IsoAcoustics GAIA II Neo | IsoAcoustics OREA Bronze | IsoAcoustics OREA Indigo สลายไวเบรชั่น ได้อย่างหมดจด

IsoAcoustics GAIA II Neo | IsoAcoustics OREA Bronze | IsoAcoustics OREA Indigo สลายไวเบรชั่น ได้อย่างหมดจด

18/05/2026    55

IsoAcoustics GAIA II Neo 
IsoAcoustics OREA Bronze
IsoAcoustics OREA Indigo
สลายไวเบรชั่น ได้อย่างหมดจด

IsoAcoustics เป็นบริษัทจากประเทศแคนาดา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2012 โดย Dave Morrison วิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบสตูดิโอระดับโลกให้กับ CBC หรือ Canadian Broadcasting Corporation ซึ่งเป็นองค์กรกระจายเสียงแห่งชาติของแคนาดา

จุดเริ่มต้นของบริษัท ในระหว่างการทำงานกับ CBC เป็นเวลานานกว่า 20 ปี Dave Morrison พบว่าปัญหาใหญ่ของระบบเสียงทั้งในสตูดิโอและในบ้านคือ “แรงสั่นสะเทือน” ที่ส่งผ่านระหว่างลำโพง อุปกรณ์ และพื้นผิวรองรับ ซึ่งทำให้รายละเอียดเสียง ความเที่ยงตรง และมิติของเวทีเสียงลดลง

จากประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและอะคูสติก เขาจึงพัฒนาเทคโนโลยี Isolation ที่สามารถแยกแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อตั้ง IsoAcoustics เพื่อนำเทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาดเครื่องเสียงและงานสตูดิโอ

พัฒนาการที่สำคัญของ IsoAcoustics 
• ปี 2012 ก่อตั้งบริษัทและเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับมอนิเตอร์สตูดิโอ
• ปี 2016 เปิดตัวซีรีส์ GAIA สำหรับลำโพงไฮไฟระดับไฮเอ็นด์
• ปี 2017 เปิดตัวซีรีส์ OREA สำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียง เช่น DAC, CD Player และ Turntable

 

 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการออดิโอไฟล์และสตูดิโอทั่วโลก ด้วยแนวคิดหลักของ IsoAcoustics คือจัดการแรงสั่นสะเทือนอย่างถูกต้อง เพื่อให้อุปกรณ์และลำโพงสามารถถ่ายทอดเสียงได้เต็มศักยภาพ

แทนที่จะใช้วัสดุแข็งเพื่อถ่ายเทแรงสั่นลงพื้น IsoAcoustics ใช้โครงสร้างภายในที่ออกแบบให้ “ดูดซับและควบคุม” การสั่นสะเทือนอย่างเป็นระบบ

มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมแรงสั่นสะเทือนเพื่อยกระดับคุณภาพเสียงของลำโพงและอุปกรณ์เครื่องเสียงให้มีความชัดเจน นิ่ง และสมจริงยิ่งขึ้น

โดยใช้โครงสร้างภายในแบบยืดหยุ่นที่ “รับน้ำหนักตามช่วงที่กำหนด” เพื่อเปลี่ยนพลังงานสั่นสะเทือนให้ลดลงก่อนจะส่งต่อไปยังพื้น หรือย้อนกลับเข้าสู่ตัวอุปกรณ์ ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้มักพบคือเสียงสะอาดขึ้น โฟกัสดีขึ้น เวทีเสียงนิ่งขึ้น และเบสกระชับขึ้น 

สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลก IsoAcoustics ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์มาตรฐานด้าน Isolation ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในฐานะอุปกรณ์ที่ขึ้นชื่อว่า จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับออดิโอไฟล์ ทั้งคุณภาพและราคาที่สมเหตุผล

อีกทั้ง IsoAcoustics เป็นอุปกรณ์ที่มีองค์ประกอบของยางพิเศษ โครงโลหะช่วยรองรับและสลายการสั่นไวอย่างเป็นรูปธรรม เป็นหลักการวิทยาศาสตร์ที่อธิบายความจริงอันปราศจากข้อสงสัย ทำให้แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกส่วนใหญ่เลือกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของตน

เทคโนโลยีหลักของ IsoAcoustics :
1. Tuned Isolation
แกนภายในของแต่ละรุ่นถูกออกแบบให้ทำงานดีที่สุดภายใต้ช่วงน้ำหนักที่กำหนด หากใช้น้ำหนักตรงตามสเปก ประสิทธิภาพการแยกแรงสั่นสะเทือนจะสูงสุด

2. Directional Energy Management
ควบคุมการเคลื่อนไหวในแนวที่ต้องการลดการสั่นด้านข้างที่ทำให้ภาพเสียงพร่ามัว โดยเฉพาะในลำโพงตั้งพื้น

3. Suction-Cup Effect (OREA)
ผิวสัมผัสด้านบนและด้านล่างมีลักษณะคล้ายการดูดเกาะ ช่วยยึดกับตัวเครื่องและชั้นวางได้มั่นคง

4. Structural-Borne Noise Reduction
ลดการส่งแรงสั่นเข้าสู่สองสถานะ คือสลายลงพื้นและลดการสะท้อนกลับเข้าสู่เครื่องเสียงหรือ ลำโพง

ผมได้นำเอาอุปกรณ์ตัวรองของ IsoAcoustics มาทดสอบสามโมเดลพร้อมกันคือ

 

 

• IsoAcoustics GAIA II Neo สำหรับลำโพงตั้งพื้นโดยเฉพาะ
รุ่นนี้ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพเสียงของลำโพงตั้งพื้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านเวทีเสียง ความนิ่งของตำแหน่งชิ้นดนตรี และเบสที่กระชับ โดยเป็นรุ่นพัฒนาต่อจากตระกูล GAIA พร้อมปรับปรุงเรื่องการติดตั้งและการปรับระดับ ด้วยการขันเกลียวแทนสไปก์หรือขาเดิมของเครื่อง มีแอคเซสเซอรี่ เกลียวหมุน หลายขนาดมาให้ปรับใช้กับขาตั้งลำโพงหรือทดแทนฐาน สไปก์ในลำโพงตั้งพื้น 

GAIA II Neo มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น OREA พร้อมเกลียวติดตั้งรับน้ำหนักสูงสุดประมาณ 120 ปอนด์ (54–55 กิโลกรัม) ต่อชุด 4 ชิ้น โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 65 มิลลิเมตร ความสูง 50 มิลลิเมตร สามารถปรับความสูงเพิ่มเติมได้อีก 8.5 มิลลิเมตร (0.34 นิ้ว)

ดังนั้นเมื่อติดตั้งแล้ว ส่งผลให้มีความสูงรวมที่สามารถปรับได้ประมาณ 50 – 58.5 มิลลิเมตร

 

 

• IsoAcoustics OREA Indigo สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักปานกลาง
ออกแบบมาให้เหมาะกับการรองรับใต้เครื่อง DAC, Integrated Amplifier, CD Player หรือ Turntable ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ให้ผลดีในด้านความนิ่งของเสียง รายละเอียด และมิติของเวทีเสียง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 58 ความสูง 33 มิลลิเมตร สำหรับการใช้งานวางใต้เครื่องนั้นจะรองรับน้ำหนักต่อจุด 16 ปอนด์  (7.2 กิโลกรัม)

 

 

• IsoAcoustics OREA Bronze
เหมาะกับ Streamer, DAC หรือปรีแอมป์ขนาดและน้ำหนักไม่ใหญ่มาก ให้ผลคุ้มค่าและใช้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทดลองระบบ Isolation ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร สูง 29 มิลลิเมตร วางใต้เครื่องสำหรับรับน้ำหนัก 8 ปอนด์ (3.6 กิโลกรัมกิโลกรัม) ต่อจุด 

อุปกรณ์ทุกรุ่นของ IsoAcoustics มีจุดประสงค์หลักก็คือ ลดความขุ่นมัว ทำให้โฟกัสนิ่งขึ้น เบสกระชับ เวทีเสียงเปิด ด้วยจะยังคงคุณภาพเสียงดั้งเดิมของซิสเต็มเครื่องเสียงและลำโพงเอาไว้อย่างมั่นคง

