Audio-gd HE-8
สำเนียงเสียงอนาล็อกที่สุดของ DAC
บริษัท Audio-gd เป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงจากประเทศจีน ที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในกลุ่มนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลก โดยเฉพาะด้าน DAC, Headphone Amplifier, Preamp และ Power Amplifier ซึ่งเน้นการออกแบบเชิงวิศวกรรมมากกว่าการตลาด ไม่เคยเห็นแบรนด์นี้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า สื่อที่นำเสนอมาจากใช้งานดีแล้วบอกต่อๆ กัน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดฮ็อตของวงการออดิโอไฟล์
ความเป็นมาของแบรนด์ Audio-gd ได้ก่อตั้งโดย He Qinghua หรือที่นักเล่นเครื่องเสียงรู้จักในชื่อ Kingwa โดยบริษัทเริ่มดำเนินงานช่วงระหว่างปี 2004–2005 ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน และมุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องเสียงคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล
He Qinghua เป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการกล่าวถึงว่า เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบวงจรออดิโอของ National Semiconductor (USA) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงด้านการออกแบบวงจรระบบเสียงของเขา
ปรัชญาการออกแบบของ Audio-gd ยึดหลักว่า คุณภาพเสียงต้องมาก่อนรูปลักษณ์ โดยมีแนวคิดสำคัญได้แก่ ใช้วงจร Class A ในหลายรุ่น สร้างภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ หม้อแปลงแยกหลายชุด ใช้ชิ้นส่วนเกรดสูงและคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ประกอบและทดสอบด้วยมือทุกเครื่อง พร้อม Burn-in ก่อนส่งมอบทุกเครื่อง
DAC ระบบ R2R ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์แบรนด์นี้
เทคโนโลยีเด่นๆ ที่ทำให้ Audio-gd แตกต่างคือ ระบบ ACSS (Audio-gd Current Signal System) ซึ่งส่งสัญญาณเสียงในรูปแบบ Current Mode แทน Voltage Mode เพื่อลดการผิดเพี้ยนและการแต่งสีสันของเสียง เน้นให้รายละเอียดสูงและมีความเป็นธรรมชาติ แนวคิดนี้มีหลักการใกล้เคียงกับระบบ CAST ของ Krell และ SATRI ของ Bakoon แต่เป็นการพัฒนาวงจรในแบบของ Audio-gd เอง
Audio-gd ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม Audiophile เพราะคุณภาพเสียงมักเทียบได้กับเครื่องเสียงที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว นั่นคือเสน่ห์ เพราะเน้นความคุ้มค่า ไม่ใช้งบประมาณด้านการตลาด เจ้าของบริษัท (Kingwa) มีชื่อเสียงด้านการตอบคำถามลูกค้าและให้คำแนะนำด้านเทคนิคด้วยตนเอง ซึ่งได้รับการกล่าวถึงในชุมชนผู้ใช้งานเครื่องเสียงหลายแห่ง
รุ่นที่สร้างชื่อของ Audio-gd ได้แก่ DAC-19 (หนึ่งใน DAC แบบ R-2R ที่มีชื่อเสียงที่สุดของบริษัท) รุ่น R-7 / R-7HE, รุ่น Master 9, รุ่น HE-9, รุ่น Master 3 และ HE-8

Audio-gd HE-8 เป็น DAC ระดับเรือธงของ Audio-gd ที่ออกแบบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงแบบ R2R และเลือกใช้ชิป DAC ระดับตำนาน Burr-Brown PCM1704UK โดยเน้นความเป็นอนาล็อก ความเป็นธรรมชาติ และไดนามิกของดนตรี มากกว่าตัวเลขการวัดทางสเป็คฯ ให้สูงที่สุด
จุดเด่นของ Audio-gd HE-8 คือใช้ชิป PCM1704UK จำนวนถึง 4 ตัว (Dual Mono / Fully Balanced) ด้วยระบบวงจรอนาล็อกแบบ Discrete Class A ทั้งหมด ไม่มี Op-Amp ในส่วนของภาคจ่ายไฟแบบ Regenerative Power Supply ที่จะทำการใช้ระบบ DC มาสร้างกระแสไฟ AC ใหม่เพื่อลดสัญญาณรบกวนจากไฟบ้าน
ใช้ Accusilicon Femtosecond Clock ความเที่ยงตรงสูง มีระบบ FPGA FIFO Re-clocking ช่วยลดการเหลื่อมค่าเวลาทางดิจิตอลหรือ Jitter สามารถรองรับ PCM สูงสุด 32-bit/384 kHz ผ่าน USB และ I2S รองรับโหมด NOS (Non-Oversampling) และ Oversampling ในหลายรูปแบบ
มีช่องต่อ USB, AES/EBU, Coaxial, Optical, BNC และ I2S (HDMI) และเอาต์พุต RCA, XLR และ ACSS (ระบบเฉพาะของ Audio-gd)
มีเรื่องหนึ่งที่ผมถูกสอบถามมาคือ Audio-gd HE-8 เป็น DAC แบบเขียนหรือวางโปรแกรมเอง ทำไมจึงมีชิป DAC ของแบรนด์ดังบรรจุอยู่ภายในเครื่อง?
