QUAD 3 Integrated Amplifier
เอกลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบ
มีอินทิเกรเต็ดแอมป์สักกี่เครื่อง ที่เห็นแล้วทำให้เกิดความหลงรักอย่างปัจจุบันทันด่วน และเมื่อได้ฟังเสียงก็จะรักมากยิ่งขึ้นไปอีก แน่นอนว่าดีไซน์ของ QUAD 3 คือหนึ่งในความหมายเช่นนั้น นี่คืออินทิเกรเต็ดแอมป์ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกประทับใจขึ้นมาทันทีที่พบเห็น ด้วยการออกแบบที่ค่อนข้างแหวกแนวจากแอมปลิไฟร์โดยทั่วไปในกลุ่มออดิโอไฟล์อย่างเห็นได้ชัด
QUAD 3 จัดเป็นลำดับผลงานต่อเนื่องจากชุดปรี-เพาเวอร์ QUAD 33/303 อันโด่งดังที่วางตลาดก่อนหน้าเล็กน้อย
( อ่านผลทดสอบของปรี เพาเวอร์ได้ที่ https://www.thewave-online.com/article/35 )
ด้วยการออกแบบอันเหนือกาลเวลาของ QUAD ทำให้ผสานรูปทรงเรโทร กับเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากันได้อย่างลงตัว เป็นการมอบโซลูชันแอมปลิไฟเออร์แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ชื่นชอบระบบอนาล็อกแบบดั้งเดิม และผู้รักเสียงเพลงดิจิทัลสมัยใหม่
รูปแบบหน้าตาของ QUAD 3 ได้รับแรงบันดาลใจจาก QUAD 22 ปรีแอมป์หลอดสุญญากาศคลาสสิกระดับตำนานจากยุค 1950s-1960s ที่ออกแบบโดย Peter J. Walker เอกลักษณ์จากอดีต ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สดใหม่ และให้คุณสมบัติอันครบถ้วน
และส่วนหนึ่ง QUAD ได้ถ่ายทอดคุณภาพทั้งมวลของ QUAD 33 และ 303 ชุดปรี-เพาเวอร์รุ่นล่าสุดมาลงไว้ใน QUAD 3 ได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี

การออกแบบของ QUAD 3 นั้น นับได้ว่าเป็นการแสดงความเคารพต่ออดีตอย่างล้ำลึก โดยเน้นดิสเพลย์เป็นแถบ LCD สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับปรีแอมป์ QUAD 33 เพื่อการแสดงผลการทำงานที่ใช้งานง่าย ทั้งการตั้งค่าพารามิเตอร์ การเลือกแหล่งสัญญาณ โวลุ่ม ผู้ใช้สามารถปรับความสว่างของแสงไฟ หรือปิดได้ทั้งหมด เพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมหรือความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว
นอกเหนือจากการตกแต่งด้วยสีส้มแบบคลาสสิกสะท้อนถึงความสวยงามในตำนานแล้ว ปุ่มหมุนดิจิทัลแบบสัมผัสที่วางเรียงต่อกัน ก็ให้การควบคุมที่แม่นยำ มีทั้งการเลือกแหล่งสัญญาณ ปรับความสมดุลเสียงเบส และการควบคุม Tilt อันโด่งดังของ QUAD ซึ่งสามารถปรับแต่งสเปกตรัมเสียงได้อย่างละเอียดโดยไม่เพิ่มสีสันเกินจริง
QUAD 3 ให้การรองรับสัญญาณดิจิทัลอย่างครบถ้วน โดยมีภาคอินพุตแบบ USB สำหรับรองรับเสียงความละเอียดสูงถึง 768kHz/DSD512 ให้การเชื่อมต่อที่ไร้ที่ติสำหรับ PC และ Mac มีอินพุต Coaxial และ Optical S/PDIF สำหรับการรองรับเสียงความละเอียดสูงถึง 192kHz จึงเหมาะสำหรับเครื่องเล่น CD สตรีมมิ่ง และแหล่งเพลงดิจิทัลทั้งหลาย
นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีอินพุต HDMI ARC เพื่อการขยายเสียงจากทีวีมาสู่ระบบเสียงของคุณโดยตรง พร้อมความสะดวกสบายในการใช้รีโมททีวีเพื่อควบคุมระดับเสียง และเปิด/ปิด ได้อีกด้วย
