวทีเสียงที่สมดุล คมชัด และแม่นยำทั่วทั้งห้อง ตัวแยก (decoupler) ซึ่งออกแบบมาเป็นครอสโอเวอร์ที่แม่นยำ ทำหน้าที่แยกกรวยความถี่ต่ำและโดมทวีตเตอร์ความถี่สูงออกจากกัน การออกแบบนี้ช่วยให้ไดอะแฟรมเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในความถี่ต่ำ ขณะที่แยกโดมทวีตเตอร์เพื่อความแม่นยำในความถี่สูง ผลลัพธ์คือ XIO มอบเสียงที่เต็มอิ่มและมีความเที่ยงตรงสูงให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของห้อง เทคโนโลยี Velocity Control Technology (VECO) ที่ของ KEF คือเซ็นเซอร์ในตัวที่เป็นหัวใจสำคัญของไดรเวอร์ P185 LF VECO จะตรวจสอบการเคลื่อนที่ของกรวยลำโพงและใช้วงจรป้อนกลับเชิงลบเพื่อลดการบิดเบือนและการบีบอัดของเสียงลงอย่างมาก เพื่อให้ได้เสียงที่ใสสะอาดและปราศจากความเพี้ยน Music Integrity Engine (MIE) for Cinema คือชุดอัลกอริธึม DSP ที่ KEF พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ XIO เทคโนโลยีที่ซับซ้อนนี้ให้ความสามารถในการประมวลผลแบบหลายช่องสัญญาณ, การสร้างเสียงเสมือนจริง และการปรับเสียงตามตำแหน่งการวาง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์เสียงที่ยอดเยี่ยมซึ่งปรับให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อม ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากมิติเสียงที่เหนือกว่าที่ยกระดับการรับชมภาพยนตร์ ด้วย MIE for Cinema ผู้ฟังจะได้สัมผัสกับเสียงระดับโรงภาพยนตร์ที่บ้าน ทำให้ทุกการรับชมเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำ     การเชื่อมต่อที่ราบรื่น (Smooth Connectivity) แพลตฟอร์มไร้สาย W2 ซึ่งดัดแปลงมาจาก LS Wireless Collection ของ KEF รองรับ AirPlay Spatial Audio, Google Cast บริการสตรีมมิ่งหลักทั้งหมด รวมถึง Tidal, Amazon Music, Qobuz, Deezer และอื่นๆ นอกจากนี้ยังรองรับ Dolby Atmos และ Sony 360 Reality Audio ทำให้ XIO รับประกันการเชื่อมต่อและการสตรีมที่ง่ายดายพร้อมคุณภาพเสียงที่บริสุทธิ์ XIO ได้รับการออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นและเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบกับทีวีของคุณ โดยมีช่องเชื่อมต่อ HDMI eARC, optical และ RCA subwoofer output ทำให้มีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่หลากหลาย แม้ว่าตัวซาวด์บาร์จะมีเสียงเบสที่เพียงพอสำหรับการใช้งานส่วนใหญ่ แต่หากต้องการเสียงเบสที่มากขึ้น ก็สามารถจับคู่ซับวูฟเฟอร์ KEF รุ่นใดก็ได้แบบไร้สายกับ KW2 RX (Receiver) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้การเชื่อมต่อที่ง่ายดายและเชื่อถือได้ การควบคุมที่แสนง่ายดาย (Effortless Control) ด้วยการตั้งค่าที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงและจัดการการเล่นได้อย่างง่ายดายผ่านแผงควบคุมด้านบนของ XIO, รีโมทคอนโทรล หรือแอป KEF Connect คุณสามารถปรับแต่งประสบการณ์การฟังให้เหมาะกับรสนิยมและพื้นที่ของคุณ และทำการปรับเปลี่ยนที่ต้องการได้อย่างง่ายดายผ่านโหมดปกติและโหมดผู้เชี่ยวชาญในการตั้งค่า EQ ค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า (Presets) ประกอบด้วย Dialogue mode ซึ่งเน้นการเพิ่มความชัดเจนและความเข้าใจในเสียงพูด และ Night mode ซึ่งปรับแต่งมาสำหรับการรับชมในเวลากลางคืนหรือในสถานการณ์ที่ต้องการระดับเสียงที่เบาลง สรุปคุณสมบัติเด่น •    เทคโนโลยี Uni-Q® MX, ไดรเวอร์ P185 LF พร้อม P-Flex, เทคโนโลยีสิทธิบัตร Velocity Control Technology (VECO) และ Music Integrity Engine® (MIE) for cinema  •    รองรับ Dolby Atmos, DTS:X และ Sony 360 Reality Audio  •    เทคโนโลยี Intelligent Placement Technology ในตัว  •    ขับเคลื่อนด้วยระบบ 5.1.2 แชนแนล และแอมพลิฟายเออร์ Class D 12 ตัว  •    ไดรเวอร์ P185 LF พร้อมเทคโนโลยี P-Flex ให้เสียงเบสที่ทุ้มลึกและมีรายละเอียดในดีไซน์ที่เพรียวบาง  •    แผ่นอลูมิเนียมด้านบนที่โฉบเฉี่ยว คู่กับผ้าที่กันน้ำกระเซ็นได้เพื่อสไตล์และความทนทาน  •    มีให้เลือกในสี Slate Black และ Silver Grey มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับติดตั้งบนผนังเพื่อความหลากหลายในการจัดวาง  •    ไดรเวอร์ Uni-Q MX จำนวน 6 ตัว รับประกันเสียงที่คมชัดและแม่นยำทั่วทั้งห้อง  •    เทคโนโลยี Velocity Control Technology (VECO) ที่ได้รับสิทธิบัตร ช่วยลดความเพี้ยนของเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  •    Music Integrity Engine (MIE) for Cinema ชุดอัลกอริธึม DSP ที่ KEF พัฒนาขึ้นเอง ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ XIO  •    แพลตฟอร์มไร้สาย W2 ช่วยให้การสตรีมเป็นเรื่องง่าย รองรับ Dolby Atmos, Sony 360 Reality Audio, Tidal, Amazon Music, Qobuz, Deezer และอื่นๆ  •    ช่องเชื่อมต่อ HDMI eARC, optical และ RCA subwoofer output  •    ควบคุมผ่านแอป KEF Connect หรือรีโมทคอนโทรลได้ พร้อมค่า EQ ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าซึ่งรวมถึง Night mode สำหรับการรับชมตอนกลางคืน และ Dialogue mode ที่เพิ่มความถี่เสียงพูดพร้อมลดเสียงรบกวนรอบข้าง  •    สามารถซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณ KW2 RX Receiver เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเชื่อมต่อกับซับวูฟเฟอร์ KEF แบบไร้สายได้  ราคาจำหน่าย: 79,900 THB  สถานที่จัดจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย KEF ทั่วประเทศ  https://www.vgadz.com/kef-dealer/ #KEF #KEFXIOSoundbar #KEFListenandbelieve    

เอปสันเผยวิสัยทัศน์ผู้นำตลาด B2B ด้วยสูตรนวัตกรรมผสานความยั่งยืน เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อยุค Green Office พร้อมโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจ 15 รุ่น

