Harbeth Monitor 30.3 XD2 เสียงดนตรีในอุดมคติ

Harbeth Monitor 30.3 XD2 เสียงดนตรีในอุดมคติ

28/02/2026    239

Harbeth Monitor 30.3 XD2
เสียงดนตรีในอุดมคติ 

   
ลำโพงอังกฤษแท้ๆ ที่ยังคงรักษารากฐานดั้งเดิมและพัฒนาแนวคิดในเชิงปรัชญา “บีบีซีมอนิเตอร์” มาอย่างยาวนานคือ Harbeth ในปัจจุบันโรงงานผลิตลำโพงแห่งนี้ มีคุณอลัน ชอว์ เป็นดีไซน์เนอร์และเจ้าของ มาตั้งแต่ช่วงปี 1986 เป็นต้นมา

แต่ถ้าย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดจริงๆ Harbeth ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1977 โดยหัวหน้าวิศวกรในแผนกวิจัยค้นคว้าลำโพงมอนิเตอร์ของ BBC คือ Dudley Harwood ซึ่งการตั้งชื่อบริษัทลำโพงว่า Harbeth นั้น มาจากสองส่วนคือ Har (Harwood) + Beth (Elizabeth) อันเป็นชื่อภรรยาของเขานั่นเอง

คุณดัดลี่ย์ ฮาร์วูด คือหนึ่งในทีมออกแบบลำโพงประวัติศาสตร์ BBC Monitor แทบทุกรุ่น รวมถึง LS3/5 A ที่โด่งดังยาวนานที่สุด และทำงานร่วมกับอลัน ชอว์ ด้วยความศรัทธาในแนวคิดของกันและกันมาในช่วงระยะหนึ่ง

เมื่อ Dudley Harwood เกษียณ Alan Shaw ซึ่งเป็นวิศวกรหนุ่มด้านอิเล็กทรอนิกส์ และนัก DIY เครื่องเสียงตัวจริง ผู้ชื่นชอบแนวเสียงลำโพงแบบบีบีซีมอนิเตอร์ ก็ได้เข้าซื้อกิจการ Harbeth นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาเป็นทั้งเจ้าของและดีไซน์เนอร์ ผู้กำหนดปรัชญาเสียงทั้งหมดของ Harbeth

แม้จะสืบทอดแนวทางของบีบีซี แต่อลัน ชอว์ ก็ไม่ได้หยุดอยู่กับอดีต สิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นมาและได้รับการยกย่องมากที่สุดคือกรวยลำโพง RADIAL ด้วยการวิจัยวัสดุโพลิเมอร์ต่อเนื่องหลายสิบปีเพื่อให้เสียงกลางเป็นธรรมชาติ “แบบเสียงของมนุษย์จริงๆ” พัฒนามาจนถึงขั้นที่เขากล่าวว่า เป็นวัสดุที่ถ่ายทอดเสียงกลางต่ำได้สมบูรณ์เที่ยงตรงที่สุด

การพัฒนาของ อลัน ชอว์ อาจจะสวนทางกับแบรนด์ผู้ผลิตลำโพงไฮเอ็นด์อื่นๆ อย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยพูดว่าเทคโนโลยีการผลิตลำโพงอื่นๆ ผิด เพียงแต่เขาต้องการให้ทางเลือกใหม่ โดยล้มเลิกแนว Ultra Rigid และ Exotic Materials 

คำว่า Ultra Rigid หมายถึงตู้ลำโพงที่ถูกออกแบบให้แข็ง และนิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้
ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าตู้ไม่สั่นเสียงจะสะอาดที่สุด ด้วยการเลือกใช้ผนังตู้หนามาก รวมถึงมีโครงยึดโยงภายในจำนวนมาก ทำให้น้ำหนักตู้หลายสิบถึงร้อยกิโล

ส่วนคำว่า Exotic Materials หมายถึงวัสดุพิเศษราคาแพง หรือวัสดุอวกาศที่ใช้ทำไดรเวอร์หรือตู้นั่นเอง

แต่ Alan Shaw มองต่างออกไป เพราะเขาเชื่อว่าตู้ที่แข็งเกินไป จะ “เก็บพลังงานเสียง” แล้วปล่อยออกมาช้า ผลที่ได้คือ แม้จะได้ทรานเชี้ยนที่ฉับไวแต่เกร็งแข็งง่าย โทนเสียงที่ฟังไปนานๆ อาจจะล้าหู 