ในยุคแห่งการฟังเพลงอย่างหลากหลาย QUAD มีระบบไร้สายที่อำนวยความสะดวกในการเล่นเพลงที่ชื่นชอบ ด้วยบลูทูธเวอร์ชั่น 5.1 ซึ่งจะช่วยให้การสตรีมเพลงจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน เป็นไปได้อย่างราบรื่น ด้วยการรองรับ aptX HD ที่ช่วยให้เพลิดเพลินระบบเสียงรายละเอียดสูง ในระดับ 24 บิต ผ่านบลูทูธได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
QUAD 3 ยังให้ความสมบูรณ์แบบของภาคขยายสัญญาณเสียงสำหรับแผ่นเสียงอนาล็อก ผู้ที่ชื่นชอบแผ่นเสียงไวนิลจะรู้สึกประทับใจกับภาคขยายสัญญาณเสียงสำหรับหัวเข็ม MM ซึ่งวงจรภาคPhono นั้นได้ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพการทำงานอย่างดีเยี่ยม มีเสียงรบกวนต่ำสุด ให้มาตรฐานการปรับสมดุลภาค RIAA อันแม่นยำ

มีอินพุต RCA แบบช่องไลน์สองช่อง เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อกับแหล่งสัญญาณอนาล็อกเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเน้นความบริสุทธิ์ราบเรียบของสัญญาณอนาล็อก นอกจากนั้นมีภาคสัญญาณขาออกแบบ Pre-Out เผื่อขยายการเล่นในอนาคต ให้คุณใช้ต่อกับเพาเวอร์กำลังสูงภายนอกได้
ในยุคที่นักเล่นเครื่องเสียงระดับออดิโอไฟล์ ที่ชื่นชอบการเล่นไฟล์เพลงรายละเอียดสูงจากพีซี เครื่องรุ่นนี้มีระบบเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้ที่ต้องการสตรีมเสียงความละเอียดสูงโดยตรงจากข้อมูลหรือไฟล์เพลงในคอมพิวเตอร์
โดย QUAD 3 มีอินพุต USB-B เฉพาะที่รองรับการเล่นเสียงความละเอียดสูงถึง 768kHz ในรูปแบบ PCM และ DSD512 ทำให้เป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับนักฟังเพลงที่ใช้พีซีหรือแล็ปท็อปเป็นแหล่งเพลงดิจิทัลหลัก ด้วยฟังก์ชัน “ปลั๊กแอนด์เพลย์” เสียบต่อใช้งานได้ทันที
ช่วยเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ให้เป็นแหล่งเสียงดิจิทัลระดับไฮเอ็นด์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ไฟล์ในเครื่อง หรือซอฟต์แวร์เล่นขั้นสูง
อินทิเกรเต็ดที่ถึงพร้อมด้วยภาค DAC ชั้นเยี่ยมในตัวเอง หัวใจสำคัญของระบบประมวลผลดิจิทัลของ QUAD 3 ก็คือชิปเซ็ต DAC ESS9038Q2M ที่ล้ำสมัย ซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างเชี่ยวชาญ ให้ผู้ฟังสามารถเข้าถึงคุณภาพเสียงที่แม่นยำ ละเอียดลออ เมื่อจับคู่กับวงจรกรองสัญญาณ DAC แบบ Class A ซึ่งการกำหนดค่านี้จะช่วยดึงศักยภาพเสียงสูงสุดจากแหล่งสัญญาณดิจิทัลอย่างแท้จริง
สามารถเพิ่มอัตราแซมปลิ้งให้กับสัญญาณเสียงจากทั้ง SPDIF และ USB ได้ โดยสัญญาณเสียงดิจิทัลจะถูกเพิ่มอัตราการสุ่มตัวอย่างเป็น 352.8kHz หรือ 384kHz และยังทำหน้าที่เป็นตัวถอดรหัส MQA เต็มรูปแบบ ถ่ายทอดต้นฉบับจากสตูดิโอได้อย่างแม่นยำ พร้อมการชดเชยเฉพาะไฟล์ เพื่อความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
