Marantz SACD 30n  หนึ่งเดียวพร้อมสรรพ สำหรับการเล่นแผ่นและสตรีมมิ่งที่เป็นเลิศ

Marantz SACD 30n หนึ่งเดียวพร้อมสรรพ สำหรับการเล่นแผ่นและสตรีมมิ่งที่เป็นเลิศ

25/05/2026    63

Marantz SACD 30n 
หนึ่งเดียวพร้อมสรรพ สำหรับการเล่นแผ่นและสตรีมมิ่งที่เป็นเลิศ

ผมไม่ได้จับต้องผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงของ Marantz ในระดับไฮเอ็นด์มานานพอสมควร ยิ่งหลังจากคุณเคน อิชิวาตะ อำลาจากวงการไปแล้ว ความรู้สึกเราคือเหมือนกับมีความชะงักงันอยู่ช่วงหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในทิศทางของผลิตภัณฑ์ แต่การปรากฏตัวของซีรีส์ 30n ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ รวมทั้งไอเดียใหม่ที่ทีมวิศวกรนำเสนอได้อย่างไม่ซ้ำแบบใครอีกต่างหาก

ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันคือ Marantz ปรับฐานการออกแบบและการผลิตขึ้นไปอยู่ในสองตลาดหลักคือ ไฮเอ็นด์และมิดเอ็นด์ระดับบน โดยไม่ลงมาในตลาดเครื่องเสียง Entry Level อีกต่อไป เป็นการเลือกตำแหน่งของผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่างเพียบพร้อม

 

 

Marantz SACD 30n ถูกออกแบบมาใน Marantz 30 Series ซึ่งเป็นซีรีส์เครื่องเสียงระดับพรีเมียม และมีแอมปลิไฟร์เออร์หลอดกึ่งอนาล็อกระดับไฮเอ็นด์อย่าง Marantz MODEL 30 เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาคู่กันโดยเฉพาะ

การจับคู่ของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นนี้มีความโดดเด่นดังนี้ ทั้งสองเครื่องดีไซน์มาในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก เพื่อให้วางคู่กันได้อย่างสวยงามลงตัว มีรีโมตคอนโทรลชุดเดียวกันที่ควบคุมได้ทั้งสองเครื่อง แต่มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตัว SACD 30n จะรับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาณดิจิทัลทั้งหมด เช่นเล่นแผ่น SACD, CD และสตรีมมิ่งผ่าน HEOS ส่วน MODEL 30 จะแยกไปทำหน้าที่ขยายสัญญาณอนาล็อกบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว (Integrated Amplifier) เพื่อลดสัญญาณรบกวนระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุด 

แต่เราสามารถซื้อ SACD 30n แยกมาใช้งานกับแอมปลิไฟร์ทั่วไปได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในครั้งนี้ผมได้รับเครื่อง Marantz SACD 30n มาทดสอบแบบเดี่ยว และนำไปจับคู่กับอินทิเกรเต็ดแอมป์หลายเครื่องด้วยกัน

เครื่องเล่น SACD/CD และ Network Audio Player ที่ผสานความสามารถของการเล่นแผ่นและการสตรีมเพลงคุณภาพสูงไว้ในเครื่องเดียว รองรับการเล่น SACD/CD พร้อมโหมด USB-DAC ที่รองรับสัญญาณ PCM สูงสุด 384kHz/32-bit และ DSD256 (11.2MHz) ผ่านพอร์ต USB-B

ตัวเครื่องรองรับระบบสตรีมมิ่งผ่าน HEOS Built-in พร้อม AirPlay 2, Spotify Connect, Amazon Music HD และ TIDAL รวมถึงรองรับไฟล์เพลง Hi-Res ทั้ง FLAC, WAV, ALAC และ DSD ผ่านระบบเครือข่ายและ USB Storage

ภายในใช้เทคโนโลยี Marantz Musical Mastering (MMM) ซึ่งประกอบด้วยระบบ MMM-Stream และ MMM-Conversion ที่พัฒนาโดย Marantz เพื่อมอบคุณภาพเสียงที่ละเอียด เป็นธรรมชาติ และมีความลื่นไหลในแบบอนาล็อก