ดังนั้น Harbeth หันมาใช้แนวคิด Controlled Flexibility ผนังตู้บางแต่ควบคุมการสั่นได้สอดคล้องกับตัวไดรเวอร์  

นี่เองที่ทำให้ลำโพง Harbeth อาจจะแตกต่างออกไปจากลำโพงไฮเอ็นด์โดยทั่วไป ด้วยการค้นคว้าเสียงที่เป็นธรรมชาติสอดคล้องกับการได้ยินจริงแบบมนุษย์ พร้อมการสร้างเครื่องมือวัดเชิง Computer Modeling ที่แม่นยำ ด้วยการให้ลำโพงส่งผ่าน “เครื่องดนตรีที่มีชีวิต” มากกว่า “เครื่องจักรเสียง”

จุดสำคัญมากๆ เปรียบเสมือนหัวใจในระบบลำโพงคือ Harbeth ออกแบบและควบคุม Crossover Network ภายในบริษัททั้งหมด สั่งผลิตอุปกรณ์แบบ Custom-made มีการวัดค่าจริงทีละตัว คัดเกรด แมตช์แพร์เป็นคู่ อลัน ชอว์ กล่าวว่า คนจำนวนมากมักสนใจแค่ไดรเวอร์ แต่เสียงจริงถูกกำหนดโดยครอสโอเวอร์!!!
  
เนื่องจากมีรายละเอียดลึกๆ ที่มีมากมาย ผมจะขออนุญาตนำไปเล่าในคลิป Wijit's Radio Talk ในโอาสต่อๆ ไปทางเพจนะครับ

สำหรับการพัฒนาการลำโพงรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ Monitor XD2 ในปี 2026 นี้ นับว่าเป็นจังหวะก้าวกระโดดที่ถือว่า เข้าขั้นอุดมคติเลยทีเดียว ในซีรีส์นี้จะเรียงลำดับรุ่นคือ P3ESR XD2, C7ES3 XD2, M30.3 XD2, SHL5plus XD2, M40.5 XD2 

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกวางตลาด ยังไม่นับรวมลำโพงแอคทีฟสองรุ่นคือ NLE-1 และ NLE-3 ซึ่งผมจะนำมาทดสอบในลำดับถัดไป

ครั้งนี้ผมขอหยิบยกเอา Monitor 30.3 XD2 มาทดสอบฟัง และนำเสนอให้ได้ทราบกันนะครับ

เพราะโดยส่วนตัวผมเป็นเจ้าของลำโพง Harbeth Monitor 30.2  รุ่น 40th Anniversary และเคยได้ทดสอบ Monitor 30.2 XD มาก่อนหน้า ดังนั้นพัฒนาการล่าสุดของ Monitor 30.3 XD2 จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า อลัน ชอว์ เขาพัฒนาเสียงให้ก้าวหน้าไปในระดับใด 

ลำโพง Harbeth Monitor 30.3 XD2 ได้รับการอัปเกรดใช้ไดรเวอร์เทคโนโลยี RADIAL4 ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจาก RADIAL รุ่นก่อนหน้า โดยเทคโนโลยีนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในซีรีส์ XD2 เพื่อยกระดับความใส เคลียร์ และความละเอียดของเสียงให้สูงขึ้นไปอีกขั้น 

รายละเอียดเทคนิคและการพัฒนาของตัวขับเสียง RADIAL4 ในรุ่น Monitor 30.3 XD2 นี้ Harbeth ได้เปลี่ยนมาใช้ตัวไดรเวอร์ เบส/กลาง ขนาด 200 มิลลิเมตร ที่ผลิตจากวัสดุ RADIAL4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไดอะแฟรมแบบฉีดขึ้นรูปรุ่นใหม่ล่าสุด ช่วยลดความเพี้ยนและเพิ่มความฉับไวในการตอบสนอง ทำให้เสียงกลางมีความเปิดโปร่งและถ่ายทอดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้แม่นยำกว่าเดิมหลายช่วงตัว