เพราะหลายคนอาจเข้าใจว่า R-2R DAC เท่ากับไม่มีชิป DAC แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชิป PCM1704UK เองก็คือชิป DAC แบบ R-2R (Multibit Ladder DAC) ไม่ใช่ชิป Delta-Sigma ครับ
Burr-Brown PCM1704UK นั้นผลิตโดย Burr-Brown ซึ่งบริษัทนี้ต่อมาถูกซื้อกิจการโดย Texas Instruments และถือเป็นหนึ่งในชิป DAC แบบ R-2R ในระดับตำนาน
คุณสมบัติเด่นของชิป DAC เบอร์ PCM1704UK จัดเป็น DAC แบบ 24-bit True Multibit R-2R ที่ไม่มีวงจร Noise Shaping แบบ Delta-Sigma แต่ใช้เลเซอร์ Trim ค่า R-2R Ladder ภายในชิปให้มีความแม่นยำสูง

ทำไม HE-8 ต้องใช้ PCM1704UK ถึง 4 ตัว?
ใน Audio-gd HE-8 ไม่ได้ใช้ 4 ตัวเพื่อเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณ แต่ใช้เพื่อสร้างวงจร Dual Mono และ Fully Balanced เมื่อใช้ 4 ชุด จะได้การแยกแชนแนลหรือค่า Channel Separation สูงขึ้น การรบกวนข้ามช่องสัญญาณหรือ Crosstalk ก็จะต่ำลง รวมทั้งมีผลต่อค่าไดนามิคเร้นจ์ (Dynamic Range) สูงขึ้นด้วย
ในปัจจุบันหลายบริษัทระดับ Hi-End ก็ใช้ชิปหลายตัว โดยแนวคิดนี้พบได้ในผู้ผลิตชั้นนำหลายราย เช่น MSB Technology, dCS ,Esoteric, Audio Note อย่างไรก็ตาม วิธีการใช้งานมักจะแตกต่าง หรือสถาปัตยกรรมที่ต่างออกไป บางบริษัทใช้หลายชิปเพื่อขนาน (parallel) ลด Noise และเพิ่ม Dynamic Range ส่วน Audio-gd ใน HE-8 ใช้หลัก Dual Mono ร่วมกับ Fully Balanced เป็นหลัก
ขออนุญาตอธิบายทางเทคนิคเกี่ยวกับ PCM1704UK ทั้ง 4 ตัว ใน HE-8 นั้น ไม่ได้ทำงานซ้ำกันนะครับ แต่จะแบ่งเป็น 2 ตัวสำหรับช่องซ้าย (Hot/Cold) และ 2 ตัวสำหรับช่องขวา (Hot/Cold) ทำให้แต่ละเฟสของสัญญาณมี DAC ของตัวเองโดยตรง ส่งผลให้ได้สัญญาณ Balanced ที่สมบูรณ์ ช่วยลดการรบกวนระหว่างช่องสัญญาณ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ HE-8 ได้รับการชื่นชมในด้านเวทีเสียง ความนิ่ง ภาพพจน์สเตอริโอของเสียง และความเป็นธรรมชาติของการถ่ายทอดดนตรี
Audio-gd HE-8 เป็น DAC ที่มีตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ หนัก ไม่ได้ใช้ขนาดใหญ่ดังกล่าวนี้เพื่อ “ใส่วงจร” เพียงอย่างเดียว เพราะผู้ออกแบบ (Kingwa) ตั้งใจให้โครงสร้างภายในเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพเสียง ไม่ใช่เพียงเปลือกหุ้มอุปกรณ์ โดยยึดหลักการสำคัญคือ ทำการแยกวงจรแต่ละภาคออกจากกันให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการรบกวนระหว่างกันในระดับที่ดีเยี่ยม