 

 

นอกจากนี้ยังมีภาคขยายหูฟังคุณภาพสูงที่สามารถปรับ Gain ได้หลายระดับ พร้อมเอาต์พุต RCA ทั้งแบบ Fixed และ Variable รองรับการควบคุมผ่านรีโมต แอปพลิเคชันบนมือถือ และระบบสั่งงานด้วยเสียงอีกด้วย

โครงสร้างตัวเครื่องแบบหลายชั้นมีความแข็งแรงและออกแบบเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนอย่างจริงจัง โดยจุดเด่นสำคัญของภาคทรานสปอร์ต คือการใช้กลไกอ่านแผ่น SACDM-3L Transport Mechanism ซึ่ง Marantz พัฒนาขึ้นเองสำหรับการเล่นแผ่น SACD และ CD โดยเฉพาะ รวมถึงรองรับการอ่านไฟล์เพลง Hi-Res จากแผ่น DVD-ROM ได้อีกด้วย

กลไก SACDM-3L ถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องเล่น SACD รุ่นใหม่ของ Marantz เพราะไม่ได้ใช้ชุดขับ OEM ทั่วไปเหมือนเครื่องเล่น CD ในตลาด แต่เป็นระบบที่ออกแบบขึ้นใหม่เพื่อเน้นความแม่นยำในการอ่านข้อมูล ลดการสั่นสะเทือน และลดสัญญาณรบกวนทั้งทางกลและทางไฟฟ้า

ระบบกลไกถูกออกแบบให้การหมุนแผ่นมีความนิ่งและเที่ยงตรง พร้อมระบบ Servo ควบคุมการทำงานของ Pickup Laser อย่างแม่นยำ ช่วยลด Jitter และลดภาระของระบบแก้ไขข้อผิดพลาด (Error Correction) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพสัญญาณดิจิทัลก่อนเข้าสู่ภาค DAC

Marantz ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมแรงสั่นสะเทือนหรือ Resonance Control โดยใช้โครงสร้างโลหะความแข็งแรงสูง ฐานอลูมิเนียมแบบ Extruded และการยึดแชสซีหลายชั้น เพื่อลดแรงสั่นจากการหมุนแผ่นและแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก ส่งผลให้เลเซอร์อ่านข้อมูลได้แม่นยำขึ้น ระบบ Servo ทำงานน้อยลง และช่วยให้จังหวะเวลาของข้อมูลดิจิทัลมีความนิ่งมากขึ้น

 

 

นอกจากนี้ Marantz SACD 30n ยังออกแบบวงจร Pickup, Servo และ Decode ให้มีระยะทางสัญญาณสั้นที่สุด เพื่อลดสัญญาณรบกวน EMI/RFI และลดการสูญเสียของสัญญาณในภาคดิจิทัล

แนวคิดทั้งหมดนี้สะท้อนปรัชญาของ Marantz ที่เชื่อว่า แม้ข้อมูลดิจิทัลจะมีความถูกต้องเหมือนกัน แต่การลดแรงสั่นสะเทือน ลดภาระของ Servo และลดสัญญาณรบกวนภายในเครื่อง ย่อมมีผลต่อคุณภาพเสียงโดยรวมได้อย่างชัดเจน จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบภาคทรานสปอร์ตตั้งแต่ต้นทางอย่างพิถีพิถัน

ความสำคัญในภาค DAC นั้นก็คือ Marantz ได้พัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะของตนเองที่เรียกว่า Marantz Musical Mastering หรือ MMM ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ SACD 30n โดยแตกต่างจากเครื่องเล่นทั่วไปที่นิยมใช้ DAC Chip สำเร็จรูปจากผู้ผลิตภายนอก

ผมขอขยายความว่า สำหรับ Marantz Musical Mastering (MMM) ที่ไม่ใช่ “DAC Chip” โดยตรง แต่นี่คือระบบโครงสร้างวิศวกรรมแปลงรหัสดิจิทัลเป็นอนาล็อกทั้งชุดของ Marantz กล่าวคือ MMM คือระบบภาค DAC ทั้งแนวคิด ไม่ใช่แค่ชิป DAC ตัวเดียวครับ

