AUDIOLAB 9000 Series ความน่าประทับใจในสไตล์ที่เที่ยงตรง ละเอียดลึกซึ้ง

AUDIOLAB 9000 Series ความน่าประทับใจในสไตล์ที่เที่ยงตรง ละเอียดลึกซึ้ง

13/11/2025    520

AUDIOLAB 9000 Series
ความน่าประทับใจในสไตล์ที่เที่ยงตรง ละเอียดลึกซึ้ง 

หากเราจะย้อนประวัติของบริษัท Audiolab อย่างสังเขปก็คือ เมื่อปี1983 มีการก่อตั้งบริษัทใน เคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร โดย Philip Swift และ Derek Scotland โดยในช่วงทศวรรษ 1980 พวกเขาสร้างชื่อเสียงจาก 8000A อินทิเกรเต็ดแอมป์ เป็นอย่างมาก ถือเป็นผลงานอมตะของแบรนด์ 
     
ปี 1997 มีการควบรวมกิจการกับ TAG McLaren และมีการปรับภาพลักษณ์เป็น Hi-End ล้ำสมัยขึ้น ต่อมาในปี 1980 ก็ได้โอนย้ายมาในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่ม IAG 
    
กลุ่ม IAG (International Audio Group) คือบริษัทแม่ ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ดังหลายแบรนด์จากอังกฤษและยุโรป เช่น Audiolab, Wharfedale, Mission, Quad, Castle, Leak, Luxman, Tag McLaren Audio (เดิม) และอื่นๆ อีกหลายแบรนด์
  
ที่นี่ผมเคยมีโอกาสได้ไปเยือนโรงงานและบริษัทที่ถือว่ามีอาณาบริเวณกว้างขวางที่สุด มีแม้กระทั่งสตูดิโอห้องบันทึกเสียงที่ล้ำสมัย พิพิธภัณฑ์ ภัตตาคาร โรงแรม และสำนักงานออกแบบ โรงงานที่สามารถเดินเครื่องจักรได้ 24 ชั่วโมง เลยทีเดียว
   
ในการเปิดตัวเปิดตัว 9000 Series ถือเป็นช่วงยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ Premium Class นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา แนวคิดการออกแบบก้าวขึ้นสู่ความล้ำยุคยิ่งกว่าเดิม
      
9000 Series เป็นการยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัยขึ้น โดดเด่นด้วย UI จอสี โดยมีโครงสร้างแชสซีแข็งแรงสวยงาม ให้ความพิถีพิถันทั้งเลย์เอาต์ภายใน โดยเน้นลดสัญญาณรบกวน หรือ Noise Optimization Layout อย่างดีที่สุด
      
หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา 9000 Series คือ Jan Ertner ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันของ Audiolab โดยเขาและทีมงานใช้แนวคิดหลัก “ให้สเปกที่วัดได้ยอดเยี่ยม โดยไม่สูญเสียความเป็นดนตรี”
   

 


• แนวปรัชญา Simplicity with Precision ภายนอกเรียบสะอาด แต่ภายในวงจรนั้น เน้นทุกรายละเอียด คัดเกรดอุปกรณ์ เพื่อให้ทุกภาคให้มีศักยภาพสูงสุด    
• Engineering First ให้ความสำคัญกับการทดสอบวัดผล วัดสเปกฯ จริง ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดเสียงดนตรีที่แม่นยำ ที่สำคัญเครื่องรุ่นเรือธงนี้ จะไม่เน้นลูกเล่นเกินจำเป็น
 • Music First Sound โทนเสียงเน้นความเป็นธรรมชาติ รายละเอียดดี ควบคุมจังหวะและไดนามิกแม่นยำ จากตำนานที่เลื่องชื่อพัฒนาสู่ความสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน
• เครื่องเสียงในซีรีส์ 9000 ของ Audiolab มีสามโมเดลคือ อินทิเกรเต็ดแอมป์ มิวสิคสตรีมเมอร์ และคอมแพ็คดิสก์ทรานสปอร์ต

 

 

AUDIOLAB 9000A
เป็นอินทิเกรเต็ดแอมป์ วงจรคลาส AB ที่มีสเถียรภาพสูง ด้วยกำลังขับ 100 วัตต์ต่อแชนแนลที่ 8โอห์ม และ 160 วัตต์ต่อแชนแนล ที่ 4 โอห์ม มาพร้อม ภาค DAC ภายในตัวเอง คือ  ESS Sabre ES9038PRO สามารถรองรับ PCM 32bit/768kHz, DSD512 รวมถึงซัพพอร์ต MQA Full Decoder
    