มี Digital Filter หรือตัวกรองดิจิทัลฟิลเตอร์ที่ผู้ใช้เลือกได้ถึงห้าแบบ ช่วยให้สามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับแหล่งที่มาต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้มั่นใจได้ว่าการเล่นจะเหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือบริการสตรีมมิ่งใดๆ ก็ตาม

ถึงแม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ QUAD 3 ก็ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ด้วยภาคขยายเสียงคลาส AB มาพร้อมกับแหล่งจ่ายไฟที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีหม้อแปลง Toroidal ขนาด 235VA ที่แข็งแรงทนทาน จ่ายไฟให้กับภาคขยายเสียง มีตัวเก็บประจุขนาด 30,000uF ช่วยเสริมเพื่อให้มั่นใจได้ถึงไดนามิกเฮดรูมที่มีความผิดเพี้ยนต่ำ
QUAD 3 มีกำลังขับ 65 วัตต์ต่อช่อง (8 โอห์ม) และสูงสุด 100 วัตต์ (4 โอห์ม) จึงสามารถขับลำโพงที่ต้องการกำลังขับสูงได้อย่างง่ายดาย ด้วยการควบคุมและพลังเสียงที่เป็นธรรมชาติในแบบฉบับ QUAD อย่างแท้จริง
นอกจากนั้นแล้ว QUAD 3 ยังมาพร้อมวงจรขยายสัญญาณหูฟังคุณภาพสูงแยกอิสระออกมาต่างหาก สะท้อนถึงความแม่นยำของวงจรขยายที่เหมาะสมกับการใช้งานหูฟังโดยเฉพาะ
เมื่อนำเครื่องมาทดสอบใช้งาน แรกสุดผมประทับใจในความสวยงามที่แตกต่างจากรูปทรงเครื่องเสียงทั่วไป ด้วยขนาดที่กะทัดรัดอย่างน่าทึ่ง เราสามารถสัมผัสเอกลักษณ์ของ QUAD 3 ที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบในอดีตของ QUAD 22 เหมือนย้ายกาลเวลาในอดีตมาลงตัวในปัจจุบัน

ทีมวิศวกรได้ทำการขัดเกลารูปทรงดีไซน์ให้ล้ำยุค สามารถเห็นได้จากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนแผงด้านหน้า และแถวของตัวเข้ารหัสแบบดิจิทัลที่เรียงอย่างเป็นระเบียบ มีตัวควบคุมแบบหมุนที่สัมผัสได้ เหล่านี้ให้การควบคุมระดับเสียง การเลือกแหล่งสัญญาณ การควบคุมเสียงเบส รวมถึงการควบคุม Tilt ของ QUAD และการปรับสมดุลเสียงที่ไม่เหมือนใคร
การปรับเสียงเบสช่วยให้สามารถปรับความถี่ต่ำได้ +/-3dB เพิ่มความสมบูรณ์และความลึกอิ่ม หรือลดเสียงกระหึ่มที่อาจจะมีผลกระทบสภาพแวดล้อมหรือห้องของคุณ
แต่การควบคุม 'Tilt' นั้น มีความแตกต่างออกไป โดยเป็นการปรับทั้งสองด้านของสเปกตรัมความถี่พร้อมกัน หมายถึงการปรับขึ้นหรือลดลงตลอดทั้งย่านความถี่เสียง ไม่ว่าจะลดเสียงเบสและเพิ่มเสียงแหลม หรือเพิ่มเสียงเบสและลดเสียงแหลมในขั้นตอนละ1dB
เป็นเทคนิคการ 'เอียง' ช่วงความถี่ที่ได้ยินบนแกน 700Hz ด้วยการปรับสมดุลเสียงโดยรวมให้ 'อบอุ่น' หรือ 'ใส' มากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับดนตรีที่ได้รับการบันทึกมา หรือเพื่อชดเชยอะคูสติกของห้องฟัง