โดยระบบ MMM ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ MMM-Stream และ MMM-Conversion ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพเสียงดิจิทัลให้มีความเป็นธรรมชาติและมีความลื่นไหลแบบอนาล็อกมากยิ่งขึ้น

MMM-Stream ในทางเทคนิคทำหน้าที่เป็น Digital Engine สำหรับการ Upsampling, Oversampling, Digital Filtering รวมถึง Noise Shaping และ Delta-Sigma Modulation โดยจะทำการแปลงสัญญาณ PCM ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น FLAC, WAV, DXD หรือแม้แต่สัญญาณจากแผ่น CD 44.1kHz ให้กลายเป็นสัญญาณ DSD 11.2MHz / 1-bit ทั้งหมดก่อนส่งต่อไปยังภาคแปลงสัญญาณอนาล็อก

จากนั้น MMM-Conversion ซึ่งเป็นระบบ Discrete D/A Conversion แบบเฉพาะตัวของ Marantz จะรับสัญญาณ DSD 1-bit แล้วแปลงเป็นสัญญาณอนาล็อกโดยตรง ผ่านวงจร Analog Filter ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดความซับซ้อนของภาค DAC และรักษาความแม่นยำของสัญญาณให้มากที่สุด

แนวคิดสำคัญของ Marantz คือ แทนที่จะใช้ DAC Chip สำเร็จรูปอย่าง ESS, AKM หรือ Burr-Brown บริษัทเลือกพัฒนาอัลกอริทึมและระบบแปลงสัญญาณขึ้นเองทั้งหมด เพื่อควบคุมบุคลิกเสียงให้เป็นไปตามแนวทางของ Marantz โดยเฉพาะ

ผลลัพธ์ที่ได้จากเทคโนโลยี Marantz Musical Mastering คือเสียงที่มีความสมูท ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ ให้บรรยากาศและฮาร์โมนิกของดนตรีได้อย่างสมจริง เวทีเสียงมีความนิ่ง รายละเอียดเสียงครบถ้วน พร้อมทั้งลดความแข็งกระด้างแบบดิจิทัลลงอย่างชัดเจน จึงให้ทั้งรายละเอียด ไดนามิก และความเป็นดนตรีในระดับสูง

สำหรับผมแล้ว การได้เห็นหน้าตารุ่นใหม่ซึ่งออกแบบดีไซน์เสมือนมีหน้ากากดิสเพลย์สองชั้นซ้อนกันอยู่ แรกๆ ก็ดูแปลกตาไปมากทีเดียวเมื่อเทียบเคียงกับ Marantz ดั้งเดิม แต่ก็เป็นความเก๋ไก๋ดูมีความวินเทจซ่อนอยู่ในมารานทซ์ ผสานเข้ากับความล้ำสมัยในดิสเพลย์ยุคใหม่อย่างลงตัว

 

 

Test Report
ในการทดสอบครั้งนี้ ผมแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการทำงานในระบบเพลย์เยอร์ และความสามารถของอินพุตภาค DAC ที่จะรับสัญญาณขาเข้าทั้งสองรูปแบบคือโคแอคเชียลและออพติคัล และส่วนที่สองคือการทำงานในรูปแบบของ Streaming Player ซึ่งก็จะใช้คุณสมบัติทางด้านเน็ตเวิร์ค LAN เป็นพื้นฐาน โดยการโหลดแอพของ Heos มาใช้งานผ่าน iOS ที่ผมมีแอคเคาท์อยู่ 

การลงทะเบียนผ่านระบบ Heos นี้จะไม่ยุ่งยากอะไร โดยทำการผ่านอีเมล์ที่เราจะต้องไปครีเอทแอคเคาท์ขึ้นมาให้เป็นที่ยอมรับของระบบ Heos ก็ใช้เวลาไม่กี่นาทีครับ

บทสรุปของเครื่องเพลย์เยอร์รุ่นนี้คือ ออกแบบให้เป็น “The Complete Digital Music Player” รวมความสามารถของเครื่องเล่น SACD/CD, Network Streamer, USB DAC และ Headphone Amplifier คุณภาพสูงไว้ในเครื่องเดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่ต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพเสียงระดับไฮเอ็นด์ ซึ่งยอมรับว่าผมก็เพิ่งมีประสบการณ์ครั้งแรกกับมารานทซ์ ที่ให้เราได้เล่นทั้งภาคเพลย์เยอร์และสตรีมมิ่งในเครื่องเดียวกัน

