KEF LS LUXE  อัศจรรย์แห่งศาสตร์และศิลป์ยุคใหม่

KEF LS LUXE อัศจรรย์แห่งศาสตร์และศิลป์ยุคใหม่

25/10/2026    52

KEF LS LUXE 
อัศจรรย์แห่งศาสตร์และศิลป์ยุคใหม่

KEF LS LUXE แค่เพียงเปิดตัวครั้งแรก ก็สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก เป็นลำโพงที่แอคทีฟขนาดกลางที่มีการออกแบบก้าวล้ำสมัยทั้งทางด้านเทคโนโลยี และศิลปะแห่งโครงสร้างที่โดดเด่นที่สุดแห่งยุค เข้าขั้นความมหัศจรรย์แห่งการดีไซน์ โดย Ross Lovegrove ดีไซเนอร์ระดับโลกผู้เคยสร้างสรรค์ผลงานระดับตำนานอย่าง KEF Muon ด้วยตู้ลำโพงทรงโค้งมน Sculptural Organic Form ที่มีลักษณะคล้ายงานประติมากรรม

 

 

ตัวตู้ของ KEF LS LUXE ผลิตแบบหล่อขึ้นรูปจากวัสดุพรีเมียม BMC (Bulk Molding Compound) ผสมใยแก้วสูตรพิเศษ (Bespoke Glass Fiber BMC) ซึ่งเป็นวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านความแข็งแกร่งและมีความหนาแน่นสูงและนิ่งสนิทเป็นพิเศษ ช่วยขจัดแรงสั่นสะเทือนภายในตู้ได้อย่างเด็ดขาด 

ใช้การขึ้นรูปทรงโค้งมนไร้รอยต่อ (Sculptural Organic Form) เป็นข้อดีของวัสดุ BMC ที่ทำให้สามารถหล่อขึ้นรูปทรงโค้งมนคล้ายหยดน้ำหรือรูปไข่ตามการดีไซน์ของ Ross Lovegrove ได้อย่างอิสระ ซึ่งทรงโค้งแบบนี้จะไม่มีเหลี่ยมมุมคมที่จะช่วยลดการเลี้ยวเบนของเสียง (Diffraction) ทำให้มิติและเวทีเสียงมีความโปร่งสะอาดและแม่นยำสูง 

ด้วยความแข็งแรงทางโครงสร้างของวัสดุชนิดนี้ ทำให้วิศวกรของ KEF ไม่จำเป็นต้องใส่คานดามหนาๆ ไว้ภายในตู้ ส่งผลให้มีปริมาตรอากาศภายในตู้ลำโพงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพให้เสียงเบสตอบสนองได้ลึกและทรงพลังอย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว

KEF นำเสนอเทคโนโลยีและการออกแบบด้วยปรัชญา All-in-One ของ LS LUXE คือระบบสเตอริโอที่สมบูรณ์ โดยไม่ต้องมีแอมป์ขยายภายนอก ไม่ต้องมีสตรีมเมอร์แยก ทุกอย่างมีอยู่ครบถ้วนในหนึ่งเดียวแบบออลอินวัน ด้วยพลังเสียงในระดับออดิโอไฟล์ 

 

 

สรุปหัวใจหลัก เทคโนโลยี 5 รูปแบบของ KEF LS LUXE  
1. ระบบตัวขับเสียง Uni-Q เจนเนอเรชั่นที่ 12 ขนาด 16.5 ซม. เป็นไดรเวอร์ Coaxial อะลูมิเนียมที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ มีทวีตเตอร์อะลูมิเนียม 25 มม. วางอยู่ตรงกลาง ทำให้เสียงแหลมและกลางแหลมกระจายจากจุดเดียวกันกับเสียงต่ำ ตัวไดรเวอร์มีขนาดใหญ่กว่า LS50 Wireless II รวมถึงให้พื้นที่หน้าตัดมากขึ้น ให้เสียงได้ต่ำกว่า 40Hz และให้ความดังมากกว่า LS50 Wireless II ประมาณ 8-10dB 

