สัมภาษณ์พิเศษ James Todd
Sr. Global Product Line Manager, Harman International
เนื่องในวาระฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ ARCAM ได้มีการร่วมมือกันในระหว่างผู้ก่อตั้งบริษัทคือ John Dawson และทีมออกแบบเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ของทางฮาร์แมนอินเตอร์เนชั่นแนล นำเอาแนวคิดปรัชญาดั้งเดิมคือ “การเข้าถึงดนตรีถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” มาผสานเข้ากับเทคโนโลยียุคใหม่ ก่อให้กำเนิดผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ARCAM 50th Anniversary ขึ้นมา
ผมได้เรียบเรียงข้อมูลที่น่าสนใจ จากการได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ James Todd ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Harman International ในงาน High End 2026 Vienna จึงขอนำมาให้ได้อ่านกันดังต่อไปนี้ครับ

• ARCAM รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ได้ย้อนกลับไปร่วมมือกับคุณ John Dawson ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท คุณประทับใจอะไรในจุดเด่นของเขาครับ
วิศวกรผู้ก่อตั้ง ARCAM คุณ John Dawson อุทิศเวลา 50 ปีเต็มกับแบรนด์นี้ คือไม่ใช่แค่นักดีไซน์เครื่องเสียง แต่เขาทำมาแล้วแทบจะทุกตำแหน่งในบริษัทเลยนะครับ ตั้งแต่พนักงานขายไปจนถึงภารโรงทำความสะอาด มีเพียงประการเดียวที่เขาไม่ได้ทำคือฝ่ายบัญชี เขาบอกว่าเขาไม่ไว้ใจตัวเองกับเรื่องตัวเลขพวกนั้น
แต่แรกแล้วการดีไซน์แอมปลิไฟร์คืองานอดิเรกซึ่งเขาทำด้วยหัวใจรักดนตรี เป็นความหลงใหลที่ลงมือทำเพราะสนุกกับมันจริงๆ เขาคือวิศวกรที่หมกมุ่นอยู่กับการทำให้เสียงดนตรีออกมาดีที่สุด ถ้าสังเกตดีๆ นะครับตัว อักษร A ในชื่อนำนั้น ย่อมาจากคำว่า Amplification หรือการขยายเสียง ซึ่งก็คือรากฐานสำคัญที่สุดของแบรนด์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย
ARCAM เดิมใช้ชื่อบริษัทว่า A&R Cambridge Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1976 ที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ โดย John Dawson วิศวกรผู้ออกแบบวงจรเครื่องขยาย และ Chris Evans นักธุรกิจและผู้ร่วมก่อตั้ง
ผลิตภัณฑ์แรกที่สร้างชื่อให้บริษัทคือแอมป์ A60 Integrated Amplifier ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแอมป์อังกฤษที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น และเป็นรากฐานของแนวคิดการออกแบบแอมป์ของ ARCAM มาจนถึงปัจจุบัน
ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของเราร่วมกับคุณ John Dawson ตั้งใจจะให้ ARCAM ฉลองครบรอบ 50 ปี ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รุ่น โดยไม่ได้ทำเป็นรุ่นย้อนยุค Retro แต่เป็นการนำเทคโนโลยีล่าสุดของบริษัทมาแสดงศักยภาพสูงสุดแทน