การเลือกใช้งานตามน้ำหนัก โดยคำนวณจากน้ำหนักของอุปกรณ์  ซึ่งใช้ได้ตั้งแต่สามจุดถึงสี่จุด ถ้าจะให้สรุปให้เห็นชัดเจนขึ้นก็คือ

• รุ่น OREA Bronze ใช้ 3 ชิ้น สามารถรองรับน้ำหนักรวม 10.8 กิโลกรัม หรือถ้าใช้ 4 ชิ้น รองรับน้ำหนักรวมได้ 14.4 กิโลกรัม

• รุ่น OREA Indigo ใช้ 3 ชิ้น สามารถรองรับน้ำหนักรวม 21.6 กก. ใช้ 4 ชิ้น สามารถรองรับน้ำหนักรวม 28.8 กก.

• รุ่น GAIA II Neo รุ่นนี้จะมีเกลียวทดแทน Spike ที่ใช้กับลำโพงตั้งพื้นหรือซับวูฟเฟอร์ ที่มีหนักไม่เกินประมาณ 54–55 กก. ต่อข้าง (ต่อชุด 4 ชิ้น)  

 

 

Test Report 
ในระหว่างการทดสอบชุดเครื่องเสียงและลำโพงในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้นำอุปกรณ์ทั้งสามรุ่นของ IsoAcoustics มาร่วมทดสอบใช้อย่างเต็มที่ และเก็บผลลัพธ์เพื่อสรุปให้กับท่านผู้อ่านรับทราบและใช้พิจารณาในการนำไปใช้งานครับ โดยมีเครื่องแอมปลิไฟร์  DAC เครื่องเล่น SACD และลำโพงระดับมอนิเตอร์เป็นเรฟเฟอร์เร้นซ์

Reference :
- Rogers LS3/5A Diamond Jubilee และ Rogers AB3A Subwoofer Stand
- Revival Audio ATALANTE 4
- NAD C 399 Amplifier
- Marantz 30 N SACD 

ผมได้วิเคราะห์อุปกรณ์ของ IsoAcoustics พบว่ามีการออกแบบดูเรียบง่าย และเน้นเรื่องการใช้งานเชิงฟิสิกส์ที่มีผลลัพธ์อันแน่นอน ไม่ได้ออกแบบให้เป็นเครื่องประดับตกแต่งวิลิศมาหราใดๆทั้งสิ้น พูดง่ายๆ ไม่เอาคอสเมติคมาเรียกราคา แต่เน้นความจริงของผลลัพธ์ที่ได้

โครงสร้างหลักและหลักการทำงานของ IsoAcoustics มีพื้นฐานมาจากแนวคิดเรื่องการแยกแรงสั่นสะเทือน (Isolation) และการควบคุมทิศทางการเคลื่อนตัวของพลังงาน (Directional Energy Management) เพื่อให้ลำโพงหรืออุปกรณ์เครื่องเสียงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

จากโครงสร้างที่ออกแบบจากทีมงาน IsoAcoustics เราสามารถแยกแยะองค์ประกอบหลักทั่วไปของอุปกรณ์ดังนี้

1. Top Cap หรือส่วนยึดด้านบน ที่เป็นส่วนที่สัมผัสกับฐานของลำโพงหรืออุปกรณ์ จะผลิตจากโลหะคุณภาพสูง เช่น สเตนเลสหรืออะลูมิเนียม กรณีรุ่น GAIA II Neo ได้ออกแบบให้ยึดแน่นกับเกลียวมาตรฐาน เช่น M6, M8 หรือ 1/4”- 20 รับน้ำหนัก และถ่ายแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ระบบที่ช่วยสลายการสั่นให้ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

2. Internal Isolator แกนยางสังเคราะห์ภายใน อันเป็นหัวใจของเทคโนโลยี IsoAcoustics ใช้วัสดุประเภทยางอีลาสโตเมอร์ (Elastomer) ที่มีค่าความยืดหยุ่นเฉพาะ ถูกออกแบบให้รองรับน้ำหนักในแนวดิ่ง แต่ยอมให้มีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยในแนวราบ หน้าที่โครงสร้างส่วนนี้ ช่วยดูดซับและสลายพลังงานสั่นสะเทือน พร้อมลด “อคูสติคฟีดแบ็ค” ส่งแรงย้อนกลับจากพื้นสู่ตัวอุปกรณ์