มีอินพุต Analog RCA 3 ชุด ช่องต่อสัญญาณแบบ Balanced XLR หนึ่งชุด ภาครับอินพุต แบบดิจิตอล ออพติคัล 2 ชุด รวมถึง Coax อีก 2 ชุด พร้อมทั้งภาค Phono MM อินพุต สำหรับเล่นแผ่นเสียง มี USB Audio Interface (Type-B) จุดเด่นที่สะดุดตามากก็คือด้านซ้ายมีจอสี แสดงผลเมนูครบครัน
   
การออกแบบนี้จะรองรับอนาคต สำหรับการอัพเกรด โดยมีทั้ง Pre-Out และช่อง Sub-Out ในตัว

 

 

AUDIOLAB 9000CDT 
เป็นพรีเมียมซีดีทรานสปอร์ต มีภาคดิจิตอลเอาต์พุตทั้งแบบ Optical / Coaxial ภายในใช้วงจรใช้ Read-Ahead Buffering ช่วยลดค่าการอ่านผิดพลาด ให้ผลลัพธ์ทางด้าน Jitter ต่ำสุด สำหรับถาดใส่แผ่นมีความแข็งแรง พร้อมด้วยกลไกการเข้าออกที่สมูทลื่นไหล เน้นโครงสร้างลดการสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม
      
มีจอแสดงผลชัดเจน ควบคุมสะดวกด้วยรีโมตคอนโทรล เนื่องจากเป็น CD Transport จึงไม่มี DAC ภายใน และไม่มี Analog Output เพราะออกแบบมาให้ใช้คู่กับ DAC แยกภายนอกเพื่อคุณภาพสูงสุด
     
และแน่นอนว่า สามารถต่อเข้ากับ DAC ของ AUDIOLAB 9000A ได้อย่างลงตัว เป็นซิสเต็มที่
แมตชิ่งที่สมบูรณ์แบบ

 

 

AUDIOLAB 9000N
แฟล็กชิพเน็ตเวิร์กสตรีมเมอร์
เป็นเน็ตเวิร์กสตรีมเมอร์รุ่นท็อป หรือรุ่นเรือธงของทาง Audiolab ให้การรองรับ UPnP / DLNA / Roon Ready รวมถึงรองรับ Spotify Connect, Tidal Connect, Qobuz, AirPlay2 อย่างครบถ้วน
   
และเป็นรุ่นที่สนองตอบ MQA Full Decoder / Hi-Res PCM / DSD streaming มีช่องสัญญาณ Coax / Optical / AES/EBU / USB
   
มีแอปพลิเคชัน ที่ชื่อ Audiolab 9000N ที่สามารถโหลดได้จาก Apple  App Store และแอนดรอยด์ จอสี  พร้อมแสดงปกอัลบั้ม ดีไซน์สวยงามในรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เดียวกันของ 9000 Series

• จุดเด่นของซีรีส์นี้โดยรวม มีดีไซน์ร่วมสมัย แข็งแรง เรียบหรู ออกแบบภาค DAC ดีเยี่ยมมาก ระบบDIGITAL CLOCKที่ช่วยลดค่า Jitter ลงต่ำสุด สร้างผลลัพธ์ด้านรายละเอียดที่ดีเยี่ยม อินเตอร์เฟสถือว่าดีกว่ารุ่นก่อนอย่าง 6000 Series เหมาะกับนักฟังที่ต้องการคุณภาพ ต่อราคาที่คุ้มค่าสุดๆ 

• และการเปิดตัวโปรโมชั่นทั่วโลก ด้วยโครงการโปรโมชั่น "THE PERFECT PAIR" เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับโอกาสดี สำหรับแมตช์ชุดซิสเต็มผลิตภัณฑ์ที่จับคู่กันได้อย่างลงตัวดีเยี่ยม คือเมื่อซื้อแอมปลิไฟล์หนึ่งเครื่อง (9000A) จะมีสิทธิ์ในการซื้อเครื่องเล่นทรานสปอร์ตซีดี (9000CDT) หรือเครื่องสตรีมเมอร์ (9000N) ได้ในราคาเพียง 50% โปรนี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนตลาดเครื่องเสียงได้อย่างแรงเลยครับ
   
ตอนนี้ต้องบอกว่าตัวแทนจำหน่ายต้องส่งเครื่องออกสู่ลูกค้าทุกวันไม่ว่างเว้น และโปรพิเศษนี้ก็จะไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ครับ

 


