Entreq Silver Minimus Tungsten
เข้าถึงเสียงดนตรีได้ลึกล้ำยิ่งขึ้น
ระบบกราวด์มีผลต่อคุณภาพเสียง ตั้งแต่เริ่มต้นการวางระบบไฟ และกราวด์ของบ้าน จนถึงการออกแบบวงจรขยายในเครื่องเสียง ในแง่ของนักเล่นระดับออดิโอไฟล์ ได้มีความพยายามกำจัดเสียงรบกวนออกจากระบบกราวด์ในหลากหลายวิธี อาทิเครื่องกรอง หรือระบบชีลด์ต่างๆ
สำหรับ Entreq แบรนด์ชั้นนำจากสวีเดน ได้เสนอวิถีทางที่เรียบง่าย แบบ “คืนกลับสู่ธรรมชาติ” คือดึงเอาเสียงรบกวนในระบบกราวด์ของเครื่องเสียงมาสลายในกล่องดัก Noise ของตน ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นระดับไฮเอ็นด์ ที่เข้าใจถึงความสำคัญ ของสัญญาณรบกวนว่า มีผลต่อคุณภาพเสียงเป็นเป็นอย่างยิ่ง
Entreq หรือ Environmental Technology เป็นบริษัทจากประเทศสวีเดน ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาอุปกรณ์เสริมสำหรับระบบเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ โดยเน้นในเรื่องการจัดการกับกราวด์ (grounding) และลดสัญญาณรบกวน (noise reduction) ที่แฝงมากับสัญญาณดนตรี เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงให้บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ผู้ก่อตั้งคือ คุณ Per-Olof Friberg ชาวสวีเดน เคยใช้ชีวิตอยู่ในอาชีพเกษตรกรรมมาแต่เล็กแต่น้อย และเขาก็หันมาพัฒนาหลักการวิศวกรรมลดสัญญาณรบกวนทางกราวด์และแม่เหล็กไฟฟ้า ด้วยวัสดุธรรมชาติ อันมีไม้ และแร่ธาตุเฉพาะ ที่ไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือพลังงานไฟฟ้า สินค้าที่ผลิตแบบแฮนด์เมด จะมี Ground Box กล่องกราวด์ Cables สายสัญญาณ สายลำโพง สายกราวด์และ Cleanus หรืออุปกรณ์จัดการพลังงานไฟฟ้าของ Entreq
ในหลักใหญ่แล้ว Entreq ออกแบบเน้น “Passive Grounding” หรือการต่อระบบกราวด์ แบบไม่ใช้ไฟ หรือจะเรียกว่า ทำงานด้วยระบบแพสสีพนั่นเอง อุปกรณ์จะใช้วัสดุเฉพาะ เช่น เนื้อไม้ ทองแดงบริสุทธิ์, แร่ธาตุธรรมชาติ
มุ่งลด EMI/RFI สัญญาณรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ออกแบบให้เสียงจากต้นฉบับเพลงมีความนิ่งสงบและเปิดเผยรายละเอียดครบถ้วนมากที่สุด
Entreq Silver Minimus Tungsten เป็นหนึ่งในกล่องกราวด์ Single‑cell ground box ระดับมิดเอ็นด์ของ Entreq เป็นรุ่นพัฒนาต่อยอดมาจาก Silver Minimus โดยมีการปรับสูตรผงแร่ภายใน (mineral mixture) ให้ใกล้เคียงกับรุ่น Olympus 10 T โดยเพิ่มส่วนผสมของ “ทังสเตน (Tungsten)” เข้าไป และมีการปรับระบบกันสั่น (vibration damping) ด้วยปลาย Spike อะลูมิเนียมแบบพิเศษ

สำหรับตัวกล่องใช้ไม้โอ๊ค (oak) ธรรมชาติ ที่มีขนาด กว้าง 170 × สูง 170 × ลึก 190 มม. ภายในมีส่วนผสมของ Mineral mix ที่มีองค์ประกอบของโลหะ ได้แก่ ทอง, เงิน, ทองแดง, สังกะสี, แมกนีเซียม ในอัตราส่วนที่ไม่ได้เปิดเผยชัดเจน แต่กล่าวว่ามีแร่เงินมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และเสริมแร่ทังสเตนเข้าไป มีขั้วเชื่อมต่อกราวด์เป็นทองแดง (copper binding post)
ถ้าถามว่า การเพิ่มส่วนผสมของทังสเตนเพื่ออะไร?
คำตอบคือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานสัญญาณรบกวน (noise) ให้มากขึ้น ซึ่งจะก่อผลด้านความสงัดเสียงอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รุ่นนี้จะเป็นเวอร์ชันที่ 3 ของ Silver Minimus ที่มีการปรับปรุง เมื่อใช้คำว่า “Tungsten” เพื่อบ่งบอกถึงการผสมวัสดุใหม่ที่มี Tungsten เข้าไปด้วย ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น
จากการทดสอบส่วนตัวของผมนับตั้งแต่รุ่นเดิม Silver Minimus มาถึงรุ่นใหม่ พบว่ากับ Silver Minimus Tungsten แล้ว ในแง่รายละเอียดเสียงเล็กๆ จะเพิ่มขึ้นได้มากกว่า สามารถลด Noise Floor ได้ดีขึ้น ทำให้รายละเอียดเล็กๆ ในเพลงชัดขึ้นมา โดยเฉพาะความชัดเจนของชิ้นดนตรี
สิ่งที่ผมชอบอุปกรณ์ของ Entreq คือทุกโมเดลจะไม่ไปทำให้บุคลิกเครื่องเสียงทุกชุดเปลี่ยนแปลงผิดเพี้ยนไป แต่จะลด Noise จากระบบกราวนด์ ทำให้เกิดความเป็นดนตรีสูงขึ้นอย่างชัดเจนมาก
Entreq Silver Minimus Tungsten สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อต่อกราวด์/ระบายประจุไฟฟ้า 1 ชิ้น ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม ดังนั้นจุดหมายคือใช้กับ ปรีแอมป์, DAC Streamer, CD /SACD Player ต้นทางแหล่งโปรแกรมทั้งหลาย
และเมื่อใช้สายกราวด์รุ่นใหม่ Entreq Revelation Ground Cable ที่ทดสอบร่วมกันกับ Silver Minimus Tungsten นี้ จะได้ผลดีและลงตัวมาก
โดยด้านหลังจะมีจุดกราวด์มาให้ 1 จุด ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานกับเครื่องเสียงทั่วไปตามข้อกำหนด ขนาดน้ำหนักดังกล่าวข้างต้น แต่ไม่แนะนำต่อกับ Power Amp โดยตรง (ควรใช้รุ่น Tellus หรือ Poseidon ที่มีขนาดใหญ่กว่า)
สำหรับการต่อนั้น ให้ผู้ใช้ต่อกับสายกราวด์ของ Entreq เอง ซึ่งตรงนี้สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือเลือกสายรุ่นที่ใหญ่ขึ้นตามคุณสมบัติของโลหะ ตัวนำ ภายในได้ครับ เพราะตรงนี้จะเป็นเรื่องของการได้รับบุคลิกที่แตกต่างกันด้วย ก็คงขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละท่าน

ต่อสายเชื่อมที่ผมนำมาใช้ร่วมด้วย (Entreq Revelation Ground Cable ยาว 1.65 เมตร) นี้ โดยเลือกหัวต่อ แบบใดแบบหนึ่งที่เป็นอแดปเตอร์ ด้วยการต่อปลายหนึ่งของสายไปยังจุดกราวด์ของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นน็อต Ground ด้านหลังเครื่อง (ที่มีโลโก้ GND) หรือต่อเข้าที่ช่อง RCA ของเครื่องเสียงที่ไม่ได้ใช้งาน ถ้าไม่มีช่องอื่นใดบนเครื่องเลย ให้คลายสกรูบน Chassis ตัวถังเครื่องและต่อสายกราวด์ ขันสกรูให้แน่น
ส่วนปลายอีกด้าน ต่อไปยังช่องกราวด์บน Silver Minimus Tungtsten ที่มีแค่ 1 ช่อง ง่ายๆ แค่นี้เอง
ตามข้อกำหนดทางสเปคซิฟิเคชั่น ของ Entreq Silver Minimus Tungsten ให้ต่อได้กับเครื่องที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1-10 กิโลกรัม เนื่องจากกล่องที่มี Ground Point เพียงหนึ่งจุดไม่พอรับโหลด Noise จากเครื่องที่ใช้พลังงานสูงจำพวกเพาเวอร์แอมป์ หรืออินทิเกรเต็ดแอมป์ ดังนั้นใช้กับแหล่งโปรแกรม และปรีแอมป์ จะให้ผลดีที่สุดครับ
