Soundcare by SEAS : SuperSpike คืนรายละเอียดเสียงอย่างเป็นรูปธรรม

Soundcare by SEAS : SuperSpike คืนรายละเอียดเสียงอย่างเป็นรูปธรรม

20/02/2026    146

Soundcare by SEAS : SuperSpike
คืนรายละเอียดเสียงอย่างเป็นรูปธรรม

     
ดังที่เรียนว่า ระยะนี้จะมีภารกิจในการทดสอบอุปกรณ์เสริมหลายสิบชนิด และเลือกที่จะนำมานำเสนอให้กับแฟนคลับได้วิเคราะห์กันนะครับ 
    
อุปกรณ์เสริมที่จัดเป็นแอคเซสเซอรี่ในระดับไฮไฟที่นักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกรู้จัก และเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่ออดิโอไฟล์ในยุโรปนิยมกันมากนั่นก็คือ Soundcare by SEAS 
   
Soundcare by SEAS หนึ่งในแบรนด์อุปกรณ์เสริมเครื่องเสียงระดับ Hi-Fi โดยเฉพาะเอกลักษณ์ของ “SuperSpike” ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณปี 1996 ด้วยแนวคิดจากนักเล่นเครื่องเสียงนอร์เวย์ โดยคุณ Terje Borgen โดยเขาพบว่าสไปก์แบบเดือยแหลมให้เสียงดีจริง แต่ก็มักจะมีปัญหาในเรื่องของการทำให้พื้นและเฟอร์นิเจอร์เสียหาย จึงเกิดแนวคิดออกแบบสไปก์ในรูปทรงที่ไม่ทำให้พื้นห้องเสียหายและยังคงเสริมการซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีอีกด้วย
   
ช่วงแรกอุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นงานฮอบบี้ควบคู่กับงานประจำของผู้ก่อตั้งในช่วงแรก มากกว่าที่จะนำออกมาขายอย่างจริงจัง ต่อมาในปี 2017 ผู้บริหาร SEAS ให้ความสนใจและรับมาผลิต รวมถึงจัดจำหน่ายในมาตรฐานอุตสาหกรรมไฮไฟ และเปิดตัวสู่สาธารณะครั้งแรกที่งาน IFA Berlin ปี 2000 
     
ปัจจุบัน Soundcare ถูกจำหน่ายออกไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีกำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านชิ้นต่อปี ชิ้นส่วนทั้งหมดผลิตในนอร์เวย์ โดยผู้ก่อตั้งยังคงทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางด้านเทคนิคการออกแบบและด้านธุรกิจ โดยมีสินค้าตัวชูโรงคือ Superspike ที่มีอยู่ 3 รูปแบบ 

 

 

• Type 1 Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model เป็นลักษณะขารอง ที่ไม่มีเกลียว ใช้วางใต้เครื่องโดยตรงแทนขารอง สำหรับวางรองใต้เครื่องแอมป์ CD player, DAC, Streamer หรือ Rack 

 


  
• Type 2 เป็นรุ่นที่มีเกลียว เรียกว่า Soundcare SuperSpike - Threaded Model M แบ่งเป็นขนาดมาตรฐานของ Spike คือ M6 / M8  ใช้สำหรับแทน Spike เดิมของลำโพง ลักษณะมีเกลียวที่หมุนเข้าฐานลำโพงหรือขาตั้งลำโพงได้เลย นี่คือรุ่นที่ได้รับความนิยมที่สุด
    
ซึ่งผมก็ได้รับมาทดสอบพร้อมกันทั้งสอง Type ใช้วางรองใต้เครื่อง และรุ่นที่เป็นเกลียวก็จะใช้กับขาตั้งลำโพง
• Type 3 Electronic Foot จะคล้ายกับ Type 1 หรือ Self Adhesive Standard แต่จะเป็นลักษณะหัวกลับลง ซึ่งยังไม่มีการสั่งนำเข้ามาในขณะนี้

อีกส่วนหนึ่งทางโรงงาน SEAS ผลิตสำหรับ OEM หรือติดมากับลำโพงจากโรงงาน เรียกว่า SuperSpike for Loudspeaker
   