QUAD 3 ไม่เพียงแต่ให้ประสิทธิภาพเสียงที่เหนือกว่าเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นด้วยรีโมทคอนโทรลแบบครบฟังก์ชัน ออกแบบมาเพื่อการนำทางที่ใช้งานง่าย รีโมทช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับระดับเสียง สลับแหล่งสัญญาณ ปรับแต่งเสียงเบสและเสียงแหลม ใช้งานฟังก์ชั่น ‘Tilt’ ที่มีชื่อเสียงของ QUAD และนำทางผ่านเมนูต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลออกไปหรือนั่งสบายๆ บนเก้าอี้ฟังเพลง รีโมทของ QUAD 3 ก็ช่วยให้คุณควบคุมประสบการณ์การฟังได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสูง
การนำเสนอ QUAD 3 คือสัญลักษณ์แห่งรสนิยม ด้วยการผสมผสานระหว่างความสวยงามแบบคลาสสิก ประสิทธิภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม และการเชื่อมต่อที่รองรับอนาคต จึงเป็นนิยามใหม่ของสิ่งที่อินทิเกรเต็ดแอมป์ สามารถมอบให้ได้
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักแผ่นเสียงไวนิล หรือผู้หลงใหลในระบบดิจิทัล QUAD 3 ถูกสร้างมาเพื่อรองรับและออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจอย่างรอบด้านจริงๆ

Test Report
ในการทดสอบครั้งนี้ผมมีเวลาอยู่กับ QUAD 3 อย่างพอเพียง และใช้เรฟเฟอเรนซ์ในระดับมาตรฐานจากลำโพงสามคู่หลักที่ยอดเยี่ยม มั่นใจได้ถึงความเที่ยงตรงคือ Harbeth Monitor 30.3 XD2, ลำโพง Rogers LS3/5 A Diamond Jubilee และ Acoustic Energy AE300 MK ll ล้วนแล้วแต่ต่างบุคลิก และขับได้ยากง่ายผิดแผกต่างกันไป ทว่า QUAD 3 ก็สามารถขับได้ดีทุกคู่ครับ
เครื่องเล่นแผ่นเสียงใช้ NAD C588 เครื่องเล่นซีดี ทรานสปอร์ตของ Audiolab 9000CDT และภาค DAC NAD M51 (สลับมาใช้เปรียบเทียบกับ DAC ในตัวของ QUAD 3 บางช่วงเวลา)
QUAD 3 Integrated Amplifier เป็นอินทิเกรเต็ดแอมป์ขนาดกะทัดรัดแนว Compact Hi-Fi ที่มีการออกแบบย้อนยุคเรโทร (Retro Design) ที่มีความกว้าง 300 มิลลิเมตร ความสูง 101 มิลลิเมตร ความลึก 332 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวเครื่อง 8 กิโลกรัม
ถ้าเปรียบเทียบความกว้างอินทิเกรเต็ดแอมป์ทั่วไป จะเห็นว่า QUAD มีขนาดเล็กกว่าแอมป์มาตรฐาน ที่มักจะกว้างประมาณ 430-440 มิลลิเมตร ดีไซน์จึงดูแปลกตา มีความทันสมัย วางในพื้นที่จำกัดได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแอมป์ประสิทธิภาพสูงในขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และดีไซน์ที่เท่ห์ มีเสน่ห์เกินห้ามใจ
การออกแบบดีไซน์ใหม่นี้ เป็นฝีมือของ David McNeill เป็นแบบทูโทน สีเงินด้าน เทาเข้ม พร้อมปุ่มควบคุมแบบฝัง จัดเป็นแอมป์ที่มี DAC และ Phono MM ในตัว เหมาะสำหรับทั้งการฟังเพลงแบบ Analog และ Digital ด้วยลักษณะวงจรขยายแบบ Class AB ที่มีกำลังขับ 65 วัตต์ แต่มีภาค จ่ายไฟที่ดีเยี่ยมเท่าเทียมแอมป์ขนาดเกิน 100 วัตต์เลยทีเดียว
ผลจากการทดสอบ ผมสามารถบอกได้เลยว่า QUAD ให้คุณภาพด้านรายละเอียดเสียงได้อย่างน่าประทับใจมาก และยังให้บุคลิกที่มีความเป็นธรรมชาติในน้ำเสียงสูงสุด นี่คือบุคลิกเสียงที่เข้าถึงเสียงดนตรีในทุกความถี่ได้อย่างสมบูรณ์ โดดเด่นมากตรงการควบคุมย่านความถี่มิดเร้นจ์ ที่เรียบสะอาด ให้ความอิ่ม เปิดเผยตัวตนของเสียงต่ำอย่างแม่นยำสมจริง และปลายเสียงแหลมที่ใสโปร่งน่ารักเป็นอย่างยิ่ง