เอปสันเผยวิสัยทัศน์ผู้นำตลาด B2B ด้วยสูตรนวัตกรรมผสานความยั่งยืน เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อยุค Green Office พร้อมโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจ 15 รุ่น 26 มิถุนายน 2568 - เอปสัน ประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำตลาด ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ครอบคลุมทั้งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในกลุ่ม EcoTank และ WorkForce รวม 7 รุ่น พร้อมด้วยโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจในซีรีส์ EB และโปรเจคเตอร์เลเซอร์อีก 15 รุ่น ภายใต้กลยุทธ์มุ่งนำเสนอนวัตกรรมที่ทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าในการลงทุน ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการขยายสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงและศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ทั้งในภาคธุรกิจ การศึกษา และองค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวสินค้าใหม่ในวันนี้ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของเอปสันในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของโลก ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่ครองแชมป์ยอดขายต่อเนื่อง 15 ปี มียอดขายรวมทั่วโลกทะลุ 100 ล้านเครื่อง และโปรเจคเตอร์ที่ขายดีที่สุดตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2567 สำหรับประเทศไทย เอปสันยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ด้วยส่วนแบ่งสูงสุด 47% และโปรเจคเตอร์ที่ 51% สะท้อนความเชื่อมั่นจากทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจ และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำเอปสันจึงเดินหน้าด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ขยายตลาดเครื่องพิมพ์ Epson EcoTank กลุ่ม Mid-High เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่มากยิ่งขึ้น กระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ มาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ Epson WorkForce และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดโปรเจคเตอร์ธุรกิจ โดยเน้นกลุ่มความสว่างสูงที่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือห้องที่มีแสงจ้า      สำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่เอปสันเปิดตัววันนี้มีทั้งหมด 7 รุ่น ประกอบด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ Epson EcoTank Series จำนวน 3 รุ่น ได้แก่ L4360, L6370 และ L6390 และอีก 3 รุ่นจาก Epson WorkForce Pro Series ได้แก่ EM-C800, EM-C8100 และ EM-C8101 รวมกับ AM-M5500 จากกลุ่ม Epson WorkForce Enterprise Series นายยรรยง กล่าวว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องพิมพ์เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์เติบโตต่อเนื่องจนมีส่วนแบ่งถึง 57% ของตลาดรวม และสูงถึง 80% ในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ประหยัด คุ้มค่า ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และจากผลวิจัยตลาดยังพบว่าเอสเอ็มอีมากกว่า 72% ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน ทำให้ Epson EcoTank กลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว ปีนี้ เอปสันมุ่งเจาะตลาดเครื่องพิมพ์ระดับ Mid-High ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยกลุ่มนี้กำลังเข้ามาแทนที่เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ด้วยฟังก์ชันที่ครบ สีสวย และต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ เครื่องพิมพ์กลุ่ม Mid-High ยังสร้างรายได้ให้เอปสันมากกว่ากลุ่ม Entry ถึง 2 เท่า เพราะกลุ่มลูกค้าหลักอย่างเอสเอ็มอีมีปริมาณการพิมพ์สูง และต้องเปลี่ยนชุดหมึกบ่อยกว่าผู้ใช้ทั่วไป เอปสันได้ตั้งเป้ายอดขายเครื่องพิมพ์กลุ่มนี้ในปีนี้ไว้ราว 35% ของตลาด พร้อมกับเปิดตัวรุ่นใหม่ ได้แก่ L4360, L6370 และ L6390 ที่โดดเด่นทั้งด้านความเร็ว ขนาดกะทัดรัด ความทนทาน และต้นทุนการใช้งานต่ำ ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและค่าบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ  เอปสันเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนด้วยการรับประกันความทนทานของเครื่องที่เหนือกว่า โดยรับประกันสูงสุดถึง 50,000 แผ่นสำหรับรุ่น L4360 และ 100,000 แผ่นสำหรับรุ่น L6370 และ L6390 ซึ่งนับเป็นการรับประกันตามจำนวนการพิมพ์ที่ยาวนานที่สุดในตลาดขณะนี้ นายยรรยง กล่าวว่า “68% ของสำนักงานทั่วภูมิภาคอาเซียนยังเลือกใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่มีความเร็ว 21-30 ipm เอปสันจึงได้พัฒนา EM-C800 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันกระแสด้านความยั่งยืนก็กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานเครื่องพิมพ์ในกลุ่มบริษัทธุรกิจทั่วภูมิภาคนี้เช่นกัน แต่ยังมีผู้บริหารองค์กร 34% ที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถนำเสนอคุณค่าด้านความยั่งยืนได้ดีกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เอปสันจึงเปิดตัว EM-C8100 และ EM-C8101 ที่เน้นจับกลุ่มสำนักงานที่มองหาเครื่องพิมพ์ที่สามารถตอบโจทย์ในหลายมิติ ทั้งรองรับงานปริมาณมากในทุกวัน ทนทาน ประสิทธิภาพสูง ให้งานพิมพ์คุณภาพดีเยี่ยม ทั้งยังต้องไม่สร้างมลพิษต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมอีกด้วย” EM-C800 เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สีขนาดกะทัดรัด ขนาด A4 ใช้ชุดหมึกความจุสูงที่สามารถพิมพ์ขาวดำได้ 50,000 หน้า และพิมพ์สีได้ 20,000 หน้า ใช้เทคโนโลยี Dual CIS สแกนเอกสารได้ทั้งสองด้านพร้อมกันในครั้งเดียว ทั้งยังมี Authentication Device Table อุปกรณ์เสริมสำหรับยืนยันตัวผู้ใช้ก่อนสั่งพิมพ์ที่ใช้งานง่ายและสะดวก ช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยไม่รบกวนความรื่นไหลในการทำงาน สำหรับ EM-C8100 และ EM-C8101 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สี ขนาด A3 สามารถรองรับการทำงานปริมาณงานสูง ด้วยชุดหมึกความจุสูงที่พิมพ์ขาวดำ 86,000 หน้า และพิมพ์สีได้ 50,000 หน้า ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึกและเพิ่มความต่อเนื่องในการทำงาน  ทั้ง EM-C800, EM-C8100 และ EM-C8101 ได้รับการออกแบบให้รองรับการทำงานยุคใหม่ ทั้งแบบไฮบริดและการเชื่อมต่อผ่านระบบดิจิทัล ด้วย Epson Solutions Suite ที่รวมเครื่องมือและซอฟต์แวร์ช่วยจัดการงานพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็น Epson Connect, Epson Smart Panel หรือ Mopria Print Service ที่รองรับการพิมพ์ผ่านคลาวด์และเครือข่าย พร้อมด้วย Epson Print Admin ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนและพิมพ์ด้วยรหัส PIN และ Epson Remote Services ที่ช่วยผู้ดูแลระบบตรวจสอบและจัดการเครื่องพิมพ์จากระยะไกลได้อย่างสะดวก รองรับการขยายการใช้งานในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ AM-M5500 คือเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันขาวดำ ขนาด A3 รองรับการพิมพ์เอกสารขาวดำปริมาณมากอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีฟังก์ชัน Optical Character Recognition (OCR) ซอฟต์แวร์ช่วยแปลงภาพเอกสารที่สแกนเป็นข้อความที่สามารถแก้ไขและค้นหาได้ เหมาะกับสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โค้งมนดูทันสมัย และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Finisher อุปกรณ์เสริมสำหรับทำรูปเล่ม  เครื่องพิมพ์ทั้ง 7 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำนักงานยุคใหม่ที่มุ่งสู่การเป็น Green Office หรือสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยี Heat-Free ที่ไม่ต้องใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ จึงลดการใช้พลังงานได้ถึง 85% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ทำให้ประหยัดค่าไฟ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้อะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองได้ถึง 59% จึงช่วยลดทั้งของเสียและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 30% และบรรจุภัณฑ์ใช้กระดาษรีไซเคิล 80% สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะรุ่น AM-M5500 ยังมีฟีเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบตรวจสอบการใช้พลังงาน และไฟสัญลักษณ์ใบไม้สีเขียวที่แสดงเมื่อพิมพ์หรือถ่ายเอกสารสองหน้า เพื่อส่งเสริมการประหยัดกระดาษ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นยังใช้ชุดหมึกความจุสูง ลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึก ช่วยลด Digital Footprint ขององค์กรได้อย่างเห็นผลชัดเจน     ในวันนี้ เอปสันยังได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 15 รุ่น โดยแบ่งเป็นโปรเจคเตอร์รุ่น Smart หรือกลุ่มระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่ EB-E12, EB-E24, EB-X52, EB-W53, EB-W55, EB-FH54 และ EB-W56S และโปรเจคเตอร์เลเซอร์ 8 รุ่น ประกอบด้วย EB-L890E, EB-L690E, EB-L890U, EB-L790U, EB-L690U, EB-L790SE, EB-L690SE และ EB-L690SU สำหรับโปรเจคเตอร์ Smart Series ทั้ง 7 รุ่นนี้สามารถฉายภาพได้ใหญ่ถึง 300 นิ้ว ด้วยความสว่างสูงสุด 4,100 ลูเมน ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส มองเห็นชัดเจนแม้ในห้องที่มีแสงมาก ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ติดตั้งและเคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับห้องเรียน ห้องประชุม สำนักงาน ร้านค้า หรือพื้นที่จัดกิจกรรมที่ต้องการจอขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถใช้ทีวีจอแบนที่มีขนาดที่จำกัดและต้นทุนสูงเมื่อต้องการภาพที่เกิน 100 นิ้ว ที่สำคัญ โปรเจคเตอร์ทั้ง 7 รุ่นยังทนทาน ใช้งานได้นาน ด้วยหลอดภาพที่มีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 12,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ลดทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและเวลาหยุดใช้งานจากการเปลี่ยนหลอดใหม่ โปรเจคเตอร์ซีรีส์ใหม่นี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงเชื่อมต่อก็สามารถใช้งานได้ทันทีแบบ Plug-and-Play และบางรุ่นยังรองรับการนำเสนอแบบไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ด้วยฟีเจอร์ iProjection ช่วยให้ใช้งานสะดวกโดยไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก เหมาะสำหรับองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานนำสมาร์ทดีไวซ์ส่วนบุคคลมาใช้ทำงานภายในองค์กรได้ หรือ BYOD (Bring Your Own Device) ลดความยุ่งยากจากการใช้สายเชื่อมต่อแบบเดิม ทุกรุ่นยังมีฟังก์ชันเปิดเครื่องอัตโนมัติ (Auto Power-On) ช่วยให้ติดตั้งและเริ่มใช้งานโปรเจคเตอร์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ฟังก์ชัน Keystone Correction ช่วยปรับภาพให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกับจอฉายภาพได้โดยอัตโนมัติ และฟังก์ชัน Screen Fit ที่ช่วยจัดขนาดและตำแหน่งภาพได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ ในส่วนโปรเจคเตอร์เลเซอร์เพื่อธุรกิจรุ่นใหม่ทั้ง 8 รุ่นที่เปิดตัวใหม่วันนี้มาพร้อมระดับความละเอียดสูงสุดด้วย 4K Enhancement มีความสว่างตั้งแต่ 6,000 ถึง 8,000 ลูเมน รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบใช้สายผ่านพอร์ตภาพต่างๆ และแบบไร้สายผ่าน Miracast และแอพพลิเคชัน Epson iProjection ที่ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อ Chromebook หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชันแชร์ จัดการ และใส่คำอธิบายประกอบบนเนื้อหาได้ง่ายๆ  โปรเจคเตอร์ทั้งหมดได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่าย ด้วย Geometric Correction สำหรับปรับภาพให้ตรงแม้ติดตั้งในมุมที่ไม่สมบูรณ์ เหมาะกับการประชุม การเรียนการสอน หรือเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะรุ่น EB-L690SE ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ Golf Simulator ด้วยค่า throw ratio เพียง 0.5 สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ คมชัด สว่างได้จากระยะใกล้ เหมาะกับพื้นที่จำกัด และให้ประสบการณ์เสมือนอยู่ในสนามกอล์ฟจริง “เอปสันเดินนำหน้าตลาดอยู่เสมอ เพราะเราไม่เคยหยุดเรียนรู้และติดตามเทรนด์ตลาดอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านพฤติกรรม ความนิยม และความคาดหวังของลูกค้าองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม เราจึงสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงจุดเพื่อธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือสถาบันการศึกษา  จนทำให้เอปสันสามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและโปรเจคเตอร์อันดับหนึ่งทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ เราไม่ได้มุ่งเพียงตอบโจทย์ในวันนี้เท่านั้น แต่ยังเดินหน้าอย่างมั่นคงเพื่อยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะด้านโซลูชันเพื่อสำนักงานยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม” นายยรรยง กล่าวสรุป  

เอปสันฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ ยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่ง “ความคิดสร้างสรรค์และความท้าทาย” และ “ความซื่อสัตย์และความพากเพียร” เพื่อสร้างแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก

เอปสันฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ ยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่ง “ความคิดสร้างสรรค์และความท้าทาย” และ “ความซื่อสัตย์และความพากเพียร” เพื่อสร้างแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก กรุงเทพฯ, 20 มิถุนายน 2025 - เอปสัน ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี ฉลองครบรอบ 50 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าและพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนอย่างมั่นคงมาโดยตลอด ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จของบริษัท ภายใต้หลักปรัชญา “ความคิดสร้างสรรค์และความท้าทาย” และ “ความซื่อสัตย์และความพากเพียร” เอปสันยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่ก้าวล้ำเหนือความคาดหวัง และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในปี 1968 เอปสันเปิดตัวเครื่องพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา รุ่น EP-101 โดยเครื่องพิมพ์รุ่นนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์ “Epson” ในปี 1975 ซึ่งชื่อแบรนด์ Epson สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทในการรักษาคุณค่าของเครื่องพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (“EP”) พร้อมกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง (“SONs”) นับตั้งแต่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในชื่อ Epson แบรนด์ก็ได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและคุณภาพที่เป็นหัวใจของความสำเร็จและการยอมรับในระดับโลก     ผู้บุกเบิกนวัตกรรมและความก้าวหน้าด้านความแม่นยำ เอปสันเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายประเภท โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ความแม่นยำสูงสำหรับใช้งานในบ้าน สำนักงาน และอุตสาหกรรม ตำนานแห่งโลกการพิมพ์ของเอปสันเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์รุ่นบุกเบิก เช่น MJ-500 และ MJ-700V2C ที่นำเทคโนโลยี Micro Piezo มายกระดับคุณภาพการพิมพ์ให้ผู้ใช้งานภายในบ้าน ปัจจุบันโซลูชันการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของเอปสัน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยหัวพิมพ์ PrecisionCore ได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ ต่อมาในปี 2003 เอปสันเปิดตัว Monna Lisa 160B เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล และต่อมาได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ฉลากระบบดิจิทัล SurePress เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของภาคอุตสาหกรรม และในปี 2010 เอปสันได้ปฏิวัติวงการพิมพ์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ความจุสูง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและดูแลรักษาง่ายกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ปัจจุบัน เครื่องพิมพ์ประเภทนี้ของเอปสันมีวางจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายรวมมากกว่า 100 ล้านเครื่องแล้ว (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2024)     นอกจากเทคโนโลยีด้านการพิมพ์แล้ว เอปสันยังสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้นำด้านโปรเจคเตอร์คุณภาพสูง สำหรับใช้งานในภาคธุรกิจ การศึกษา และความบันเทิงต่างๆ ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลึกเหลว ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนานาฬิกา LCD เอปสันจึงสามารถสร้างแผง HTPS ขั้นสูง (High-Temperature Polysilicon) ที่ช่วยให้โปรเจคเตอร์แสดงภาพได้อย่างคมชัดและมีคุณภาพเหนือระดับ จุดเปลี่ยนสำคัญของเอปสัน ได้แก่ โปรเจคเตอร์ รุ่น VPJ-700, ELP-3000 และรุ่น EB-L25000U ซึ่งกลายเป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3LCD ที่สว่างที่สุดในโลก (ณ เดือนธันวาคม ปี 2015 สำหรับผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ 3LCD ที่เปิดตัวแล้ว อ้างอิงจากผลวิจัยของเอปสัน ณ เวลาประกาศ) สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของเอปสันในตลาดโปรเจคเตอร์ระดับโลก (ส่วนแบ่งตลาดของโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่าง 500 ลูเมนขึ้นไป ไม่รวมผลิตภัณฑ์ประเภททีวีแบบไม่มีจอ ตามข้อมูลปีงบประมาณ 2023 จาก Futuresource Consulting Ltd.) นอกจากนี้ เอปสันยังได้พัฒนาโซลูชันระบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Automation) โดยสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลกในด้านรายได้จากการขายหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบ SCARA ได้อย่างต่อเนื่อง (จากรายงาน “สถานการณ์ตลาดและแนวโน้มในอนาคตของหุ่นยนต์ทั่วโลก ปี 2025 – หุ่นยนต์ FA” อิงจากยอดจัดส่งของหุ่นยนต์ SCARA อุตสาหกรรมในปี 2024 ตามรายได้ โดย Fuji Keizai Co., Ltd.) เอปสันผสานเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ากับเซนเซอร์แรงกด (Force Sensors) และระบบจดจำภาพผ่านกล้อง เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูง ราวกับมีประสาทสัมผัสแบบมนุษย์ จากรากฐานนวัตกรรมเหล่านี้ เอปสันยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้านความเร็ว ความแม่นยำ ความทนทาน และความยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดทั่วโลก โดยไม่ละทิ้งความตั้งใจในการส่งมอบคุณภาพและนวัตกรรมระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง     ส่งมอบการดำเนินงานอย่างไร้รอยต่อทั่วโลก เอปสันได้สร้างเครือข่ายการผลิตและการจัดจำหน่ายระดับโลก เพื่อส่งมอบคุณค่าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วในทุกภูมิภาค การขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศเริ่มต้นขึ้นในปี 1968 ด้วยการผลิตตัวเรือนนาฬิกาในสิงคโปร์ และต่อมาได้ขยายฐานการผลิตไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงจีน อินโดนีเชีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งช่วยให้เอปสันสามารถสนับสนุนตลาดนานาชาติที่มีความหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครือข่ายอันกว้างขวางนี้ช่วยให้เอปสันสามารถติดตามความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาดได้อย่างใกล้ชิด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ สมกับความต้องการในแต่ละภูมิภาค เช่น เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์หมึกความจุสูง ที่เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเชีย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะ ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เอปสันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาโดยตลอด นวัตกรรมเหล่านี้ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องพิมพ์ โปรเจคเตอร์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ ด้วยความทุ่มเทในการพัฒนาเทคโนโลยีและความเป็นเลิศด้านการผลิต เอปสันจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานมืออาชีพทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของเอปสันขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ ความน่า เชื่อถือ และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่หลากหลายอย่างแท้จริง “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เอปสันมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีเป้าหมาย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และในโอกาสสำคัญนี้ เรายังคงยึดมั่นในการพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้น” นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ด้วยหลักการดำเนินงานอันมั่นคง และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงามของจังหวัดนากาโนะ เอปสันยังคงเดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปกป้องสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คนรุ่นต่อไป  

MAHAJAK MIDTOWN MID YEAR SALE 2025 สินค้า PARTYBOX SERIES ลดสูงสุด 10% ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท

MAHAJAK MIDTOWN MID YEAR SALE 2025 สินค้า PARTYBOX SERIES ลดสูงสุด 10% ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เปิดประสบการณ์ความมันส์ให้กับสายปาร์ตี้ ได้สัมผัสกับพลังเสียงแห่งความสนุก กับแคมเปญ “Mid Year Sale 2025” ลดสูงสุด 10% สำหรับกลุ่มสินค้า  JBL Partybox Series ทั้งลำโพงหลากหลายรุ่น พร้อมแสง สี แบบจัดเต็ม ที่จะเปลี่ยนทุกปาร์ตี้ในบ้าน ให้เป็นฟลอร์แดนซ์สุดมนส์ พิเศษ!เมื่อซื้อสินค้าครบ 8,000 บาทขึ้นไป ยังลุ้นรับของรางวัล  รวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนดตลอดช่วงแคมเปญ     โดยมีรายละเอียดโปรโมชันดังนี้ JBL Partybox Series ลำโพง JBL Partybox Essential              ราคาพิเศษ 11,610 บาท **รับฟรี กระเป๋าใส่ลำโพง (มูลค่า 1,500 บาท) ลำโพง JBL Partybox Encore (พร้อมไมโครโฟน)    ราคาพิเศษ 17,010 บาท ลำโพง JBL Partybox 710                          ราคาพิเศษ 29,610 บาท ลำโพง JBL Partybox Ultimate                     ราคาพิเศษ 53,910 บาท ลำโพง JBL Partybox Stage 320                  ราคาพิเศษ 23,310 บาท     ลำโพง JBL Partybox On-The-Go Essential      ราคาพิเศษ 14,310 บาท     ลำโพง JBL Partybox Club 120                    ราคาพิเศษ 17,010 บาท **รับฟรี ไมโครโฟน JBL PBM100 Wired Microphone (มูลค่า 2,500 บาท) จำนวน 1 ตัว/ชิ้น ไฟปาร์ตี้ JBL PartyLight Stick                 ราคาพิเศษ 4,360.50 บาท                   **ลด 10% เมื่อซื้อพร้อม Partybox รุ่นใดก็ได้ (เหลือ 4,131 บาท/ชิ้น)      ไฟปาร์ตี้ JBL PartyLight Beam                  ราคาพิเศษ 5,690.50 บาท            **ลด 10% เมื่อซื้อพร้อม Partybox รุ่นใดก็ได้ (เหลือ 5,391 บาท/ชิ้น) JBL Microphone ไมโครโฟนไร้สาย JBL Wireless Mic Set             ราคาพิเศษ 4,265.50 บาท ไมโครโฟนไร้สาย JBL Partybox Wireless Mic       ราคาพิเศษ 5,310.50 บาท     รายละเอียดลุ้นรับรางวัลต่อที่ 2  เพียงซื้อสินค้าและลงทะเบียนรับประกันพร้อมแนบใบเสร็จภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2568  ผ่าน Line: @Mahajakplus ก็สามารถร่วมลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,725,600 บาท!! เมื่อซื้อสินค้าครบ 8,000 - 14,999 บาท ลุ้นรับ ลำโพง JBL Flip 6 มูลค่า 5,190 บาท  (จำนวน 20 รางวัล) หรือ หูฟัง JBL Soundgear Sense มูลค่า 5,990 บาท (จำนวน 20 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 15,000 - 24,999 บาท ลุ้นรับ เครื่องฟอกอากาศ Mori Series – Mitsubishi Heavy Duty มูลค่า 13,900 บาท (จำนวน 20 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 25,000 - 49,999 บาท ลุ้นรับ ลำโพง JBL Soundbar 300 มูลค่า 30,000 บาท (จำนวน 15 รางวัล)  หรือ ลำโพง JBL Soundbar 5.0 มูลค่า 22,000 บาท (จำนวน 15 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 50,000 บาทขึ้นไป ลุ้นรับ เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty  รุ่น Yuki Series SRK13YYS-W1 (เฉพาะตัวเครื่อง) มูลค่า 32,900 บาท (จำนวน 5 รางวัล)  หรือ ลำโพง JBL Soundbar 1000 มูลค่า 55,900 บาท (จำนวน 5 รางวัล) ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ,  ร้าน Dream Theater, ร้าน Sound City และโชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา Shop Now > [https://www.mahajak.com/mid-year-sales-2025-jbl-partybox.html] ลงทะเบียนรับประกันได้ที่ > Line: @MahajakPlus (Click: https://lin.ee/aSKutmM) เงื่อนไขโปรโมชันและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชัน 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 - โปรโมชันนี้เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น - สินค้าราคาโปรโมชันรวม  VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกินวันที่ 15 สิงหาคม 2568 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถม ผ่าน Line: @mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถมผ่าน Line @mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับของแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชันในทุกกรณี - ของแถมจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity by Mahajak, Dream Theater และร้านตัวแทนจำหน่ายของมหาจักรเท่านั้น - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชันและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line @mahajakstore  - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เงื่อนไขการชิงโชคจับฉลากรางวัล - จับรางวัลวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 - เมื่อซื้อสินค้าแล้วจะต้องลงทะเบียนรับประกันผ่าน Line: @Mahajakplus พร้อมแนบใบเสร็จรับเงิน - กำหนดลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 10 สิงหาคม 2568 - เฉพาะใบเสร็จที่ระบุวันที่ซื้อสินค้า ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น - กรณีไม่แนบใบเสร็จ ถือว่าสละสิทธิ์การร่วมกิจกรรมโดยอัตโนมัติ - สิทธิ์ลุ้นรางวัลแบ่งตามมูลค่าการซื้อที่กำหนด - ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่าเกิน 1,000 บาท จะต้องชำระภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ทป. 101/2544   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk, https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