• ARCAM รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี มีรุ่นใดบ้างครับ
มีแอมปลิไฟร์และซีดีเพลย์เยอร์อย่างละหนึ่งรุ่นเท่านั้นคือ ARCAM A50 Signature อินทิเกรตแอมป์ระดับเรือธงของตระกูล Radia ที่ใช้เทคโนโลยีวงจร Class G รุ่นล่าสุด รุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Dual Mono เต็มรูปแบบ พร้อมทั้งบรรจุภาค DAC ชิป ESS ES9039Q2M รองรับ HDMI eARC, USB-C, XLR, MM/MC Phono จุดเด่นพิเศษจริงๆ ก็คือมีลายเซ็นของ John Dawson บนแผงวงจรและฝาหลังเครื่องครับ
อีกรุ่นหนึ่งคือ ARCAM CD25 ซึ่งจะเป็นเครื่องเล่นซีดีระดับสูงสุดในซีรีส์ Radia ใช้การออกแบบ DAC แบบ Dual Mono เช่นเดียวกัน และใช้เทคโนโลยี ESS Hyperstream รุ่นใหม่ มีภาคจ่ายไฟ Linear พร้อมหม้อแปลง Toroidal มีทั้งเอาต์พุต RCA และ XLR ครบถ้วน สำหรับ ARCAM CD25 นั้นจะถูกวางตำแหน่งอยู่เหนือรุ่น CD5 อย่างชัดเจน
A50 Signature ไม่ใช่เพียงรุ่นฉลองครบรอบธรรมดา แต่เป็นโครงการที่ John Dawson ผู้ร่วมก่อตั้งกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยตรง เราได้เข้าถึง “จิตวิญญาณของ ARCAM ดั้งเดิมในรูปแบบสมัยใหม่” มากกว่าจะเป็นสินค้า Limited Edition ทั่วไปครับ การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของเรา ไม่ได้แค่เอาแอมป์รุ่นเก่ามาทาสีใหม่หรือเปลี่ยนโลโก้นะครับเป็นการสร้างนวัตกรรมชิ้นใหม่ขึ้นมาเลย

• ไม่ทราบว่า ARCAM A50 Signature มีความพิเศษอย่างไรบ้าง
ARCAM A50 Signature เป็นเครื่องขยายเสียงอินทิเกรเต็ดแอมปลิไฟล์วงจรคลาส G แบบโครงสร้างโมโนบนแท่นเครื่องสเตอริโอรุ่นแรกของแบรนด์ คืออธิบายนิดนึงครับ คำว่า Dual Mono ต่างจากแอมป์ทั่วไปยังไง? ตามปกติแอมป์จะออกแบบใช้หม้อแปลงตัวเดียว แหล่งจ่ายไฟชุดเดียวในการแจกจ่ายพลังงานให้กับทั้งช่องสัญญาณเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาไปพร้อมกัน
แต่สำหรับ ARCAM A50 Signature ใช้หม้อแปลงเพียงลูกเดียวก็จริง แต่มีการแยกอิสระวงจรออกเป็นสองชุดสำหรับฝั่งซ้ายและฝั่งขวา คือแยกกันทำงานกันอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละช่องสัญญาณยังมีวงจรกระแสไฟเป็นของตัวเอง มีตัวเก็บประจุ มีฮีทซิงค์ระบายความร้อน และเอาต์พุตสเตจแบบเบ็ดเสร็จเป็นเอกเทศแยกซ้ายและขวาอิสระ
นั่นหมายความว่า อุปกรณ์หรือตัวเก็บประจุที่ออกแบบแยกอิสระเช่นนี้ ถ้าเราป้อนเพลงที่ฟังอยู่มันมีเสียงเบสที่เน้นฝั่งซ้ายกระแทกหนักมากๆ มันก็จะไม่ไปดึงพลังงานหรือทำให้เสียงร้องหวานๆ ที่กำลังเปล่งออกมาจากฝั่งขวาแผ่วลงไป เพราะในวงจรมันมีถังพลังงานที่เป็นของใครของมันครับ