Test Report
ได้รับเครื่องทั้งสามรุ่นมาจากไฮไฟ ทาวเวอร์แล้ว ผมก็จัดการแกะกล่อง ทดลองใช้งานทันที เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีการเบิร์นมาพอสมควร จึงให้เสียงได้ลงตัว ชอบตรงที่รูปทรงดีไซน์ดูสะดุดตา สง่า เรียบขรึม คืออยู่บนพื้นฐานความเรียบง่ายสุขุม และเมื่อวางซ้อนทั้ง 3 เครื่อง จะพบว่านี่คือรูปลักษณ์เดียวกัน ด้านซ้ายเป็นจอ Display พื้นดำที่ให้รายละเอียดสวยงาม ในขณะที่ปุ่มปรับของเครื่องมีเท่าที่จำเป็น และใช้งานได้ครบถ้วน
   
สำหรับจอดิสเพลย์ที่เป็นหน้าจอสีแบบ IPS LCD Display ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียดสูง จากที่ผมใช้งานพบว่า แสดงผลได้ชัดเจน มีมุมมองกว้าง หลักๆ โดยรวมหน้าที่ของจอ จะแสดงระดับเสียง, อินพุตที่เลือก, รูปแบบสัญญาณดิจิตอล (PCM/DSD), Sampling rate
    
แสดงเมนูการตั้งค่าระบบ, โหมดกรองดิจิทัล (Filter), โหมดแสดงผลแบบกราฟ EQ หรือ VU Meter แบบอนาล็อกจำลอง การแสดงแทร็ก แสดงปกอัลบั้มในเครื่องสตรีมเมอร์ ชอบเป็นพิเศษที่ ออกแบบได้กลมกลืนกับหน้าปัดอะลูมิเนียม เรียบหรูตามสไตล์

ในส่วนของสตรีมเมอร์ 9000N หลังจากโหลดแอปพลิเคชันมาแล้วการใช้งานต่างๆ ก็จะขึ้นอยู่กับโทรศัพท์มือถือหรือ PAD ของเราเป็นหลักครับ สะดวกง่ายดายมากๆ ครับ
  
Audiolab ให้รีโมตคอนโทรลมาในทุกเครื่อง แต่ถ้าเลือกใช้ซีรีส์ 9000 ทั้งสามเครื่อง รีโมตบางตัวสามารถใช้ควบคุมเครื่องร่วมกันได้ในบางฟังก์ชั่น ยกตัวอย่างดังนี้

รีโมตสำหรับ 9000A จะเป็นแบบเต็มฟังก์ชั่น ควบคุมระดับเสียง เลือกอินพุต การตั้งค่า Tone Control รวมถึงสามารถควบคุมเครื่องเล่น CD Transport ซีรีส์เดียวกันได้ด้วย
   
สำหรับรีโมต 9000CDT หน้าตาเหมือนกัน แต่ฟังก์ชั่นหลักถูกเซ็ตทำงานควบคุมภาค CD Transport เช่น Play Pause Skip Stop Eject ถ้าใช่ร่วมกับ 9000A สามารถสลับโหมดควบคุมได้ในรีโมตเดียวกัน

ส่วน 9000N Network Streamer รีโมตจะมีการควบคุม Playback Input และเมนู Network ซึ่งจะใช้ได้บางฟังก์ชั่นกับแอมป์ และซีดี ทรานสปอร์ตในซีรีส์ เช่นควบคุม Volume Power Input เป็นต้น
     
เครื่องเสียง AUDIOLAB 9000 Series ชุดนี้ได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย มาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว มีรีวิวเวอร์นำไปทดสอบ ซึ่งก็จะมีรีพอร์ตทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ เราจะได้ยินเสียงแห่งความชื่นชมมากมาย ดังนั้นผมจะพยายามมองในมุมของผู้ใช้งานที่รวบรัดและสรุปให้มากขึ้น เกี่ยวกับสไตล์เสียงโดยรวม โทนเสียง ความโดดเด่น ความของ 9000 Series ดังต่อไปนี้ 

 

 

คุณภาพและพลังเสียงจากแอมปลิไฟร์ 9000A 
นับเป็นความโชคดีที่เราได้ฟังอินทิเกรเต็ด 9000A ซึ่งใช้ภาคขยายแบบคลาส AB ที่ออกแบบมาอย่างดีเยี่ยมในช่วงยุคที่แอมป์คลาส D กำลังแพร่หลายอย่างมากในขณะนี้ 
      