2. เทคโนโลยี VECO - Velocity Control Technology เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ KEF เคยนำมาใช้ครั้งแรกในซาวด์บาร์รุ่น XIO และนี่คือลำโพง Bookshelf รุ่นแรกที่นำมาใช้ ซึ่งผมขอขยายความด้านเทคนิคเล็กน้อย 

VECO ย่อมาจาก Velocity Control เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจจับการเคลื่อนที่ของไดรเวอร์ลำโพง เพื่อช่วยควบคุมการทำงานให้แม่นยำขึ้นและลดความเพี้ยนของเสียง

หลักการสำคัญคือ แทนที่จะปล่อยให้ระบบขับดอกลำโพงตามสัญญาณเสียงเพียงอย่างเดียว VECO จะใช้ข้อมูลการเคลื่อนที่ของไดรเวอร์มาช่วยให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ประเมินได้ว่า ดอกลำโพงกำลังเคลื่อนที่อย่างไรเมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรจะเป็น

แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับหลักการควบคุมแบบป้อนกลับ (Feedback Control) ซึ่งพบได้ในระบบควบคุมทางวิศวกรรมชั้นสูง

หลักการทำงานของ VECO ทีละขั้นตอน
1. รับสัญญาณเสียงสัญญาณเพลงเข้าสู่ภาคขยาย
2. ขับไดรเวอร์ให้เคลื่อนที่ วอยซ์คอยล์และกรวยลำโพงสร้างคลื่นเสียง
3. เซนเซอร์ตรวจจับความเร็ว ขดลวดตรวจจับเฉพาะวัดความเร็วการเคลื่อนที่ของวอยซ์คอยล์แบบเรียลไทม์
4. ส่งข้อมูลป้อนกลับไปยังภาคขยายวงจร (Negative Feedback) ตรวจสอบความคลาดเคลื่อน
5. ปรับการขับให้แม่นยำขึ้น ช่วยลดความเพี้ยนและการบีบอัดไดนามิกของเสียง หลักการนี้คือเทคโนโลยี VECO ของ KEF 

ผลลลัพธ์ที่ได้คือ เสียงเบสสะอาดขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนในการเคลื่อนที่ของไดรเวอร์ เบสมีความกระชับและควบคุมได้ดีขึ้น การเคลื่อนที่ของไดรเวอร์จะสอดคล้องกับสัญญาณที่ต้องการอย่างแม่นยำ

ความสามารถนี้ช่วยให้ลดความเพี้ยนเมื่อต้องเปิดดังมากกว่าปกติ หรืออาการไดนามิกถูกบีบอัดเมื่อระบบทำงานหนัก โดยไม่ต้องพึ่งการแก้ไขด้วย DSP เพียงอย่างเดียว เพราะมีข้อมูลการเคลื่อนที่จริงจากเซนเซอร์มาใช้ในวงจรป้อนกลับนั่นเอง

KEF นำมาใช้กับ LS LUXE เพื่อยกระดับความแม่นยำของเสียง โดยเฉพาะการตอบสนองย่านความถี่ต่ำ

 

 

3. เทคโนโลยี MAT - Metamaterial Absorption Technology นี่คือโครงสร้างเขาวงกตหลังทวีตเตอร์ ดูดซับเสียงลมที่ไม่ต้องการจากด้านหลังของทวีตเตอร์ได้ 99% ทำให้เวทีเสียงกว้างขึ้น รายละเอียดเล็กๆ อย่างฉาบและเสียงร้องสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องบูสต์แหลมให้คมจัด ทั้งยังช่วยลดค่า Q ของเรโซแนนซ์ในทวีตเตอร์ ทำให้ใช้แอมป์แบบ Current-Drive ได้อย่างปลอดภัย 

4. ภาคขยายและระบบ Music Integrity Engine ที่ล้ำสมัยที่สุด โดยลำโพงแต่ละข้างมีแอมป์ 2 ชุด คือแอมป์ Class D 280W สำหรับเบส/กลาง และแอมป์ Class AB 100W สำหรับขับเสียงกลางแหลม