คือมันเป็นการกำจัดปัญหาที่เรียกว่าครอสทอล์ค (Crosstalk) หรือสัญญาณกวนข้ามแชนแนลช่องซ้ายและขวา ไม่ต้องมาแย่งพลังงานกัน หรือส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนกัน ผลลัพธ์ที่ได้ยินก็คือความสะอาดเรียบสมจริง และแยกมิติเสียง แยกแชนแนลที่ดีมากๆ
ถ้านึกภาพตามนะครับ มันเหมือนกับการสร้างถนนไฮเวย์สองเส้นที่ขนานกันไป แต่แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิงเลย คือมีเกาะกลางถนนที่กว้างมากๆ กั้นกลางไม่ให้รถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงมาเกี่ยวข้องกัน รถจากฝั่งซ้ายและฝั่งขวาจะไม่มีโอกาสแฉลบมาชนกันเลย หากเปรียบกับสัญญาณเสียงก็คือ สามารถเดินทางไปถึงปลายทางได้แบบบริสุทธิ์ที่สุด ในขณะที่วงจรขยายหลักของเครื่องสามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 150 วัตต์ ที่ 8 โอห์ม

• ที่นักฟังมักกล่าวว่าเสียงแบบ British Sound นั้น ทาง ARCAM ได้มีการปรับแต่งเสียงให้เป็นบุคลิกเฉพาะตัวหรือไม่
เมื่อพูดถึงความสมบูรณ์แบบ การรักษาสัญญาณเสียงและบุคลิกเหล่านี้ มันมักจะพาเราไปสู่การถกเถียงคลาสสิกในวงการเรื่อง “เสียงแบบอังกฤษ” หลายคนชื่อว่าเครื่องเสียงจากอังกฤษจะต้องมีบุคลิกเสียงที่นุ่มนวลอบอุ่นฟังแล้วละมุนหู แต่ ARCAM กลับยืนยันว่าทีมวิศวกรไม่ได้จูงใจปรับแต่งเสียงให้ออกมาอุ่นเลยสักนิด เป้าหมายหลักภายใต้เครือบริษัทแม่อย่างฮาร์แมน คือการส่งมอบเสียงที่ยอดเยี่ยมโดยไม่ได้ใช้วิธีปรุงแต่งเสียงให้เป็นสีสันหรือบุคลิกเฉพาะแบบใดแบบหนึ่ง แต่เน้นความเป็นธรรมชาติที่สุด
เราใช้วิธีโฟกัสที่การวัดผลด้วยเครื่องมือ เพื่อลดความเพี้ยนทางไฟฟ้าให้เหลือน้อยที่สุด และส่วนที่สองที่สำคัญมากๆ ก็คือการทดสอบการรับฟังของมนุษย์ ฟังดูอาจเหมือนทดสอบฟังทั่วไป แต่วิธีการของ ARCAM ต้องเป็นการทดสอบแบบปิดตาหรือไบลด์เทสต์เท่านั้น เพื่อตัดความลำเอียงของบรรดาวิศวกรออกไปเลย เพราะอุปสรรคใหญ่ในวงการเครื่องเสียง คือความลำเอียงหรือไบอัสนั่นเอง
เราออกแบบและมีการทบทวนด้วยการฟังพิสูจน์ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการออกแบบและการลงมือทำนั้นได้ผลดีจริงตามที่เราเชื่อมั่นและปรารถนา
แต่สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้ก็คือในเรื่องของการออกแบบทางเทคนิคในวงจรเครื่องขยายเสียงเปรียบดังเมือง เมืองหนึ่งที่ต้องผ่านสี่แยกไฟแดงพลุกพล่าน เดี๋ยวก็เจอทางแยก วงเวียน รถติดแออัด เหมือนกับวงจรเครื่องเสียงที่วิ่งผ่านสายไฟไปเจอขั้วต่อ ไปเจอจุดบัดกรี โอกาสที่จะเกิดความต้านทาน สัญญาณรบกวน หรือความล่าช้าแค่เสี้ยววินาทีก็ย่อมสูงตามไปด้วย