มีการอัปเกรดครอสโอเวอร์ โดยปรับปรุงวงจรตัดแบ่งความถี่ Crossoverใหม่ทั้งหมดสำหรับซีรีส์ XD2 เพื่อให้ทำงานร่วมกับไดรเวอร์ RADIAL4 เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้การเชื่อมต่อในระหว่างเสียงแหลมและเสียงกลางราบรื่น และให้เวทีเสียงที่มีมิติสมจริงมากขึ้น

สำหรับทวีตเตอร์ ยังคงเลือกใช้ซอฟต์โดมทวีตเตอร์ ขนาด 25 มิลิเมตร ที่ระบายความร้อนด้วยสารแม่เหล็กเหลว Ferrofluid ซึ่งสั่งทำพิเศษ (Custom-made) ตามมาตรฐานของ Harbeth เพื่อความทนทานและการตอบสนองความถี่สูงที่นุ่มนวลแต่ละเอียด

อย่างไรก็ตามก็ยังคงปรัชญาแนวทางในการใช้ตู้ลำโพงผนังบาง หรือ Thin-Wall Cabinet Designตามแบบฉบับ BBC เพื่อให้ตู้ "หายใจ" และลดการกักเก็บพลังงานส่วนเกินที่อาจไปรบกวนความบริสุทธิ์ของเสียง  

รุ่นปัจจุบัน Monitor 30.3 XD2 มีน้ำหนักตู้ 11.6 กิโลกรัม เท่ากันกันกับรุ่น Monitor 30.2 XD แสดงถึงความบาง-ความหนาผนังตู้เท่าๆ กัน แต่ทว่าถ้าย้อนกลับไปถึง Harbeth Monitor 30.2 Anniversary จะมีน้ำหนักตู้อยู่ที่ 12.5 กิโลกรัม แสดงถึงอลัน ชอว์ ได้มีการลดความหนาผนังลำโพงลงมาเล็กน้อยตั้งแต่รุ่น XD เป็นต้นมาแล้ว เพื่อผลทางเทคนิคเสียงที่ดียิ่งขึ้น

สเปกฯจากโรงงาน : เป็นลำโพงตู้เปิด ขนาด 460 x 277 x 275 มม. ที่ให้ค่าการตอบสนองความถี่ 50Hz – 20kHz ±3dB ค่าความต้านเฉลี่ย 6 โอห์ม มีค่าความไว 85dB / 2.83V / 1m น้ำหนักตู้ 11.6 กก. ต่อข้าง

การอัปเกรดเป็น RADIAL4 ในรุ่น XD2 นี้ ทำให้ลำโพงมีความเป็นมอนิเตอร์ที่ทันสมัยขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์เสียงกลางที่เป็นธรรมชาติของ Harbeth ไว้ได้อย่างครบถ้วน Harbeth Monitor 30.3 XD2 ได้รับการพัฒนาให้มีเสียงที่เปิดกว้างและกระจ่างใสมากกว่ารุ่น M30.2 XD เดิมอย่างชัดเจน 

ผลจากการทดสอบ ผมขออนุญาตให้ความคิดเห็นตามประสบการณ์ ในเรื่องความแตกต่างในคุณภาพเสียงระหว่าง Monitor 30.2 XD และ Monitor 30.3 XD2 แม้ว่าทั้งสองรุ่นจะใช้โครงสร้างตู้แบบ Thin-wall ที่เน้นความกังวานอย่างมีศิลปะ แต่ Monitor 30.3 XD2 กลับให้ความรู้สึกที่ทันสมัยขึ้นในแง่ของเทคนิคมากกว่า เสียงที่เข้าใกล้ความจริงอย่างอิสระมากยิ่งกว่า

ในแง่ความโปร่งใสและรายละเอียด : XD2 มีการอัปเกรดครอสโอเวอร์และวัสดุไดรเวอร์เป็น RADIAL4 ทำให้เสียงมีความกระจ่าง (Clarity) และมิติที่ลึกกว่ารุ่นเดิม อีกทั้งในแง่การตอบสนองความถี่สูง พบว่ารุ่น XD2 ช่วยลดปัญหาเสียงกลางที่หนาเกินไป (Mid-bass hump) ในรุ่นก่อนหน้า ทำให้เสียงแหลมดูเปิดและพลิ้วไหวมากขึ้น