เป็นแอมปลิไฟล์ที่เราสามารถปรับเสียงให้เข้าถึงบุคลิกได้หลายแนวทาง เคล็ดลับตรงนี้ถูกบรรจุวงจรมาอย่างทรงประสิทธิภาพ จากทีมออกแบบของ QUAD กล่าวได้ว่านี่คืออินทิเกรเต็ดแอมป์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเครื่องหนึ่งของปี 2026 ครับ

ก่อนที่จะไปสรุปเรื่องบุคลิกและศักยภาพเสียงทั้งหมด ผมขอนำเสนอเรื่องราวของการปรับใช้งาน QUAD 3 เครื่องนี้ เพื่อให้ท่านได้รู้ว่าทีมงานผู้ออกแบบได้บรรจงใส่ระบบต่างๆ ที่จำเป็นต่อการฟังเพลงให้คุณมากจนเกินพอ และแทบไม่เคยมีใครออกแบบมาได้ถึงจุดนี้
นั่นคือ Filter และระบบปรับแต่งเสียงชดเชยแบบ Bass และ Tilt ที่ไม่เหมือนใคร ออกแบบมาด้วยความเข้าใจถึงการปรับแต่งเท่าที่จำเป็น และไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติแห่งเสียงดนตรีเลยแม้แต่น้อย
สำหรับ QUAD มีทีเด็ดคือ Digital Filter หรือวงจรกรองดิจิทัลฟิลเตอร์ที่ให้มาในเครื่อง ตรงนี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆ ครับ ไม่ค่อยพบเจอในอินทิเกรตอื่นๆ นักเท่าไร ระบบกรองเหล่านี้เป็นกระบวนการทำงานภายในชิป DAC (Digital-to-Analog Converter) เพื่อใช้จัดการกับสัญญาณขยะดิจิทัล (Aliasing/Ringing) ก่อนที่จะแปลงเป็นเสียงอนาล็อกให้เราได้ยิน โดยเราสามารถเลือก Filter ได้ถึง 5 รูปแบบด้วยกัน
ต่อจากนี้คือลำดับขั้นตอนทั่วไปจากากรทดสอบจริง ในการปรับ Digital Filter ใน QUAD 3
กดเมนูที่รีโมท หรือกดปุ่มโวลุ่มหน้าเครื่องให้ค้างไว้ เพื่อเข้าเมนูหลัก จากนั้นเลื่อนหาเมนู Filter ด้วยรีโมทหรือหมุนปุ่มโวลุ่มไปทางขวาตามเข็มนาฬิกา จนหน้าจอแสดงเมนู Filter จากนั้นสามารถ เลือกฟิลเตอร์เสียงที่ต้องการได้เลย โดยกดปุ่มสั้นๆ 1 ครั้ง ในแต่ละฟิลเตอร์ที่แสดง วนไปทั้ง 5 แบบ
หน้าจอจะแสดงฟิลเตอร์ให้เห็นดังนี้
• Linear Slow
• Minimum Fast
• Minimum Slow
• Hybrid Fast
• Linear Fast
ทั้งหมดนี้เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการแล้วให้กดปุ่มโวลุ่ม หรือเมนูที่รีโมทค้างไว้เพื่อบันทึกค่า และกลับคืนสู่หน้าจอหลัก
ต้องเข้าใจว่าผลต่อคุณภาพเสียงจะมีผลเฉพาะกับสัญญาณที่เข้ามาทาง Digital Input เท่านั้นครับ
ถ้าคุณชอบเสียงเคลียร์ ชัดเจนสดใส ให้เลือก Linear Fast ก็จะให้รายละเอียดสูงสุดแต่บางคนอาจมองว่ามันอาจจะสดไปนิดนึงก็ได้
หากชอบบุคลิกเสียงที่เป็นธรรมชาติควรเลือก Linear Slow ฟิลเตอร์ตัวนี้เป็นค่ามาตรฐานที่ฟังสบายที่สุดสำหรับการฟังเพลงเกือบทุกแนว เข้าถึงง่าย ด้วยเสียงแห่งความประนีประนอม
ถ้าชอบมิติเสียงและเวทีเสียง (Focus & Imaging) ให้เลือก Minimum Fast ฟิลเตอร์นี้จะช่วยลดเสียงฟุ้งกระจายของสัญญาณดิจิทัล โดยทำให้ตำแหน่งชิ้นดนตรีเด่นชัดขึ้น
ส่วนท่านที่ชอบเบสหนักแน่น และมีแรงปะทะดี ให้เลือก Minimum Slow ก็จะให้เนื้อเสียงที่อิ่มและนุ่มนวลกว่าฟิลเตอร์แบบอื่นครับ