การสนองตอบไฟล์สัญญาณ PCM ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น FLAC, WAV, DXD รวมทั้งสัญญาณจากแผ่น CD 44.1kHz ให้กลายเป็นสัญญาณ DSD 11.2MHz / 1-bit เริ่มแรกก่อนวางจำหน่าย ผมก็แปลกใจเหมือนกันที่อ่านข้อมูลพบว่า เครื่องไม่สามารถเล่นไฟล์ AIFF ได้ และไม่มีบริการสตรีมมิ่งที่ผมชื่นชอบอย่าง Qobuz  

แต่ในปัจจุบันน่าดีใจครับ เมื่อเครื่อง Marantz SACD 30n ที่วางตลาดจริงมีการอัพเฟิร์มแวร์แล้ว จึงครอบคลุมไฟล์ AIFF และใช้ Qobuz ได้ครบถ้วน ไม่ต้องกังวลและตราบเท่าที่ได้ต่อระบบอินเทอร์เน็ตไว้กับเครื่อง การอัพเฟิร์มแวร์ต่างๆ ก็จะมีการอัพโดยอัตโนมัติในอนาคตครับ

เครื่องเล่น SACD 30n พร้อมใช้งานกับ Amazon Music, Spotify, Deezer, Tidal และแม้แต่ Soundcloud ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากในด้านการเชื่อมต่อไร้สาย รองรับ Airplay 2 และ Bluetooth และการใช้งานร่วมกับ Google Home บ่งชี้ว่าน่าจะสามารถส่งสัญญาณไปยังแอปพลิเคชันใดๆ ก็ได้ที่มีฟังก์ชันนี้ รวมถึง Qobuz ด้วย นอกจากนี้ยังใช้งานร่วมกับ Alexa ได้ ดังนั้นหากคุณต้องการพูด มันก็พร้อมจะรับฟัง 

ดิสเพลย์หน้าเครื่องครอบคลุมการใช้งานครบถ้วนดี มีตัวเลือกการตั้งค่าต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ครบถ้วน รวมถึงการปรับความสว่างของไฟรอบแผงด้านหน้า โดยหน้าจอจะหรี่ลงด้วยรีโมต ส่วนการเลือกตัวกรองดิจิทัล ซึ่ง SACD 30n มีให้เลือกสองแบบ อาจจะน่าเสียดายนิดนึงที่ผมไม่มีโอกาสจับคู่ SACD 30n กับอินทิเกรเต็ด Marantz MODEL 30 ซึ่งน่าจะได้ประสบการณ์ที่สนุกยิ่งขึ้นครับ

 

 

การออกแบบ SACD 30n ถือได้ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับหนึ่ง โดยเครื่องจะทำการปิดตัวเองโดยอัตโนมัติหลังจากไม่ได้ใช้งานครึ่งชั่วโมง อาจไม่ใช่คุณสมบัติที่เน้นคุณภาพเสียงอื่นๆ เพิ่มเติม แต่ก็เป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์มากในยุคที่พลังงานขาดแคลน และราคาค่าไฟฟ้าสูง นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อเครื่องกำลังจะเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย หากคุณไม่ได้หรี่แสงหน้าจอจนมืดสนิท

ผมเริ่มการทดสอบในภาคเล่นแผ่นของเครื่องเล่น SACD 30n โดยเล่นจากแผ่น SACD และ CD ทั่วไป รวมทั้งรูปแบบต่างๆ ที่บรรดาผู้ผลิตแผ่น ต่างพยายามสนองตอบนักเล่นระดับออดิโอไฟล์เช่น HQCD, XRCD ที่เป็นกระบวนการขั้นตอนมาสเตอริ่ง ซึ่งสามารถอ่านแผ่นและ Play ได้แม่นยำ แสดงผลบนจอหน้าปัดดิสเพลย์สะอาดตา ทั้งแทร็กซ์ เวลา ครบถ้วน 