หากเปรียบเทียบรุ่นครบรอบ 40 ปี หรือ Monitor 30.2 Anniversary รุ่นดังกล่าวยังคงติดในย่านความถี่กลางจะหนาๆ กว่านิดหนึ่ง ความพลิ้วช่วงปลายจะยังไม่เทียมเท่า ความสามารถของรุ่น Monitor 30.3 XD2 ครับ 

นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เมื่อเราได้ยินเสียงครั้งแรกจะรู้สึกประทับใจมาก เพราะให้ความโปร่งและน้ำหนักเบสอิ่ม มีมวล ทรงพลัง กระชับฉับไวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลายเสียงแหลมซึ่งเปิดสว่าง เสียงพลิ้วสวยงามขึ้นอีกระดับ รวมถึงยังคงควบคุมความเรียบสะอาดของสัญญาณ ในแบบ บีบีซี มอนิเตอร์ได้เป็นอย่างดี และเสียงปิดแบบ “หลุดตู้” ในทันทีที่ฟัง

 

 

Test Report 
ผมได้รับ Harbeth Monitor 30.3 XD2 มาพร้อมกับขาตั้งไม้ HiFi Rack Limited 

โดยในแง่ของตัวตู้ลำโพง ถือว่าตู้สี Silver Willow (หรือ Gray Willow) ดูน่าทึ่งแปลกตา แตกต่างจากลายไม้โทนอุ่นแบบดั้งเดิม เช่น Cherry หรือ Walnut  

โดยตู้ซิลเวอร์วิลโลว์ แม้จะมีสีโทนเทาเงินเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาลวดลายและสัมผัสของเสี้ยนไม้ธรรมชาติ (Veneer) ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานฝีมือจาก Harbeth ที่ให้ลุคที่ดูทันสมัยและเรียบหรู เข้ากับการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิลได้อย่างลงตัว 

ต้องบอกว่าศิลปะการย้อมสีเนื้อไม้ และวางเสี้ยนแนวนอนขวางตัวตู้ เป็นงานฝีมือที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

 

 

ผิวสี Silver Willow ต้องใช้เทคนิคที่ละเอียดเพื่อให้สีสม่ำเสมอแต่ยังคงคุณสมบัติการเรโซแนนซ์ของตู้ไม้ไว้ได้ แต่กระนั้นไม่ว่าจะเป็นสีผิวใด ทาง Harbeth ก็จะเลือกแผ่นไม้ที่มีลวดลายต่อเนื่อง (Book-matched) เพื่อให้ลำโพงทั้งสองข้างมีลายไม้ที่สมมาตรและสวยงามเหมือนกัน ถือเป็นความประณีตที่หาได้ยากจากลำโพงอื่นๆ ในท้องตลาด

ทาง Harbeth ก็ยังคงผลิตผิวตู้สีอื่นๆ ออกมาให้เลือกด้วย เช่น สีวอลนัต โอ๊ค เชอรี่ โรสวูด ซาตินแบล็ค (ดำ) และสี Silver Willow ที่ราคาสูงกว่าสีอื่นๆ เล็กน้อย เรื่องผิวสีลำโพงนั้น มีการสั่งสีใดเข้ามาบ้าง ติดต่อสอบถามได้จาก Sound Box ได้เลยครับ

ลำโพงคู่นี้ แนะนำให้วางห่างจากผนังหลังและผนังข้างอย่างน้อย 2 ฟุต เพื่อให้ได้เวทีเสียงที่ดีที่สุดและลดการสะท้อนของเบส ระยะห่างระหว่างลำโพงซ้ายขวาในห้องฟังของผม อยู่ที่ 1.98 เมตร 

การเซ็ตอัพจุดตำแหน่งลำโพง ให้ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง และสภาพอะคูสติกของห้องของแต่ละท่านด้วยนะครับ