เทคนิคในการออกแบบ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดแรงสั่นสะเทือน (Mechanical vibration isolation) ยึดแนวคิดเรียบง่ายแต่ลึกมากในเชิงวิศวกรรม แตกต่างจาก Spike แบบดั้งเดิมที่ต้องมีจานรองรับที่ติดตั้งยากมีอัตราเสี่ยงล้มหรือทำให้พื้นเสียหาย
    
หลักการออกแบบเชิงเทคนิคมี 3 ขั้นตอนพร้อมกันคือ
1. การระบายแรงสั่น (Energy Drain) 
เพราะเมื่อดอกลำโพงทำงาน จะเกิดอาการสั่นของตู้ พลังงานส่วนเกินรวมถึงไมโครเรโซแนนซ์จากเครื่อง เพราะถ้าวางลำโพงบนพื้นตรงๆ พลังงานนี้จะ สะท้อนกลับเข้าตู้มีผลให้เบสบวม เสียงกลางขุ่น เวทีเสียงไม่นิ่ง SuperSpike ทำหน้าที่เหมือนการระบายแรงสั่นทางเดียว ส่งพลังงานลงพื้น แต่ลดการสะท้อนกลับ

2. ควบคุมพื้นที่หน้าสัมผัสของอุปกรณ์เครื่องเสียง (Controlled Contact Area)
เพราะ Spike ปกติมีข้อดีตรงจุดสัมผัสเล็กมากก็จริง แต่ปัญหาคือความไม่มั่นคงและเลื่อนไถลได้ง่าย Soundcare Superspike ออกแบบให้มีเข็มแหลมโลหะแข็งตรงกลาง และประกอบด้วยเฮ้าส์ซิ่งครอบรอบนอก 

3. ระบบตัดการเคลื่อนไหวระดับไมโคร Micro-Movement Suppression) 
สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือลำโพง “ขยับ” ตลอดเวลาในระดับไมครอน การเคลื่อนตัวที่เล็กมากนี้ทำให้จุดตำแห่งอิมเมจฟุ้ง โฟกัสเสียงบางส่วนหายไป SuperSpike ช่วยลด Micro rocking motion ทำให้ภาพพจน์เสียง เหมือนการล็อกตำแหน่งชิ้นดนตรีให้นิ่งขึ้น 
   
และที่น่าสนใจคือแบรนด์ยุโรปจำนวนมากเลือกใช้ OEM เพราะ SuperSpike ไม่เปลี่ยน Character เดิมของลำโพงนั่นเอง

 


       
ผลการทดสอบ
ช่วงนี้ผมใช้เวลาในการทดสอบอุปกรณ์เสริมระบบเสียงค่อนข้างเข้มข้นอยู่พอสมควร และอุปกรณ์ Soundcare Superspike สองรูปแบบนี้ ผมใช้ระยะเวลาทดสอบจริงจังประมาณ 3 สัปดาห์ จึงได้นำผลลัพธ์มาให้ได้รับทราบกันดังต่อไปนี้
   
ตัว Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model รูปแบบทรงกลมขนาด 32 มิลลิเมตร (ชุด 3 ชิ้น) แนะนำให้วางโดยคำนึงถึงความบาลานซ์ของตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นซีดี เพลย์เยอร์ DAC สตรีมมิ่ง หรือเครื่องขยายเสียง 
    
จุดแรกที่จะต้องพิจารณาวางรอง ก็คือตรงช่วงที่มีน้ำหนักของเครื่องถ่ายเทไปทางทิศนั้นมากที่สุด อาทิจุดตำแหน่งทรานส์ฟอร์เมอร์หรือหม้อแปลงภายในเครื่อง ซึ่งเราใช้มือช้อนด้านใต้เครื่อง ขยับๆดูก็จะพอดีรู้ว่า น้ำหนักถ่ายเทไปทางด้านไหน อีก 2 จุดถัดมาก็คือ บาลานซ์มุมอื่นเพื่อให้เครื่องมีความสเถียรมั่นคง
  


เทคนิคขั้นสูงคือ ถ้าขารองของตัวเครื่องเสียงสามารถขันถอดออกได้ ก็ถอดออกเก็บไว้ แล้วใช้ SuperSpike - Self Adhesive Standard Model ติดด้านใต้แทน แต่ถ้าถอดออกไม่สะดวก ก็ให้ติดตั้งด้านใต้ที่ใกล้กับขารองเครื่อง 
    
สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งก็คือการนำเอา Self Adhesive Standard Model ไปรองซ้อนตรงจุดด้านใต้ขารองของเครื่องเสียงอีกทีนะครับ มันจะทำให้เสียงทุกเสียงออกแนว Dark หรือเสียงกลับมืดลง (ทึบ)

ส่วนรุ่นที่มีเกลียว หรือ Soundcare SuperSpike - Threaded Model M นั้น ผมได้รับรุ่น M8 มาตรฐานที่ใช้สำหรับแทน Spike เดิมของลำโพง ขาตั้งลำโพง (ชั้นวาง) มาทดสอบซึ่งลักษณะมีเกลียวที่หมุนเข้าฐานลำโพง-ขาตั้งลำโพง ผมจะใช้ 8 ตัว หรือสองชุดสำหรับขาตั้งแต่ละตัวแยก ซ้ายขวา 

ซึ่งก็สามารถปรับเปลี่ยนใช้งานได้อย่างง่ายดาย เราก็แค่ถอดสไปก์เดือยแหลมของขาตั้งลำโพง เดิม(หรือใต้ฐานลำโพงตั้งพื้น) ออกไป จากนั้นก็นำเอาตัว Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8 ใส่ทดแทนเข้าไปได้เลย หมุนเกลียวให้สุดทั้งสี่มุมแล้วค่อยมาปรับระดับสูงต่ำในขั้นตอนการวัดและเซ็ตอัพ
    
การปรับเกลียวตรงนี้อาจต่างจากการใช้สไปก์แบบเดือยแหลมและจานรองเล็กน้อย เพราะว่านี่คืออุปกรณ์ที่ออกแบบโดยมีทั้งเกลียวและตัวรองอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่แบบแยกส่วน 
   
การปรับหมุน จะต้องค่อยๆ ปรับให้ได้ศูนย์ (ควรใช้ลูกน้ำวัด) ทั้งสี่มุม ในตอนทดสอบนั้น ผมเน้นไปที่ขาตั้งลำโพงเป็นหลัก ซึ่งเราก็จะต้องใช้วิธีปรับศูนย์ของขาตั้งลำโพงให้ได้ก่อนแล้วจึงวางตู้ลำโพงด้านบนอีกที
   
การใช้ Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8 จะทำให้ขาตั้งลำโพงหรือลำโพงนั้นสูงขึ้นอีกประมาณ 3.5 เซนติเมตรโดยรวม
   
การเซ็ตอัพ ปรับจูน ใช้เวลามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นห้องจะมีความลาดเอียงสูงต่ำต่างกันแค่ไหนนั่นเอง แต่ก็ไม่ถือว่า กินเวลามากนัก 
   
ถ้าหากต้องการให้เราสามารถปรับเลื่อนขาตั้งลำโพงหรือลำโพงได้ หลังจากใส่ Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8 เข้าไปแล้ว ก็สามารถที่จะนำเอาแผ่นสักกะหลาดกลม (แถมมาในกล่อง) แปะติดด้านใต้ได้ครับ ก็จัดว่าสะดวกดีสำหรับช่วยให้การขยับเลื่อนตำแหน่งลำโพงไปมาในการเซ็ต

ทาง Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8 ถูกออกแบบมาให้เรียบง่ายแม้ดูจากภายนอกจะไม่พิสดารหวือหวาก็ตาม

 


    
บทสรุปแรก ในเรื่องของคุณภาพเสียงและการส่งผลต่อการใช้งานก็คือ ตัวรองสามจุดด้านใต้เครื่อง Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model (ชุด 3 ชิ้น รองใต้เครื่อง) จะให้ความสมดุลในย่านความถี่มากขึ้น รับรู้ได้ถึง Image หรือโฟกัสดีขึ้นกว่าเดิม แม้กระทั่งเครื่องสตรีมมิ่ง และ DAC ก็สัมผัสได้ง่ายที่สุด คือเสียงร้องนิ่งตรงกลางเวที ให้ความรู้สึกด้านความถี่ต่ำหรือเบสกระชับขึ้น แบ็คกราวนด์เงียบขึ้น โดยเฉพาะ CD Player และปรีแอมป์จะส่งผลตรงนี้มากที่สุด ส่วนภาคขยายหรือแอมป์ทั่วไป เช่นแอมป์ คลาส A และ AB เรารู้สึกได้ถึงความสะอาดเสียงได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้นครับ ส่วนแอมป์แนวคลาส D ก็รู้สึกได้ถึงอิมเมจที่แจ่มกระจ่างขึ้น
      