MAHAJAK MIDTOWN MID YEAR SALE 2025 สินค้า HOME AUDIO ลดสูงสุด 29% พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท

MAHAJAK MIDTOWN MID YEAR SALE 2025 สินค้า HOME AUDIO ลดสูงสุด 29% พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ส่งตรงความคุ้มค่ากับโปรโมชัน “Mid Year Sale 2025” สำหรับสินค้ากลุ่ม Home Audio แบรนด์ JBL, Denon ลดสูงสุด 29% กับ “Mahajak Mid Town” พบกับสินค้า Home Audio สไตล์โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ ที่จัดวางเครื่องเสียงดีไซน์หรูสำหรับทุกมุมบ้าน เสียงดีมีคลาส เหมาะกับคนรักเครื่องเสียง ไม่ว่าจะเป็นลำโพงไร้สาย, ชุดโฮมเธียเตอร์ หรือซาวด์บาร์ ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรักเสียงเพลงในทุกมิติ พร้อมลุ้นรางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,725,600 บาท     โดยมีรายละเอียดโปรโมชันดังนี้ JBL Soundbar Series ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 9.1              ราคาพิเศษ 19,900 บาท ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 300            ราคาพิเศษ 14,365 บาท ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 500            ราคาพิเศษ 19,465 บาท ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 800            ราคาพิเศษ 25,415 บาท ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 1000           ราคาพิเศษ 30,151 บาท ลำโพงซาวด์บาร์ JBL Bar 1300           ราคาพิเศษ 42,415 บาท Denon AV Receiver Denon AVC-X6700H               ราคาพิเศษ 87,210 บาท **ฟรี ลำโพง Denon Heos 7 สีขาว (มูลค่า 29,000 บาท) จำนวน 1 ตัว Denon AVR-X250BT               ราคาพิเศษ 10,965 บาท Denon AVR-X580BT               ราคาพิเศษ 16,915 บาท Denon AVR-X1800H               ราคาพิเศษ 24,565 บาท Denon AVR-X2800H               ราคาพิเศษ 33,915 บาท Denon AVC-X3800H               ราคาพิเศษ 47,515 บาท Denon AVC-X4800H               ราคาพิเศษ 72,165 บาท Denon AVC-X6800H               ราคาพิเศษ 84,065 บาท JBL Studio Monitor ( 2 Ways Speaker) JBL 4312 MKII (สีขาว)                       ราคาพิเศษ 26,910 บาท JBL 4312 MKII (สีดำ)                        ราคาพิเศษ 25,415 บาท JBL 4309                 ราคาพิเศษ 86,310 บาท JBL 4349                 ราคาพิเศษ 233,100 บาท ***โปรโมชันเฉพาะ Showroom และ สาขามหาจักร, ร้าน Dream Theater, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น*** JBL Classic Series ( 2 Ways Speaker)     JBL L52 Classic (สีส้ม/สีน้ำเงิน)                  ราคาพิเศษ 37,905 บาท     JBL L82 Classic (สีดำ)                           ราคาพิเศษ 85,405 บาท JBL L82 MKII (สีส้ม/สีดำ)                         ราคาพิเศษ 85,405 บาท JBL L100 MKII (สีส้ม/สีน้ำเงิน/สีดำ)              ราคาพิเศษ 170,050 บาท ***โปรโมชันเฉพาะ Showroom และ สาขามหาจักร, ร้าน Dream Theater, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น*** ModernTage Set ModernTage Set 4 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม)                   ราคาพิเศษ 47,405 บาท (ประกอบด้วย Denon Heos AMP จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L52 Classic จำนวน 1 คู่) ModernTage Set 1                                              ราคาพิเศษ 37,905 บาท (ประกอบด้วย Denon Heos AMP จำนวน 1 เครื่อง และ JBL 4312 MKII จำนวน 1 คู่) **ฟรี แผ่นเสียง JBL 75th Jazz Vocal Collection 1 แผ่น เมื่อซื้อ ชุด ModernTage Set 4 หรือ ชุด ModernTage Set 1 (*มีจำนวนจำกัดและไม่มีวางจำหน่าย) JBL Classic Set Hifi Classic 1 (สีดำ/สีส้ม)                        ราคา 119,000 บาท (ประกอบด้วย Denon PMA 900 จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L82 Classic จำนวน 1 คู่) **รับฟรี ขาตั้งลำโพง JS80 จำนวน 1 คู่ (มูลค่า 20,000 บาท) เมื่อซื้อ ชุด Hifi Classic Set 1       JBL Classic 100 (สีดำ/สีน้ำเงิน/สีส้ม)         ราคา 239,000 บาท (ประกอบด้วย JBL SA 750 จำนวน 1 เครื่อง และ JBL L100 Classic จำนวน 1 คู่) **รับฟรี ขาตั้งลำโพง JS120 จำนวน 1 คู่ (มูลค่า 20,000 บาท) เมื่อซื้อ ชุด JBL Classic 100 Denon Home   ลำโพง Denon Home 150 (สีดำ)                 ราคาพิเศษ 9,405 บาท  ลำโพง Denon Home 250 (สีขาว/สีดำ)          ราคาพิเศษ 14,310 บาท ลำโพง Denon Home 350 (สีขาว/สีดำ)          ราคาพิเศษ 17,910 บาท HEOS ลำโพง Denon Heos 5 (สีขาว/สีดำ)             ราคาพิเศษ 13,520 บาท ลำโพง Denon Heos 7 (สีขาว/สีดำ)             ราคาพิเศษ 18,320 บาท Denon Soundbar  HEOS Home Cinema HS2            ราคาพิเศษ 15,900 บาท HEOS Bar                              ราคาพิเศษ 19,900 บาท HEOS Subwoofer                      ราคาพิเศษ 15,900 บาท HEOS Bar & Subwoofer              ราคาพิเศษ 30,000 บาท ***โปรโมชันเฉพาะ Showroom และ สาขามหาจักร, ร้าน Dream Theater, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น*** Turntable Denon DP400 (สีขาว/สีดำ)                    ราคาพิเศษ 18,905 บาท Denon DP450 USB (สีขาว/สีดำ)               ราคาพิเศษ 24,605 บาท Mini Compo Denon Ceol N12 Dab (สีขาว/สีดำ)            ราคาพิเศษ 26,505 บาท Denon DM-41                                 ราคาพิเศษ 16,915 บาท *** Denon DM-41 โปรโมชันเฉพาะ Showroom และ สาขามหาจักร, ร้าน Dream Theater, Mahajak.com และ JBL Thailand เท่านั้น*** Integrated Amp Denon PMA-900H                   ราคาพิเศษ 32,310 บาท Network Player Denon DNP800NE                  ราคาพิเศษ 17,910 บาท Denon DNP2000NE (สีดำ/สีเงิน/สีกราไฟท์)      ราคาพิเศษ 50,310 บาท Denon DCD1600NE                 ราคาพิเศษ 50,310 บาท Denon DCD900NE                  ราคาพิเศษ 17,910 บาท Home Theater Set Stage Ultra HD 5                    ราคาพิเศษ 49,215 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X1700H และชุดลำโพง JBL Stage) **รับฟรี ลำโพง Denon Heos 5 สีขาว (มูลค่า 22,000 บาท) จำนวน 1 ตัว Stage Ultra HD 2                   ราคาพิเศษ 52,615 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X2700H และชุดลำโพง JBL Stage)     Stage Ultra HD 3                   ราคาพิเศษ 65,365 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X3700H และชุดลำโพง JBL Stage) **รับฟรี ลำโพง Denon Heos 7 สีขาว (มูลค่า 29,000 บาท) จำนวน 1 ตัว Premium Stage HD 2              ราคาพิเศษ 56,865 บาท (ประกอบด้วย Denon AVR-X2800H และชุดลำโพง JBL Stage) Premium Stage HD 3              ราคาพิเศษ 67,915 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X3800H และชุดลำโพง JBL Stage) Premium Stage HD 4              ราคาพิเศษ 81,515 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X4800H และชุดลำโพง JBL Stage) ULTRA HD 7                          ราคาพิเศษ 237,150 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X6700H และชุดลำโพง JBL LS) Frosty White HD5 MKII          ราคาพิเศษ 211,650 บาท (ประกอบด้วย Denon AVC-X6700H และชุดลำโพง Revel Concerta2) A/V COMPACT HD SET 2        ราคาพิเศษ 24,565 บาท (ประกอบด้วย เครื่องเล่น Denon AVR-X1700 จำนวน 1 เครื่อง และ ชุดลำโพง JBL CINEMA510 จำนวน 1 ชุด)  A/V COMPACT SET 1             ราคาพิเศษ 18,615 บาท (ประกอบด้วย เครื่องเล่น Denon AVR-X250 จำนวน 1 เครื่อง และ ชุดลำโพง JBL CINEMA510 จำนวน 1 ชุด)     รายละเอียดลุ้นรับรางวัลต่อที่ 2  เพียงซื้อสินค้าและลงทะเบียนรับประกันพร้อมแนบใบเสร็จภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2568  ผ่าน Line: @Mahajakplus ก็สามารถร่วมลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,725,600 บาท!! เมื่อซื้อสินค้าครบ 8,000 - 14,999 บาท ลุ้นรับ ลำโพง JBL Flip 6 มูลค่า 5,190 บาท  (จำนวน 20 รางวัล) หรือ หูฟัง JBL Soundgear Sense มูลค่า 5,990 บาท (จำนวน 20 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 15,000 - 24,999 บาท ลุ้นรับ เครื่องฟอกอากาศ Mori Series – Mitsubishi Heavy Duty มูลค่า 13,900 บาท (จำนวน 20 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 25,000 - 49,999 บาท ลุ้นรับ ลำโพง JBL Soundbar 300 มูลค่า 30,000 บาท (จำนวน 15 รางวัล)  หรือ ลำโพง JBL Soundbar 5.0 มูลค่า 22,000 บาท (จำนวน 15 รางวัล) ซื้อสินค้าครบ 50,000 บาทขึ้นไป ลุ้นรับ เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty  รุ่น Yuki Series SRK13YYS-W1 (เฉพาะตัวเครื่อง) มูลค่า 32,900 บาท (จำนวน 5 รางวัล)  หรือ ลำโพง JBL Soundbar 1000 มูลค่า 55,900 บาท (จำนวน 5 รางวัล) อย่าพลาดโอกาสในการยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงในบ้านคุณ  ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ,  ร้าน Dream Theater, ร้าน Sound City และโชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา Shop Now > [https://www.mahajak.com/mid-year-sales-2025-homeaudio.html]  ลงทะเบียนรับประกันได้ที่ > Line: @MahajakPlus (Click: https://lin.ee/aSKutmM) เงื่อนไขโปรโมชันและการรับของแถม - ระยะเวลาโปรโมชัน 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 - โปรโมชันนี้เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น - สินค้าราคาโปรโมชันรวม  VAT 7% แล้ว - สิทธิ์รับของแถม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข และสามารถแลกรับสินค้าของแถมได้ 1 ชิ้นเท่านั้น - สามารถลงทะเบียนรับสินค้าของแถมได้ไม่เกินวันที่ 15 สิงหาคม 2568 (ใบเสร็จจะต้องซื้อสินค้าภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568) - สินค้าของแถมไม่สามารถเลือกสี/รุ่น และมีจำนวนจำกัด - สินค้าของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ - ลูกค้าลงทะเบียนรับของแถม ผ่าน Line: @mahajakplus เท่านั้น โดยจะต้องลงทะเบียนรับประกันก่อน สินค้าที่มีสิทธิ์รับของแถมระบบจะให้เลือกรับลงทะเบียนของแถมเพิ่มเติม - ขอสงวนสิทธิ์การรับของแถม สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนรับประกันสินค้าและของแถมผ่าน Line @mahajakplus เท่านั้น กรณีที่ลงทะเบียนรับประกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับของแถมได้ - ไม่สามารถลงทะเบียนรับของแถมหลังจากหมดเขตโปรโมชันในทุกกรณี - ของแถมจัดส่ง 30 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) ผ่านทางไปรษณีย์ - ช่องทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity by Mahajak, Dream Theater และร้านตัวแทนจำหน่ายของมหาจักรเท่านั้น - สามารถสอบถามข้อมูลโปรโมชันและของแถมได้ที่ Call center 1516 หรือ Line @mahajakstore  - บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เงื่อนไขการชิงโชคจับฉลากรางวัล - จับรางวัลวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 - เมื่อซื้อสินค้าแล้วจะต้องลงทะเบียนรับประกันผ่าน Line: @Mahajakplus พร้อมแนบใบเสร็จรับเงิน - กำหนดลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 10 สิงหาคม 2568 - เฉพาะใบเสร็จที่ระบุวันที่ซื้อสินค้า ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น - กรณีไม่แนบใบเสร็จ ถือว่าสละสิทธิ์การร่วมกิจกรรมโดยอัตโนมัติ - สิทธิ์ลุ้นรางวัลแบ่งตามมูลค่าการซื้อที่กำหนด - ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่าเกิน 1,000 บาท จะต้องชำระภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ทป. 101/2544   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/ IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Tiktok : https://n9.cl/7pelk, https://n9.cl/159tm Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