3. Outer Housing โครงสร้างภายนอก
มีตัวเรือนโลหะที่ครอบระบบภายใน ที่ช่วยควบคุมทิศทางและระยะการเคลื่อนตัวของ Isolator และเพิ่มความแข็งแรงและความแม่นยำทางกล หน้าที่หลักคือทำให้ระบบมีพฤติกรรมการสั่นที่คงที่และสม่ำเสมอ

4. Bottom Base ฐานสัมผัสพื้น อันเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นหรือชั้นวาง มีวัสดุป้องกันการลื่นและกระจายแรงกด ที่จะทำหน้าที่ลดแรงสะท้อนกลับจากพื้นและเพิ่มความมั่นคง

5. Height Adjustment เฉพาะบางรุ่น เช่น GAIA II Neo มีระบบเกลียวปรับระดับความสูงอย่างละเอียด ทดแทนเกลียวและสไปก์เดิม ช่วยตั้งลำโพงให้ได้ระดับและสมดุลที่เหมาะสม แต่จะเปลี่ยนระบบที่เกร็งแข็งเป็นมั่นคง แต่...ยืดหยุ่น

หลักการทำงานโดยสรุปจากการทดสอบ
1. รองรับลำโพงหรือเครื่อง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือน
2. พลังงานถ่ายเทเข้าสู่ระบบโครงสร้าง Isolator
3. Elastomer จะทำการแปลงพลังงานกลเป็นความร้อนเล็กน้อย
4. ลดแรงสะท้อนกลับจากพื้น ไม่ให้มีฟีดแบ็คคืนมา
5. ตู้ลำโพงนิ่งขึ้น ตัวเครื่องนิ่งขึ้น เป็นผลต่อไดรเวอร์ และระบบเสียงที่มีผลกระทบย้อนกลับจากอะคูสติกในรอบของห้องฟัง โดยรวมทำงานแม่นยำขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

 

ผลการทดสอบผมขอกล่าวถึงรุ่น GAIA II Neo ก่อนนะครับ เพราะได้ถูกออกแบบมาใช้กับลำโพงตั้งพื้นโดยตรง ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ และเป็นรุ่นที่มีเทคนิคขั้นสูงที่มีความสลับซับซ้อนที่สุด หลักการคือใช้สำหรับยึดติด ทดแทนสไปก์ที่ฐานลำโพง หนึ่งกล่องมีตัวอุปกรณ์ไอโซเลเตอร์ 4 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์เสริม จานรอง 4 ชุด สักกะหลาด 4 ชิ้น ยางวงแหวน 4 ชิ้น และสกรูใช้ขันเกลียวมาตรฐานต่างขนาดรวมสามชุดหรือ 12 ชิ้น สำหรับใช้งานร่วมกัน

เมื่อต้องใช้กับลำโพงหนึ่งคู่ เท่ากับเราต้องใช้ GAIA II Neo สองกล่อง หรือดับเบิ้ลอุปกรณ์เป็นหนึ่งเท่าตัวเป็นชุดตัวรอง 8 ตัวนั่นเอง

การใช้งาน GAIA II Neo เริ่มจากการถอดสกรูหรือ Spike เดิมของลำโพงออก แล้วจัดชุดของ GAIA II Neo ลงไปแทน เราสามารถปรับระดับความสมดุลมุมลำโพงได้ครับ ด้วยการปรับหมุนเกลียวของอุปกรณ์แต่ละจุด (มีขนาดเกลียวมาให้เลือก) การใช้งานไม่ได้ยุ่งยากอะไรแต่อาจเสียเวลาในการปรับเปลี่ยนจากของเดิมเล็กน้อยครับ

สิ่งที่สังเกตได้ก็คือ GAIA II Neo มีรูปแบบของวัสดุยางยึดติดที่หยุ่นตัว จะช่วยลดสภาวะเกร็งแข็งของฐานเดิมที่เคยใช้ Spike มาเป็นอีกแบบหนึ่ง วิธีการของอุปกรณ์นี้จะเริ่มสลายไวเบรชั่นช้าๆ และค่อยเติมเต็มประสิทธิภาพขึ้นจนถึงจุดสมดุล