สิ่งที่ไว้วางใจได้คือบุคลิกแนวเสียงในซิสเต็มจะคงเดิม เพียงแต่เป็นการเพิ่มความนิ่ง และรายละเอียดดียิ่งกว่าเดิมชัดเจน
     
แต่ต้องเรียนว่า ผมไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ
    
เพราะเครื่องเล่นแผ่นเสียง ถ้าจะใช้ต้องรองใช้ถึง 4 จุด การใช้แค่ 3 จุด จะหาสมดุลได้ยากมาก อีกทั้งการสั่นไหวของรอบหมุนของมอเตอร์ พูลเล่ ซึ่งจะมีผลต่อแรงสั่นที่ค่อนข้างแรงไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่ Standard Model จะเหมาะกับเทิร์นเทเบิล
     
โดยเฉพาะเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีระบบสปริงหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่แพล็ตเตอร์ลอยตัวจากฐานเครื่องถือเป็นข้อห้าม
      
แต่ถ้าเป็นเทิร์นเทเบิลแบบ Non-Suspension หรือระบบไดเร็คไดรฟ์ขนาดเล็ก “อาจจะพอได้” แต่ก็ต้องใช้ 4 จุดอยู่ดี ดังนั้นบทสรุปคือ Standard Model ควรใช้กับการรองรับใต้เครื่อง เสียง หรือชั้นวาง มากกว่าใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยตรง 
      
ผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพ Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model จะดีมากกับการวางรองเครื่อง CD, DAC, Pre-Amp, Power Amp, Integrated Amp และ Streaming ครับ เพราะโดยพื้นฐานนั้นทางผู้ออกแบบต้องการให้เราได้ใช้กับเครื่องแหล่งโปรแกรม และเครื่องระบบกลไก เครื่องที่มีไวเบรทจากหม้อแปลงทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแรงสั่นสะเทือนน้อยๆ ประเภทไมโครไวเบรชั่นเป็นหลัก
     
• เสียงโดยรวมคือ นิ่ง สมูท อิ่ม และรายละเอียดเสียงจะดีมากขึ้น แต่จะไม่ให้ผลด้านความไบรท์ หรือความสว่างของเสียง ดังนั้นท่านใดที่ต้องการความสะอาดเสียง ความละมุนละไม ใช้ Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model รองใต้เครื่อง หรือแผ่นเพลทรองเครื่อง ถือว่าเหมาะมาก แต่ถ้าท่านใดต้องการเสียงที่มีความสว่างปลายเสียง สินค้าชุดนี้ก็อาจจะไม่ใช่จุดมุ่งหมายครับ

 


     
บทสรุปที่สอง จากการทดสอบ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเป็นของ Soundcare รุ่น  SuperSpike Threaded Model M8  รุ่นมีเกลียวและตัวรองในตัว ที่ผมใช้แทนสไปก์ของขาตั้งลำโพง อันนี้แหละครับที่นับว่าน่าทึ่ง อาจจะเป็นเพราะลำโพงสามารถแสดงผลทางด้านคุณภาพเสียงได้มากกว่าทุกอุปกรณ์
  
สิ่งที่ได้จาก Threaded Model M8 คือความสะอาดเสียง ความนิ่งของจุดตำแหน่งดนตรี หรือ Image ของลำโพงจะแม่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังรักษาฮาร์โมนิคสวยๆ ของดนตรีเอาไว้ได้อย่างมั่นคง 
     
รายละเอียดและความเป็นธรรมชาติของเสียงนั้นนับว่า “ยืนหนึ่ง” เลยครับ นี่จะอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ Threaded Model M8 ได้รับความนิยมสูงสุดของ Soundcare
    
ซึ่งมันก็อาจจะดูว่าเป็นอุปกรณ์ที่แปลกไปกว่าสไปก์ทั่วไป ที่มักจะเป็นเดือนแหลมและมีจานรองรับ 
   
แต่ Threaded Model M8  จะมีโครงสร้างหมุดแหลมอยู่ด้านใน ส่วนด้านนอกยึดรวมมากับเฮ้าส์ซิ่งทรงกลมเป็นปลายขา 

 

 

