• Weava Core Abyss 28
• Weava Locus
ความสมดุลแห่งพลัง
การดีไซน์ลำโพงตู้เบสโมดูล รุ่นสูงสุด Weava Core Abyss 28 ในซีรีส์ Weava Active Bass Module มีจุดมุ่งหมายที่จะนำตู้เสริมความถี่ต่ำที่มีคุณภาพสูง มาสนองตอบผู้ใช้ลำโพงวางหิ้งขนาดกลาง ให้สามารถสนองต่อความถี่ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะเบสย่านลึก ที่ลำโพงหลักขนาดย่อม ไม่สามารถลงไปที่ย่านความถี่ที่ลึกกว่า 70Hz ได้
โครงงานของ Pyramid Lifestyle Technology นำเสนอในด้านของแนวคิดไอเดียใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปต่อตู้เอง หรือจะซื้อสำเร็จรูปจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย ที่จะยังสามารถเลือกผิวตู้ได้ทุกรูปแบบ เนื่องจากโรงงานสามารถผลิตตามสั่งได้
เบสโมดูล Active Bass Module ชุดนี้ ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับใช้งานในระบบฟังเพลงสเตอริโอ หรือจะนำไปใช้ในระบบ Home Theater ก็ได้ ด้วยรูปแบบดีไซน์ทรงทาวเวอร์ด้านไม่เท่า โดยสามารถนำลำโพงหลักมาวางด้านบน พื้นที่ส่วนบนสุดของเบสโมดูล หรือจะเลือกจูนอัพด้วยการแยกตู้เบสโมดูลออกไปวางต่างหากก็ได้ แต่มีข้อแนะนำว่าลำโพงหลักและเบสโมดูลควรจะวางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน

สำหรับในการดีไซน์ Weava Core Abyss 28 นั้น ได้เลือกใช้ดอกลำโพงหลักก็คือ SEAS L22ROY2 เป็นตัวขับวูฟเฟอร์ แบบกรวยอลูมิเนียมที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว ให้ช่วงชักยาว เสมือนลูกสูบโดยติดต้้งในตู้แบบปิด Sealed Enclosure มีการวางตำแหน่งคว่ำ ยิงลงพื้นแบบ Down Firing และยังเสริมด้วย Passive Radiator รุ่น SL26R กรวยอลูมิเนียมขนาด 10 นิ้ว สองดอก ยิงเสียงออกด้านตรงกันข้าม คือข้างซ้ายและขวา
จุดที่โดดเด่นมากก็คือ ภาคขยายภายในเป็นแบบคลาส D ของ Hypex FA251: Plate amp with DSP ที่สามารถปรับจูนค่าจุดตัดความถี่ระดับความดังเฟส และค่าพารามิเตอร์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดความแม่นยำและส่งผ่านความถี่ต่ำได้อย่างกลมกลืนกับลำโพงหลัก
ตู้ลำโพงจะมีความสูง 55 เซนติเมตร เมื่อรวมกับตัวรอง SoundCare จะมีความสูงเป็น 59 เซนติเมตร
เนื่องจากรูปทรงของตู้ลำโพงเบสโมดูลจะคล้ายพีระมิดตัดยอด ทำให้มีความกว้างขอบฐานอยู่ที่ 32 เซนติเมตร และลึก 32 เซนติเมตร
แต่ถ้าวัดที่ด้านบนของตู้ลำโพง จะมีความกว้าง 25 เซนติเมตร และลึก 32 เซนติเมตร อันเป็นแนวทางการออกแบบตู้ลำโพงแบบ “อสมมาตร” ไม่มีด้านที่ลงตัวกันพอดี เพื่อให้มีผลต่อการกระจายความถี่ได้โดยปราศจากการเลี้ยวเบน หรือการทับซ้อนกันของย่านความถี่ต่ำ ความจุของตู้ (Net Volume) มีขนาด 25 ลิตร