รวมทั้งระบบลำโพงจะมีกำลังขับสูงถึง 760W ไม่มี Passive Crossover คั่น ระบบขยายของแอมป์ต่อตรงกับไดรเวอร์แต่ละย่านความถี่ทุ้ม-แหลม ทำให้ความแม่นยำเที่ยงตรงสูงสุด

KEF ยังคงใช้สมองกลเป็นศูนย์กลางคือ ระบบ Music Integrity Engine (MIE) ที่ใช้ DSP แบบ FIR ที่คำนวณมาเฉพาะรุ่นนี้ เพื่อจัดการแบ่งความถี่ แก้เฟส แก้เวลา และระบบป้องกัน 

5. ตัวตู้และการแยกแรงสั่นสะเทือน ที่ KEF ใช้ระบบ Flexible Decoupling Chassis แยกชุด Uni-Q ออกจากตู้ด้วยโครงสร้างยืดหยุ่นและวัสดุแดมป์ เพื่อไม่ให้แรงปฏิกิริยาจากไดรเวอร์ส่งผ่านไปทำให้ตู้สั่น และตัวตู้เองไม่ได้ทำจากไม้ MDF ทั่วไป แต่เป็น BMC (Bulk Molding Compound) ผสมใยแก้ว ขึ้นรูปได้ซับซ้อน แข็งแรง ไม่ต้องการโครงค้ำภายใน ทำให้มีปริมาตรภายในมากกว่าลำโพงรุ่น LS50 Wireless II ถึง 50% ทั้งที่ขนาดภายนอกมีขนาดแค่ 336 x 223 x 298 มม. 

ด้านหลังเป็นฮีทซิงค์อะลูมิเนียมขนาดใหญ่พร้อมพอร์ตเบสรีเฟลกซ์แบบยืดหยุ่นได้เล็กน้อยเพื่อลดเสียงลม 

ลำโพงมาพร้อมรีโมตรุ่น C3 Remote และผู้ใช้สามารถเลือกซื้อขาตั้งรุ่นพิเศษ S-LUXE Floor Stand เพิ่มเติมได้

ระบบลำโพงจะสนองตอบระบบสตรีมมิ่งไร้สายอย่างกว้างขวาง อาทิ AirPlay 2, Google Chromecast, UPnP, Bluetooth 5.3, Roon Ready (อัปเดตเฟิร์มแวร์ในช่วงปี 2027), Spotify Connect, TIDAL Connect, Qobuz Connect, QPlay, Internet Radio

รองรับไฟล์ Hi-Res สูงสุด 24-bit/384kHz PCM และ DSD128 / DSD256 (ขึ้นกับการเชื่อมต่อ) มีช่องต่อแบบสายครบกว่าลำโพง Wireless ทั่วไปมากคือ HDMI eARC (ต่อทีวีโดยตรง) USB-C, Optical TOSLINK, Coaxial S/PDIF ช่องต่อแบบ 3.5mm Analog มีช่องต่อ Ethernet RJ45 (สำหรับเชื่อมต่อเสถียรที่สุด) ช่องต่อ RCA Subwoofer Output ทั้งสองข้าง พร้อม USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่ลำโพง Primary 

ลำโพงสุดหรูคู่นี้ ยังสีที่มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์คือ Dusk Titan, Eclipse Black, และ Mineral White

 

 

Test Report
ผมนำลำโพงมาทดสอบใช้งาน 2 สถานะคือ ตั้งบนโต๊ะทำงาน ให้ KEF LS LUXE นั้นเป็นลำโพงแบบมอนิเตอร์ Nearfield ฟังใกล้ และฟังแบบออดิโอไฟล์ ด้วยขาตั้งโลหะของ ATACAMA 