จุดที่โดดเด่นก็คือเรื่องของน้ำหนักเสียงที่ดูทรงพลัง เกินกว่าจะเป็นแค่แอมป์ 100 วัตต์ ให้เนื้อเสียงและชิ้นดนตรีต่างๆ ดูสมจริง แสดงความกระจ่างในน้ำเสียงดีมากๆ และส่วนที่มีอิทธิพลสำคัญอย่างยิ่งก็คือ แอมปลิไฟร์เครื่องนี้ให้การเข้าถึง “อารมณ์เพลง“ ที่สะอาดฉ่ำ อิ่มเอม ในแบบที่ทุกคนเคยยกนิ้วให้ตั้งแต่ยุค 8000A  แต่ทว่า 9000A จะเหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ก็คือในเรื่องของ Detail รายละเอียดต่างๆ นับว่าทำได้ยอดเยี่ยม 
    
ด้วยบุคลิกเสียงที่ดูมีชีวิตชีวา น้ำหนักเสียงที่มีความพอดี กลมกล่อม เวทีเสียงเปิดกว้าง มีความตรงไปตรงมาเหมือนน้ำเสียงแอมป์ระดับซูเปอร์ไฮเอ็นด์ เมื่อนำมาฟังกับเพลงที่บันทึกดีๆ ก็จะให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมมากครับ
   
ข้อแนะนำการจับคู่ลำโพง ควรจับคู่ลำโพงที่มีโทนเสียงค่อนข้าง ตรงไปตรงมา เพราะด้วยพลังขับที่ดี จึงแนะนำให้ใช้กับลำโพงที่มีบุคลิกเสียงแม่นยำ ก็จะยิ่งได้รับการตอบสนองดีในย่านกลาง-สูง เสียงจะเปิดกว้างสมจริง มีความสมดุลของย่านความถี่ทั้งแหล่งโปรแกรมสตรีมมิ่งและแผ่นซีดี ได้อย่างใกล้เคียงกัน
      
ต้องขอบคุณการออกแบบที่มองอย่างรอบด้าน ทำให้ AUDIOLAB 9000A คือแอมป์ที่ครบเครื่อง เหมาะทั้ง Analog & Digital Source, ฟังได้หลากหลายแนว ตั้งแต่ ป็อป แจ็ซ ไล้ท์มิวสิค เพลงไทย ไปจนถึงคลาสสิกวงขนาดใหญ่  โดยเฉพาะภาค DAC ในตัวเอง ที่ทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยเสียงแม่นยำเที่ยงตรงครบทุกรายละเอียดอย่างแท้จริง

ภาคปรีโฟโน แม้จะให้มาเฉพาะเกนขยายหัวเข็มMM แต่ถือว่า น้ำเสียงคุ้มค่ามาก
  
ฟังเสียงแล้ว จะได้ความรู้สึกที่ว่า เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ในเพลงทุกสไตล์ ตอบสนองทุกพลังเสียงทุกรายละเอียด ด้วยความเที่ยงตรง แทบไม่พบในอินทิเกรเต็ดแอมป์ในระดับราคานี้ 

 


   
คุณภาพและน้ำเสียงจาก 9000CDT
สำหรับ 9000CDT เป็น CD Transport  รุ่นเรือธงเพียงรุ่นเดียวในซีรีส์ ได้ออกแบบให้ทำหน้าที่ “ส่งสัญญาณดิจิตอล” ไปให้ DAC ภายนอก หรือจะเป็นภาค DAC ภายในของ 9000A เอง จากการทดสอบคู่กัน ผมอยากจะสรุปสั้นๆ แบบตรงใจเลยก็คือ “Excellent Matching”  จริงๆ ครับ
    
เพราะมันได้ถูกสร้างขึ้นมา “เพื่อกันและกัน” อยู่แล้ว ผมชอบน้ำเสียงที่ให้รายละเอียดสมจริง ไม่ใช่โทนเสียงที่ถูกตกแต่งให้อบอุ่นเกินไป หรือทำให้ช่วงปลายสดเกินจริง ดังนั้นต้องถือว่านี่คือเสียงแห่งความแม่นยำและความสมจริงที่เราได้ฟังจาก CD Transport และ DAC ของแอมป์ที่อยู่ในอินทิเกรเต็ดแอมป์ลงตัวอย่างยิ่ง
    
ในฐานะซีดีทรานสปอร์ตต้องยอมรับว่าเครื่องรุ่นนี้  ให้เสียงกลางที่สวยงามมาก เปิดโปร่งโล่งในชิ้นดนตรี ทุกอย่างได้มาจากองค์ประกอบที่ดี รวมถึงการใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมที่แข็งแรง ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน และมีการ Shield ป้องกันสภาพแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic shielding) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบให้เสียงมีคุณภาพสูง”เหนือธรรมดา”