Weava Core Abyss 28 ราคา 99,000.- บาทต่อตู้

ในการทดสอบครั้งนี้ผมได้รับลำโพงที่มีการดีไซน์ขึ้นมาใหม่อีกชุดหนึ่ง จาก Pyramid Lifestyle Technology เพื่อใช้เป็นลำโพงหลัก ทำงานควบคู่กับเบสโมดูล นั่นก็คือลำโพง Full-range Weava Locus ที่ดีไซน์ตามรูปแบบลำโพงชุดคิท Seas DIY Kit : Locus ซึ่งจะมีคุณสมบัติในรูปแบบของลำโพงที่ให้เสียงครบทุกย่านความถี่ โดยมีให้เลือกสำหรับวงจรปรับความถี่สูง เพื่อความเหมาะสมของผู้ที่ต้องการโทนเสียงที่แตกต่างกัน
SEAS DIY Kit : Locus นั้น เป็นชุดลำโพง DIY ระดับ “Full-range Audiophile” ที่ออกแบบโดยทีม R&D ของ SEAS เน้นความเรียบง่าย แต่ให้คุณภาพเสียงแบบ Coherent สูงมาก หมายถึงแนวเสียงจะราบรื่นต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกันอย่างยอดเยี่ยม
ตัวขับเสียงภายในเป็นรุ่น FEA18 RCZ ที่มีขนาด 7 นิ้ว หรือ 18 เซนติเมตร ให้ค่าความไวสูง เหมาะกับแอมป์กำลังต่ำ–กลางโดยทั่วไป ลำโพงจะตอบสนองย่านเสียงกว้าง ครบทุกความถี่แบบ full-range ให้โทนเสียงต่อเนื่องในหนึ่งเดียว
สำหรับสูตรตู้ของ SEAS จะแนะนำให้ใช้ตู้ลำโพงแบบท่อเปิด Bass Reflex ที่มีปริมาตร 19 ลิตร และความถี่สำหรับจูนพอร์ต 47 Hz
โดยพื้นฐานตัวไดรเวอร์จะมีคาแรกเตอร์ Bass Boost หรือเสียงต่ำที่โดดเด่นอยู่เล็กน้อยแถวๆ ย่านความถี่ 90Hz ทาง SEAS จึงเล็งเห็นว่า เพื่อให้การทำงานแบบฟูลเร้นจ์เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ สามารถเลือกค่าการตอบสนองความถี่ได้สองระดับ จึงมีระบบระบบปรับเสียง Simple Network มาให้ด้วย
ระบบ Full-range ที่มีออพชั่นเสริม Simple Network ต้องเรียนว่า มันไม่ใช่ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก แบบแบ่งความถี่ให้ลำโพงสองหรือสามทางทั่วไป แต่จะเป็นการใช้ขดลวด Inductor ~1.2 mH มิลลิเฮนรี่ และรีซิสเตอร์ Resistor -18 Ohm มาคั่น สำหรับทำหน้าที่ลดความเข้มของเสียงแหลม (HF attenuation) เพื่อปรับบาลานซ์โทนเสียงตามห้องหรือรสนิยมเฉพาะตัวได้ โดยทาง Weava จะมีขั้วลำโพงให้เลือกใช้สองชุด ระหว่างการใช้งานตรง หรือผ่านตัวปรับการตอบสนองความถี่ดังกล่าว
Weava Locus ราคา 59,900.- บาท ต่อคู่ (พร้อมวงจร Simple Network ปรับความถี่สูงภายใน)

Test Report
สำหรับการจัดวางทดสอบนั้น ก็จะใช้ Weava Locus วางซ้อนบน Weava Core Abyss 28 ซึ่งจะทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี โดยมีการใช้โปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ในการจูนอัพ ปรับแต่งย่านความถี่เพื่อให้เกิดความราบรื่นระหว่างลำโพงทั้งสองชุด