ดังนั้นเมื่อเริ่มใช้งาน IsoAcoustics เข้าไปในซิสเต็มไม่ว่าจะเป็นรุ่นสำหรับฐานลำโพง GAIA II Neo มาจนถึงรุ่นตัวรองเครื่อง OREA Bronze และ OREA Indigo จะมีปฏิกิริยาเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงช้าๆ ก่อนเร่งปฏิกิริยาแบบอยู่ตัวในที่สุด 

ดังนั้นถ้าผู้ฟังช่างสังเกตสักหน่อย ช่วง 1-3 นาทีแรก เมื่อเริ่มใช้ IsoAcoustics เป็นครั้งแรก เสียงเพลงที่เราคุ้นเคย คล้ายเหมือนถูกเบรค ดึงจังหวะให้ช้า หรือ “หนืดลง” ก็อย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ เพียงครู่เดียวจังหวะจะกลับมากระชับ กระฉับกระเฉงเป็นปกติ แต่สิ่งที่หายไปอย่างชัดเจนมากๆคือเสียงสากเสี้ยนของความถี่กลาง และเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ คุณจะสัมผัสว่าเสียงดนตรีสะอาดสะอ้านกว่าเดิมอย่างชัดแจ้ง

ถามว่าปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ จะเป็นทุกครั้งในการใช้งาน IsoAcoustics GAIA II Neo, OREA Bronze, OREA Indigo หรือไม่? ...ตอบว่าไม่ครับ จะเป็นเฉพาะครั้งแรกที่คุณนำมาใช้งาน 

มันจะคล้ายๆ อุปกรณ์ที่เริ่มรับความถี่ และค่อยๆ สลายไวเบรชั่นส่วนเกินออกไป หลังจากนั้นกลับมาเล่น ครั้งต่อๆ ไปก็ไม่มีอาการนี้อีกแล้วครับ (คล้ายเราเบิร์นอุปกรณ์เครื่องเสียง) ปฏิกิริยานี้นับว่าเป็นความน่าสนใจทีเดียว

 

 

ผลลัพธ์การใช้งานของ GAIA II Neo จะทำให้คุณได้ก้าวสู่โลกของดนตรีที่สะอาดสดใส โปร่งกังวานสมจริงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมสามารถสรุปได้เลยนะครับ สำหรับคำกล่าวถึงอุปกรณ์ประเภทไอโซเลเตอร์ที่ว่า “ใช้แล้วไม่อาจถอดออกได้” IsoAcoustics เป็นความจริงอย่างที่สุด

การสั่นสะเทือนระดับน้อยๆ คือ “อีแอบ” ที่เคยซ่อนตัว ได้หนีหายไปอย่างเหลือเชื่อ จะเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยคิดถึงมาก่อนแน่นอน

ผมยืนยันได้ว่า เมื่อตัดสินใจใช้ IsoAcoustics GAIA II Neo แล้ว คุณจะไม่มีวันหวนกลับไปสู่ความขุ่นมัวหรือเสียงแตกพร่าเบาๆ ที่มันเคยแอบซ่อนตัวอยู่ในระบบลำโพง เครื่องเสียงที่คุณเคยฟังมาอย่างเคยชินตลอดนั้นได้อีก

หากจะเริ่มทดสอบผลจากการใช้งาน ว่ามันได้ผลลัพธ์แค่ไหน อาจจะเริ่มส่วนสำคัญสุดคือที่เปลี่ยนสไปก์ของลำโพง ด้วย IsoAcoustics GAIA II Neo  

และค่อยตามมาด้วยการรองใต้ตัวเครื่องแหล่งโปรแกรม (OREA Bronze) หรือแบบครบสูตรก็ใช้กับแอมปลิไฟร์ด้วยเลยครับ (OREA Indigo)

ถ้าจะให้ครบเครื่องจัดไปทั้งชุด สามรูปแบบพร้อมกันจะช่วยสลายไวเบรชั่นได้อย่างสะอาดหมดจดอย่างน่าทึ่ง ผมกล่าวได้ว่าคุณจะไม่เคยได้มิติเสียงกระจ่างแจ้งแบบนี้มาก่อน 

โดยเฉพาะผู้ที่เคยเผชิญเบสบูมมี่หรือบวมอืดภายในห้องตอนเซ็ตอัพลำโพงไม่ลงตัวสักที... ครั้งนี้จะรู้สึกเหมือนสลัดเอาปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นทิ้งไปโดยสิ้นเชิง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดมาก ย้ำอีกครั้งว่า IsoAcoustics นั้นไม่ธรรมดา!!!