ในขณะที่ A50 Signature ใช้แผงวงจรเดียว เหมือนการสร้างทางด่วนยกระดับเลย ยิงตรงยาวม้วนเดียวจบ เพราะในความเป็นจริงสัญญาณเสียงไม่สมควรต้องกระโดดข้ามสะพานเชื่อมหรือสายไฟใดๆ ควรทำให้เดินทางได้อย่างลื่นไหล และนอกจากการลดรอยต่อทางไฟฟ้าที่จะทำให้เสียงดีขึ้นแล้ว การลดชิ้นส่วนจำนวนสายไฟ ยังทำให้งานประกอบง่ายขึ้น ซึ่งปรัชญาดั้งเดิมนี้ก็ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันอย่างรุ่น A50 Signature ด้วย
ทั้งฝั่งกระแสไฟฟ้าสลับภาคปรีแอมป์ ทั้งอนาล็อกและดิจิทัลล้วนถูกจับมาอยู่บนบอร์ดเดียวกันทั้งหมดเลย โดยใช้วิธีแยกทางเดินกราวด์อย่างอิสระภายในบอร์ด

• คำถามสำคัญครับ ทำไมเลือกใช้วงจร Class G
ปกติเราคุ้นเคยกับแอมคลาส A ที่เสียงหวาน คลาส AB ที่เป็นมาตรฐาน หรือคลาส D ที่ตัวเล็กแต่พละกำลังมหาศาล แต่คลาส G ของเราถูกเปรียบเทียบว่าเป็นแอมป์ที่เย็น? ก็เพราะว่าเป็นวิธีจ่ายพลังอันชาญฉลาดของมัน
ผมต้องอธิบายพื้นฐานก่อนนะครับ ว่าแอมป์ทั่วไปอย่างคลาส AB จะมีรางไฟและแรงดันไฟฟ้าหรือโวลเตจเพียงระดับเดียว ซึ่งระบบจะต้องสแตนด์บายรอการจ่ายพลังงานสูงสุดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความร้อนสะสมมหาศาล
แต่หลักการทำงานของคลาส G คือการมีเส้นทางแรงดันไฟฟ้า หรือรางไฟ (Power Supply Rails) ด้วยโวลเตจสองระดับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานสูงกว่าคลาส AB ถึงสองเท่า
ถ้าเปรียบเทียบ ฟังดูแล้วมันคล้ายกับรถยนต์ไฮบริดอัจฉริยะเลย เวลาที่คุณขับขี่ในเมืองแบบชิลล์ๆ รถติดไหลไปเรื่อยๆ รถก็จะดึงพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ เครื่องยนต์ก็จะเย็นเฉียบและทำงานเงียบสนิท แต่พอเจอทางโล่งแล้วกดคันเร่งมิดเพื่อจะแซง เครื่องยนต์วีแปดขนาดใหญ่ก็คำรามตื่นขึ้นมาจ่ายพลังงานมหาศาลเพื่อส่งรถพุ่งไปข้างหน้า คลาส G ก็ทำงานคล้ายๆ แบบนี้ครับ
ช่วงเวลาที่เราฟังเพลงในระดับความดังปกติเครื่องจะดึงพลังงานจากแรงดันไฟต่ำมาใช้เท่านั้น ทำให้ชิ้นส่วนที่ติดตั้งอยู่บนฮีทซิ้งค์ที่ทำงานแบบเย็นมากๆ ถึงได้เรียกว่าแอมป์แบบของเรา แอมป์คลาส G เป็น “แอมป์เย็น” แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ดนตรีมีการสะวิงฉับพลัน หรือมาด้วยเสียงหนักๆ เช่นเสียงกระเดื่องกระแทกกระทั้น เครื่องก็จะสลับไปดึงพลังงานจากแรงดันไฟสูงทันที
ดังนั้นจุดเด่นพิเศษในเทคโนโลยีที่ทำให้แอมป์ของ ARCAM มีเอกลักษณ์คือวงจร Class G ซึ่งถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จุดประสงค์สำคัญคือการรวมข้อดีของแอมป์หลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน
ในการฟังเพลงทั่วไป สัญญาณเสียงส่วนใหญ่ใช้กำลังไม่มาก วงจรจะทำงานบนรางไฟแบบแรงดันต่ำทำให้เกิดความร้อนน้อย เสียงสะอาด และมีความเพี้ยนต่ำ แต่เมื่อดนตรีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น เสียงกลองกระแทกหนัก เสียงเบสลูกใหญ่ หรือช่วงพีคของวงออร์เคสตรา วงจรจะสลับไปรับพลังงานจากรางไฟต่ำ ไปเป็นแบบแรงดันสูงทันที เพื่อส่งกำลังขับได้อย่างเต็มที่