ผมตั้งลำโพงห่างกันโดยประมาณ 2.20 เมตร และห่างจากผนังหลังประมาณ 1 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสมกับห้องขนาดกลางทั่วๆ ไป ใช้ภาคขยายหลักขับลำโพง Weava Locus ด้วย QUAD 3 และพ่วงการทำงานด้วยสายเชื่อมเข้ากับซับเบสโมดูล Weava Core Abyss 28
สำหรับแหล่งโปรแกรมนั้นผมใช้ทั้งภาค Streaming ด้วยบลูทูธจากตัว QUAD 3 และเครื่องเล่นซีดีทรานสปอร์ต AUDIOLAB 9000CDT ผนวก NAD M51 DAC
แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นลำโพงตู้รุ่นตัวอย่างหรือ Prototype (ต้นแบบ) แต่ก็ผ่านการคำนวณและออกแบบดีไซน์มาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ซึ่งถ้ามีผู้สนใจก็สามารถสั่งผลิต โดยเลือกผิวตู้ลำโพงให้สวยงามตามความต้องการได้ครับ
ผมคำนึงถึงจุดแรกก็คือการพิจารณาความกลมกลืนซึ่งกันและกันของลำโพงหลัก และลำโพงตู้เสียงต่ำเฉพาะ
โดยเหตุที่เรามักจะพบบ่อยๆ ว่า ตู้ลำโพง Sub-Woofer หรือเบสโมดูล (Bass Module) ทั่วๆ ไปนั้น ถ้าถูกออกแบบมาอย่างไม่เหมาะสม ก็จะมีข้อจำกัดในการนำไปแมตช์กับลำโพงหลักที่จะเข้ากันได้ยาก
เช่นไม่ว่าจะปรับอย่างไร มักมีปริมาณเบสมากเกินไป เมื่อคำนึงถึงเรื่องสเกลของเสียงดนตรี ซับเบสบางตู้จะให้เบสทุ้มลึกใหญ่ ลากยาวจนท่วมทับกลบเสียงลำโพงเมนหลักได้ง่ายๆ ดังนั้นเพื่อให้ปลอดจากปัญหาดังกล่าว นอกจากเรื่องของตู้ลำโพงและดอกลำโพงที่คำนวณมาอย่างดีแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการใช้ Amplifier วงจร DSP ที่มีอยู่ในตัวของ Weava Core Abyss 28 นั่นเอง
ภาคขยายใน Weava Core Abyss 28 คือ Hypex FusionAmp FA251 เป็นโมดูลแอปลิไฟร์เออร์แบบ Plate Amp หรือแอมป์ติดหลังตู้ ชนิด 1 way (Mono) ที่ใช้เทคโนโลยี Ncore Class D อันเลื่องชื่อของ Hypex โดยมาพร้อมกับระบบ DSP และภาคจ่ายไฟ SMPS ในตัว ที่ออกแบบมาเพื่อความเหมาะสำหรับทำซับวูฟเฟอร์แบบ Active หรือลำโพงมอนิเตอร์ช่องสัญญาณเดียว
โดยมีกำลังขับต่อเนื่องอยู่ที่ 250 วัตต์ ที่ 4 โอห์ม และ 130 วัตต์ ที่ 8 โอห์ม
ส่วนระบบดีเอสพีใช้ซอฟต์แวร์ Hypex Filter Design (HFD) ในการปรับแต่งผ่านพอร์ต USB สำหรับการทำ EQ และ Cross-over ที่มีจุดปรับรายละเอียดสูง โดยแผงด้านหลังจะมีช่อง Analogue Balanced XLR (In/Through) Analogue Unbalanced RCA และ High-level Input
สังเกตว่าด้านหลังจะมีพอร์ตสำหรับเซอร์วิส ที่มีลักษณะหัวต่อเป็นช่องเสียบแบบ USB Mini-B (5-pin) ซึ่งมีรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดเล็ก เพื่อใช้ปรับแต่งค่า DSP เช่น ฟิลเตอร์, ระดับเสียง และพารามิเตอร์ของระบบ