 


      
อีกทั้งภายในวงจรมีทีเด็ดก็คือ มีการออกแบบวงจรควบคุม Jitter ด้วย Clock คุณภาพสูง มีระบบป้องกันสัญญาณรบกวนที่ทรงประสิทธิภาพ และช่วยรักษาคุณภาพสัญญาณดิจิตอลอันแม่นยำเที่ยงตรงก่อนส่งให้ภาค DAC ภายนอก
     
ผมไม่ได้เป็นเทคนิคเชียน แต่ในทางเทคนิค ได้พบข้อมูล 9000CDT จากแล็บเทสท์แห่งหนึ่งที่เขาระบุไว้ว่า เรื่องการให้ค่าเหลื่อมเวลาดิจิตอลนั้นทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ คือ Jitter ~ 118 psec สำหรับ CD input (16-bit) และ ~ 8 psec สำหรับ 24-bit input (แม้ในความเป็นจริงแล้วอุปกรณ์นี้เป็น Transport ที่ส่งสัญญาณดิจิทัลไปยังภาค DAC)
      
มีค่าความเพี้ยนทาง THD เพียง Distortion: ~ 0.0003% ที่ 0 dBFS (1 kHz) ตามการทดสอบรวมทั้งระบบ
 
ค่าเหล่านี้ถือว่ายอดเยี่ยม สำหรับ CD Transport ที่มี Jitter ต่ำมาก โดยเฉพาะ ~8 psec และ Distortion ที่ต้องบอกว่า เป็นเรื่องทางอุดมคติเลยทีเดียว
    
ในแง่ของรูปแบบดีไซน์ ในปัจจุบันเครื่องเล่นซีดีหรือซีดีทรานสปอร์ต เริ่มนิยมออกแบบช่องใส่ซีดีแบบ Slot แต่ทาง Audiolab ยังคงทำแบบ Tray-loading (ถาดใส่แผ่น) ซึ่งมาพร้อมกับกลไกที่มีความสมูทอย่างมาก 
      
การใช้แบบถาดใส่แผ่นอาจจะทำให้เปลืองพื้นที่ด้านหน้าเครื่อง แต่ดีมากตรงลดโอกาสขีดขูดของแผ่น เพราะเราจะวางแผ่นลงบนถาดได้ตรงๆ ไม่ต้องสอดเข้าในช่อง ย่อมมีความสึกหรอน้อยกว่า เพราะไม่มีลูกกลิ้งยาง (roller) หรือเฟืองที่ต้อง “ดึงแผ่น” เข้า-ออก ระบบบ่อยๆ 
    
9000CDT มีระบบกันสั่น (anti-vibration) และโครงสร้างถาดที่หนาแน่น ช่วยให้การหมุนแผ่นนิ่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการส่งผ่านสัญญาณดิจิตอลที่แม่นยำมากขึ้นด้วย

 

 

จุดที่พิเศษอีกประการหนึ่ง คือการรองรับการใช้งานดิจิตอล USB โดยมีพอร์ต USB-A ที่รองรับไฟล์ WAV, WMA, AAC, MP3 (ทางช่อง USB /HDD ที่ใช้อัพเดทเฟิร์มแวร์ในอนาคต) ทำให้มีความสามารถในการฟังเพลงได้อย่างหลากหลาย 
   
ไม่ว่าคุณจะใช้ซีดีทรานสปอร์ตเครื่องนี้สำหรับใช้กับ DAC เครื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่จาก 9000A ก็ตาม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่คุ้มค่าอย่างมาก 
    
แต่ถ้าให้ดี ก็คือจับคู่ใช้ด้วยกันกับอินทิเกรเต็ด 9000A ส่งผลต่อรู้สึกได้ถึงความแมตช์ ความลงตัวที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งเลยครับ
     
การอ่านแผ่นเมื่อใส่แผ่นลงไปจะใช้เวลาสำรวจข้อมูลและแจ้งกลับบนดิสเพลย์ประมาณ 10 วินาที อาจจะไม่ได้ไวปานสายฟ้า แต่ไม่ช้าอืดอาดแน่นอน ผมว่ากำลังดี
       
