NAD C 589
เสียงดนตรีที่สมจริงทุกรายละเอียด
ถ้าพูดถึง NAD C 589 ซึ่งเป็น CD Player รุ่นใหม่ของ NAD ใน Classic Series เปิดตัวในปี 2026 มีจุดเด่นน่าสนใจคือ NAD นั้นตั้งใจทำให้เป็นเครื่องเล่น CD โดยเฉพาะ ไม่ได้พยายามใส่ระบบ Streaming หรือฟังก์ชันอื่นเข้ามา ได้ทุ่มเทไปที่ Transport, DAC และภาค Analog Output โดยตรง เพื่อให้บรรดานักเล่นแผ่นมือโปรนั้นได้รับความพึงพอใจสูงสุด
คุณสมบัติทางเทคนิค เทคโนโลยีที่สำคัญของ NAD C 589
1. การเลือกใช้ ESS DAC แบบ Fully Balanced ด้วย DAC ในตระกูล ESS ES9039PRO และออกแบบภาคแปลงสัญญาณแบบสมดุล Balanced ช่วยให้มีสัญญาณรบกวนต่ำ และค่าไดนามิคเร้นจ์สูง ให้การรองรับการต่อสัญญาณขาออก XLR โดยตรง จึงถือว่าเป็นซีดีเพลย์เยอร์ระดับสูง
2. การพัฒนาระบบดิจิตอลฟิลเตอร์ QRONO d2a เป็นเทคโนโลยี Digital Filtering จาก MQA Labs ที่ NAD ได้นำมาใช้เพื่อจัดการเรื่อง Time-domain / Timing accuracy ในกระบวนการ D/A Conversion เมื่อกล่าวถึงเทคนิคส่วนนี้ ผมต้องขออธิบายภาพรวมเพื่อความเข้าใจว่า มันมีความสำคัญเช่นไร?
Time-domain และ Timing Accuracy เป็นเรื่องเล็กๆ ของเวลา ที่มีผลต่อความเป็นธรรมชาติของเสียงอย่างมาก
ยกตัวอย่างเวลาเราฟังดนตรี เราไม่ได้ยินเพียงว่า เป็นเสียงอะไร และมีความดังแค่ไหน แต่สมองยังรับรู้ด้วยว่า เสียงนั้นเกิดขึ้นเมื่อไร และเสียงแต่ละเสียงนั้นมีความสัมพันธ์กันและกันอย่างไร
หากเรานึกถึงเสียงกลอง เมื่อไม้กลองกระทบหนังกลอง ก็จะเกิดเกิดเสียงกระแทก ตามด้วยเสียงกระเพื่อมของหนังกลอง ความก้องของตัวกลอง ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องกันในช่วงเวลาที่สั้นมากๆ
สิ่งที่เรียกว่า Time-domain ก็คือการมองเสียงในมิติของ “เวลา” ว่าเหตุการณ์ต่างๆ นั้น เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องกันอย่างไร
ส่วน Timing Accuracy ก็คือ “ความแม่นยำ” ของความสัมพันธ์ทางเวลานั้นๆ
แล้วมีผลกับเสียงอย่างไร?
ถ้าระบบสามารถรักษาความสัมพันธ์ของเวลาได้ดี เสียงที่มีลักษณะฉับพลัน เช่น เสียงกลอง เสียงฉาบ การดีดสายกีตาร์ เสียงเปียโน เสียงจากริมฝีปาก ลำคอ ของนักร้อง จะฟังดูมีความเป็นธรรมชาติ ชัดเจน และมีจังหวะที่สมจริง
ไม่ได้หมายความว่าเสียงจะดังขึ้น หรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอย่างมหัศจรรย์ แต่เป็นเรื่องของ “เสียงเกิดขึ้นอย่างถูกจังหวะ” ต่างหากครับ
แล้ว Digital Filter เกี่ยวข้องอย่างไร?