ผู้ที่ต้องการปรับจูน ต้องลงโปรแกรมสำหรับกำหนดค่า DSP (Configuration) ผ่านซอฟต์แวร์ Hype. Filter Design (HFD) โดยเปิดโปรแกรม HFD บนคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วจึงเสียบสาย USB เพื่อให้โปรแกรมตรวจพบอุปกรณ์และเริ่มปรับจูนค่าฟิลเตอร์หรือระดับเสียงได้
ในด้านเทคนิคการปรับจูนหรือแต่งย่านความถี่จุดตัดต่างๆ แนะนำว่าให้ปรึกษากับทาง Pyramid Lifestyle Technology ครับ เพราะทีมเทคนิคจะไปจูนอัพเบสโมดูลของ Weava ให้กับลูกค้าทุกรายที่ซื้อไปใช้งาน เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่กลมกลืนระหว่างลำโพงเมนหลักและตู้เบสโมดูล อย่างสมบูรณ์ครับ

ผลการทดสอบ ถือว่าเป็นการจับคู่ที่เหมาะเจาะดีมากครับ ระหว่าง Weava Core Abyss 28 เบสโมดูล และ Weava Locus ลำโพงฟูลเร้นจ์ตู้หลัก
โดยปกติการใช้ลำโพงประเภทฟูลเร้นจ์ ผมชื่นชอบเรื่องเสียงที่เป็นธรรมชาติและไม่มีอะไรที่เกินเลยไปจากความถี่ที่ครบถ้วน และความเป็นธรรมชาติของเสียง เพราะลำโพง Full-range ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ซึ่ง Weava Locus ให้บุคลิกที่สะอาดสะอ้านน่าพึงพอใจ
สำหรับ Weava Locus มีให้เลือกการสนองตอบต่อความถี่ สองบุคลิกเสียง ยิ่งช่วยให้เราปรับจูนตู้เบสโมดูล ได้ลงตัวตามความบุคลิกที่ต้องการได้ง่าย อย่างน้อยตัวตั้งต้นของเราจะมี 2 รูปแบบ
การมี Weava Core Abyss 28 เข้ามาเสริมลำโพงหลัก Weava Locus ทำให้รู้สึกว่าลำโพงแบบฟูลเร้นจ์คู่นี้ สามารถจูนให้กลมกลืนลงตัวกับเบสโมดูลได้ง่ายกว่าลำโพงประเภทสองทาง สามทาง ด้วยซ้ำไป
การเชื่อม “รอยต่อ” ของย่านความถี่นั้น สามารถจูนให้รู้สึกกลืนกันได้อย่างราบรื่น ด้วยระบบการต่อกับขั้วลำโพงชุด Direct ครับ แต่ถ้าปรับไปใช้ระบบชดเชยเสียงแหลมด้วยขั้วลำโพงชุดที่สองของ Weava Locus ผมรู้สึกว่าเราจะต้องจูน Weava Core Abyss 28 ให้เพิ่มความถี่ต่ำขึ้นมาชดเชยเล็กน้อย และอาจจะต้องปรับค่าพารามิเตอร์ ในโปรแกรมควบคู่กันไปด้วย
ส่วนตัวชอบการต่อแบบขั้วตรง ไม่ผ่านวงจรขดลวดอินดั๊กเตอร์และรีซิสเตอร์ มากกว่าครับ
Weava Core Abyss 28 เสริมให้ Weava Locus มีเสียงอิ่ม ละมุนละไม และสามารถสนองตอบสไตล์เพลงกว้างขวางขึ้น แค่ทดสอบด้วยเพลง On the Beautiful Blue Danube Waltz, Op.314 ในอัลบั้ม Erich Kunzel & Cincinnati Pops Orchestra Ein Straussfest เพลงเดียวก็ได้รับเสียงที่มีความสมดุลครบถ้วนและน่าประทับใจอย่างยิ่ง เป็นคำตอบที่ว่า เสียงที่ดีจริงๆ นั้น จะมีสเกลสัดส่วนของเสียงต่ำและความถี่กลางแหลมที่สมดุล น่าฟังแบบนี้แหละครับ
จุดเด่นที่สุดคือโทนัลบาลานซ์ เราฟังโดยไม่รู้สึกเลยว่า นี่คือการเสริมเบสโมดูลเพิ่มเติมลงไป และเสียงโดยรวมอิ่มเอิบและเวทีเสียงกว้างลึกมาก เหมือนฟังลำโพงคู่ตั้งพื้นขนาดยักษ์