Test Report
เมื่อผมได้รับเครื่อง Audio-gd HE-8 มา แล้วได้ศึกษาวิเคราะห์เลย์เอาต์การจัดวางภายในวงจร ว่าลำดับเอาไว้อย่างไร
• ภาคจ่ายไฟอยู่ด้านหน้าสุด โดย HE-8 ใช้ระบบภาคจ่ายไฟแบบ Regenerative Power Supply ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าภาคจ่ายไฟทั่วไป กล่าวคือ ไฟ AC ที่ป้อนเข้ามานั้น จะถูกแปลงให้เป็น DC ก่อน แล้วค่อยสร้างคลื่นไฟฟ้า AC ขึ้นมาใหม่ที่สะอาดกว่า ก่อนจะทำการจ่ายให้วงจรระบบเสียง ทำให้ลดสัญญาณรบกวนจากไฟบ้านได้มาก จึงต้องใช้พื้นที่สำหรับวงจรจำนวนมาก
นี่คือสาเหตุที่ตัวถังเครื่องใหญ่มากกว่า DAC ทั่วไป
• ภาคดิจิตอลอยู่ตรงกลาง ประกอบด้วย FPGA-USB Interface-Receiver และ Accusilicon Femto Clock โดยในภาคนี้จะถูกแยกออกจากภาคอนาล็อกอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้สัญญาณความถี่สูง (Digital Noise) ไปรบกวนวงจรเสียง
• วางภาค DAC อยู่แยกซ้าย–ขวาแบบ Dual Mono โดยมีชิป PCM1704UK จำนวน 4 ตัว แบ่งเป็น 2 ตัวสำหรับช่องซ้าย และอีก 2 ตัวสำหรับช่องขวา โดยแต่ละช่องทำงานแบบ Fully Balanced การแยกกันเช่นนี้ช่วยลด Crosstalk เพิ่ม Dynamic Range และทำให้เวทีเสียงนิ่งขึ้น
• เลย์เอาต์ถัดมาจะเป็นภาค Analog Output อยู่ใกล้ขั้วต่อมากที่สุด คือหลังจากแปลงเป็นสัญญาณอนาล็อกแล้ว HE-8 จะส่งเข้าสู่วงจร Discrete Class A โดยไม่มี Op-Amp และไม่มี Global Feedback และตามด้วยวงจร DC Coupling
จากนั้นใช้เทคนิคการเดินสายสั้นที่สุดไปยังขั้วต่อ XLR - RCA และ ACSS การทำเช่นนี้ช่วยลดการสูญเสียของสัญญาณอนาล็อก และรักษาความบริสุทธิ์ของเสียงไว้ได้มากที่สุด

เมื่อพิจารณาวิธีวางระบบวงจรแยกส่วนดังกล่าวแล้ว จึงเป็นสาเหตุที่ต้องใช้ตัวถังเครื่องขนาดใหญ่เป็นพิเศษ โดยผมขอสรุปเหตุผลหลักมีอยู่ 5 ข้อด้วยกัน
1. แยกภาคจ่ายไฟออกจากภาคสัญญาณ เพื่อลดสนามแม่เหล็กจากหม้อแปลงไม่ให้รบกวน DAC
2. แยก Digital กับ Analog เพื่อลด Digital Noise
3. เดินสายสั้นที่สุด โดยเฉพาะสัญญาณอนาล็อกหลัง DAC
4. เพื่อการระบายความร้อนที่ดี เพราะวงจร Discrete Class A ทำงานตลอดเวลา จึงเกิดความร้อนสูง ตัวถังอะลูมิเนียมทั้งเครื่องทำหน้าที่เป็นฮีตซิงก์ไปในตัว
5. ลดแรงสั่นสะเทือน ด้วยโครงสร้างเครื่องแบบอะลูมิเนียม CNC ที่มีความหนาและน้ำหนักมากช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการสั่นสะเทือนเชิงกล ซึ่งเป็นแนวคิดที่ Audio-gd ให้ความสำคัญ