ในเครื่องเล่น CD และ DAC นั้น สัญญาณดิจิตอลต้องถูกนำกลับมาเป็นคลื่นเสียงต่อเนื่อง ในกระบวนการนี้ต้องใช้ระบบฟิลเตอร์ (Digital Filter) ซึ่งแต่ละรูปแบบมีวิธีจัดการกับสัญญาณแตกต่างกัน
ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับความแม่นยำใน Frequency-domain และพยายามลดผลกระทบที่เกิดขึ้นใน Time-domain
ไม่ใช่เรื่องว่าเครื่องเล่น CD เดินเร็วหรือช้า แต่คือความแม่นยำของจังหวะและความสัมพันธ์ทางเวลาของสัญญาณเสียงนั่นเอง
เพื่อพยายามรักษาความสัมพันธ์ทางเวลาของสัญญาณเสียงให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด ทาง NAD ได้นำพัฒนาการเทคโนโลยี QRONO d2a นี้มาใช้อย่างเหมาะสมที่สุด ท้ายที่สุดแล้วเมื่อดนตรีเริ่มเล่น จะทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติของดนตรีได้มากขึ้นจริง

3. Dynamic Digital Headroom (DDH) คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีของ NAD ที่ออกแบบมา เพื่อลดปัญหา Inter-sample Clipping ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับสัญญาณดิจิตอลที่มีอัตราพีคสูง โดยทำงานกับภาคอนาล็อกเอาต์พุตอย่างสมบูรณ์แบบ
ถือว่าเป็นความพิเศษอีกเรื่องหนึ่งของ NAD C 589 ระบบ DDH นั้น ใช้สำหรับการควบคุมความผิดเพี้ยน ในระบบดิจิตอลที่มาจากสัญญาณแผ่นซีดี ที่ภาษาเทคนิคเรียกว่า Inter-sample clipping ที่ผมจะขออธิบายเพิ่มเติมสักหน่อย เพื่อจะได้เข้าใจคุณสมบัติพิเศษนี้มากยิ่งขึ้น
ความเข้าใจเกี่ยวกับ Inter-sample clipping
เสียงดิจิตอลไม่ได้ถูกเก็บเป็นเส้นต่อเนื่องเหมือนอนาล็อกเวฟ แต่เก็บแซมเปิ้ลหรือทำการสุ่มเป็น “จุดตัวอย่าง” (Samples) และบางครั้งแม้จุดตัวอย่างทุกจุดจะยังไม่เกิน 0 dBFS แต่เส้นคลื่นที่อยู่ “ระหว่างจุด” อาจพุ่งเกิน 0 dBFS ได้
ตรงนี้ที่ทางเทคนิคเรียกว่าเป็น Inter-sample peak ครับ และถ้าอุปกรณ์ไม่สามารถรับการพีคดังกล่าวนั้นได้ ก็อาจเกิดความเพี้ยนจากการคลิปของสัญญาณขึ้นมา (Clipping / Distortion) ซึ่งจะมีผลต่อความผิดเพี้ยนในคุณภาพเสียงอย่างแน่นอน
คือถ้าภาค DAC ในส่วนของการแปลงอนาล็อก ไม่สามารถรองรับการพีคได้ ส่วนยอดคลื่นจะถูกตัดออก ผลที่อาจเกิดขึ้นคือเสียงมีความแข็ง กระด้าง หรือ Distortion โดยเฉพาะในเพลงที่มาสเตอร์มาแรงมากนั่นเองครับ
แล้วทำไม CD ถึงมีผลในเรื่องดังกล่าวนี้?
เพราะ CD ใช้ความละเอียด 16-bit / 44.1 kHz ซึ่งหมายความว่าเสียงถูกบันทึกเป็นการสุ่มตัวอย่าง 44,100 ครั้งต่อวินาที
แต่ดนตรีจริงเป็นคลื่นต่อเนื่องแบบอนาล็อก ดังนั้น DAC มีหน้าที่ต้องนำจุดเหล่านั้นที่สุ่มวัดได้ กลับมาสร้างเป็นคลื่นอนาล็อกต่อเนื่องขึ้นใหม่อีกครั้ง
ช่วง “ระหว่างจุดต่อจุด” นี่เองที่อาจเกิด Peak ซึ่งไม่ได้ปรากฏในค่า Sample สุ่มตัวอย่างที่บันทึกไว้
แล้ว DDH ของ NAD C 589 เกี่ยวข้องอย่างไร?