ผลลัพธ์คือ แอมป์สามารถให้รายละเอียดและความนุ่มนวลในช่วงเสียงเบาๆ ขณะเดียวกันก็มีพละกำลังสำรองมหาศาลเมื่อต้องขับลำโพงในช่วงที่ดนตรีต้องการพลังงานสูง โดยไม่รู้สึกอั้นหรือหมดแรง
หากเปรียบเทียบง่ายๆ Class G ก็เหมือนรถยนต์ที่วิ่งด้วยรอบเครื่องต่ำในเวลาปกติ เพื่อความประหยัดและความนุ่มนวล แต่เมื่อผู้ขับเหยียบคันเร่งเพื่อเร่งแซง เครื่องยนต์ก็พร้อมปลดปล่อยกำลังทั้งหมดออกมาในทันที
นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักฟังจำนวนมากรู้สึกว่าแอมป์ ARCAM ให้ทั้งความละเอียด ความเป็นดนตรี และไดนามิกที่ทรงพลังอยู่ในเครื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ของ Class G ที่ยังคงได้รับการยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน
• ผมสงสัยว่าในทางเทคนิค วงจรคลาส G แบบนี้ จะมีจุดอ่อนตอนสลับระดับแรงดันไฟเช่นในอดีตหรือไม่
เป็นคำถามที่ดีมากครับ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน วงจรสามารถทำงานได้ราบรื่นมากครับ โดย ARCAM แก้ปัญหาหลายวิธี เช่นให้รางไฟทั้งสองชุดทำงานเหลื่อมกัน (Overlapping) ทำการควบคุมจุดสลับด้วยวงจรความเร็วสูง และใช้ทรานซิสเตอร์ที่ตอบสนองรวดเร็วมาก จึงทำให้การจัดการไบอัส มีการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นอย่างนุ่มนวลในระดับไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าการรับรู้ของหูมนุษย์มากครับ

• ผมค่อนข้างแปลกใจมากนะครับที่ ARCAM ยังทำซีดีเพลย์เยอร์ออกมา ในรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี
อันที่จริงเราไม่เคยหยุดผลิตเครื่องเล่นซีดีเลย ตั้งแต่ยุค 80 จนถึงยุคปัจจุบันครับ และ CD5 เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ด้วยนะครับ คุณคงสงสัยที่ในยุคที่ Streaming มันสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัดแค่ปลายนิ้วก็ฟังเพลงได้หลายล้านเพลง แต่คนกลับซื้อเครื่องเล่นซีดี มันเป็นแค่เรื่องของความโหยหาอดีตของคนเฉพาะกลุ่ม ที่เป็นคนรุ่นเก่าหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้ว ตลาดแผ่นเสียงไวนีลมันปั่นราคาแพงจนคนรับไม่ไหวกันแน่
ปัจจัยเรื่องราคามีส่วนสำคัญอย่างปฎิเสธไม่ได้ แผ่นเสียงไวนีลในปัจจุบันราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก แพงจนบางทีก็ซื้อไม่ลง ในขณะที่แผ่นซีดีมือสองยังคงสามารถหาซื้อในแบบเหมาคอลเลคชั่นด้วยราคาที่จับต้องได้
นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้วในเชิงโครงสร้างทางกายภาพแผ่นซีดีถือเป็นสื่อที่ทนทานมาก คือมันไม่มีปัญหาแผ่นสูญสภาพ ชำรุดไปตามกาลเวลา ไม่มีเสียงป๊อกแป๊กจากไฟฟ้าสถิตหรือเสียงรบกวนจากรอยขีดข่วนเหมือนที่พบในแผ่นเสียง