อนึ่งวัสดุกราวด์ (metal/mineral mix) ใน Entreq Silver Minimus Tungsten มีปริมาณจำกัด เมื่อเทียบกับรุ่นใหญ่กว่า เช่น Silver Tellus หรือ Olympus ดังนั้นการใช้ Silver Minimus Tungstenกับแอมปลิไฟร์ขนาดใหญ่ อาจทำให้ผลลัพธ์ด้านเสียงไม่ชัดเจน หรืออาจทำให้ระบบไม่สมดุล เช่นเสียงบาง, โทนเปลี่ยน, แหลมเกินได้
คำแนะนำจาก Entreq ควรวางกล่อง Silver Minimus Tungsten ให้ห่างจากแหล่งจ่ายไฟหลัก เช่นปลั๊กราง, หม้อแปลง อย่างน้อย 30–50 ซม. เพื่อหลีกเลี่ยง EMI รวมทั้งไม่ควรวางซ้อนกับอุปกรณ์ที่จ่ายไฟหนัก เช่น Power Amp หรือ Power Conditioner และวางบนพื้นไม้ หรือชั้นวางเครื่องเสียงจะดีกว่าพื้นปูนโดยตรง
ขั้วอแดปเตอร์ที่เลือกใช้งานได้ RCA , XLR, Banana / Spade / Eyelet, RJ45 / LAN ground (สอบถาม เลือกซื้อเพิ่มเติมได้จากผู้แทนจำหน่าย)

ทดสอบใช้งาน
เครื่องที่นำมาทดสอบร่วมกับ Entreq Silver Minimus Tungsten อาทิ เครื่องเล่น SACD , DAC , Streamer จะใช้ช่อง RCA และสลับมาใช้กับเร้าเตอร์ที่มีช่อง LAN ว่างอยู่ ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ในแง่การลด Noise ให้พื้นเสียงสงัดขึัน
ผมพบว่า หนึ่งในซิสเต็มของผม ปรีแอมป์ระบบ Passive อย่างของ Hattor Audio นี่จะได้ผลลัพธ์เข้าขั้นน่าทึ่ง หรือกับ DAC และ SACD /CD Player ต้องถือว่าให้ประสบการณ์แบบเปิดโลกใหม่ๆ ในการฟังเลยครับ
แต่ Entreq Silver Minimus Tungsten ไม่ได้ให้ผลความเปลี่ยนแปลงเสียงในทันทีทันใดที่คุณเสียบต่อใช้งาน แบบเสียบปุ๊บ ผลมาปั๊บแบบนั้นนะครับ
คือแม้จะเริ่มฟังออกในช่วง 4-5 เพลงแรก ว่ามันเริ่มมีกลิ่นอาย ความสวยงามของชิ้นดนตรี ก็ควรปล่อยให้ช่วงเวลาเบิร์น อย่างใจเย็น ผ่านไปอย่างน้อย 20 ถึง 30 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ ที่คุณจะประเมินคุณภาพของการตัด Noise จากระบบกราวด์ อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผมฟังไปสักช่วง 20 นาที รู้สึกได้เลยว่ามีความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพเสียงเริ่มคืบคลานมาเรื่อยๆ แต่ที่ชัดเจนสุดเลยคือ ผ่านพ้นไป 2-3 ชั่วโมง และถ้าฟังไปเรื่อยๆ ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วจะถึงขั้น ถอดออกไม่ได้เลยทีเดียว
โดยสรุปคือเสียงดนตรี สวยงามขึ้นจริงๆ ครับ
ก็เพิ่งจะพบว่า มีวิธีจัดการเสียงรบกวนจากระบบกราวด์ ในแบบไม่ใช้ไฟฟ้า (Passive) โดยทำหน้าที่เป็น Virtual Ground Point ดูดกระแส Stray voltage / HF noise จากอุปกรณ์เครื่องเสียงจะให้ผลลัพธ์ได้ถึงเพียงนี้ครับ
ผมขออธิบายความรู้สึกส่วนตัวที่น่าประทับใจจากการใช้ อุปกรณ์ Entreq Silver Minimus Tungsten ด้วยอัลบั้มเพลงบางอัลบั้มที่เน้นการบรรเลงเปียโน ในสตรีมมิ่ง TIDAL ศิลปิน Alice Sara Ott ที่ผมคุ้นเคยดังนี้
สิ่งที่ได้มา คือความสมดุล ระหว่างแหลม-กลาง-ต่ำ ที่ดีมากขึ้น ให้เสียงที่ไม่จัดจ้าน รวมถึงไม่อมทึบในช่วงกลางต่ำ มวลเสียงกลางที่อ่อนหวานมีพลัง