Dynamic Digital Headroom (DDH) ที่ NAD ใส่เข้ามาเพื่อให้มีเฮดรูมสำหรับรองรับการพีค ที่เกิดในระหว่างการสุ่มตัวอย่าง (Samples) และช่วยลดโอกาสเกิดคลิปปิ้งนั่นเอง
ดังนั้น DDH ไม่ได้ทำหน้าที่เพิ่มรายละเอียดหรือเพิ่มไดนามิคของเพลงขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการพยายามป้องกันไม่ให้ขั้นตอนการสุ่มตัวอย่าง และส่งมาแปลงรหัสในภาคอนาล็อค ถูกตัดยอดคลื่นที่ควรจะถูกถ่ายทอดออกมา
สรุปทางเทคนิค QRONO d2a เน้นเรื่อง Time-domain / timing
DDH เน้นเรื่อง Headroom / ป้องกัน Inter-sample clipping
สองอย่างนี้จึงแก้ปัญหาที่สำคัญในคนละเรื่องกันครับ ซึ่งทั้งสองเทคนิคนี้ มีปุ่มที่รีโมตสำหรับเลือกค่าได้
4. ใช้ระบบ Transport คุณภาพสูง
NAD ได้ใช้กลไกอ่านแผ่นและเลเซอร์พิคอัพ ที่ออกแบบเพื่อความแม่นยำและความสม่ำเสมอในการอ่าน CD พร้อมด้วยโครงสร้างแมคคานิค ระบบกลไกที่เน้นลดปัญหาการสั่นสะเทือนเป็นพิเศษ
มุมมองส่วนตัว ในฐานะคนเล่นแผ่นซีดีมาอย่างลุ่มลึกยาวนานหลายสิบปี สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือ C 589 มีแนวคิดที่ค่อนข้างตรงกับปรัชญาของ NAD รุ่นคลาสสิกคือ “ทำสิ่งที่จำเป็นให้ดี”
ไม่มี Streaming ไม่มี Network ไม่มี Digital Input ไม่มี Headphone Amplifier แต่เอางบไปลงกับภาคทรานสปอร์ต ระบบกลไกขับหมุน ภาคดิจิตอลโปรเซสซิ่ง ภาค DAC และควบคุมภาคอนาล็อกเอาต์พุตเป็นหลัก และมีทั้ง RCA และ XLR ทำให้สามารถนำไปใช้งานในระบบได้สองทาง
C 589 ไม่ได้พยายามทำให้เป็นเครื่องเล่นสารพัดอย่าง แต่พยายามทำให้ CD เป็น CD Player ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับคนที่มีแผ่น CD จำนวนมากและต้องการย้อนกลับไปฟังดนตรีจากแผ่นจริง โดยไม่ต้องพึ่ง Streaming เครื่องเล่นซีดีรุ่นนี้จึงเป็นเครื่องที่น่าสนใจมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะถ้าคุณใช้กับระบบที่มีแอมปลิไฟร์ แบบ XLR Balanced Input อยู่แล้ว

Test Report
ดีไซน์เครื่องออกแบบมาในรูปทรงเรียบง่ายดูคลาสสิกสีดำขรึม ตัวเครื่องมีความบางเป็นพิเศษ แต่ก็แข็งแรงมีน้ำหนักตึงมือพอสมควรเลยทีเดียว การได้เห็นสกรู 4 จุดบนหลังเครื่อง ที่น่าจะเน้นในเรื่องการล็อคโครงสร้างความมั่นคง ไม่ให้มีการสั่นไหวในขณะที่พิคอัพเลเซอร์ทำงาน