การที่ผมมีคอลเลคชั่นแผ่นซีดีมากพอสมควร การได้ตัดสินใจซื้อ 9000CDT รุ่นนี้มาใช้งานเป็นการส่วนตัวในห้องฟัง ด้วยวิเคราะห์แล้วว่า ให้ความคุ้มค่าทั้งระบบการใช้งาน และคุณภาพเสียงในฐานะทรานสปอร์ตที่ดีเยี่ยม ซึ่งไม่อาจหาได้จากแบรนด์อื่นในราคานี้อย่างแน่นอน
   
สุดท้ายแล้ว ความประทับใจเป็นเรื่องของรายละเอียดเสียง และความแม่นยำเที่ยงตรงของสัญญาณ ที่จัดว่า AUDIOLAB 9000CDT มีความน่าพึงพอใจอย่างยิ่งคือ สามารถทำให้เรามั่นใจได้ว่าคุณภาพเสียงมีความเที่ยงตรง ทุกสิ่งที่ได้ยินใกล้เคียงกับสิ่งที่สตูดิโอได้บันทึกมา

 

 

คุณภาพเสียงจาก 9000N
ดังที่เรียนว่า 9000N ถูกออกแบบมาเพื่อนักฟังในระดับออดิโอไฟล์โดยตรง เพราะฉะนั้นตั้งแต่โครงสร้างไปจนถึงวงจรระบบปฏิบัติการต่างๆ ของสตรีมเมอร์เครื่องนี้จึงสนองตอบนักเล่นในระดับมือโปรจริงๆ สิ่งใดที่ไม่ใช่มาตรฐานหลักจะตัดทิ้งไป โดยเน้นโครงสร้างสวยงามน่าประทับใจ ระบบวงจร ระบบปฏิบัติการภายใน ล้ำสมัย และมีหลายสิ่งที่ Audiolab ออกแบบขึ้นมาเองเพื่อสนองตอบการใช้งานของออดิโอไฟล์โดยเฉพาะ
      
บนหน้าปัดเครื่องเรียบง่ายมาก เหมือนถอดแบบมาจากแอมปลิไฟร์ 9000A และ 9000CDT ให้ความรู้สึกที่ทรงคุณค่า มีเพียงปุ่มปรับสองปุ่ม และปุ่มสแตนด์บาย ด้านซ้ายมีจอดิสเพลย์ แสดงผลทั้งการเซ็ตอัพ การสั่งงาน หรือชมรายละเอียดปกอัลบั้ม ที่สามารถใช้รีโมตสั่งการเมนูที่สำคัญ ซึ่งลึกลงไปในฟังก์ชั่น ตั้งแต่การตั้งค่าไปจนถึงรายละเอียดการปรับแต่งที่มากพอดู 
   
อาทิเมนู MENU ฟิลเตอร์ ระดับโวลุ่ม การเลือก MQA Decoding รวมถึงออพชั่นของดิสเพลย์ ที่ต้องใช้รีโมตโดยตรง ส่วนในแง่การเพลย์แบ็ค หรือเลือกสรรเพลงจากแหล่งผู้ให้บริการ แนะนำให้โหลดแอปลิเคชั่น Audiolab 9000N มาใช้งานครับ
     
การปรับค่าต่างๆ ในเมนู โดยเฉพาะเรื่องของฟิลเตอร์นั้น จะมีรายละเอียดหยุมหยิมมากมายพอสมควร จึงควรทดลองเล่น ศึกษารายละเอียด ก่อนใช้งานจริงจัง เพราะมีผลต่อบุคลิกเสียงและคุณภาพหรือความชื่นชอบเฉพาะตัวของคุณ 
     
รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการใช้งาน หรือเมนูการปรับแต่งเหล่านี้มีรีวิวเวอร์ได้นำเสนอกันไปมากมายพอสมควรแล้ว จึงขออนุญาตที่จะไม่ลงลึกในรายละเอียด ผมคิดว่าท่านผู้อ่าน หรือผู้ใช้งานสามารถที่จะไปทดลองปรับแต่งดูเองได้ ให้เริ่มจากค่ารีเซ็ทของโรงงานแล้วลองปรับเปลี่ยนดู บางทีท่านอาจจะได้พบกับน้ำเสียงซึ่งถูกใจโดยเฉพาะของท่านเอง
   
แต่ละอินพุตจะรองรับรายละเอียดแตกต่างกันไป นอกจากใช้เครื่องเป็นสตรีมเมอร์แล้วก็ยังสามารถที่จะนำไฟล์เพลงที่เราเก็บไว้ใน NAS หรือคอมพ์มาเล่นผ่าน DAC ในตัวของ 9000N ได้ รองรับฟอร์แมตช์รายละเอียดสูงได้กว้างขวางมาก