โซนี่ไทยเปิดตัวหูฟังไร้สายแบบครอบหูรุ่นใหม่ล่าสุด WH-1000XM6 พร้อมแคมเปญ “ฟังที่ใช่ ไม่มีนอยส์”

โซนี่ไทยเปิดตัวหูฟังไร้สายแบบครอบหูรุ่นใหม่ล่าสุด WH-1000XM6 พร้อมแคมเปญ “ฟังที่ใช่ ไม่มีนอยส์” ยกระดับการตัดเสียงรบกวน ด้วย AI อัจฉริยะ มอบประสบการณ์การฟังที่ตรงใจในทุกสถานการณ์ (กรุงเทพฯ / 17 มิ.ย. 2568) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สร้างมาตรฐานใหม่แห่งการฟังเพลงคุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัว WH-1000XM6 หูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงระดับ Hi-Res Audio ในรูปแบบครอบหู ใช้งานได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 6 ของตระกูล 1000X ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากโซนี่ มอบเสียงระดับพรีเมียม และยกระดับมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การฟังเพลงที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย โดยหูฟังรุ่นใหม่นี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ล้ำสมัยที่สุดของโซนี่ ขับเคลื่อนด้วยชิปรุ่นใหม่ล่าสุดและอัลกอริธึมอัจฉริยะ ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ก่อนที่เสียงจะเข้าสู่หูผู้ฟัง พร้อมความแม่นยำระดับสตูดิโอ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรมาสเตอร์ริงระดับโลก ผสานเทคโนโลยี 360 Reality Audio Upmix for Cinema ที่มอบประสบการณ์การรับชมเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ รวมถึงคุณภาพเสียงการสนทนาที่คมชัดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการโทรในรูปแบบใด มาพร้อมการสวมใส่ที่สบาย ดีไซน์โดดเด่น และสามารถพับเก็บได้ในกระเป๋าที่ออกแบบมาอย่างดี WH-1000XM6 จึงเป็นหูฟังที่ออกแบบมา “เพื่อเสียงดนตรี” อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้รักเสียงเพลง แฟชั่นนิสต้า นักเดินทาง และมืออาชีพในทุกไลฟ์สไตล์     มร. โยจิโระ อาซาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “โซนี่ให้ความสำคัญกับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและครีเอเตอร์มืออาชีพ เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสเสียงดนตรีอย่างที่ผู้สร้างสรรค์ตั้งใจ WH-1000XM6 คือผลลัพธ์ของความตั้งใจนั้น และเรามั่นใจว่าจะไม่ทำให้ทั้งคนทำเพลงและผู้รักเสียงดนตรีผิดหวัง ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงอย่างแม่นยำในทุกมิติ แคมเปญ ‘For The Music’ สะท้อนเป้าหมายของโซนี่ในการเป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึง เมื่อมองหาอุปกรณ์สำหรับการฟังหรือการสร้างสรรค์ดนตรี เราไม่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี เพราะสำหรับโซนี่ ‘ดนตรีไม่ใช่แค่เสียงที่ได้ยิน แต่คือพลังที่ส่งต่อความรู้สึกและแรงบันดาลใจ’ เราจึงใส่ใจในทุกรายละเอียดเสียง เพื่อให้ทุกการฟังเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างแท้จริง” นายณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “โซนี่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคทุกกลุ่ม เรานำเทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนา เพื่อยกระดับการตัดเสียงรบกวนให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและครีเอเตอร์อย่างแท้จริง เพราะเราเข้าใจดีว่าแต่ละสถานการณ์ย่อมต้องการระดับการตัดเสียงรบกวนที่แตกต่างกัน AI ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจจับเสียงรอบข้างแบบเรียลไทม์ พร้อมเรียนรู้ว่าเรากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน และเลือกตัดเสียงรบกวนในระดับที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เช่น ผู้ที่รอเที่ยวบินอยู่ที่สนามบิน อาจยังต้องการฟังเพลงอย่างเพลิดเพลิน แต่ก็ไม่อยากพลาดเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง หรือผู้ที่เดินริมถนนก็ยังต้องได้ยินเสียงรถเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายในฟิตเนสก็อาจต้องการโฟกัสแค่เสียงเพลง และตัดเสียงรอบข้างออกให้หมด ทั้งหมดนี้คือแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญ ‘ฟังที่ใช่ ไม่มีนอยส์’ เพราะเราเชื่อว่า ‘การตัดเสียงรบกวน’ ที่เหมาะสมไม่เหมือนกันในทุกสถานการณ์ ด้วยการอัปเกรดชิปเซตใหม่ควบคู่กับซอฟต์แวร์ AI ที่ล้ำหน้า ทำให้ระบบตัดเสียงรบกวนในรุ่นนี้แม่นยำและตอบสนองได้ฉับไว นอกจากนี้ ในยุคที่ผู้คนใช้หูฟังเพื่อทำงานและเรียนออนไลน์มากขึ้น หูฟังรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อม AI ที่ช่วยกรองเสียงรบกวนรอบข้างจากไมโครโฟน เพื่อให้คู่สนทนาได้ยินเสียงของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น     WH-1000XM6 ไม่เพียงเป็นหูฟังที่ตอบโจทย์ด้านเสียงในระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริง โซนี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันด้านเสียงที่เชื่อมโยงศิลปินและผู้ฟังเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การฟังให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมในทุกช่วงเวลา” กำหนดการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ WH-1000XM6 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ในราคา 15,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีแพลทินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) และสีน้ำเงินมิดไนท์บลู (Midnight Blue) พิเศษ! สำหรับช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ รับฟรีลำโพงไร้สายพกพา ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟัง WH-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony เพื่อรับสิทธิ์ขยายระยะเวลารับประกันเพิ่มอีก 3 เดือน จากระยะเวลารับประกันปกติ 1 ปี พร้อมตอบแบบสอบถามเพื่อยืนยันสิทธิ์และที่อยู่จัดส่งของแถม ภายในระยะเวลาโปรโมชั่นระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568 ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 02-715-6100 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th และสามารถทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้ที่ โซนี่ สโตร์ทุกสาขา รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน    

BenQ ร่วมกับ Goldenduck Residential สร้างปรากฏการณ์ ณ งาน BAV Hi-End Show 2025 เปิดตัว BenQ W4100i โปรเจคเตอร์ 4K HDR Home Cinema ครั้งแรกในประเทศไทย!