ด้านหน้าวางตำแหน่งถาดใส่แผ่นอยู่มุมซ้าย ดิสเพลย์เรียบง่ายสะอาดตาอยู่ด้านขวา มีปุ่มฟังก์ชั่น Open / Close, Play / Pause, Stop, Display, Scan, Skip เรียงด้านใต้ครบครัน เพื่อความสะดวกอาจจะเลือกใช้รีโมตคอนโทรลก็ได้ครับ
ด้านหลังมีช่องเอาต์พุตอนาล็อกทั้ง XLR และ RCA มีช่อง Digital Out เป็น Coaxial, Optical และ AES/EBU ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับ DAC ระดับไฮเอ็นด์และอุปกรณ์ประมวลผลสัญญาณดิจิตอลได้อย่างครบครัน
หน้าเครื่องมีจอดิสเพลย์ขนาดใหญ่ 6.1 นิ้ว สวยและอ่าน CD Text ได้ดี

สำหรับสิ่งที่สะดุดสายตาจุดแรกๆ ก็คือถาดใส่แผ่นของ C 589 ที่จะเป็นถาดพลาสติกเกรดสูง ที่มีโครงสร้างด้านข้างของถาด ประกอบด้วยชิ้นส่วนแบบรางโลหะสำหรับประคองและนำทางการเลื่อนซ้าย–ขวา ทำให้เกิดความสเถียรมากขึ้น กลไกอ่านแผ่นที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้จะเน้นความเร็วและเสียงรบกวนต่ำ ดังนั้นการเคลื่อนตัวอาจจะไม่ได้สมูทช้าๆ แต่ให้ความรวดเร็วของถาดในการเข้าออกปานกลาง แต่แม่นยำ
เรื่องระบบการใช้งาน นับว่า NAD ออกแบบ NAD C 589 มาได้อย่างเหมาะสม กลไกเงียบ ใช้งานง่ายและสะดวก
ส่วนในเรื่องน้ำเสียงนั้น หลังจากการทดสอบ ผมสรุปสั้นๆ ได้ว่า ให้เสียงเป็นธรรมชาติ มีตัวตน จับต้องได้ เป็นซีดีเพลย์เยอร์ที่แสดงรายละเอียด ตำแหน่งชิ้นดนตรีได้แม่นขึ้นมาก เน้นความเป็นธรรมชาติและความเที่ยงตรงได้น่าประทับใจ
เสียงเบสลงลึกดี ควบคุมดี ไม่บวม ภาค DAC ให้ความสำคัญกับความแม่นของ Timing ได้ดีจริงๆ ครับ ฟังราบรื่น สะอาดสะอ้าน ทำให้รู้สึกว่าแผ่นซีดีสะสมของเรามีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
จุดเด่นที่สุดคือเสียงที่เป็นธรรมชาติ และไม่พยายามโชว์บุคลิกที่ฉีกแนวใดๆ
สิ่งที่ C 589 เป็นแนวทางเสียงที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก และมีลักษณะเหมือนเครื่อง “หายตัวไป” จากการฟัง กล่าวคือผู้ฟังรับรู้รสชาตของเสียงดนตรีได้มากกว่ารับรู้คาแรกเตอร์ของเครื่อง สิ่งนี้เราชื่นชมว่าเครื่องรุ่นอยู่ในฐานะของเรฟเฟอร์เร้นซ์ ให้มาตรฐานที่สูงยิ่ง เพราะมันตรงกับความรู้สึกที่ว่า “ไม่ได้ฟังเสียงเครื่อง แต่ฟังดนตรี”
เรามักจะคิดกันเสมอว่า ถ้าฟังแผ่นซีดี คาแรคเตอร์หนึ่งจะต้องมีคือเสียงที่เร็ว คมใสเป็นหลัก?