สำหรับขั้นตอนเริ่มจากนำลำโพงออกจากกล่องและทำการเชื่อมต่อนั้น สิ่งที่มีมาให้ได้แก่ ตู้ลำโพง Primary / Secondary รีโมต C3 Remote สายไฟเอซี จำนวน 2 เส้น สำหรับลำโพงแต่ละข้าง สาย K-Stream Interspeaker เพื่อการรองรับระบบเสียง Hi-Res ยาว 3 เมตร แต่คุณจะเลือกซื้อสายที่มีความยาวกว่านี้ได้ ซึ่งลำโพงรองรับการใช้สายเชื่อมต่อนี้ได้ยาวถึง 8 เมตร

กรณีขาตั้งเสริม S-LUXE Floor Stand สี Slate Grey ต้องซื้อแยกต่างหาก จุดที่ดีคือขาตั้งออกแบบมาให้มีระบบซ่อนสายในตัว หรือจะเพิ่มอุปกรณ์เสริม KW1 Wireless Subwoofer Adapter สำหรับต่อซับ KEF แบบไร้สายก็ขึ้นอยู่กับความต้องการครับ

ในการเชื่อมต่อครั้งแรก ให้จัดวางลำโพง Primary (ข้างที่มีช่องต่อครบ) ไว้ฝั่งที่ใกล้ปลั๊กและทีวี ทำการเชื่อมต่อ Primary และ Secondary ด้วยสาย K-Stream หรือจะใช้โหมด Wireless Inter-speaker ก็ได้ จากนั้นเสียบปลั๊กที่ตู้ทั้งสองข้าง จะพบว่าไฟ LED จะกระพริบ พร้อมต่อการเชื่อมต่อ

สำหรับเทคนิคในการเซ็ตอัพ และการใช้งาน App KEF Connect ซึ่ง LS LUXE สามารถตั้งค่าได้ง่ายๆ ผ่าน KEF Connect App เหมือนกับลำโพงไร้สายของ KEF รุ่นอื่น 

เมื่อคุณดาวน์โหลด KEF Connect (iOS / Android) ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว App จะค้นหา LS LUXE เจอได้ในเวลาที่รวดเร็วผ่านระบบ Wi-Fi แนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz ที่แรงและเสถียรก่อน หลังจากนั้นควรตั้งชื่อลำโพง, เลือกว่าตัวไหนเป็นซ้าย/ขวา, จากนั้นเลือกโหมดการเชื่อมต่อระหว่างลำโพงเป็น Wired หรือ Wireless

เทคนิคเซ็ตอัพให้เสียงดีที่สุดจากแอป โดย EQ ใน App มี 2 โหมดคือ Normal และ Expert ครับ

โหมด Normal จะเลือกตามตำแหน่งวาง - บนโต๊ะ, ชิดผนัง, ในมุม, ใช้ขาตั้ง 

ส่วนโหมด Expert เลือกปรับ Bass Extension, Treble Trim, Phase Correction, Balance, Subwoofer Low-pass ได้อย่างละเอียด

คู่มือแนะนำการเซ็ตอัพระยะห่าง ว่าถึงแม้ลำโพงจะมี EQ ชดเชยการวางชิดผนัง แต่ถ้าทำได้ ควรเว้นระยะลำโพงให้ห่างผนังหลัง 20-30 ซม. ขึ้นไป และความห่างผนังข้างใกล้เคียงกัน จะได้เวทีเสียงที่กว้างที่สุด

การต่อสาย HDMI eARC ถ้าต่อทีวีให้เปิด CEC ในทีวี จะได้ใช้รีโมตทีวีควบคุมเสียง LS LUXE ได้เลย ส่วนท่านใดที่ต้องการใช้งาน Subwoofer แบบต่อผ่าน RCA หรือจะต่อกับ KW1 แล้วไปตั้งค่าครอสโอเวอร์และระดับ Level ใน App จะทำให้เบสลึกมากถึง 35Hz  มีความอิ่มลึกและกลมกลืนยิ่งขึ้นไปอีก 

 

 

สำหรับความเห็นผมจากการทดสอบ LS LUXE นั้น เฉพาพาะลำโพงเดี่ยวๆ ก็มีเสียงที่ทรงพลัง และเสียงต่ำอิ่มลึกอย่างเหลือเชื่อ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ซับวูฟเฟอร์เสริม ในห้องพื้นฐานขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตรแต่อย่างใดครับ