 

 

ข้อแนะนำจากการทดสอบการใช้อุปกรณ์ IsoAcoustics รุ่น OREA Bronze และ OREA Indigo รองใต้เครื่อง ควรใช้ทั้ง 4 มุม 4 จุด โดยจะวางรองกับขาเดิมหรือ Foot ของเครื่อง หรือวางรองตรงกับผนังโลหะด้านใต้ของเครื่องก็ได้

แต่จากการทดสอบของผม พบว่าการวาง IsoAcoustics รองโดยตรงกับผนังเครื่องด้านใต้ใกล้เคียงกับขาเดิมของเครื่องจะได้ผลดีที่สุดครับ (ดีกว่าการรองกับขาเดิมของเครื่อง)

ผลสรุปเราได้อะไรจากอุปกรณ์ IsoAcoustics อย่างชัดเจนที่สุด 

ในรุ่นรองใต้เครื่อง OREA Bronze และ OREA Indigo นั่นก็คือ คุณจะพบกับเวทีเสียงชัดเจนและนิ่งขึ้น เบสกระชับ ควบคุมจังหวะและการปล่อยความอิ่มเสียงเป็นรูปธรรม ฮาร์โมนิคสวยงามมีชีวิตชีวา โดดเด่นมากในรายละเอียดเสียงเพิ่มขึ้น เสียงร้องโฟกัสแม่นยำ รวมถึงมิติเสียงลึก และกว้างขวางกว่าเดิม

ผลที่ได้กับลำโพงด้วยรุ่น GAIA II Neo คุณจะได้พื้นเสียงเงียบขึ้น (Lower Noise Floor) รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ชัดเจนขึ้น เวทีเสียงเปิดกว้างและมิติลึกขึ้น รวมถึงตำแหน่งนักดนตรีนิ่งมากกว่าเดิม ให้เบสกระชับและควบคุมได้ดีขึ้น ลดอาการเบสบวมจากการสั่นสะเทือนของพื้น 

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่ามากไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับอุปกรณ์อื่นใดก็ตาม ถ้าคิดว่าเครื่องเสียงของคุณมีความพร้อมสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ ก็ไม่ควรให้พลาดโอกาสไปครับ แนะนำอย่างยิ่งครับ 

 

 

IsoAcoustics ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์เสริม แต่เป็นระบบวิศวกรรมสำหรับจัดการแรงสั่นสะเทือนอย่างจริงจัง หากจับคู่กับน้ำหนักอุปกรณ์ได้ถูกต้อง คุณจะได้เสียงที่นิ่งขึ้น สะอาดขึ้น และมีมิติชัดเจนขึ้นอย่างน่าประทับใจ แล้วคุณจะทราบว่า เราได้เคยถูกการสั่นสะเทือนรบกสนคุณภาพเสียงมานานแสนนานแค่ไหนแล้ว

เหมือนเป็นการเปลี่ยน “โลกใบใหม่แห่งประสบการณ์ฟังดนตรีจากเครื่องเสียง” ที่คุณจะเข้าถึงส่วนลึกที่เป็นย่านความถี่ออดิโอทุกรายละเอียดดียิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาบุคลิกเสียงดังเดิมของซิสเต็มเอาไว้อย่างมั่นคงครับ

IsoAcoustics GAIA II Neo 
ราคาพิเศษ  17,160 บาท/set (4 ตัว)

IsoAcoustics OREA Bronze
ราคาพิเศษ  2,400 บาท/ตัว

IsoAcoustics OREA Indigo
ราคาพิเศษ  3,100 บาท/ตัว 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดลองฟังได้ที่ HiFi Tower (ปิ่นเกล้า) 
โทร. 02-881 7273-5, 093-689 7987, 081-682 7577
Website : http://bit.ly/2yvArOR
Line : http://bit.ly/312JfIo
Map : https://bit.ly/map_hifitower