แต่น้ำเสียง C 589 กลับเน้นความถูกต้องของต้นฉบับ ถือว่าถูกรสนิยมคนเล่นเครื่องเสียงที่อิง High Fidelity อย่างผมมากครับ คือไม่ได้แค่โดดเด่นในแง่ความเร็วฉับไวเท่านั้น แต่สร้างโทนดนตรีที่มีความนุ่มพร้อมรายละเอียด และให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่บนแผ่น CD ออกมาอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะ CD ที่มาสเตอร์ทำมาดี รวมทั้งแผ่นออดิโอไฟล์ จะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ รวมถึงเพลงที่มีเสียงร้องและเครื่องดนตรีจะมีความเป็นตัวเป็นตนและมีชีวิตชีวามาก

สิ่งที่เครื่องเล่นซีดีเพลย์เยอร์เครื่องนี้พิเศษกว่าใคร คือคุณสามารถเลือกฟิลเตอร์ใน DAC ภายในเครื่อง C 589 ได้ด้วยรีโมตคอนโทรล โดยปุ่มบนรีโมตสามารถสลับจาก Standard Filter ไป QRONO d2a ได้ทันที เราใช้วิธีนี้ในการ A/B ฟังเปรียบเทียบกัน
บนรีโมตจะพบปุ่มที่มีสัญญลักษณ์ฟิลเตอร์ให้เลือก เมื่อกดเลือกก็จะแสดงผลที่หน้าจอดิสเพลย์ของเครื่อง ว่าคุณกำลังใช้ Standard Filter หรือ QRONO d2a Filter
ปุ่ม DDH จะอยู่ช่วงกลางรีโมต เลือกใช้หรือไม่ใช้ สถานภาพก็จะปรากฎบนจอดิสเพลย์เช่นกัน และอีกปุ่มหนึ่งคือปุ่มเลือกความสว่างจอดิสเพลย์ มี 4 สเต็ปคือ สว่าง ลดแสงสว่าง ไปจนถึงปิดดิสเพลย์มืดสนิท
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าคุณใช้ Optical / Coaxial / AES / EBU Digital Output หรือทำให้เครื่องทำงานแบบทรานสปอร์ต แล้วส่งสัญญาณดิจิตอลเป็น Digital signal ออกไปยัง DAC ภายนอก ระบบก็จะไม่ผ่านการเลือกฟิลเตอร์ของ C 589 ในส่วนนี้ให้นะครับ
ดังนั้นการเปรียบเทียบฟิลเตอร์ QRONO d2a Filter กับ Standard Filter ต้องฟังจาก RCA หรือ XLR Analog Out ของเครื่องเท่านั้น คือให้เครื่องทำงานพร้อมกับใช้ภาค DAC แบบซีดีเพลย์เยอร์
วิธีใช้งานคือเปิด CD และเล่นเพลงตามปกติ จากนั้นใช้รีโมต NAD CD11 ที่รีโมตจะมีปุ่มสำหรับเลือก QRONO d2a / Filter โดยกดเพื่อสลับระหว่าง Standard Filter และ QRONO d2a จุดที่ดีมากคือ ไม่ต้องลุกไปที่เครื่อง สามารถนั่งกดจากรีโมต อยู่ตำแหน่งนั่งฟังแล้วกดสลับได้เลย
วิธีฟังทดสอบง่ายๆ ด้วยการฟังช่วงเดิมของเพลงซ้ำ นี่เป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการเปรียบเทียบคุณภาพเสียง เพราะความแตกต่างของ QRONO ไม่ใช่การเปลี่ยนโทนเสียงอย่างชัดเจน แต่จะไปเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ถูกต้อง (Timing) และอิมเมจ (Imaging) หรือความแม่นยำของตำแหน่งชิ้นดนตรี
พบว่าเมื่อเปลี่ยนฟิลเตอร์เป็น QRONO d2a ขนาดของเวทีเสียงและโทนโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่ตำแหน่งเสียงร้องและเครื่องดนตรีดูแม่นยำขึ้น
กับบางแผ่นบางเพลง บางช่วง อาจจะต้องสงสัยว่า “เปิดฟิลเตอร์ QRONO d2a อยู่หรือเปล่า”? แต่เมื่อเพลงนั้นๆ เริ่มมีจังหวะซับซ้อน เราเองจะรู้สึกได้ถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม และการควบคุมที่เพิ่มขึ้น สำหรับผมใช้ฟิลเตอร์ QRONO d2a ตลอดการฟัง เพราะสัมผัสความไหลลื่น รายละเอียดแม่นยำ ปลายเสียงแหลมชุ่มฉ่ำกว่าครับ