อย่างไรก็ตามผมก็ได้ทดลองนำเอาซับวูฟเฟอร์ KEF KC62 มาใช้งานร่วมกันด้วย เพื่อดูว่าจะให้ผลเช่นไร พบว่าเมื่อต้องการฟังเพลงวงออเคสตร้าขนาดใหญ่มากๆ ก็ถือว่ากลมกลืน และให้มิติของเสียงต่ำได้อย่างดีเยี่ยมยิ่งขึ้น 

แต่ก็ยังยืนยันว่า เบสของ LS LUXE นั้น มีพลังที่คุณจะต้องตื่นตะลึงอย่างมากอยู่แล้ว ดังนั้นความจำเป็นในการพ่วงซับวูฟเฟอร์จึงขึ้นกับความต้องการเฉพาะบุคคล หรือท่านที่มีห้องขนาดใหญ่เกิน 30 ตารางเมตรขึ้นไป และฟังด้วยระดับความดังสูงมากๆ เท่านั้นครับ

สำหรับการใช้งาน การคอนโทรลระบบทั่วไป หากท่านใดที่เคยใช้ลำโพงสตรีมมิ่งไร้สายของ KEF มาก่อนก็จะเข้าใจ และสามารถสั่งงานจากแอปได้สะดวกง่ายดายมากครับ

ผมชอบอันดับแรกเลยก็คือดีไซน์ที่มีความสวยงามและทรงเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง รูปทรงนี้นับว่าล้ำลึกและพาเราหลุดทะลุขีดจำกัดของการออกลำโพงอย่างสิ้นเชิง จัดเป็นประติมากรรมที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ครบถ้วน แค่หาตำแหน่งวางภายในห้องก็รู้สึกได้เลยว่า เป็นลำโพงที่เสมือนเฟอร์นิเจอร์ไฮคลาส ทำให้พื้นที่จัดวางของเรามีความสวยงามขึ้นมาทันที เรียกว่า... แค่นั่งมองก็อิ่มเอมในใจแล้วครับ

การใช้งานมีความคล่องตัวสูง ไม่ว่าจะเป็นการคอนโทรลระดับเสียงการปรับแต่ง การเชื่อมต่อระบบสตรีมมิ่ง แอป KEF Connect เป็นศูนย์กลางการสั่งงานที่ดีเยี่ยม นี่คือลำโพงที่ให้คุณค่าครบถ้วนโดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรทั้งสิ้น แค่ใช้งานควบกับสมาร์ทโฟน ก็พาจินตนาการดนตรีของคุณล่องลอยไปไกลจริงๆ ครับ

การฟังในระยะใกล้ หรือที่เรียกว่าการเซ็ตอัปแบบ Near field ให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังเสียงที่มีชีวิตชีวาเปิดกว้าง ให้อารมณ์แบบว่า ดึงผู้ฟังให้เข้าไปอยู่มีส่วนร่วมกับดนตรีอย่างใกล้ชิด

 

 

ส่วนการใช้งานบนขาตั้งและเซ็ตอัพในแบบออดิโอไฟล์ ผมจะวางลำโพงห่างกัน 2 ระยะ เพื่อเปรียบเทียบดูคือ ที่ความห่างที่ 1.80 เมตร และที่ 1.65 เมตร คุณภาพเสียงที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เป็นลำโพงที่ให้การกระจายเสียงที่กว้างลึกมาก ดังนั้นความจำเป็นต่อการโทอินลำโพงจึงแทบไม่มีเลย 

เป็นลำโพงที่ทำให้ผมต้องย้อนนึกไปถึงพลังเสียงจากลำโพง KEF REFERENCE 1 Meta ที่เคยทดสอบขึ้นมาทันที 