 


    
คุณสมบัติสำคัญที่โดดเด่นของรุ่นนี้ คือใช้ชิป DAC ระดับไฮเอ็นด์ ESS Sabre ES9038Pro 32-bit ที่มีหลายช่องสัญญาณ multi-channel(ชิปเซ็ตชุดเดียวกับใน9000A)ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคุณภาพเสียงสูงสุด  มีโปรเซสเซอร์ Quad Arm CortexA53 ความถี่ 1.8GHz ต่อคอร์ เพื่อจัดการระบบสตรีมมิ่งและการแสดงผลแบบมัลติทาสก์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
    
ให้การรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi (2.4/5GHz) และ Ethernet พร้อมโปรโตคอล UPnP / OpenHome เพื่อใช้งานเป็น Network Player ได้อย่างเต็มรูปแบบ และในความสวยงาม ด้วยหน้าจอ ขนาด 4.3 นิ้ว (800×480 พิกเซล ) แสดงภาพอัลบั้ม, ข้อมูลเพลง, รูปแบบไฟล์เสียง และสามารถตั้งให้แสดง VU Meter ได้ด้วย ในการใช้งาน
  
ให้การรองรับไฟล์ PCM สูงสุดถึง 32-bit / 768 kHz และ DSD สูงถึง DSD512 (Native) ที่พิเศษ คือรองรับการถอดรหัส MQA แบบ Full Decoder ซึ่งหมายถึงสามารถทำ “three-fold unfold” ภายในตัวได้ ไม่ใช่แค่ Renderer  

ตรงนี้ผมขอขยายความเล็กน้อยตามความเข้าใจนะครับ คือระบบ MQA นั้น ถูกออกแบบมาให้บีบอัดสัญญาณระดับสูงแบบไฮเรส  ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สตรีมได้สะดวก เช่นผ่านTIDAL โดยไม่เสียข้อมูลสำคัญของต้นฉบับ

แต่การจะเล่นให้ได้ เต็มคุณภาพ ต้องผ่านกระบวนการUnfold หรือคลี่ไฟล์เสียงทีละชั้น เหมือนการเปิดข้อมูลคลี่ออกมาสามชั้นหรือสามระดับโดยไม่ต้องพึ่งพาซอฟท์แวร์ภายนอกจึงเรียกว่าเป็น Full MQA Decoderทำให้ได้คุณภาพเป็นธรรมชาติเทียบเท่าระดับStudio นี่คือกระบวนการของ9000Nที่สามารถเข้าไปปรับในเมนูได้
    
ให้การรองรับบริการสตรีมมิ่งระดับ Hi-Res และฟีเจอร์อย่าง TIDAL Connect, Spotify Connect, Qobuz, TuneIn Radio รวมถึงรองรับระบบ Roon Ready ครบถ้วน

 


    
ระบบเชื่อมต่อและเอาต์พุต มีช่องเอาต์พุต อนาล็อกแบบ Balanced (XLR) และ Single-ended (RCA) ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงทั้งในระบบปรีแอมป์หรือแอมป์ที่รองรับ XLR  มีช่องดิจิตอลเอาต์พุต (optical & coaxial) พร้อมฟังก์ชัน “MQA pass-through” สำหรับผู้ที่มี DAC แยกอยู่แล้ว อินพุต/เชื่อมต่ออื่นๆ ได้แก่ USB-B (สำหรับ PC/Mac), ช่อง USB storage, Ethernet และ 12V Trigger  
      
การทดสอบใช้งาน มันทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเพลิดเพลินในการฟังเพลงจากแหล่งโปรแกรม จากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งต่างๆ โดยไม่มีข้อกังวลอย่างความราบรื่น แอพ 9000N ทำงานง่าย ราบรื่น สะดวกจริงๆ 
    
ความโดดเด่นในด้านคุณภาพเสียง ผมรู้สึกได้ว่า น้ำเสียงนั้นคงไว้ซึ่งบุคลิกแนวเดียวกันกับแอมป์ 9000A และ 9000CDT 
     
คือเสียงสะอาดสะอ้าน ราบรื่น รายละเอียดสูง บางเพลงทาง Streaming อาจจะให้รายละเอียดช่วงปลายเสียงได้มากกว่า 9000CDT ด้วยซ้ำไป โทนเสียงค่อนข้างแม่นตรง มีความเป็นกลางมาก  ราวกับว่าเราได้ฟังเสียงแบบไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ให้ความโปร่งใส รายละเอียดระยิบระยับดีมาก 
      