ได้รับความรู้สึกต่อเสียงของวงออเคสตร้าที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างทรงพลังเป็นอย่างมากครับ ได้ทั้งอารมณ์ที่เพลิดเพลิน ล้ำลึกสนุก มีชีวิตชีวา
ในแง่เพลงร้อง เพลงแจ๊ส ป็อปทั่วไป เรารู้สึกได้ถึงพลังและรายละเอียดของเสียงดนตรี เสียงร้องที่แจ่มชัด ให้ความเป็นตัวตนของชิ้นดนตรีต่างๆ นั้น ทำได้ดีมาก ลำโพงหลักฟูลเร้นจ์ให้เสียงแฟลตและเสียงอิ่มจากเบสโมดูลให้ผลรวมที่ดีจริงๆ
เป็นชุดลำโพงทั้งซิสเต็ม ที่ให้ระดับความถี่ต่ำเป็นธรรมชาติ ไม่บีบเค้น ไม่แสดงตัวของเบสโมดูลที่เกินจริง ทุกความถี่บาลานซ์กัน รวมทั้งยังคงรักษาฮาร์โมนิคของเสียงกลางแหลมได้อย่างครบถ้วน ในสไตล์ลำโพง Full-range ได้เป็นอย่างดี

ผมมาจบการทดสอบช่วงเวลาสุดท้าย ด้วยสองอัลบั้มหลักที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพของลำโพงได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ เพลงที่มีอานุภาพของเวทีเสียงอันยอดเยี่ยม Cry Like a Rainstorm Howl Like the Wind โดย Linda Ronstadt และเพลงที่ดื่มด่ำกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างโดดเด่น ด้วยลูกคอแหบพร่าทรงเสน่ห์ของ Louis Armstrong ใน What A Wonderful World ฟังแล้วเข้าถึงบรรยากาศใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดมากกว่าที่เคย
นับว่าลำโพงชุด Weava Core Abyss 28 และ Weava Locus ให้คำตอบที่ดีว่าเมื่อเราจะลงทุนกับการเล่นเครื่องเสียง แน่นอนลำโพงจะเป็นหมุดหมายแรกที่เราต้องค้นพบคุณภาพและศักยภาพให้ได้ดีที่สุด ลำโพงที่สมบูรณ์ต้องสามารถฟังเพลงหลากหลายสไตล์ได้โดยไม่จำกัด และการเสริมเบสโมดูลเข้าไปเพื่อให้ลำโพงหลักทำงานได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ทำให้เบสตูมตามหรือปริมาณมากขึ้น
คำว่า Tonal Balance จึงสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอสำหรับออดิโอไฟล์ตัวจริง
นี่อาจจะเป็นการตอบโจทย์กับพื้นที่ขนาดเล็ก และพื้นที่ขนาดกลางโดยทั่วไป ว่าอยากได้เสียงเต็มอิ่มที่สุดโดยไม่ต้องอึดอัดกับลำโพงตั้งพื้นขนาดยักษ์ คุณสามารถเลือกเฟ้นความสุดยอดของไดรเวอร์ชั้นเยี่ยมมาประกอบกันขึ้นเป็นชุดลำโพงฟูลเร้นจ์ และเสริมเบสโมดูลอีกหนึ่งคู่ ก็จะได้เสียงสมบูรณ์แบบที่สุดได้อย่างแน่นอน
จากจุดเริ่มต้นของ Driver ที่มีคุณภาพสูง ใช้หลักวิชาการในการประกอบตู้ตรงตามสเปคฯ ของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ระดับโลก เราสามารถฟังลำโพงคุณภาพสูงในระดับไฮเอ็นด์อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินในระดับที่สูงเกินความเป็นจริงครับ
สนใจติดต่อทดลองฟังได้ที่ Pyramid Lifestyle Technology
โทร. 02 429 1236