BenQ ร่วมกับ Goldenduck Residential สร้างปรากฏการณ์ ณ งาน BAV Hi-End Show 2025 เปิดตัว BenQ W4100i โปรเจคเตอร์ 4K HDR Home Cinema ครั้งแรกในประเทศไทย! เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา – ในฐานะผู้นำในวงการระบบภาพและเสียง Goldenduck International ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Goldenduck Residential ร่วมกับ BenQ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ณ งาน BAV Hi-End Show 2025 ด้วยความร่วมมือสุดพิเศษในการเปิดตัว โปรเจคเตอร์โฮมซีเนม่ารุ่นใหม่ล่าสุด BenQ W4100i 4K HDR Home Cinema Projector ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวและจัดแสดงศักยภาพที่แท้จริงของโปรเจคเตอร์รุ่นนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย Goldenduck International (โกลเด้นดัก อินเตอร์เนชันแนล) ผู้บุกเบิกและผู้นำในอุตสาหกรรมภาพและเสียงระดับโรงภาพยนตร์ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนานถึง 48 ปี ได้ร่วมกันนำเสนอ BenQ W4100i เป็นครั้งแรกในฐานะพาร์ทเนอร์ BenQ ตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่งในด้านโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์และโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือระดับ     BenQ (เบ็นคิว) เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีภาพและเสียงชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโปรเจคเตอร์ BenQ ได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน Home Cinema มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2009 ด้วยการได้รับ ISF Certification ครั้งแรกในปีนั้น และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง อาทิ 1st RGBRGB Wheel ในปี 2013, 1st 1080P 100% Rec.709 w/CinematicColor ในปี 2015, และ 1st 4K SSI DCI-P3 w/HDR-PRO ในปี 2017 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์การรับชมที่เหนือกว่า 1. ความร่วมมือครั้งพิเศษกับ Goldenduck Residential ที่งาน BAV Hi-End Show 2025 Goldenduck Residential มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอความร่วมมือครั้งสำคัญกับ BenQ ในงาน BAV Hi-End Show 2025 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบระบบภาพและเสียงระดับไฮเอนด์ ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Goldenduck ในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน 2. งานเปิดตัว BenQ W4100i ที่ห้อง Home Cinema โดย Goldenduck Residential (ชั้น 11 ห้อง 1153) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา Goldenduck Residential ได้จัดงานเปิดตัว BenQ W4100i อย่างเป็นทางการ ณ ห้อง Home Cinema ของ Goldenduck Residential ห้อง 1153 ชั้น 11 ที่งาน BAV Hi-End Show 2025 ซึ่งเป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อจำลองสภาพแวดล้อมของโรงภาพยนตร์ภายในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ โดยได้รับเกียรติจากแขกพิเศษและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเพื่อชมศักยภาพที่แท้จริงของโปรเจคเตอร์รุ่นนี้อย่างใกล้ชิด งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณสิทธิพร ศรีสงวนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Goldenduck International ร่วมด้วย คุณ Roger Chen, Country Head Manager จาก BenQ ในการให้ข้อมูลและตอบข้อซักถาม     3. การสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยคุณ Roger Chen ภายในงาน คุณ Roger Chen, BenQ - Country Head Manager ได้ให้เกียรติเป็นผู้สาธิตและเล่าถึงความเป็นมาของ BenQ Home Cinema Series ตั้งแต่ปี 2009 ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่อัดแน่นอยู่ใน BenQ W4100i อาทิ เทคโนโลยี CinematicColor™ 100% DCI-P3, HDR-PRO™, Filmmaker Mode™, การเล่น 24P Native และ AI Cinema Mode ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกพิเศษเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "Wow" กับความอัจฉริยะและคุณภาพของภาพที่ BenQ W4100i สามารถนำเสนอได้ 4. คุณสมบัติเด่นและราคาที่จับต้องได้ของ BenQ W4100i  โปรเจคเตอร์ BenQ W4100i มาพร้อมคุณสมบัติเด่นที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์โฮมซีเนม่าที่สมบูรณ์แบบตามที่คุณ Roger Chen ได้เน้นย้ำไว้: •    คุณภาพของภาพระดับภาพยนตร์: W4100i เป็นโปรเจคเตอร์ 4K HDR ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี CinematicColor™ ซึ่งให้ความแม่นยำของสี 100% DCI-P3 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในสตูดิโอฮอลลีวูด สร้างขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการชมภาพยนตร์ในแบบที่ผู้กำกับตั้งใจ – ด้วยสีสันที่เข้มข้น รายละเอียดที่เหลือเชื่อ และความแม่นยำระดับภาพยนตร์ •    การอัปเกรดคุณภาพภาพและเสียง: มีการอัปเกรดที่สำคัญหลายอย่าง อาทิ HDR-PRO™ ล่าสุด ซึ่งปรับสมดุลคอนทราสต์และความสว่างแบบไดนามิก ทำให้ได้ภาพเงาและไฮไลท์ที่สมจริงยิ่งขึ้น •    ประสบการณ์การรับชมที่สมจริง: รองรับ Filmmaker Mode™ ทำให้คุณเห็นทุกเฟรมตรงตามที่ผู้กำกับตั้งใจไว้ ไม่มีกระบวนการประมวลผลมากเกินไปหรือการปรับภาพเคลื่อนไหวให้ราบรื่น นอกจากนี้ยังรองรับการเล่น 24P แบบ Native ทำให้ภาพเล่นได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอาการกระตุก แม้ในโหมด HDR ซึ่งสร้างความแตกต่างอย่างมากสำหรับคอหนังตัวจริง •    ความเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอหนังตัวยง ครอบครัวที่ชอบดูหนังด้วยกันแบบดื่มด่ำ และแฟนๆ โฮมซีเนม่าที่ต้องการความคมชัด ความลึก และสีสันในระดับถัดไป – ได้ที่บ้านเลย ไม่ว่าจะดูหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูด หรือสตรีมซีรีส์จาก Netflix ก็สร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน •    ฟังก์ชันมากกว่าแค่ดูหนัง: รองรับ HDMI 2.1, eARC และมี Android TV ในตัว ทำให้คุณสามารถสตรีมจาก Netflix, Disney+, YouTube และอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม สามารถเชื่อมต่อ PS5, Switch หรือซาวด์บาร์ได้อย่างง่ายดาย ด้วยความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ •    AI Cinema Mode: เป็นโบนัสที่ช่วยวิเคราะห์แต่ละเฟรมอย่างชาญฉลาดขณะที่คุณสตรีม มันช่วยเพิ่มความคมชัด ความอิ่มตัวของสี HDR และลด Noise แบบเรียลไทม์ ดังนั้นแม้แต่เนื้อหาสตรีมมิ่งที่ถูกบีบอัดก็ยังดูสะอาด สดใส และเหมือนภาพยนตร์ •    การออกแบบและการติดตั้งที่ยืดหยุ่น: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอนโด ด้วยฟังก์ชัน ซูม 1.3 เท่า และ Lens Shift 4 ทิศทาง (แนวตั้ง 0%-60% และแนวนอน +/-15% สูงสุด) ทำให้สามารถปรับภาพได้แม้ในห้องที่แคบ ไม่ว่าจะติดตั้งบนเพดานหรือวางบนโต๊ะ ก็สามารถฉายภาพได้ใหญ่ถึง 150 นิ้วได้อย่างสวยงาม การออกแบบที่หรูหราเรียบง่ายเข้ากับการตกแต่งสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย •    ประสิทธิภาพและราคาที่เหนือกว่า: คุณ Roger ย้ำว่า "เพราะมันเป็นมากกว่าแค่โปรเจคเตอร์ – มันคือประสบการณ์ครับ ด้วย 4K HDR, สี 100% DCI-P3, การเล่น 24P, AI Cinema Mode และความแม่นยำของภาพที่ไม่ลดทอน คุณจะได้โฮมซีเนม่าที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในภาพยนตร์อย่างแท้จริง ในระดับและช่วงราคาเดียวกัน ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์จริงๆ ได้เท่านี้อีกแล้วครับ" คุณ Roger Chen, Country Head Manager และ คุณสุทธิณันท์ สุขสุทธิ์, B2B Corporate Sales Manager จาก BenQ ได้ร่วมกันเล่าถึงความพิเศษของ W4100i ศักยภาพ นวัตกรรม และฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากต้องบอกเลยว่า W4100i ให้มาครบเกินราคาไปมากเลยทีเดียว กับราคาเปิดตัวสุดพิเศษเพียง 99,000 บาทเท่านั้น เป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับโปรเจคเตอร์ที่มาพร้อมคุณสมบัติครบครันในระดับไฮเอนด์      ข้อมูลสินค้า BenQ W4100i Projector: https://benqurl.biz/4mxWfQT 5. ติดตามรับชมสัมภาษณ์พิเศษ สำหรับผู้ที่พลาดงานเปิดตัว สามารถติดตามรับชมบทสัมภาษณ์พิเศษโดย Hi-T และคุณ Roger Chen ได้ทางเพจ Goldenduck Residential เร็วๆ นี้ 6. นัดหมายเพื่อรับชม/สาธิตสินค้า Goldenduck Residential ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจและต้องการสัมผัสประสบการณ์โฮมซีเนม่าระดับโลกก่อนใคร สามารถติดต่อ Goldenduck Residential เพื่อขอนัดหมายสาธิตและจับจอง BenQ W4100i ล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ที่: •    Facebook Page: https://www.facebook.com/goldenduck.res •    อีเมล: goldenduck.residential@gmail.com •    ติดต่อฝ่ายขาย โทร: +66 93 382 8448 Goldenduck Residential และ BenQ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับสนับสนุนสถานที่ในการถ่ายทำสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้: ขอขอบคุณ BAV Hi-End Show 2025, Audiophile Videophile และ โรงแรม Marriott Marquis (Sukhumvit 22) ที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการถ่ายทำ . #BenQ #Goldenduck  #GoldenduckResidential #W4100i #Projector #HomeCinama #4K #BAV2025 #Thailand

เปิดตัวหูฟัง JBL Tour Series รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมยกระดับประสบการณ์เสียงรูปแบบใหม่ ใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณบนเครื่องบิน

เปิดตัวหูฟัง JBL Tour Series รุ่นใหม่ล่าสุด  พร้อมยกระดับประสบการณ์เสียงรูปแบบใหม่ ใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณบนเครื่องบิน บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เปิดตัวสองหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ JBL Tour ได้แก่ JBL Tour Pro 3 และ JBL Tour One M3 Smart Tx อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์การเดินทาง การทำงาน และความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหาร นำโดย คุณพัชรวดี ว่องปรีชา Chief Marketing Officer, คุณทิยา กาญจนชัยภูมิ Chief Operation Officer - Lifestyle & Online Business, คุณอานนท์ กิติคารทูล Director of Lifestyle & Online Business จาก Mahajak Development, Angeline Goh - Senior Business Development Manager Harman Asia Pacific และ Bevan Lee – Product Planning & Strategy Manager Harman Asia Pacific ภายใต้คอนเซ็ปต์ “FIRST DOESN’T FOLLOW” โดยเนรมิตบรรยากาศสุดสมจริง จำลองสนามบินและห้องโดยสารเครื่องบิน เพื่อโชว์จุดแข็งของหูฟังทั้งสองรุ่นที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ขณะอยู่บนเครื่องบินโดยไม่ต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือ พร้อมโชว์พิเศษจาก Bowky Lion และทอล์คสุด Exclusive กับคุณบาส Go Went Go ณ M-Hall, Mahajak Building      ไฮไลท์ของงานครั้งนี้ นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีโชว์สุดพิเศษจาก Bowky Lion นักร้องสาวเจ้าของเสียงทรงพลังและบทเพลงฮิต "ทราบแล้วเปลี่ยน" ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับเที่ยวบินนี้ด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดอบอุ่น พร้อมด้วย Special Talk จาก คุณบาส Go Went Go อินฟลูเอนเซอร์และเจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง ที่มาแชร์ประสบการณ์การเดินทางพร้อมเคล็ดลับในการเลือกหูฟังคู่ใจสำหรับการเดินทาง JBL Tour Pro 3 หูฟัง True Wireless Stereo (TWS) ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยเทคโนโลยี JBL Spatial 360 พร้อม Head Tracking, True Adaptive Noise Cancellation 2.0  และ Smart Charging Case™ และยังเป็นหูฟัง TWS รุ่นแรกที่มีฟังก์ชัน Auracast™     JBL Tour One M3 Smart Tx คือหูฟัง Over-Ear รุ่นเรือธงที่มาพร้อมเทคโนโลยี True Adaptive Noise Cancelling ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์ และโหมด Smart Ambient ที่ให้ผู้ใช้งานรับรู้เสียงภายนอกได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Smart TX หน้าจอสัมผัส LED Display ให้ผู้ใช้ควบคุมฟังก์ชันหลักได้สะดวกแม้ขณะต่อเครื่องบิน มอบประสบการณ์การฟังที่เหนือชั้นในทุกการใช้งาน ร่วมเปิดประสบการณ์เหนือระดับไปกับมิติแห่งเสียงคุณภาพสูงจาก “JBL” (เจบีแอล) ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City ทุกสาขา, ร้าน Dream Theater, www.mahajak.com และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : https://www.facebook.com/MahajakLifestyle IG : https://www.instagram.com/mahajaklife/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