ชุดทดสอบ ผมจะใช้แอมปลิไฟร์หลักคือ Accuphase E4000 รุ่นท็อปสุด และเครื่องเล่น SACD ของ Accuphase รุ่น DP-570S หลังจากเซ็ตอัพระยะห่างลำโพงได้ลงตัวกับขนาดห้องฟัง ให้ได้รับความสมดุลทุกย่านความถี่แล้ว ก็ได้ทดสอบฟังอย่างจริงจังต่อไป เนื่องจากลำโพงมีการเบิร์นมานานตามสมควรจากทาง Sound Box ผมจึงใช้เวลาการเบิน์นต่อมาอีกไม่นานนัก ทุกอย่างดูลงตัวและสมดุล พร้อมต่อการขับขานสรรพสำเนียงดนตรี 

เสียงที่ได้ฟังครั้งแรก นับว่าเป็นเสียงที่ยังคงสำเนียง “ลายเซ็นต์” ของ Harbeth เดิมๆ เรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว เรียบง่ายสะอาด เป็นธรรมชาติ กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นความกระหายอยากฟังและมุ่งเข้าสู่เสียงดนตรีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงแต่ Harbeth Monitor 30.3 XD2 นั้น มีพลังเสียงที่ยิ่งใหญ่ขึ้น โอ่อ่า โอฬาร อิ่มขึ้น รายละเอียดระยิบระยับในช่วงปลายเสียง และความไหล่ลื่นต่อเนื่องของดนตรี ดียิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดมากๆ ครับ

โดยเฉพาะในเรื่องของเวทีเสียงในแนวกว้างและลึก รวมทั้งเพดานเสียงด้านบนเมื่อฟังจากเพลงประเภทคลาสสิกนับว่าทำได้น่าประทับใจสูงสุดเลยทีเดียว

 

 

เมื่อผมได้เปรียบเทียบเข้ากับรุ่นฉลองครบรอบ 40 ปี Monitor 30.2 Anniversary แม้สำเนียงมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก แต่ความกว้างของเวทีเสียง รายละเอียดเสียง รวมถึงในแง่ของความไว หรือระดับความดัง Monitor 30.3 XD2 ก็ทำได้ดีกว่า เหมือนดังว่าเป็นลำโพงที่ขับเสียงได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเก่า

จุดโดดเด่นที่สุดคือเสียงร้อง เสียงเครื่องดนตรีย่านความถี่มิดเร้นจ์ ก้าวขึ้นมาอีกระดับ

ทั้งนี้หากได้ศึกษาเกี่ยวกับตัวขับเสียงรุ่นใหม่ ก็สามารถที่จะเข้าใจได้เลยว่า โครงสร้างทางเทคนิคของเนื้อกรวย Polymer Compound ใหม่ของวูฟเฟอร์ RADIAL4 สามารถลดเบรคอัพ-เรโซเเนนซ์ ในช่วงของย่านความถี่มิดเร้นจ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงร้องจึง “นิ่งและสมจริง” มากขึ้น 

รายละเอียดเสียงในระดับไมโคร ที่ผมมักจะเปรียบเปรยว่า “ความหยุมหยิมระยิบระยับ” ชัดขึ้น กระนั้นก็ไม่สว่างเปิดแบบลำโพงอื่น ที่ให้เสียงเปิดแบบจงใจ และแน่นอนว่าเวทีเสียงหรือซาวนด์สเตจ เปิดกว้างกว่า XD รุ่นเดิม ชนิดฟังออกได้ในครั้งแรกเลยครับ

ทำให้ผมเข้าใจแล้วละครับว่าทำไม Alan Shaw ถึงได้ออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า การนำเสนอลำโพงรุ่นใหม่ออกมา ในทุกการพัฒนาก็เหมือนกับการที่เรามีแว่นขยายส่องลงไปดูรายละเอียดที่มากยิ่งขึ้นสำหรับการออกแบบและผลิตลำโพงเพื่อให้เข้าถึงเนื้อเสียงดนตรีที่มีธรรมชาติอย่างแท้จริง หรือการเข้าถึงความจริงมากขึ้นจนถึงอุดมคติ "ใกล้เสียงมนุษย์จริงมากที่สุด"

ลำโพง Harbeth Monitor 30.3 XD2 ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงดนตรีแบบมุ่งตรงสู่ความจริง โดยการทำงาน “เชิงคู่” ผสานกันของตัวขับและผนังตู้แบบบางพอดี โดยตู้ลำโพง Thin-wall damped เป็นแนวทางการออกแบบเฉพาะ ที่ช่วยลดการก้องสะท้อนภายใน โดยการทำให้มันสั่นพ้องไปกับตัวขับเสียง