หมายเหตุที่สำคัญ หากคุณฟังเพลงผ่าน MQA (เช่น Tidal Master) ตัวเครื่องจะข้าม (Bypass) ฟิลเตอร์เหล่านี้ไปใช้ตัวกรองเฉพาะของ MQA โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้เสียงตามต้นฉบับ
ส่วนตัวผมที่มักจะฟังเพลงหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์ ป็อป แจ๊ส ลูกกรุง-ลูกทุ่ง เพลงคลาสสิก ดังนั้นก็จะเลือก Linear Slow เพราะฟิลเตอร์ตัวนี้ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุด ช่วยให้เสียงร้องอิ่มอุ่นละมุนละไม ไม่คมแข็งจนเกินไป และรักษาบรรยากาศ Ambience ของห้องอัดไว้ได้ดี คล้ายดังว่าเรากำลังฟังเพลงจากสตูดิโอของ BBC
แต่ในเฉพาะช่วงที่ฟังวงออเคสตราขนาดยักษ์ อย่างเพลงในอัลบั้มของ Telarc ผมอาจจะปรับมาที่ Minimum Fast ฟิลเตอร์ช่วยลดการสั่นค้างของสัญญาณดิจิทัล (Pre-ringing) ได้ดี ทำให้การวางตำแหน่งชิ้นดนตรีในวงออร์เคสตรามีความชัดเจน และมีมิติที่ลึกยิ่งขึ้นไปอีกระดับ
ขอย้อนทวนต้นสักเล็กน้อยนะครับ ตามปกติแล้วเมื่อกดเมนู MENU ที่รีโมทหรือกดค้างที่โวลุ่มของเครื่อง เมนูจะมีหลายโหมดให้เลือกใช้งาน
MENU จะเริ่มจาก Filter -> MQA Mode -> DPLL -> Sensitivity -> VOL Limit -> VOL Indicator -> TONE -> CEC -> Trigger -> Backlight -> Contrast -> Display TEXT -> Auto Standby -> Reset -> Version วนไปนะครับ ดังนั้นถ้าต้องการเซตที่เมนูใดก็สามารถเลือกปรับได้
นี่คือระบบฟิลเตอร์ของ QUAD ที่มีมาให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ชนิดที่คุณจะไม่เคยพบได้จากอินทิเกรเต็ดแอมป์ระดับราคาเดียวกัน!!!

อีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าหลายคนที่ไม่เคยใช้แอมปลิไฟร์ของ QUAD อาจไม่ทราบว่า วงจรปรับโทนเสียงทุ้มและวงจรปรับ Tilt ในส่วนภาคปรีของเขานั้น นับว่าเป็นระบบปรับความถี่เสียงที่พิเศษสุดแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างสิ้นเชิง และช่วยปรับได้โดยไม่มีผลกระทบต่อความถี่ช่วงปลายเสียงใดๆ ทั้งสิ้น
วงจรปรับค่าความถี่ มีมาให้ 2 ชุด ชุดแรกคือปรับเสียงต่ำ กรณีของเสียงต่ำหรือ Bass จะปรับบวก-ลบ ได้ไม่เกิน 3dB และชุดที่สองคือ Tilt นั้น เป็นการปรับย่านความถี่รวมแบบคิดถึงผลการ ตอบสนองความถี่ “เป็นเชิงเส้นทั้งกราฟหรือตลอดช่วงความถี่เสียง” เป็นหลัก ไม่ใช่การปรับแต่เฉพาะเสียงแหลมช่วงปลายๆ แต่อย่างใด
นี่คือเอกลักษณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และไม่มีใครจะทำเหมือน QUAD ได้ เป็นการปรับที่เหมือนกับการเลื่อนกราฟความถี่ทั้งกราฟแบบสมดุล
ฟังก์ชันการปรับเสียง Tilt ของ QUAD (คิดค้นโดย Peter Walker) ทำงานโดยการ "หมุน" (Rotate) หรือ "เอียง" กราฟการตอบสนองความถี่ทั้งย่านไปพร้อมกัน ด้วยรอบจุดหมุนคงที่ เพื่อปรับสมดุลเสียงโดยรวมให้ "อุ่นขึ้น" (Warmer) หรือ "ใสขึ้น" (Cooler) โดยไม่ทำให้ระดับความดังโดยรวมเปลี่ยนไป หรือจงใจปรับปลายทุ้ม-ปลายแหลม ในแบบโทนคอนโทรลอื่นๆ