วิธีสังเกตง่ายๆ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองหูไม่ไว คือไม่ต้องไปตั้งใจฟังมากเกินไป ให้ฟังในฟิลเตอร์มาตรฐานจนครบจบทั้งแทร็กซ์ก่อนก็ได้ แล้วย้อนกลับมาฟังซ้ำอีกครั้ง จะพบว่า Standard Filter กับ QRONO d2a ของเครื่องมีความน่าสนใจทีเดียว
เมื่อเปลี่ยนไปใช้ QRONO d2a ตำแหน่งของเสียงร้องและเครื่องดนตรีมีความแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะการแยกตำแหน่งของเสียงในเวทีเสียง ความเปลี่ยนแปลงนี้สามารถได้ยินจริง และให้คุณค่าแผ่นซีดี ได้ยอดเยี่ยมยิ่งๆ ขึ้นไปครับ
แต่สิ่งสำคัญคือ มันไม่ได้เปลี่ยนบุคลิกเสียงโดยรวมอย่างรุนแรง แต่เวทีเสียงและโทนโดยรวมยังใกล้เคียงเดิม เพียงแต่ความแม่นยำด้านตำแหน่งและ Timing เปลี่ยนไป
นี่คือผลทางด้าน Time-domain / Timing accuracy ของ C 589 ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนั่นเอง
ส่วนการปรับใช้ระบบ DDH นั้น สิ่งที่ผมรับฟังได้อาจจะเป็นระดับความดังเฉลี่ยในขณะนั้น ที่จะลดลงเล็กน้อย และเสียงอาจจะดูเป็นระเบียบมากขึ้น แต่ซีดีบางแผ่นอาจจะฟังไม่ออกครับ

ผลการทดสอบผมพบว่า NAD C 589 คือตัวแทนของเครื่องเล่นแผ่นซีดีที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพเสียงสูงมาก โดดเด่นในเรื่องของรายละเอียดเสียงที่เป็นธรรมชาติและสามารถถอดรหัสจากแผ่นซีดีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง ให้เสียงในความรู้สึกของเราก็คือ “อนาล็อกซาวนด์” ที่ยอดเยี่ยมในระดับมือโปร
ครับ... ไม่ใช่บุคลิกเดียวกันกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงแต่ก็มีจุดที่โดดเด่นกว่าก็คือปราศจากเสียงสะดุด สแครช และให้เสียงได้เอิบอิ่มแทบไม่ต่างกัน รวมทั้งค่าไดนามิคเร้นจ์ที่ยอดเยี่ยม ดึงเราเข้าไปใกล้ชิดกับเสียงดนตรีมากกว่าที่เคยเป็น นี่เป็นข้อแตกต่างระหว่างเครื่องเล่นซีดีราคาพื้นฐาน และ NAD C 589 ที่ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกหลายระดับชั้น ของเสียงดนตรีที่งดงาม
ส่วนเรื่องโครงสร้างรูปทรงในแบบ NAD ดำขรึมทะมึน คลาสสิก ใครจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นเรื่องรสนิยมแห่งสายตาที่สัมผัสครับ บางคนที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยทดลองฟังอาจจะมองแค่ผาดเผิน แล้วเมินไป แต่แฟน NAD จะรู้สึกรักเลยก็ได้ ถ้ายิ่งทราบคุณสมบัติพิเศษในภาคฟิลเตอร์และภาค DAC ที่ผมนำเสนอไปเบื้องต้น คุณจะพบว่าเป็นเครื่องที่ทรงคุณค่าเกินหน้าตาไปมากมายจริงๆ
สรุปด้วยประโยคสั้นๆ NAD C 589 คือเสียงดนตรีที่สมจริงทุกรายละเอียด สำหรับออดิโอฟล์ที่ต้องการเครื่องเล่นซีดี หรือซีดีทรานสปอร์ตในระดับอ้างอิงครับ
NAD C 589 ราคา 69,000.- บาท
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอทดลองฟังได้ที่
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
เลขที่ 4 ถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 2 แยก 2 เขตดินแดง แขวงรัชดาภิเษก กทม. 10400
โทร 02-276-9644
E-mail: https://www.conice.co.th/