เสียงแต่ละย่านความถี่ที่สั่นสะเทือนไปพร้อมกับเสียงเพลงจึงอิสระเป็นเสียงผ่อนคลายแบบธรรมชาติ เสียงร้องจากศิบปินคนโปรดของผม จากอัลบั้มเพลงร้องแบบออดิโอไฟล์ ถึงอัลบั้มคอมเมอร์เชียลทั่วไป ฟังแล้วมีทั้งความชัดเจนและผ่อนคลายดังหนึ่งศิลปินปรากฏตรงหน้าเลยทีเดียว

 

 

สิ่งหนึ่งที่ Harbeth Monitor 30.3 XD2 แตกต่างมากจากลำโพงในตลาดทั่วไปคือเสียงกลางเป็นธรรมชาติสวยงาม และเป็นไปในแบบที่อลัน ชอว์ เชื่อมั่นว่า เสียงกลางของลำโพงที่ดีจะต้องแม่นยำที่สุดเท่านั้น

การยึดหลักผนังตู้บาง กับจังหวะของการสั่นพ้องที่เสริมซึ่งกันและกันระหว่างตัวขับเสียงและผนังตู้ เป็นผลให้ทาง Harbeth ต้องระบุถึงการใช้ขาตั้งไม้เท่านั้น เพื่อให้ทุกเสียงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ ด้วยการดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากตู้ลำโพงโดยตรงและสลายพลังงานลงสู่พื้นอย่างเหมาะสม

เสียงของ Harbeth Monitor 30.3 XD2 ที่ผมสัมผัสได้ตลอดการทดสอบฟัง ก็คือความเป็นธรรมชาติของเนื้อเสียงที่ละเอียดอ่อนเหมือน กับลำโพงคู่นี้เป็นเครื่องดนตรี Acoustic ชิ้นหนึ่ง ซึ่งมันจะอาศัยการทำงานของพลังเสียงจากไดรเวอร์และตัวตู้อย่างสอดคล้องต้องกันอย่างน่าทึ่ง 

คล้ายดังตัวถังของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายอย่างไวโอลิน ที่เราจะได้ยินเสียงของเส้นสายมาพร้อมการสั่นทางอคูสติคเชิงกลของผนังกล่องในเคสของไวโอลินนั่นเองครับ

เสน่ห์ของ Harbeth Monitor 30.3 XD2 คือลำโพงที่ให้ความสุขในการฟังและการเข้าถึงธรรมชาติโดยไม่ย้อนแย้ง โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับลำโพงประเภทอคูสติคด้วยแล้ว จะรู้สึกได้ว่าลำโพงคู่นี้คือคำตอบที่ทำให้คุณแนบชิดสนิทกับดนตรีเป็นธรรมชาติได้อย่างถึงที่สุด 

Harbeth Monitor 30.3 XD2 ฟังเพลงได้หลากหลายสไตล์ ด้วยพลังหนักแน่น เปิดโปร่ง สะอาดสะอ้าน เป็นลำโพงในระดับไฮเอ็นด์ที่เพียงไม่กี่คู่ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ฟังแล้วเราจะรักในเสียงดนตรี เราจะรักในลำโพงมากกว่าแค่การได้ยินเสียงที่งดงามสมจริงของมัน

Harbeth Monitor 30.3 XD2 ให้เสียงร้อง “นิ่งและสมจริง” มากขึ้น เข้าถึงรายละเอียดเสียงระดับ “ไมโครดีเทล” ดีเยี่ยม โดยยังคงให้ความผ่อนคลาย สำเนียงที่เป็นธรรมชาติ และมีความสุขตลอดช่วงเวลาในการฟัง นี่คือลำโพงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นส่วนผสมผสานของเทคโนโลยีและศิลปะชั้นสูง ที่พาเราเดินมาจนถึงจุดอุดมคติในที่สุดครับ

Harbeth Monitor 30.3 XD2 (สี Oak) ราคา 209,000.- บาท
Harbeth Monitor 30.3 XD2 (สี Silver Willow) ราคา 215,000.- บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
Sound Box
ชั้น 3 ฟอร์จูน ทาวน์
โทร. 089-920-8297