ส่วนกรณีแผ่น MQA-CD นั้นเครื่องจะไม่รองรับการถอดรหัส MQA เพราะ SACD 30n จะมองเห็นแผ่น MQA เป็นแผ่น CD ธรรมดา แต่เมื่อนำเอาแผ่นประเภทนี้มาเล่นใน SACD 30n ระบบเครื่องจะดึงไฟล์ข้อมูล 44.1 KHz ไปแปลงเป็น DSD 11.2MHz / 1-bit ก่อนแปลงเป็นอนาล็อกที่ให้คุณภาพเสียงรายละเอียดสูงมาก อาจจะทำให้เสียงดีกว่า การถอดรหัสระบบ MQA ด้วยซ้ำไป 

เพราะเท่าที่ฟัง MQA-CD หลายแผ่นใน SACD 30n เสียงอิ่มสะอาดละเมียดละไมมากๆ เรียกว่าดีกว่าที่เคยฟังแผ่นนั้นๆ มาโดยตลอดเลยก็ว่าได้

ส่วนแผ่น CD ทั่วไปที่ผมเคยฟังมาแล้วบ่อยๆ ในแง่ของรายละเอียดถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่คุณจะได้ยินรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จากแผ่นเดิมที่คุณเคยฟังเพิ่มมากขึ้นถึงขนาดนี้ ในช่วงเสียงกลางขึ้นไปจนถึงปลายสุดความถี่แหลม กระบวนการอัพสเกลข้อมูลเดิมแบบ PCM ให้เป็น DSD แล้วจึงถอดรหัสเสียงด้วย DAC ในเครื่อง SACD 30n จึงมีนัยยะสำคัญในการเก็บ ยกระดับ ถอดรหัสให้เราได้ฟัง ด้วยความเชื่อมั่นของมารานทซ์ว่า วิศวกรรมเสียง DSD มีประโยชน์เป็นที่สุดของเส้นทางนี้ 

ส่วนการใช้งานทั่วไป ระบบกลไกเข้า-ออกแผ่นสมูทดี มีความสามารถอ่านแผ่นที่รวดเร็ว รวมทั้งการอ่านแผ่น SACD ประเภทไฮบริดที่มีข้อมูล 2 ชั้น ตัวเครื่องจะเลือกอ่านชั้นข้อมูลของ SACD ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดมากกว่า CD ก่อน เข้าใจว่าเครื่องจะยึดลำดับความสำคัญทางด้านคุณภาพข้อมูลที่ดี และละเอียดกว่านั่นเอง

ในขณะที่เครื่อง SACD บางเครื่องที่ผมเคยทดสอบ เมื่อใส่แผ่น SACD Hybrid เข้าไปมักจะอ่านชั้นข้อมูล CD ก่อน ถ้าเราต้องการจะเพลย์แบ็คชั้นข้อมูล SACD จะต้องกดปุ่มเลือกที่หน้าเครื่องอีกรอบ 

ในขณะที่ Marantz SACD 30n เลือกอ่านข้อมูล SACD เป็นลำดับแรกโดยอัตโนมัติ นี่คือความฉลาดของเครื่อง ที่ต้องการให้เราเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพสูงสุดเป็นลำดับแรก ส่วนถ้าอยากจะลองฟังชั้นข้อมูลของซีดี ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

คุณภาพและน้ำเสียงจากการเล่นแผ่น SACD ที่ผมมีเก็บไว้นับร้อยแผ่นนั้นโดดเด่นในเรื่องการให้ความสะอาด รายละเอียดสูงเยี่ยมครับ คือเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่าการบันทึกสัญญาณในระดับ DSD นั้น มีคุณภาพสูงยอดเยี่ยมจริงๆ เข้าถึงทุกรายละเอียดระยิบระยับ หยุมหยิม ครบถ้วน เราสามารถพบความแตกต่างจากดีเทลในอัลบั้มในสตรีมมิ่งในระดับที่สัมผัสได้ครับ

 

 