อีกประการหนึ่งที่สำคัญเป็นเรื่องของเวทีเสียงและการแยกแยะชิ้นดนตรี ต้องถือว่าดีกว่าคู่แข่งในระดับใกล้เคียงกันหลายรุ่น เมื่อฟังเพลงที่มีรายละเอียดสูง (PCM, DSD, MQA) การมีฟิลเตอร์เสียงให้เลือกหลายแบบเพื่อปรับแต่งโทนเสียงตามชอบนั้น เสมือนการปรับบุคลิกเครื่องให้ตรงกับบุคลิกของเราได้อย่างน่าประทับใจ
   
การไม่มี Bluetooth และไม่มี Chromecast ในรุ่นนี้ คือข้อจำกัดอันเล็กน้อย หรือช่องอินพุตดิจิตอลที่ไม่มีช่อง Coaxial/Optical สำหรับรับสัญญาณจากอุปกรณ์ภายนอก แต่ที่สำคัญมีเอาต์พุตดิจิตอลให้คุณสามารถอัพเกรดได้กับ DAC ระดับสุดยอดในอนาคต อาจจะเป็นจุดมุ่งหมายที่ว่า เครื่อง 9000N ออกแบบมาเพื่อการเล่นสตรีมมิ่งสำหรับมือโปรจริงๆ

และสำหรับท่านที่คิดว่าอยากจะฟังเพลงผ่านระบบไร้สายพื้นฐาน Bluetooth ก็ไปเล่นที่ตัว AUDIOLAB 9000A ได้ครับ
   
9000N เหมาะสมมากๆ กับผู้ฟังที่มีชุดลำโพงและระบบเครื่องขยายเสียงคุณภาพดี และอยากได้ Streamer/DAC ที่ “ให้เสียงสมจริงอย่างถึงที่สุด” เหมาะกับผู้ที่มีไฟล์เพลงความละเอียดสูงและใช้บริการสตรีมมิ่งคุณภาพ (เช่น Tidal, Qobuz) เพราะรองรับไฟล์คุณภาพสูงได้อย่างดีเยี่ยม
   
ถ้าลำโพงหรือระบบเสียงของคุณ “โดดเด่น” อยู่แล้ว การใช้ 9000N จะช่วยให้ฐานเสียงดีขึ้น ที่สำคัญ ถ้าอยากจะพบกับความแตกต่างอันละเมียดละไมยิ่งขึ้น และขอแนะนำเลยว่าช่อง XLR ที่เชื่อมต่อเสียงอนาล็อกให้กับภาคขยายของแอมปลิไฟร์ จะทำให้คุณเข้าได้ถึงส่วนนี้ ที่ลึกล้ำยิ่งขึ้นในคุณภาพเสียงที่ว่า เหมือนได้ฟังเสียงจากสตูดิโอนั่นเองครับ

AUDIOLAB 9000 Series คือนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อการฟังเพลงที่เข้าถึงทุกรายละเอียดทียอดเยี่ยม ด้วยความน่าประทับใจในสไตล์ที่เที่ยงตรง ละเอียดลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งครับ 

 

 

• ขอสรุปดังที่เรียนไว้เบื้องต้นว่า ขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายคือ ไฮไฟ ทาวเวอร์ มีโปรโมชั่น “THE PERFECT PAIR" เนื่องจากผู้ออกแบบและผู้ผลิตเองต้องการให้ผู้บริโภคในระดับออดิโอไฟล์ ได้รับคุณภาพเสียงที่แมตช์กัน อย่างแท้จริง จึงมีโปรโมชั่น ซื้อ AUDIOLAB 9000A สามารถซื้อสตรีมเมอร์ 9000N และซีดีทรานสปอร์ต 9000CDT ในราคาลด 50% ดังนั้นถ้าใครมีความพร้อมก็ไม่อยากให้พลาดนะครับ

โปรโมชั่น "THE PERFECT PAIR"
เมื่อซื้อ AUDIOLAB 9000A (Integrated Amp) ราคาพิเศษ 79,900 บาท
มีรับสิทธิ์แลกซื้อ AUDIOLAB 9000N (Streamer) จากราคาพิเศษ 100,000 บาท... ลด 50% เหลือเพียง 50,000 บาท 
หรือ AUDIOLAB 9000CDT (CD Transport) จากราคา 39,900 บาท... ลด 50% เหลือเพียง 19,950 บาท
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น!
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ HiFi Tower (ปิ่นเกล้า)
โทร : 02-881 7273-5
โทร : 081-682 7577