KEF LS LUXE ให้พลังเสียงในสไตล์แบบเดียวกัน และคาแรคเตอร์ใกล้เคียงกันมากอย่างน่าตกใจเลยทีเดียวครับ เสียงเบสอิ่มจนรู้สึกตะลึงไปเลย เมื่อผมลองฟังแนวซิมโฟนิกโปรเกรสซีฟร็อก Turn of the Tide ของวงดนตรีสัญชาติอังกฤษ Barclay James Harvest เสียงมีความสมจริง เสมือนฟังเครื่องเสียงชุดใหญ่

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ทุกอย่างเบ็ดเสร็จอยู่ในลำโพงขนาดย่อมเพียงคู่เดียวเท่านั้น ไม่ต้องใช้แอมป์ภายนอกแต่อย่างใด คุณภาพเสียงที่เราได้สัมผัสนั้นบ่งชี้ได้เลยว่า ระดับราคาลำโพงที่ตั้งเอาไว้ไม่ถือว่าสูงเลยครับ!!!

ต้องยอมรับว่า LS LUXE เป็นลำโพงแอคทีฟสตรีมมิ่งขนาดคอมแพคเพียง 2 ตู้ ที่ดูเผินๆ ไม่น่าจะสร้างสเกลความหนักแน่นของเบส และความโปร่งของเวทีได้ขนาดนี้ ยิ่งได้ฟังยิ่งรู้สึกว่าลำโพงได้ให้คำจำกัดความที่ว่า “พลังเสียงยิ่งใหญ่เกินตัว” ได้ชัดเจนยิ่ง ในด้านเสียงร้องมีมวลอิ่มสะอาด ผมฟังจากหลายๆ อัลบั้มโปรด อาทิ Famous Blue Raincoat และ The Hunter หรือแม้แต่เพลงจากเสียงร้องของ ถงลี่ ศิลปินจีน ที่ฟังประจำก็ให้ภาพพจน์ มิติเสียงได้ยอดเยี่ยมมาก

ในแง่ความถี่กลางแหลมสวยงามมากครับ เสียงแหลมละเอียดระยิบระยับจากช่วงมิดเร้นจ์ไปถึงปลายความถี่แหลมสุด ความกังวานของเสียงและฮาร์โมนิคเยี่ยมยอด ทำให้ต้องย้อนฟังอัลบั้ม Warm Your Heart อัลบั้มเดี่ยวของ Aaron Neville ที่มี Linda Ronstadt มาดูเอทคู่กัน หลายรอบเลยครับ ต้องบอกว่าฟังเพลินใจไม่รู้อิ่มทีเดียว

 

 

สำหรับพลังเสียงเบส ให้ความอัศจรรย์ใจคือ ผมรู้สึกว่า LS LUXE ทำได้ไม่ต่างไปจากลำโพงตั้งพื้น เบสที่อิ่มแต่กระชับฉับไว หัวโน้ตแม่นยำสมจริง ถือว่านอกจากความสามารถของไดรเวอร์และตัวตู้แล้ว ผลของเทคโนโลยี VECO ก็ชัดเจนมาก ด้วยการควบคุมการขับเสียงของลำโพงได้สะอาดแม่นยำ ให้โน้ตต่ำลึกๆ และหยุดกระชับ สะอาด ไลน์เบสที่ยังคงรูปทรงไว้ แม้เปิดด้วยความดังสูง เสียงเบส เครื่องดนตรีชิ้นความถี่ต่ำ จะไม่กลายเป็นก้อนย้วยๆ ช้าๆ เหมือนลำโพงแอคทีฟอื่นๆ จึงถือว่าเบสมีความสมบูรณ์มาก

LS LUXE เป็นลำโพงระบบแอคทีฟเพียงไม่กี่คู่เท่าที่ผมเคยทดสอบมาแล้วสามารถฟังได้ดีกับเพลง Classical วงขนาดยักษ์ได้อย่างเต็มอิ่ม จากการฟังเพลงใน TIDAL ด้วยอัลบั้ม Ein Straussfest สามารถบ่งชี้ได้ชัดมากครับ 