ความลึกซึ้งที่ SACD 30n ส่งผ่านออกมาแรกสุดคือ การดึงดูดใจเราให้เข้าถึงน้ำเสียงที่อิ่มเอิบ เป็นธรรมชาติสูงสุดของเสียงร้องและดนตรีแบ็กอัพในแนวออเคสตร้า ที่ทำให้ผมเพลิดเพลินและฟังได้อย่างยาวนานครบทุกเพลงในอัลบั้ม ใช่ครับ ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์บ่อยนัก ในการทดสอบคุณภาพเสียงแล้วจะทำให้เราลงลึกไปในมนต์เสน่ห์ของเสียงถึงขนาดนี้ (What s New : Linda Ronstadt The Nelson Riddle Orchestra : SACD CD Hybrid) ในใจต้องนึกว่าโชคดีเหลือเกินที่เรายังสะสมแผ่นเหล่านี้เอาไว้ครับ

ในแง่ของบุคลิกเสียงหรือคาแรกเตอร์นั้น ผมชื่นชอบในเรื่องของความละเมียดละไม ให้เสียงกลางที่สวยงาม และความอบอุ่นของเสียงต่ำลึกๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Marantz จริงๆ คือชัดแต่ไร้สากเสี้ยนใดๆ เต็มไปด้วยพลังรุกเร้าจริงจัง และไดนามิคเร้นจ์กว้างลึกสุดๆ เลยทีเดียว (Erich Kunzel/Cincinnati Pops Orch. Masters and Commanders: CD)

ความอิ่มเอิบที่คุ้นเคยและถือเป็นสุดยอด ที่ฟังครั้งใดสามารถพิสูจน์ความดีงามของซิสเต็ม (The Eagles : Hotel California SACD) รวมทั้งเพลงแนวแจ๊สที่คลาสสิกมายาวนานที่ฟังครั้งใดเหมือนดึงทุกบรรยากาศค่ำคืนแห่งเครื่องเป่าที่โลดโผนประทับใจกลับคืนมา (Miles Davis : Kind Of Blue : SACD) เหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า คุณภาพของ Marantz SACD 30n “เหนือธรรมดา” เป็นเพลย์เยอร์ที่ทรงคุณค่าแห่งปีเลยทีเดียว

การฟังเพลงจากอัลบั้ม CD ทั่วไป Pop, Jazz, Rock และรวมถึงเพลงไทยของเราก็เป็นที่น่าประทับใจนะครับ นี่คือเสียงดนตรีแห่งความละเมียดละไมและเก็บเอารายละเอียดได้ครบทุกสิ่งที่ถูกบันทึกมาจากสตูดิโอ ท่านที่รักเพลงไทย ลองนำอัลบั้ม 5 เสียงหล่อ ของใบชาSong และผลงานของคุณโจ โปสเตอร์ ชุดฤดีเดียว มาทดสอบความชุ่มฉ่ำของเนื้อเสียงและฮาร์โมนิคได้

อาจจะเป็นด้วยกรรมวิธีของ Marantz SACD 30n ในการดึงรหัสข้อมูลจาก 44.1KHz ของซีดี 16 บิตธรรมดานั้น มายกระดับขึ้นเป็นคุณภาพเสียงเทียมเท่า SACD (หรือ DSD) ก่อนแปลงเป็นอนาล็อก ผู้ฟังจึงเข้าถึงความลึกล้ำของเสียงดนตรีได้มากกว่าทุกครั้ง แม้ว่าคุณจะเคยเล่นแผ่นประจำจากแผ่นเดิมๆ เหล่านั้นมา แต่การอัพสเกลที่มารานทซ์นำเสนอ จะเป็นสิ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเก็บทุกรายละเอียดที่ละเมียดละไมจริงๆ

และต้องชื่นชมว่า การผลิตแผ่น SACD อัลบั้ม หงาคาราวาน : ไม่สำคัญ เราได้ฟังทุกๆ Detail หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ครบถ้วน รวมทั้งท่องไปในจุดตำแหน่งของดนตรีตามที่อัลบั้มกำหนดเอาไว้ในบุ๊คเลทได้อย่างน่าพึงพอใจ การเป็นเจ้าของ SACD 30n จึงให้ความคุ้มค่าทุกการฟังดนตรีที่เราชื่นชอบทั้งแผ่น CD และ SACD