ในแง่น้ำหนักและแรงปะทะ (Dynamic & Impact) เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินความแตกต่างของน้ำหนักมือของนักเปียโน จากการกดเบาๆ (Pianissimo) จนถึงแรงสุด (Fortissimo) ได้มาซึ่งแรงปะทะของค้อน ที่กระทบสาย (Transient attack) ชัดสะอาด ไม่มัวมน
ช่วงความถี่ต่ำ กระชับ ไม่เบลอหรือย้วย โดยเฉพาะคีย์ต่ำ มีการทอดหางเสียง คือเมื่อศิลปินปล่อยคีย์เปียโน มีหางเสียงที่ “ลอย” ออกไปเป็นธรรมชาติไม่ห้วน หรือหายวับในทันที
บอกได้เลยว่า Entreq Silver Minimus Tungsten ไม่ใช่อุปกรณ์ของเล่นพื้นๆ ทั่วไปครับ มันจะให้การสนองตอบต่อเสียงดนตรีหลายสไตล์ หลากประเภทอย่างแจ่มชัด ให้เวทีเสียงที่กว้างลึกมากขึ้นอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องดีเทล รายละเอียดช่วงปลายเสียง ซึ่งจะรู้สึกได้ถึงการรับรู้และเข้าถึงความสวยงามได้เป็นอย่างดี แบบว่าคุณไม่เคยได้ยินแบบนี้มาก่อนแน่ๆ

การที่สัญญาณรบกวนจากระบบกราวด์ ได้ลดทอนลงไป เมื่อเราใช้งาน Entreq Silver Minimus Tungsten ผลลัพธ์คือสามารถเข้าถึงความรู้สึก สัมผัสอ่อนนุ่ม ที่มีมิติมากขึ้น เสียงบางลักษณะจากการบันทึกเสียงมาจากสตูดิโอ ที่มีค่าไดนามิคเร้นจ์กว้าง ทั้งแผ่วเบา และช่วงดนตรีสะวิง (Erich Kunzel, Cincinnati Pops Orchestra – Ein Straussfest) เหมือนผมเดินลึกเข้าไปในวงดนตรีมากขึ้นนั่นเอง
“ความมีชีวิตชีวา” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะสัมผัสได้ง่ายจากการใช้ Entreq Silver Minimus Tungsten เข้ามาเสริมในระบบเสียง
ยกตัวอย่างเพลงป็อปทั่วไป เช่น อัลบั้มดังของ Linda Ronstadt (Cry Like A Rainstorm - How like The Wind) เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ให้ความรู้สึกอันชัดแจ้ง เสียงร้องอันมีเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปินได้ถูกเปิดเผยมากขึ้น เหมือนทุกเสียงมีมิติยิ่งกว่าที่เคยฟังครับ
Entreq Silver Minimus Tungsten ช่วยเปิดเผยประสบการณ์เสียงแหลมสูงที่มีพื้นเสียงสะอาดกว่า สังเกตจากหางเสียงที่ทอดตัวออกไปได้ดีขึ้น
ใครที่เคยเผชิญกับเสียงแหลมในซิสเต็มแบบแห้งหยาบ หรือแหลมจนเสียดหู จะพบว่าชุดของเรามี Balanced และมีประกายเสียงที่งดงามฉ่ำหวานมากขึ้น เมื่อใช้ Silver Minimus Tungsten มากำจัดเสียงกวนในระบบกราวด์
ประการสุดท้ายคือผลของอิมเมจและเวทีเสียง Soundstage ที่ดี และมีความกว้างและลึกยิ่งขึ้น ให้คุณลักษณะชิ้นดนตรี และเสียงร้องมีตำแหน่งที่ชัดเจน
Entreq Silver Minimus Tungsten เป็นอุปกรณ์ที่ให้ผลต่อคุณภาพเสียง และคืนบรรยากาศที่เคยขาดหายไปในระบบเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ พาเราเข้าไปถึงส่วนลึกของดนตรีได้ลึกล้ำยิ่งขึ้น และที่สำคัญ คุณจะรับฟังชุดเครื่องเสียงของคุณได้อย่างยาวนานกว่าที่เคยครับ
Enteq Silver Minimus Tungsten ราคา 23,900.- บาท (สายกราวด์ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้)
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ THONAL BALANCE โทร. 096-361-9465
Add-line OA: @thonal_balance