หากเรามอง HE-8 จากมุมวิศวกรรม จะเห็นว่าเขาไม่ได้ออกแบบให้เครื่องมีขนาด “เล็กกระทัดรัดที่สุด” แต่กลับเลือกให้สัญญาณเดินสั้นที่สุด และภาคต่างๆ อยู่ห่างกันมากที่สุด นั่นคือพยายามใช้พื้นที่แลกกับความบริสุทธิ์ของสัญญาณ
แนวคิดนี้คล้ายกับ DAC ระดับอ้างอิงของหลายผู้ผลิตชั้นนำ เช่นการจัดวางแบบ Dual Mono, การแยกภาค Digital/Analog และการใช้ภาคจ่ายไฟอิสระหลายชุด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม HE-8 จึงมีขนาดใหญ่และหนักกว่าที่คาด จากการเป็น DAC เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น
ในการทดสอบใช้งาน ตามปกติผมจะใช้ภาค DAC ภายนอกสำหรับต่อกับเครื่องเล่นประเภท SACD Transport และ Streamer เป็นหลัก ผลลัพธ์ที่ได้จาก Audio-gd HE-8 จุดเด่นมากๆ คือสำเนียงเสียงอนาล็อกอย่างถึงที่สุดของ DAC ครับ ผมมองว่า HE-8 เป็นหนึ่งใน DAC R2R ที่ออกแบบอย่างสมบูรณ์ในระดับไฮเอ็นด์ และใช้แนวคิดวิศวกรรมมากกว่าการเน้นการตลาดอย่างแท้จริง
จากการทดสอบฟังครั้งแรก ยอมรับว่าชวนประทับใจมากๆ เพราะผมมักจะคุ้นชินเสียงจากแผ่นเสียงไวนีลมากที่สุด พอได้มาฟัง HE-8 ต้องชื่นชมว่า นี่เรากำลังฟังเสียงจากไวนีลหรือเปล่า?
เป็น DAC ที่ให้เสียงมีความเป็นธรรมชาติสูง คล้ายฟังแผ่นเสียง ที่มีบุคลิกโดยรวมเสียงกลางอิ่ม หนา มีน้ำหนักดีมาก เพลงหลักๆ จากค่ายเพลงระดับออดิโอไฟล์ จะแสดงผลเวทีเสียงกว้าง ลึก แยกชิ้นดนตรีดี เสียงร้องมีมวลและอารมณ์ส่งต่อผู้ฟัง เบสแน่น ลึก และต่อเนื่อง
บอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่ DAC โทนเสียงแนวสว่างแบบ DAC สมัยใหม่ที่ใช้ชิปทั่วไป Audio-gd HE-8 ให้เสียงที่ “เป็นดนตรี” มาก โดยเฉพาะกับเพลงแจ๊ส คลาสสิก อะคูสติก และเสียงร้อง เพราะให้ความอิ่มและบรรยากาศที่สมจริง ทำให้ผมหันมาฟังแผ่นซีดี และสตรีมมิ่งได้ทั้งวันผ่าน HE-8 โดยลืมแผ่นเสียงไปชั่วคราวเลยครับ
ในอีกด้านหนึ่งของความคลั่งไคล้ในตัวเลข มีนักวัดผลทางวิศวกรรม และผู้ใช้งานบางส่วนวิจารณ์ว่า DAC ของ Audio-gd มักมีค่าการวัด เช่น THD+N หรือ SINAD ไม่โดดเด่นเท่า DAC รุ่นใหม่ๆ จากผู้ผลิตที่เน้น “ประสิทธิภาพการวัด” โชว์ตัวเลข แต่ผู้ฟังจำนวนมากยังคงชื่นชอบลักษณะเสียงของ Audio-gd มากกว่า ที่จะโหยหาตัวเลขหรูๆ บนเครื่องวัดเหล่านั้น
ผมชอบแนวทางของ Audio-gd ที่ให้ความสำคัญกับภาคจ่ายไฟที่ใช้วงจร Discrete จริง แยกแยะวงจรแต่ละส่วนให้อิสระมากที่สุด จึงให้บุคลิกเสียงที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เสียงแบบ “Hi-Fi โชว์รายละเอียด” เพียงอย่างเดียว แต่เสียงที่เต็มไปด้วยความจริง ความละมุนละไมแห่งดนตรี เข้าถึงสุนทรียะแห่งรายละเอียด มาแบบครบถ้วนกระบวนความมาก