บทสรุป SACD 30n คือเครื่องเล่นแผ่นที่ครอบคลุมอาณาจักรของแผ่นซีดีและ SACD ทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความแตกต่างในด้านรายละเอียดและความลึกล้ำของเสียงดนตรี เข้าถึงฮาร์โมนิคที่สวยงามและความสะอาดสะอ้าน ที่อาจจะไม่เคยพบจากเครื่องเล่นแบบอื่นมาก่อนครับ

 

 

ในส่วนการทดลองภาค DAC ในตัวเครื่อง ผมนำเอาเครื่องเล่นซีดีราคาพื้นฐานทั่วไปและ Streaming Player มาต่อเล่นภาค DAC ในตัวของ Marantz SACD 30n ก็สร้างประสบการณ์แห่งรายละเอียดเสียงอีกแบบหนึ่งที่รู้สึกได้ถึงคุณค่าของดนตรีมากขึ้น ที่แน่ๆ คืออัพรายละเอียดได้ดีเยี่ยมมากครับ

การทดสอบด้าน Streaming นั้น ผมคงเน้นการใช้งานแบบพื้นฐานก็คือต่อสาย LAN เข้ากับเครื่อง โดยไม่มีการเสริมอุปกรณ์ใดๆ เพื่อค้นหาเบสิกของเครื่อง ด้วยความเพลิดเพลินไปกับการเสิร์ชเพลงจาก Streaming ที่ผมเป็นสมาชิกได้อย่างสะดวกสบายมากๆ

สิ่งที่ทำให้แปลกใจอย่างยิ่งก็คือ ถ้าเราจะวัดกันที่ในฐานะความเป็น Streaming Player ของ Marantz SACD 30n เครื่องนี้ ก็น่าประทับใจไม่น้อยเลย เริ่มตั้งแต่สถานีวิทยุอินเทอร์เน็ต และเพลงสตรีมมิ่งที่ส่งผ่านน้ำเสียงที่อบอุ่นคลาสสิก ละมุนละไมแบบที่ไม่เคยฟังในเครื่องสตรีมเมอร์อื่นๆ เป็นบุคลิกหรือคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของ Marantz “อบอุ่นผ่อนคลายอย่างยิ่ง”

ความประทับใจแรกๆ ก็คือความประณีตและความนุ่มนวล เสียงที่ได้นั้นลื่นไหลราวกับสายน้ำอุ่น ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสียงที่มักจะเน้นความโปร่งใสอย่างชัดเจนของเครื่องเล่นสตรีมมิ่งหลายรุ่น ที่มักให้เสียงแบบ “เรื่อยๆ มาเรียงๆ” สิ่งนั้นอาจทำให้ประสบการณ์การฟังสตรีมเพลงที่ไม่น่าสนใจนัก 

แต่ใน Marantz SACD 30n สามารถผสมผสานการนำเสนอที่ประณีตเข้ากับความสอดคล้องทางดนตรีในระดับที่ทำให้ยากที่จะวางลง สิ่งนี้เกิดจากความรู้สึกที่ดีเยี่ยมในเรื่องจังหวะเวลา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Marantz มาอย่างยาวนาน และเห็นได้ชัดเจนในทุกสิ่งที่เครื่องเล่นนี้สตรีมเพลงให้เราฟัง

ลักษณะเสียงที่นุ่มนวลของ Marantz ทำให้การบันทึกเสียงและเสียงเครื่องดนตรีที่มีความคมชัดนั้นฟังผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น เสียงแซ็กโซโฟนหรือเครื่องเป่าที่ดังกระหึ่มอาจฟังยากในระบบเสียงหลายๆ ระบบ แต่ใน SACD 30n คุณจะได้สัมผัสถึงพลังและความหนักแน่นโดยปราศจากความคมชัดจัดจ้านที่เครื่องดนตรีชนิดนี้มักก่อให้เกิดในระบบอิเล็กทรอนิกส์และลำโพงทั่วๆ ไป 

เนื่องจากระบบการกรองหรือดิจิตอลฟิลเตอร์ในเครื่อง Marantz SACD 30n มีให้เราให้เลือกใช้งาน ซึ่งจะมีผลต่อบุคลิกเสียงในระดับหนึ่ง 