นี่คือการปรับกราฟการตอบสนองความถี่ตลอดย่าน ที่มีผลต่อคาแรกเตอร์เสียงโดยรวม ในอดีตเครื่องเสียงของ QUAD การปรับค่า Tilt ตรงนี้ จะใช้การปรับแบบปุ่มมือหมุน แต่ใน QUAD 3 รุ่นปัจจุบันใช้การปรับด้วยรีโมทคอนโทรล ซึ่งจะสามารถดูผลตัวเลขที่หน้าจอ Display สีส้มไปพร้อมกับการเลือกฟังก์ชั่น
จากผลการทดสอบ ผมมีข้อแนะนำในทางปฏิบัติกับระบบปรับความถี่ Tilt โดยอ้างอิงมาตรฐานการบันทึกเสียงในอัลบั้มเพลงระดับออดิโอไฟล์ดังนี้ครับ
ปกติการฟังจากภาคไลน์อินพุตและแผ่นเสียงไวนิล ควรตั้งไว้ที่ 0 (Flat) สำหรับแนวเพลงร้องหรือเพลงจากดนตรีวงใหญ่ เพื่อให้ได้ดุลเสียงที่เที่ยงตรงตามที่โปรดิวเซอร์เขาตั้งใจบันทึกเสียงมา ยกเว้นว่าลำโพงตัวเล็กมากจริงๆ ค่อยเพิ่มเป็น +1 เพื่อเสริมฐานเสียงเชลโลหรือดับเบิลเบส ได้ตามสมควร
การปรับไปที่ -1 จะช่วยเพิ่มความอิ่มของเสียง หรือบอร์ดี้ให้กับเสียงนักร้อง และสังเกตว่าเสียงเบสแบบ Walking Bass จะดูหนานุ่มขึ้น ลดความเกร็งของเสียงแหลมจากฉาบแฉ (Cymbals) ลงได้เล็กน้อย
หากฟังเพลงแนววงใหญ่แบบออเคสตรา หรือต้องการความระยิบระยับของเสียงไวโอลิน เครื่องเป่าทองเหลือง คีย์เปียโนเด่นๆ การปรับไปทางบวกเล็กน้อยจะช่วยให้เปิดรายละเอียดปลายแหลมให้ใสกระจ่างขึ้นครับ
การปรับนี้ ถ้าป้อนแหล่งโปรแกรมมายังภาค DAC เราอาจจะควบคู่ไปกันกับการปรับระดับของเสียงเบสในโหมด Filter ไปพร้อมกัน เช่นการปรับไปที่ L-SLOW บวกกับ Tilt -1 เสียงร้องจะหวานละมุน ฟังสบายได้ทั้งวันเป็นต้น
QUAD 3 ได้ให้ฟังก์ชันการปรับแต่งมาค่อนข้างเต็มที่ ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่าเขามอบเครื่องมือที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงในการฟังเพลง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟิลเตอร์ การปรับเสียงเบส หรือการปรับซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะ Tilt จะทำให้กราฟการตอบสนองความถี่ กลมกลืนเข้ากับสภาพอะคูสติคภายในบ้านของเรา หรือความชื่นชอบในการรับฟังเพลงได้มากที่สุด
นี้คือการปรับด้วยลักษณะแมนนวล และอาศัยหูของเราเป็นหลักครับ ไม่ใช่ให้เครื่องทำงานอัตโนมัติ
ต้องขอชื่นชมว่า QUAD เข้าใจความต้องการของออดิโอไฟล์ที่รักเสียงเที่ยงตรงเป็นธรรมชาติ ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา "สมดุลเสียง" (Spectral Balance) โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่การเพิ่มความถี่ด้วยความถี่ใดความถี่หนึ่งที่จะทำให้เราหนีห่างไกลออกไปจากเสียงดนตรีที่แท้จริง
วิศวกรของ QUAD มักจะย้ำเสมอว่า "ไม่มีค่าที่ถูกต้องที่สุด มีแต่ค่าเสียงที่คุณชอบที่สุด" เพราะสภาพอะคูสติกในห้องฟังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การปรับ Tilt จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่ QUAD มอบให้มา โดยให้คุณเป็นผู้ตัดสินใจที่จะเลือกในรสนิยมของตัวเอง โดยยึดความจริงแท้ของเสียงดนตรี