ลำโพงรุ่นนี้มีแอมป์พลังสูงขับเสียงภายในแบบไบร์-แอมป์ รวม 760 วัตต์ จึงสามารถถ่ายทอดในทุกๆ รายละเอียดของอัลบั้มเพลงคลาสสิกระดับตำนาน ที่บรรเลงโดยวง Cincinnati Pops Orchestra ภายใต้การอำนวยเพลงของวาทยกรชื่อดัง Erich Kunzel เรียกว่าให้จังหวะดนตรีแม่นยำ เหมือนเราฟังเครื่องเสียงชุดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยไดนามิคที่ทรงพลังมากๆ 

จุดสังเกตของผมที่จะต้องบันทึกในใจเอาไว้เลยก็คือ ไม่ว่าจะใช้อินพุตแบบไหน ทั้ง Wi-Fi, HDMI, Coax, Analog คาแรคเตอร์ลำโพงไม่เปลี่ยน ให้เสียงที่ดีและทรงอานุภาพ ให้โทนัลบาลานซ์ของทุกย่านความถี่ได้อย่างสวยงาม เวทีเสียงและอิมเมจ จุดตำแหน่งดนตรี สุดยอดมาก เป็นลำโพงที่น่าจะเปลี่ยนแนวทัศนคติให้กับนักออกแบบลำโพงสตรีมมิ่งแอคทีฟไปตลอดกาล

ผมมีคำแนะนำที่ได้จากผลการทดสอบเล็กน้อยก็คือ 

KEF LSLUXE นั้นจะมีความอ่อนไหวต่อตำแหน่งที่เราจัดวาง หรือเซ็ตอัพบนขาตั้ง ระยะห่างจากผนัง หรือระยะห่างกันระหว่างลำโพงทั้งคู่พอสมควร แม้ว่าเราจะสามารถปรับแต่งได้จากระบบดีเอสพีจากแอปก็ตาม แต่ความอ่อนไหวตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้ฟังที่มีความชำนาญในการฟังในระดับออดิโอไฟล์ ก็จะสามารถเลือกปรับจุดตำแหน่งตามที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสมบูรณ์ได้มากที่สุดครับ และขอแนะนำว่า ลงทุนเพิ่มอีกนิดนึง ด้วยการใช้ขาตั้ง S-LUXE Stands ของเขาเอง คุณย่อมได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด และการเก็บสายลำโพงที่เรียบร้อยสวยงามครับ

 

 

บทสรุป 
สำหรับลำโพงในซีรีส์แอคทีฟสตรีมมิ่งของ KEF นั้น หากจัดให้ LS50 Wireless II คือประตูสู่ ออดิโอไฟล์แบบ All-in-One และ LS60 Wireless คือระบบตั้งพื้นที่ดีงามขึ้นไปอีกระดับ

LS LUXE ก็จะเป็นดีไซน์ที่อยู่กึ่งกลาง เป็นการเติมช่องว่างด้วยเทคโนโลยี Current-Drive และ VECO พร้อมทั้งดีไซน์ในแง่ของศิลปกรรมที่ไม่มีใครเสมอเหมือน  

สำหรับคนที่ต้องการลำโพง Bookshelf All-in-One ครบจบในตัวเดียว ต่อกับทีวีได้ มีความความสามารถในการสตรีมเพลงได้ทุกแอป และให้พลัง 760 วัตต์ ที่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย นักเล่นที่ต้องการความสมบูณ์แบบ หรือนักเล่นระดับไฮเอ็นด์ที่ชื่นชอบความหรูหราพรีเมียม ผลงานหรูเลิศอลังการของ KEF LS LUXE คือคำตอบครับ

KEF LS LUXE คือลำโพงที่ประดุจงานประติมากรรม แห่งความอัศจรรย์ในยุคใหม่อย่างแท้จริง 

KEF LS LUXE ราคา 179,000.- บาท
 
ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่
https://www.vgadz.com/kef/

ติดต่อสอบถาม ทดลองฟังเสียงผ่านตัวแทนจำหน่าย KEF
https://www.vgadz.com/kef-dealer/

ติดตามข่าวสาร KEF ได้ที่
FB: KEF AUDIO THAILAND
Line OA: @kefthailand