ระบบกรองสัญญาณ (Filter) ในเครื่องเล่น Marantz SACD 30n ปรับตั้งค่าได้ที่เมนู Audio Setup บนตัวเครื่องและรีโมต โดยสามารถเลือกรูปแบบการทำงานของ DAC ได้ 2 โหมด  คุณสามารถปรับ Filter ได้ผ่านรีโมตคอนโทรล หรือใช้ปุ่มควบคุมบนหน้าปัดเครื่องดังนี้

1. กดปุ่ม Setup (หรือ Menu) บนรีโมตคอนโทรล
2. ไปที่เมนู Audio
3. กดเลือกหัวข้อ Filter
4. เลือกรูปแบบ Filter ที่ต้องการ แล้วกด Enter เพื่อยืนยัน
5. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Setup อีกครั้งเพื่อออกจากเมนู 

ความแตกต่างของ Filter สำหรับสัญญาณ PCM
• Filter 1 (ค่าเริ่มต้น) ให้การตอบสนองอิมพัลส์ที่สั้นและสมมาตร เวทีเสียงกว้าง รายละเอียดชัดเจน ให้เนื้อเสียงที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ
• Filter 2 ให้เสียงที่เปิดโปร่งขึ้น ปลายแหลมสว่างขึ้นเล็กน้อย โฟกัสชิ้นดนตรีชัดเจนมากขึ้น

แม้จะสามารถเลือกค่าฟิลเตอร์เสียงได้ แต่การยึดที่ฟิลเตอร์เริ่มต้นนั้นผมรู้สึกว่าฟังดีกว่าฟิลเตอร์ 2 ที่อาจจะทำให้เสียงสว่างขึ้น ก็คงเป็นข้อดีในการปรับเลือก เพื่อให้เสียงจากเครื่องสามารถกลมกลืนแมตชิ่งกับชุดซิสเต็มหลักหรือเสียงของแอมป์ได้มากขึ้น

 

 

สรุปการใช้งาน SACD 30n ต้องถือว่าคุ้มค่ามากจริงๆ เพราะเราจะได้ผลลัพธ์ที่ได้จากคลังเพลง SACD-CD ที่ดีๆ ร่วมกับเครื่องเล่นสตรีมมิ่งที่ดีไปพร้อมกัน ในอีกทางหนึ่งคือเป็นลักษณะ “ทูอินวัน” ที่ทำให้การเล่นเครื่องระดับไฮเอ็นด์ที่สมเหตุผล และประหยัดงบประมาณไปได้มากเลยทีเดียว

Marantz สร้างสรรค์รูปแบบที่ผมรู้สึกว่าเหนือความคาดหมาย มันเป็นเครื่องเล่นสตรีมมิ่ง DAC ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ผมหยุดเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปนานเลยทีเดียว เพราะถ้าจะค้นหาแนวเสียงอนาล็อก เครื่องรุ่นนี้มีให้เราอย่างเต็มเปี่ยมครับ จัดเป็นผลงานออกแบบที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้แสวงหาแนวทางเล่นแผ่นและฟังเพลงสตรีมมิ่งไปพร้อมกัน 

เปรียบเสมือน SACD 30n เป็นศูนย์กลางของการเล่นเพลงล้ำยุคที่คล่องตัว แค่เพียงต่อเข้ากับแอมปลิไฟร์ คุณจะรู้สึกปลอดโปร่งสะดวกสบาย เพลิดเพลินเสียงดนตรีจากดิจิตอลออดิโอที่ให้บุคลิกทรงพลัง และอ่อนละมุนแบบอนาล็อกที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Marantz มาตลอดครับ

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นและกำลังมองหาชุดเครื่องเสียงที่ดีสักชุดหนึ่ง ที่จะเป็นของขวัญล้ำค่าให้กับชีวิต แนะนำว่าควรจะพ่วงแอมปลิไฟร์ Marantz MODEL 30 Integrated Amplifier ให้เข้ากับ Marantz SACD 30n นี้ ก็จะเป็นคู่ที่ดีมาก เพราะแท้จริงแล้วทั้งคู่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

Marantz SACD 30n ราคา 119,900.- บาท 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Zonic Vision 
โทร: 02-681-7500