Threaded Model M8 ไม่ใช่ Spike ธรรมดา แต่เป็นระบบหลายชั้น (multi-layer mechanical interface) โครงสร้างจะแบ่งเป็น 5 ส่วนหลัก
1. เหล็กกล้าชุบแข็ง ทำหน้าที่ยึดกับตัวชุดขาตั้งลำโพง เป็นทางผ่าน Vibration หลัก แรงสั่นจากเครื่องจะไหลเข้าจุดนี้ก่อน
2. แกนหลักหรือ Main Spike Core แกน Spike ใช้วัสดุสเตนเลส มีลักษณะปลายแหลมที่มุมปลาย สุด ผ่านการคำนวณมาอย่างดี เพื่อให้เกิดจุดสัมผัสแบบรวมพลังงานสั่นให้เล็กที่สุด เพิ่ม Pressure หรือแรงกดเพียงจุดเดียวต่อพื้นที่
3. อินเตอรเฟซแดมป์ (Internal Damping Interface) เป็นสิ่งที่ทำให้ SuperSpike Threaded Standard Model M8 ต่างจาก Spike ปกติ โดยภายในจะมีโพลีเมอร์แดมปิ้งความคุมแรงสั่นระดับไมโคร ลด Ringing ของโลหะไม่ให้ Vibration สะท้อนกลับขึ้นไปที่เครื่อง
4. ส่วนครอบด้านล่าง ที่เห็นเป็นจานคือ Protective Cup Housing ที่ใช้วัสดุคอมโพสิตโพลิเมอร์ความแข็งแรงสูง ทำหน้าที่รองรับปลายสไปก์ และช่วยกระจายน้ำหนักลงไปสู่พื้น
5. ระบบสัมผัสลอยตัว (Floating Contact Micro-Gap) เป็นจุดสำคัญที่ภายในไม่ได้ล็อกแน่น 100% แต่มีการเคลื่อนตัวไมโคร-มูฟว์เม้นท์ ในระดับไมครอน ช่วยกำจัดไมโครเรโซแนนซ์ ลดแรงสั่นที่ย่านความถี่สูง
     
ผลรวมของคุณภาพเสียงที่ได้จาก Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8  ก็คือ เบสอิ่มมีมวลมากขึ้น ควบคุมการลอยตัวของเบสได้อย่างดี เสียงกลางหรือช่วงมิดเร้นจ์ชัดเจนเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ปลายแหลมจะสะอาดเรียบคุมโทนได้นิ่ง ให้โฟกัสดีกว่าการใช้เดือยแหลม ลดไวเบรชั่นโดยปราศจากการตัดทอนความถี่ออดิโอ ดังนั้นคาแรกเตอร์เครื่องและลำโพงจึงคงเดิม
  
ช่วงปลายเสียงของ Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8 นี้ ขอเรียนว่าจะออกไปทางแฟลต เรียบสะอาดสมจริงมากๆ ครับ ไม่ใช่แบบไบรท์หรือสดใสแต่อย่างใด
  
จุดสังเกต Threaded Model M8 ให้ผลดีที่สุดกับขาตั้งลำโพงโลหะ ส่วนขาตั้งไม้จะได้รับผลรองลงมา และผลลัพธ์จะขึ้นกับความอ่อนไหวของระบบเดิมหรือคุณภาพของเครื่องเสียงและลำโพงด้วย กล่าวได้ว่าซิสเต็มยิ่งดี ยิ่งแสดงผลได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัวครับ

Soundcare by SEAS SuperSpike คืออุปกรณ์เสริมที่ระบายแรงสั่นไวเบรชั่นได้ดีจริงๆ เทียบเคียงกับแบบสไปก์เดือยแหลมจะให้เสียงเนียนกว่าและใช้ง่ายกว่า สามารถคืนรายละเอียดเสียงกลับมาอย่างสมจริง รักษาดุลเสียงและย่านคว่มถี่ได้สวย มีความโดดเด่นเป็นรูปธรรม
  
Soundcare SuperSpike - Self Adhesive Standard Model  ราคา 3,000 บาทต่อชุด  (1 ชุดมี 3 ชิ้น)
Soundcare SuperSpike - Threaded Model M8  ราคา 4,000 บาทต่อชุด (1 ชุดมี 4 ชิ้น)

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ Pyramid Lifestyle Technology 
โทร. 02 429 1236