JBL เปิดตัว JBL Charge 6 และ JBL Flip 7 ลำโพงพกพารุ่นใหม่ล่าสุด อัพเกรดเสียงแน่น ฟีเจอร์ครบ พร้อมสายคล้องดีไซน์ใหม่พกพาสะดวก ในคอนเซ็ปต์ “MADE TO BE HEARD”

JBL เปิดตัว JBL Charge 6 และ JBL Flip 7 ลำโพงพกพารุ่นใหม่ล่าสุด  อัพเกรดเสียงแน่น ฟีเจอร์ครบ พร้อมสายคล้องดีไซน์ใหม่พกพาสะดวก ในคอนเซ็ปต์ “MADE TO BE HEARD”      บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เปิดตัวลำโพงพกพา 2 รุ่นใหม่ล่าสุด “JBL Charge 6” และ “JBL Flip 7” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร Harman International และ Mahajak Development นำโดย คุณพัชรวดี ว่องปรีชา Chief Marketing Officer, คุณทิยา กาญจนชัยภูมิ Chief Operation Officer - Lifestyle & Online Business, คุณอานนท์ กิติคารทูล Director of Lifestyle & Online Business จาก Mahajak Development, Angeline Goh - Senior Business Development Manager Harman Asia Pacific และ Bevan Lee – Product Planning & Strategy Manager Harman Asia Pacific โดยงานจัดขึ้นในบรรยากาศสบายๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MADE TO BE HEARD” พร้อมการสาธิตการใช้งานลำโพงทั้งสองรุ่นและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ตอบโจทย์กับทุก lifestyle ให้กับเหล่าคนรักเสียงเพลงได้สัมผัสประสบการณ์คุณภาพเสียง ผ่านสีสันและท่วงทำนองแห่งความสนุกที่สามารถสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเอง ณ ร้าน Bottomless สุขุมวิท 33      พัฒนาการสำคัญของ Charge 6 และ Flip 7 ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียงที่ทรงพลังขึ้น เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดวิเคราะห์เสียงอัตโนมัติ AI Sound Boost ที่ช่วยเพิ่มมิติและพลังเสียงให้สมดุลยิ่งขึ้นทุกย่านความถี่ ดีไซน์กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68, ฟีเจอร์ Auracast™ และสายคล้องแบบใหม่ ที่ให้ความสะดวกสบายในการพกพา พร้อมดีไซน์เข้ากับตัวลำโพงอย่างลงตัว      JBL Charge 6 ลำโพงแบตอึดที่หลายคนรอคอย มาพร้อมพลังเสียงหนักแน่นและการใช้งานที่ยาวนานถึง 28 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมฟังก์ชัน Powerbank สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนหรือ Gadget อื่นๆ ผ่านพอร์ต USB-C ได้ทันที  JBL Flip 7 มาในขนาดกะทัดรัด มาพร้อมสายคล้องดีไซน์ใหม่แบบแยกชิ้นที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น พกพาสะดวก ไม่ว่าจะฟังเพลง ดูหนัง หรือปาร์ตี้ริมสระก็ตาม มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง, พร้อมลุยไปกับคุณทุกที่ พกพาง่ายด้วยดีไซน์กะทัดรัดและสายคล้องแบบใหม่ที่แข็งแรงและถอดเก็บได้  โดยทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อแบบ Auracast™ เพื่อเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวให้เสียงกระหึ่มรอบทิศ นอกจากไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์แล้ว ภายในงานยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก วง FLI:P ที่มาสร้างสีสันและส่งต่อพลังเสียงแบบจัดเต็มในธีม JBL Meet Music Party พร้อมแฟชั่นไอเทมสุดคูลจังหวะดนตรีสุดมันส์ และพลังของสีสันที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ JBL อย่างเต็มที่ให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมกิจกรรมให้ทดลองใช้งานลำโพงทั้งสองรุ่นอย่างใกล้ชิด     ร่วมเปิดประสบการณ์เหนือระดับไปกับมิติแห่งเสียงคุณภาพสูงจาก “JBL” (เจบีแอล) ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมหาจักรฯ ทุกสาขา, ร้าน Sound City ทุกสาขา, ร้าน Dream Theater, www.mahajak.com และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : https://www.facebook.com/MahajakLifestyle IG : https://www.instagram.com/mahajaklife/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

Goldenduck และ PML Sound International ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์: Goldenduck ขึ้นแท่นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Paradigm และ Anthem ในประเทศไทย!

Goldenduck และ PML Sound International ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์: Goldenduck ขึ้นแท่นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Paradigm และ Anthem ในประเทศไทย! วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 – Goldenduck มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ PML Sound International (พีเอ็มแอล ซาวด์ อินเตอร์เนชั่นแนล) การจับมือกันครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกโดย Goldenduck ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่าย สำหรับสองแบรนด์เรือธงจาก PML Sound International ได้แก่ Paradigm (พาราไดม์) และ Anthem (แอนเธ็ม) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้จะเป็นการพลิกโฉมวงการเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ในประเทศไทย โดย Goldenduck จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Paradigm ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านลำโพงคุณภาพสูงที่ให้เสียงเที่ยงตรงและทรงพลัง และ Anthem แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องขยายเสียงและโปรเซสเซอร์สำหรับโฮมเธียเตอร์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในประสิทธิภาพ มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมความล้ำสมัย ในราคาที่จับต้องได้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายและครอบคลุมยิ่งขึ้น Goldenduck ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ดังระดับโลกให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และในอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ Leica, Steinway & Sons, Lyngdorf Audio, Waterfall Audio, Procella, Audio Control และอีกมากมาย Goldenduck เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิก ผู้นำในอุตสาหกรรมภาพและเสียงระดับโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประสบการณ์กว่า 48 ปี ด้วยความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่ยึดถือมายาวนาน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นเลิศ ที่มาพร้อมศักยภาพทั้งในด้านการจัดจำหน่าย ติดตั้ง โซลูชั่นระบบภาพและเสียงระดับมืออาชีพ สำหรับโรงภาพยนตร์ สตูดิโอผลิตรายการ ระบบมัลติมีเดียขนาดใหญ่ ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ในบ้าน โฮมเธียเตอร์ และล่าสุดกับโซลูชั่นภาพและเสียงสำหรับที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร ซึ่งทำให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้านผลิตภัณฑ์ รวมถึงความต้องการของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย คุณสิทธิพร ศรีสงวนสกุล ประธานกรรมการบริหาร Goldenduck International กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เริ่มต้นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ PML Sound International การได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลอย่าง Paradigm และ Anthem ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Goldenduck ในการนำเสนอประสบการณ์ด้านภาพและเสียงที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายและเครือข่ายที่แข็งแกร่งของเรา เรามั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตให้กับทั้งสองแบรนด์ในตลาดประเทศไทยได้อย่างมั่นคง” คุณบาร์ตอซ ฮายโบวิช ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย จาก PML Sound International กล่าวเสริมว่า “นี่คือความร่วมมือครั้งแรกและเป็นก้าวสำคัญสำหรับ PML Sound International ในการขยายตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นในศักยภาพของ Goldenduck ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมภาพและเสียงที่จะสามารถนำเสนอ Paradigm และ Anthem ไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการที่เป็นเลิศ กลยุทธ์ตลาด และการจัดจำหน่ายของ Goldenduck จะเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้แบรนด์ทั้งสองเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมอบประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งานทุกท่าน”     กลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธงที่ Goldenduck จัดทัพบุกตลาดไทย ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Goldenduck International และ PML Sound International ทาง Goldenduck มีความยินดีที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์จากสองแบรนด์ระดับโลกอย่าง Anthem และ Paradigm เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านเสียงและโฮมเธียเตอร์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่พร้อมทำตลาดในประเทศไทยมีดังนี้: Anthem: ยกระดับประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ Anthem คือผู้นำด้านเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ประสิทธิภาพสูงจากแคนาดา ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Room Correction อันเป็นเอกลักษณ์ (ARC® Genesis) ซึ่งช่วยปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับสภาพอะคูสติกของห้องได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้เสียงที่สมจริงและเต็มอิ่มที่สุด MRX Series (AV Receiver): เป็น AVR ที่ครบครันด้วยฟังก์ชันการทำงานที่จำเป็นสำหรับการสร้างระบบโฮมเธียเตอร์ที่ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์ในงบประมาณที่คุ้มค่า มาพร้อมกับเทคโนโลยี ARC® Genesis ที่ช่วยปรับแต่งเสียงให้เข้ากับสภาพห้องได้อย่างลงตัว รองรับระบบเสียงรอบทิศทางล่าสุด และการเชื่อมต่อที่หลากหลาย MCA Series (Multi-Channel Amplifier): เพาเวอร์แอมป์แบบหลายแชนเนลที่ออกแบบมาเพื่อมอบกำลังขับมหาศาล เสียงที่สะอาดบริสุทธิ์ และความเสถียรที่ยอดเยี่ยมแม้ในระดับเสียงที่สูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดึงศักยภาพสูงสุดของลำโพงออกมา เพื่อเสียงที่มีพลวัตและรายละเอียดคมชัด AVM Series (A/V Processor / Preamplifier): โปรเซสเซอร์เสียง/ภาพระดับเรือธงที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผลสัญญาณเสียงและภาพ เหมาะสำหรับนักเล่นโฮมเธียเตอร์ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งระบบอย่างละเอียด รวมถึงการรองรับเทคโนโลยีเสียงและภาพแห่งอนาคต มอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่สมจริงและดื่มด่ำไร้ที่ติ     Paradigm: ลำโพงและซับวูฟเฟอร์ที่ให้เสียงสมจริงเหนือระดับ Paradigm แบรนด์ลำโพงชั้นนำจากแคนาดาที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ลำโพงที่ให้เสียงเที่ยงตรง เป็นธรรมชาติ และทรงพลัง เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในระบบโฮมเธียเตอร์และสเตอริโอ Subwoofer Series (ซับวูฟเฟอร์): XR SERIES: ซับวูฟเฟอร์ระดับสูงสุดของ Paradigm ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เสียงเบสที่ลึกที่สุด หนักแน่นที่สุด และแม่นยำที่สุด ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ควบคุมเสียงเบสได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ในความถี่ต่ำมาก เหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่และผู้ที่ต้องการความสมจริงสูงสุดของเสียงเบส Defiance® S-Series: ซับวูฟเฟอร์ประสิทธิภาพสูงที่ให้เสียงเบสที่ทรงพลัง กระชับ และหนักแน่น โดดเด่นด้วยการควบคุมที่ยอดเยี่ยมและการตอบสนองความถี่ที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับทั้งการชมภาพยนตร์แอคชั่นที่ต้องการแรงกระแทก และการฟังเพลงที่ต้องการความละเอียดของเสียงเบส Essentials Series: ซับวูฟเฟอร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพเสียงเบสที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย มอบเสียงเบสที่อิ่มเต็มและมีพลัง ช่วยเติมเต็มระบบเสียงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการยกระดับประสบการณ์เสียงโดยไม่ใช้งบประมาณมากนัก Home Theater / Stereo (ลำโพงสำหรับโฮมเธียเตอร์และสเตอริโอ)  Monitor SE Series: ลำโพงซีรีส์ยอดนิยมที่ให้เสียงที่โปร่งใส คมชัด และมีรายละเอียดครบถ้วน ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมของ Paradigm ในราคาที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งการฟังเพลงและชมภาพยนตร์ในงบประมาณที่เข้าถึงได้ The Founder Series: ซีรีส์ลำโพงเรือธงของ Paradigm ที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการออกแบบขั้นสูงสุด เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและดื่มด่ำที่สุด ด้วยความแม่นยำของเสียง เวทีเสียงที่กว้าง และไดนามิกที่น่าทึ่ง ออกแบบมาสำหรับนักฟังที่ต้องการความเป็นเลิศและระบบเสียงที่ไร้ที่ติ Defiance®: ลำโพงซีรีส์ที่เน้นความสมดุลระหว่างคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบโฮมเธียเตอร์และสเตอริโอ ให้เสียงที่ทรงพลัง รายละเอียดดี และมีชีวิตชีวา และยังสามารถ Optimize ให้กลมกลืนกับการตกแต่งภายในของพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างลงตัว     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์จาก Paradigm และ Anthem ที่ครอบคลุมหลากหลาย Goldenduck มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและตลาดภาพและเสียงได้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ทั่วถึง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นนักเล่นโฮมเธียเตอร์ โฮมซิเนมา หรือแม้กระทั่งผู้ที่หลงใหลในคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่เหนือระดับได้เข้าถึงทุกการใช้ชีวิตครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว  สำหรับผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อ Goldenduck ตามรายละเอียดด้านล่าง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:  เยี่ยมชมเว็บไซต์: https://www.goldenduckgroup.com/pro/residential/ หรือโทร: 02-887-8807 #Goldenduck #PML #AnthemAudio #ParadigmSpeakers #HomeTheater #เครื่องเสียงไฮเอนด์ #โฮมเธียเตอร์ #BAV2025  