คุณภาพเสียงโดยรวมจากการทดสอบ
QUAD 3 คือการเข้าถึงเสียงดนตรีที่ผมชื่นชอบ นอกจากให้ความเรียบสะอาดของสัญญาณเสียงแล้ว ยังให้บรรยากาศ ฮาร์โมนิค ที่เสมือนเราได้นั่งฟังเพลงขณะบันทึกจากสตูดิโอ ถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาที่เราปรับค่าได้จากฟิลเตอร์และระบบพิเศษ Tilt ของ QUAD ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการให้เครื่องเสียงทำงานเข้ากับรสนิยมของตนเองได้อย่างราบรื่น
QUAD 3 นำพาเราเข้าสู่พลังเสียงของดนตรีที่มีความละเอียดครบถ้วน ให้เสียงกลางที่ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ เป็นเสียงในแบบที่เข้าถึงได้ง่ายจริงๆ
ความสุดยอดก็คือภาคดิจิทัลฟิลเตอร์ที่ทำให้ปรับค่าของเสียงเพลงจากการสตรีม ผ่านบลูทูธ (MQA) หรือการส่งผ่านไฟล์เพลงจากคอมฯ สู่ภาค DAC อินทิเกรเต็ดแอมป์จะส่งผ่านเสียงที่นำพาเราให้เข้าไปชิดติดเวทีการแสดงที่เสมือนจริงมากขึ้น และปรับค่าให้เสียงเคลียร์ สะอาด ด้วยประสบการณ์อันน่าทึ่ง
QUAD นอกจากจะมีดีไซน์หน้าตารูปทรงมีเสน่ห์น่ารักแล้ว ยังให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย เสียงที่ผ่อนคลายและเป็นจริง ตลอดช่วงการรับฟังที่ยาวนานในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี
การฟังอัลบั้มแผ่นซีดีผ่านภาค DAC ใน QUAD 3 ถือเป็นคุณภาพเสียงที่ผมพึงพอใจที่สุด ถัดมาคือภาคขยายปรีโฟโน ที่ให้ความสะอาดสะอ้านของเสียง ชวนประทับใจ และเมื่อยามที่เราต้องการความเรียบง่ายการฟังเพลงผ่านบลูทูธ ก็นับว่าให้คุณภาพที่เราติดตรึงใจไม่น้อยเลย สำหรับการส่งผ่านไฟล์เพลงในคอมฯ มายังภาคแปลงรหัสในอินทิเกรเต็ดแอมป์ อาจจะเป็นจุดที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีเพลง Hi-Res ชั้นดีอยู่ในสตอเรจครับ
QUAD 3 เป็นวัฒนธรรมของเสียงดนตรีในแบบเที่ยงตรง เหมือนเราได้สัมผัสเสียงจากซาวด์เอ็นจิเนียร์ผู้มุ่งมั่น หรือเนื้อแท้ของเสียงจาก Studio โดยไม่เบี่ยงเบนผิดพลาด เป็นเสียงที่เราจะฟังได้อย่างยาวนานและเข้าถึงธรรมชาติอันแท้จริง เข้าถึงดนตรีจริง เข้าถึงธรรมชาติของเสียง ต้อง QUAD 3 นี่แหละครับ
ในความเห็นส่วนตัว เท่าที่ได้ทดสอบแบบ “ใช้ชีวิตร่วมกัน” แรมเดือน ผมพบว่า QUAD 3 ไม่ใช่แค่เพียงอินทิเกรเต็ดเครื่องหนึ่ง แต่เป็นงานศิลปะรูปทรงเรโทร ที่นำเสนอด้วยเทคโนโลยีการฟังเพลงที่ล้ำยุค มีรูปทรงดีไซน์คลาสสิกเปี่ยมเสน่ห์ ภาคขยายส่งผ่านอารมณ์ล้ำลึก และสิ่งที่ทำให้ทรงคุณค่ามากเกินพอก็คือ ความสามารถในการถ่ายทอดน้ำเสียงที่สมจริงของดนตรี ด้วยความผ่อนคลาย แนว British Sound ที่ยากจะหาคู่แข่งได้ในงบประมาณนี้ครับ
QUAD 3 ราคาเครื่องละ 55,000.- บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดลองฟังได้ที่ HiFi Tower (ปิ่นเกล้า)
โทร. 02-8817273-5, 093-6897987, 081-6827577
Website : http://bit.ly/2yvArOR
Line : http://bit.ly/312JfIo
Map : https://bit.ly/map_hifitower