จุดที่ผมคิดว่า Audio-gd HE-8 ต่างจาก DAC ชั้นดีที่เคยฟังคือคุณภาพเสียงนั้น ถ้าเทียบเคียงเรื่องคุณภาพเสียงกันละก็ Audio-gd HE-8 สามารถก้าวข้ามรุ่นไปมากๆ เลยทีเดียว เรียกว่าคุ้มเกินราคาไปไกลโข เสียงที่ละเมียดของเครื่องดนตรี รวมถึงความต่อเนื่องไหลลื่นของท่วงทำนองเป็นหัวใจหลัก อีกทั้งฮาร์โมนิก เวทีเสียงลึกล้ำคล้ายกำลังฟังแผ่นเสียงไวนีล และความเป็นธรรมชาติของเสียงร้อง เสียงที่ก้าวมาขั้นนี้เรียกว่าเหมือนกำลังนั่งฟัง DAC ราคาสามแสนบาทอัพเลยทีเดียว
HE-8 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่นิยมฟังเพลง Jazz, Vocal, Classical, Blues ชอบเสียงแบบอนาล็อกและมีเนื้อเสียงอิ่มเอม ฟังผ่อนคลายราบรื่น สามารถนำมาใช้กับระบบแอมป์และลำโพงระดับสูงที่เปิดเผยรายละเอียดดีเยี่ยมทั้งหลายได้ทุกแบรนด์ และใครก็ตามที่ต้องการสัมผัสเสียงของชิป PCM1704UK ที่หาฟังยากมากๆ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชิป R2R ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ก็ต้องไม่พลาด Audio-gd HE-8 ครับ
ในการใช้งานทั่วๆ ไป ส่วนตัวผมอาจจะไม่ค่อยเคยชินกับดิสเพลย์ตัวอักษรขนาดใหญ่นักเท่าไร แต่ก็ประทับใจในน้ำเสียงมากๆ และต่อให้ HE-8 ไม่มีวงจรรองรับ DSD เหมือนอย่างที่นักเล่นบางคนต้องการ ผมกลับไม่ได้รู้สึกว่ามีความจำเป็น เพราะเสียงแบบอนาล็อกแบบนี้ก็ถือว่ามาสุดทางแล้วครับ คุณภาพเสียงถือว่า HE-8 เต็งหนึ่งใน DAC ระดับราคาแสนต้นๆ
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ DAC ที่มีฟีเจอร์ทันสมัยที่สุด แต่สำหรับนักเล่นที่หลงใหลเสียงแบบ R2R และ PCM1704UK ก็ยังถือว่าเป็นรุ่นที่มีคุณค่าทั้งด้านคุณภาพเสียงและความน่าสะสมอย่างมากครับ
ต้องถามตัวเองว่า คุณชอบเสียงร้องที่สมจริงโดดเด่น ฟังได้ยาวนานไม่ล้าหู เวทีเสียงใหญ่ เบสมีมวลและพลัง อีกทั้งรายละเอียดปลายเสียงที่ยอดเยี่ยม ปราศจากอาการคมแข็งแบบ DAC Delta-Sigma หลายๆ รุ่น และคุณชอบบุคลิกเสียงเหมือนได้สัมผัสแนวใกล้เคียงอนาล็อกแผ่นเสียงแบบนี้ไหม? ถ้าชอบก็อย่าได้พลาดกับ Audio-gd HE-8 อย่างเด็ดขาดนะครับ
Audio GD HE8 ราคา 120,000.- บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 096 978 7424 : Msound | line : m_240956
โทร. 084 105 5949 : น้องเอ็กซ์
โทร. 083 564 4962 : Planet Laser
โทร. 091 718 8716 : คุณศราวุธ
โทร. 088 005 5156 : เต่า ออดิโอ