ส่วนกลุ่มคนเล่นซีดี ไม่ได้มีแต่ผู้ใหญ่ที่โตมากับยุคอดีต จากสถิติกลับกลายเป็นว่ากลุ่มคนที่หันมาบริโภคซีดีอย่างคึกคักคือ คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยโตมากับสื่อบันเทิงที่จับต้องได้ หมายถึงเด็กที่เกิดมาเคยรู้จักแต่ระบบ Streaming เขาเริ่มโหยหาการได้ครอบครองผลงานของศิลปินที่พวกเขารัก เขาอยากแกะกล่องพลาสติก อยากเปิดอ่านสมุดภาพเล่มเล็กๆ ที่สอดใส้มาในแผ่นเพื่ออ่านเรื่องราว เบื้องหลังการทำอัลบั้มมันคือจิตวิทยาการครอบครองศิลปะที่สามารถสัมผัสได้ด้วยมือ เรื่องคุณค่าทางจิตใจและการอยากเก็บสะสมเป็นคอลเลคชั่น

• แต่ถ้ากล่าวว่าแผ่นซีดีมันทนทานขนาดทิ้งไว้เป็น 10 ปี ก็ยังเล่นได้ แล้วทำไม ARCAM ถึงยังต้องออกเครื่องเล่นรุ่นใหม่ครับ
คุณอาจคิดเพียงว่า เครื่องเล่นซีดีแผงวงจรข้างในมันก็แค่ถอดรหัสดิจิตอลศูนย์กับหนึ่งใช่ไหมครับ คือแบบนี้ครับตัวแผ่นซีดีที่เป็นพลาสติกอาจจะทนทาน แต่ตัวเครื่องเล่นซีดีไม่ได้เป็นแบบนั้น
เครื่องเล่นซีดีประกอบไปด้วยชิ้นส่วนกลไกขับเคลื่อนที่ต้องหมุน มีมอเตอร์แล้วก็มีหัวอ่านเลเซอร์ที่มีอายุการใช้งานทางวิศวกรรม กลไกมันเสื่อมไปตามกาลเวลาได้ บางเครื่องอาจทำงานได้ดีแค่ 10 ปี หรือทนหน่อยก็ถึง 30 ปี แต่ในที่สุดกลไกเหล่านี้ก็ต้องเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดความต้องการเครื่องเล่นใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเสมอ
• รูปแบบการถอดรหัสในเครื่องรุ่นซีดีใหม่ต่างกันกับรุ่นในอดีตอย่างไร
เทคโนโลยีก้าวมาไกลมากครับ สำหรับรุ่น CD25 ที่เราตั้งใจสร้างมาให้จับคู่กับแอมป์ไฮเอ็นด์อย่าง A20 Signature โดยเฉพาะ มีการใส่ชิป DAC แบบ Dual Mono และช่องเชื่อมต่อแบบบาลานซ์ XLR เข้ามาด้วย เพื่อรักษาสัญญาณให้บริสุทธิ์ตั้งแต่หัวอ่านไปจนถึงการส่งผ่านไปให้ภาคขยายของแอมป์ จัดเป็นการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัว คุณจะพบว่าคุณภาพเสียงมีความเคลียร์สะอาดและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ยอดเยี่ยมมาก
ขอขอบคุณการอธิบายรายละเอียดต่างๆ จากการสัมภาษณ์คุณ James Todd ในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จของแบรนด์ที่ ARCAM ไม่เลือกทำรุ่นย้อนยุคหรือรุ่นสะสม แต่สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ในอนาคต โดยเฉพาะ A50 Signature ที่ถูกมองว่าเป็น “Technical Statement” หรือ ผลงานแสดงศักยภาพทางวิศวกรรมของ ARCAM ในวาระครบรอบ 50 ปี อย่างแท้จริงครับ
หมายเหตุ: ท่านที่สนใจรายละเอียด Arcam เพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดผ่านทางตัวแทนจำหน่าย บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด โทร. 0-2256-0020