MAHAJAK สบายใจ สบายจ่าย ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน อยู่ที่ไหนก็ผ่อนได้ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

MAHAJAK สบายใจ สบายจ่าย  ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน อยู่ที่ไหนก็ผ่อนได้ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ      บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดให้กับโปรโมชันผ่อนได้นานสูงสุดถึง 10 เดือน พร้อมให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของเครื่องเสียงแบรนด์ดังอย่าง JBL, Denon, Harman Kardon, Shure, Pioneer DJ, Soundcraft, Crown, dbx, AlphaTheta และอีกมากมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ เงื่อนไขโปรโมชันผ่อน 0% •    ยอดซื้อ 3,000 – 10,000 บาท  ผ่อน 0% นาน 3 เดือน •    ยอดซื้อ 10,001 – 30,000 บาท  ผ่อน 0% นาน 6 เดือน •    ยอดซื้อ 30,001 บาทขึ้นไป  ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 เงื่อนไข •    สงวนสิทธิ์เฉพาะสินค้า และสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น มหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ (นานา), สาขารามคำแหง 151, สาขากูเก็ต, สาขาสมุย,สาขาพัทยา, สาขาเชียงใหม่, ร้าน Soundcity Emquartier, Soundcity Siam Paragon และ ร้าu Dream theater Siam Paragon  •    สงวนสิทธิเฉพาะบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการเท่านั้น •    โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย •    เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด •    *บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สามารถทดลอง และเลือกซื้อสินค้าได้ที่ • ร้าน Dream Theater  ชั้น 2 สยามพารากอน https://g.co/kgs/vmmEyDW • โชว์รูมมหาจักรฯ สำนักงานใหญ่ นานา https://g.co/kgs/VcXKdc7 • โชว์รูมมหาจักรฯ รามคำแหง 151 https://g.co/kgs/bg6whEB • ร้าน Sound City สยามพารากอน ชั้น 2 https://g.co/kgs/amxzWzS • ร้าน Sound City EMQUARTIER ชั้น 3 https://g.co/kgs/KZCSL9X สาขาต่างจังหวัด  • มหาจักรฯ สาขาเชียงใหม่ https://g.co/kgs/qnxgJFj • มหาจักรฯ สาขาภูเก็ต https://g.co/kgs/jDMSepb • มหาจักรฯ สาขาพัทยา https://g.co/kgs/WGnC2ko • มหาจักรฯ สาขาเกาะสมุย https://g.co/kgs/9a2vXib สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จากัด Line : @mahajakstore Facebook Page : MahajakPro / MahajakLiving / MahajakLife Tel : 02-256-0020 Ext : 1382, 1708 หรือ www.mahajak.com  

ยกระดับความบันเทิงในบ้าน ด้วยพลังเสียงเต็มพิกัดแบบ 3 มิติ โปรโมชันลดแรงสุดแห่งปี กับ JBL SOUNDBAR 9.1

ยกระดับความบันเทิงในบ้าน ด้วยพลังเสียงเต็มพิกัดแบบ 3 มิติ โปรโมชันลดแรงสุดแห่งปี กับ JBL SOUNDBAR 9.1      บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด จัดโปรโมชันลดแรงสุดแห่งปี เอาใจคอหนังและสายบันเทิงในบ้าน กับ JBL Bar 9.1 3D True Wireless Surround with Dolby Atmos® ซาวด์บาร์ระดับพรีเมียมที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์เสียงรอบทิศทางอย่างแท้จริง ลดราคาพิเศษจาก 27,900 บาท เหลือเพียง 19,900 บาท เท่านั้น!  JBL Bar 9.1 มาพร้อมนวัตกรรมเสียงรอบทิศทางแบบไร้สาย Dolby Atmos® และ DTS:X™ ให้พลังเสียง 820 วัตต์ พร้อมลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายขนาด 10 นิ้ว และลำโพงเซอร์ราวด์ถอดได้ ช่วยเติมเต็มความสมจริงรอบตัวคุณทุกฉาก ทุกซีน เหมาะสำหรับทั้งดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกมแบบเต็มอารมณ์ -    ระบบเสียงรอบทิศทาง 9.1 Channel พร้อม Dolby Atmos® -    ลำโพงเซอร์ราวด์ไร้สาย พร้อมแบตเตอรี่ในตัว ถอดได้ใช้งานสะดวก -    ซับวูฟเฟอร์ไร้สายขนาด 10 นิ้ว ให้เบสแน่นลึกสะใจ -    เชื่อมต่อง่ายผ่าน HDMI eARC  สตรีมเพลงผ่าน Chromecast, AirPlay 2 และ Bluetooth ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2568 โปรโมชันนี้มีจำนวนจำกัด! รีบเป็นเจ้าของ JBL Bar 9.1 ในราคาสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โชว์รูมมหาจักรทุกสาขา, ร้าน Soundcity by Mahajak  และสามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ https://www.mahajak.com/th/pchome-pro5/jbl-bar-9-1-3d.html สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด Line : http://lin.ee/dKalYBy Facebook : http://www.facebook.com/MahajakLiving/  IG : https://www.instagram.com/mahajak_living/ Mahajak Service Center 1516 หรือ http://www.mahajak.com/th/  

เอปสันเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน A4 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ประสิทธิภาพและความยั่งยืนในสำนักงานยุคใหม่

เอปสันเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน A4 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ประสิทธิภาพและความยั่งยืนในสำนักงานยุคใหม่ เอปสัน เปิดตัว WorkForce Pro EM-C800 เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสีขนาด A4 รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ WorkForce ความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 25 หน้าต่อนาที และใช้เวลาเพียง 5.3 วินาทีในการพิมพ์สีหน้าแรก รองรับงานพิมพ์ปริมาณมากในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการวิจัยของ IDC ในปี 2023 พบว่า 68% ของสำนักงานใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีที่มีความเร็วอยู่ที่ 21-30 หน้าต่อนาที เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทรุ่นใหม่ของเอปสันนี้ จึงเป็นทางเลือกที่รวดเร็ว ประหยัด และยั่งยืนยิ่งกว่าสำหรับผู้ใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ด้วยเทคโนโลยี Heat-Free ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 85% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ พร้อมลดการสร้างขยะด้วยการใช้อะไหล่ทดแทนน้อยลง และตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลสูงสุด 30% นอกจากนี้ EM-C800 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์สแกนสองหน้าอัตโนมัติ ระบบหมึกความจุสูงพิมพ์ขาวดำได้ถึง 50,000 หน้า และพิมพ์สีได้ 20,000 หน้า พร้อมหน้าจอสัมผัสสี TFT ขนาด 4.3 รองรับการเพิ่มถาดกระดาษเสริมเพื่อลดการหยุดชะงักระหว่างทำงาน EM-C800 จึงเป็นเครื่องพิมพ์ที่รวมเอาประสิทธิภาพ ความทนทาน และความยั่งยืนไว้ในหนึ่งเดียว เหมาะกับสำนักงานยุคใหม่ที่ต้องการโซลูชันการพิมพ์ประสิทธิภาพสูงที่ไม่ละเลยสิ่งแวดล้อม  สอบถามข้อมูล เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2460-9699 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.epson.co.th, facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailand