Accuphase E-3000
พลังเสียงไฮเอนด์ที่งดงามเกินจินตนาการ
ยาวนานกว่า 40 ปี ที่ผมรู้จักคุ้นเคยกับแบรนด์ไฮเอนด์ จากประเทศญี่ปุ่น นับแต่แรกเริ่ม ที่คุณจิโร่ คาซูกะ นำทีมวิศวกรชั้นยอดมาแสวงหาหนทางใหม่ ในการผลิตเครื่องเสียงที่ไร้ขีดจำกัดใดๆ ในเรื่องคุณภาพเครื่องและคุณภาพเสียง
ในปีก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 1972 แรกสุดใช้ชื่อแบรนด์ KENSONIC หรือ Kensonic Laboratory, Inc.โดยได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็น Accuphase ในปี 1973
นี่คือชื่ออันมีความหมายตรงกับหลักปรัชญาของบริษัท นั่นก็คือ Accu ย่อจาก “accurate” (ความเที่ยงตรง) และ Phase ที่สื่อได้ถึงความแม่นยำของเฟสสัญญาณในระบบเสียง
ทุกองคาพยพสร้างขึ้นด้วยเป้าหมายที่จะผลิตเครื่องเสียงในระดับอ้างอิง (Reference) ที่ให้คุณภาพเสียงสูงสุดโดยไม่ประนีประนอมในด้านวัสดุ เทคโนโลยี หรือการผลิตแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ยึดหลัก Crafted Precision เน้นความเที่ยงตรงบริสุทธิ์ในการถ่ายทอดเสียง
หลักการที่ไม่เดินตามกระแสตลาดแมสโปรดักซ์ หรือระบบอะไรก็ตามที่หวือหวา เป็นแบบแฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว แต่เลือกใช้เทคโนโลยีที่ผ่านการพัฒนาและพิสูจน์แล้ว ทุกเครื่องจะผลิตด้วยมือล้วนในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่การประกอบจนถึงการทดสอบขั้นสุดท้าย
ในอดีตผมเคยมีโอกาสได้ไปเยือนบ้านอดีตประธานบริษัทคือ คุณมาสุมิ เดฮาระ นั่งสนทนาเรื่องเครื่องเสียงและฟังชุดซิสเต็มของท่าน รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นที่สำนักงาน Accuphase ที่โยโกฮาม่า ทั้งจากคุณจิม เอส.ไซโตะ และ คุณจิโร่ คาซูกะ
หลายปีที่ไปเยือนงานแสดงสินค้าเครื่องเสียงที่ญี่ปุ่น คุณจิโร่ คาซูกะ ท่านจะมาทักทาย หรือถ้าไม่เจอกัน ก็มักจะโทรมาหาที่โรงแรม สอบถามสารทุกข์สุขดิบ หรืออวยพรให้เดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นโดยสวัสดิภาพ ความมีน้ำใจไมตรี ความเอื้อเฟื้อ มิตรภาพที่ดีงามเหล่านี้ แม้ คุณมาสุมิ เดฮาระ และผู้ก่อตั้งบริษัท คุณจิโร่ คาซูกะ ได้จากไปแล้ว ก็ยังมิอาจลืมได้เลย
ทั้งสองท่านคือความทรงจำที่ดีงาม และเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของผมเสมอมา
แอมปลิไฟร์ และผลิตภัณฑ์สินค้าของ Accuphase ทุกรุ่น จะมีการออกแบบจากผลการวิจัยค้นคว้าอย่างละเอียด คัดเกรดอุปกรณ์ทุกชิ้น นับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเบื้องปลาย ที่เครื่องทุกเครื่องได้ถูกประกอบสำเร็จจากโรงงานที่ญี่ปุ่นจะได้รับการทดสอบ QC โดยละเอียดยิบก่อนออกวางตลาด
คำกล่าวที่ว่า เครื่องเสียง Accuphase งดงามสมบูรณ์แบบเพียบพร้อม ย่อมไม่เกินความเป็นจริง

Accuphase E-3000 เป็นอินทิเกรตแอมป์ (Integrated Amplifier) รุ่นใหม่ระดับกลางค่อนไปทางสูงของแบรนด์ไฮเอนด์จากญี่ปุ่น Accuphase ซึ่งขึ้นชื่อในด้านคุณภาพเสียงที่ใสสะอาด สมจริง และงานประกอบสุดประณีต โดย E-3000 ถูกออกแบบมา ให้มาแทนรุ่น E-380 ด้วยเทคโนโลยีและพลังขับที่พัฒนาให้ใกล้เคียงกับรุ่นใหญ่ (E-5000) มากขึ้น
อินทิเกรต E-3000 ถือกำเนิดขึ้นจากเส้นทางที่หล่อหลอมด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ล้วนๆ ในทุกองค์ประกอบของเครื่องขยายเสียงนี้ เป็นวงจรควบคุมระดับเสียงที่สำคัญยิ่งยวดตามแนวทางปรัชญาของ Accuphase
ด้วยวงจรเครื่องขยายเสียงสเตอริโอแบบอินทิเกรต ที่มีจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย E-3000 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์ทางดนตรีที่เหนือกว่า ด้วยกำลังขับ 100 วัตต์ต่อข้างที่ 8 โอห์ม และ 150 วัตต์ต่อข้างที่ 4 โอห์ม
นอกจากนี้ยังมีวงจรพิเศษเฉพาะตัว AAVA (Accuphase Analog Vari-gain Amplifier) สำหรับการควบคุมระดับเสียง และวงจร ANCC (Accuphase Noise and distortion Canceling Circuit) เพื่อลดสัญญาณรบกวนและสัญญาณเพี้ยน เพื่อให้เข้าถึงความบริสุทธิ์เต็มร้อย ใช้อุปกรณ์ MOS-FET สำหรับภาคขยายเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนหรือไฟฟ้าลัดวงจร
ใช้ระบบการจัดวางแบบ Instrumentation amplifier และมีวงจรป้อนกลับแบบชาญฉลาด Current feedback เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีในย่านความถี่สูง

จุดเด่นที่น่าสนใจทางเทคนิค บางส่วนคือ
• Three-fold parallel push-pull configuration Class AB
คือวงจรขยายกำลังแบบ Push-Pull ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ขับกำลัง 3 คู่ ต่อขนานกัน และทำงานในลักษณะ Class AB เพื่อให้ได้ทั้งกำลังสูง แต่ความร้อนต่ำ และคุณภาพเสียงดีเยี่ยม
เป็นเทคนิคที่พอจะอธิบายขยายความได้ว่า วิธีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายกระแส และลดความร้อนที่ตกค้างบนทรานซิสเตอร์แต่ละตัวได้ดี ทำให้การขยายกำลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น
• รูปแบบการขยาย แบบ Push-Pull Configuration Class AB Operation คือการทำงานที่ผสมผสานระหว่าง Class A และ Class B มีการ Bias ทรานซิสเตอร์ให้เริ่มนำกระแสเล็กน้อยแม้ไม่มีสัญญาณ (เหมือน Class A) แต่ไม่ส่งผ่านกระแสตลอดเวลา (เหมือน Class B) เหตุนี้จึงมีประสิทธิภาพพลังงานดีกว่า Class A และลดความบิดเบือน Crossover ที่เกิดใน Class B ได้อย่างหมดจด
• ระบบ AAVA (Accuphase Analog Vari‑gain Amplifier) ในรุ่น E-3000 คือวงจรปรับระดับเสียงแบบอนาล็อก ที่ไร้ตัวต้านทานปรับค่า (Potentiometer) ซึ่งแทนที่จะใช้การลดทอนสัญญาณด้วยตัวต้านทาน แต่ AAVA ใช้หลักการแยกสัญญาณอินพุตออกเป็นสตรีมกระแส 16 ระดับ (1/2, 1/2², …, 1/2¹⁶) แล้วรวมตามค่าตำแหน่งที่ตั้งของปุ่มในโวลุ่มปรับเสียง เพื่อทำให้ลดสัญญาณรบกวนและความเพี้ยน (Distortion) ได้อย่างมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
• เทคนิคในเวอร์ชันใหม่ของ E-3000 ยังใช้หลักการป้อนกลับแบบลบในรูปแบบ ANCC (Accuphase Noise and distortion Cancelling Circuit) ผสานเข้ากับ AAVA โดย ANCC จะใช้แอมพลิฟายเออร์ตัวรอง (Secondary amplifier) ทำการตรวจจับเสียงรบกวนหรือความเพี้ยนในวงจรหลัก จากนั้นส่งสัญญาณที่เป็นโพลาริตี ตรงข้ามเพื่อ “cancel” สัญญาณรบกวนเหล่านั้น ทำให้คุณภาพเสียงใสขึ้นโดยเฉพาะที่ระดับเสียงต่ำถึงกลาง
• ใช้ภาคจ่ายไฟที่มีหม้อแปลงขนาดใหญ่และตัวเก็บประจุแรงดันสูง เพื่อให้ได้พลังงานที่เพียงพอ
มีช่องสำหรับติดตั้งออปชั่นบอร์ดเพิ่มเติม 2 สล็อต เพื่อเพิ่มภาคปรีโฟโน และ DAC โครงสร้างอลูมินั่มหน้าปัดสีทองพร้อมเข็มวียูงดงาม ทำงานวัดระดับอย่างแม่นยำ มีฐานรองที่ทำจากเหล็กหล่อเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ด้านหลังช่องต่อทั้ง XLR Balanced (สำหรับเครื่องเล่น CD) และ RCA Input เกรด A มีจุกยางปิดทุกช่องเพื่อป้องกันการรบกวน Crosstalk
นี่คือผลงานที่ประณีตคลาสสิก ทุกมุมมอง ชนิดหมดจดไร้ที่ติ
สำหรับ E-3000 ได้ออกแบบเผื่ออนาคตในกรณี ใช้เครื่องทำเป็นปรีแอมป์ หรือเพาเวอร์แอมป์ได้ ทางช่อง Pre-Out Main-In

ผลการทดสอบ
ผมได้หยิบยืม Accuphase DP-450 เครื่องเล่นซีดี มาใช้งานร่วม และเสริมออพชั่นบอร์ด AD-60 (ราคา 40,000 บาท) เพื่อใช้งานกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง NAD C-588 ในการทดสอบการเล่นแผ่นเสียงด้วย
นอกจากนั้นแล้ว ก็จะใช้ลำโพงหลัก 3 คู่ในการทดสอบ เพื่อพิสูจน์คุณภาพเสียงของ Accuphase E-3000 ได้แก่
ลำโพงแผ่นแบน Diptyque DP107 , ลำโพง Harbeth Monitor 30.2 Anniversary และ Rogers LS3/5A Diamond Jubilee +AB 3a Active Sub
ก่อนทำการฟังทดสอบจริง จะมีการเบิร์นเครื่องด้วยการเปิดแผ่นซีดี วน Repeat ข้ามวันข้ามคืน 72 ชั่วโมงติดต่อกัน
นับว่าน่าประหลาดใจมากตลอดสามวันสามคืน ที่เครื่องมีอุณหภูมิเพียงอุ่นๆ เพียงเล็กน้อย ไม่ร้อนเหมือนแอมปลิไฟร์ โดยทั่วไป และข้อสำคัญคือการให้พลังเสียง ตั้งแต่เปิดชั่วโมงแรกจนถึงชั่วโมงท้ายสุด กำลังไม่ตกลงมาเลยแม้แต่น้อย นี่คือความพิเศษ ความสุดยอดของ Accuphase E-3000 ที่ไม่น่าจะหาได้จาก แอมป์อื่นๆ ครับ
ในแง่การควบคุมการทำงานของลำโพง ถือว่ามาสุดทาง กระชับ อิ่มเอมให้รายละเอียดปลายเสียงได้เต็มที่ การที่เสียงของภาพขยายมีความหมดจดถึงขนาดนี้ ผมว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณภาพของวงจรและภาคจ่ายไฟที่ทำให้ค่า แดมปิ้งแฟคเตอร์สูงถึง 600 เลยทีเดียว!!!

เสียงของ E-3000 คือการบ่งบอกถึงการพัฒนาใหม่ล่าสุดของภาคขยายเสียงที่มีคุณภาพอย่างสุดยอด แม้จะระบุกำลังขับไว้เพียง 100 วัตต์ต่อแชนเนล แต่ในการฟังทดสอบจริงจะรู้สึกได้ถึงพลังแฝงเร้นอย่างล้นเหลือ
เพลงร้องจะให้เสียงร้องที่ถ่ายทอดต้นฉบับจากศิลปินมาอย่างสมจริง ทุกกระเบียด แม้เสียงลงลำคอลึกๆ เสียงจากไร่ฟัน ทุกสำเนียงเสมือนจริง ดังที่คุ้นเคย ในศิลปินคนโปรด ยิ่งเป็นภาคปรีโฟโน ที่เสริมจากบอร์ดออพชั่น AD -60 คือเสียงอนาล็อกที่อิ่มฉ่ำ รายละเอียดระยิบระยับ
ที่สำคัญมากๆ คือเป็นภาคปรีโฟโนที่เสียงรบกวนเงียบกริบ ขนาดเอียงหูฟังหน้าลำโพงยังไม่ได้ยิน NOISE ครับ ยังไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลยครับ สุดยอดจริงๆ
แน่นอนบุคลิกเสียงยังคงให้รายละเอียดระยิบระยับ สะอาดหมดจดในแบบ Accuphase E-3000และความอ่อนหวานที่ปลายเสียงอย่างที่ไม่มีแอมป์ในเร้นจ์ราคาเดียวกันเทียบเคียงได้ รวมถึงพลังที่แรงมากพอเพียงสำหรับเพลงคลาสสิก หรือวงออเคสตราขนาดยักษ์ ทำให้เห็นถึงความสามารถของภาคขยายที่เทคโนโลยีออกแบบแอมป์ไฮเอนด์ก้าวหน้ามาไกลมาก
Accuphase E-3000 มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งอยู่อีกประการหนึ่ง ซึ่งจะลืมเลยไปเสียไม่ได้นั่นก็คือความสะอาด Clean ในย่านความถี่เสียง ให้ความเปิดกว้างเวทีเสียง ฮาร์โมนิคสวยงาม และให้น้ำเสียงดนตรีจริงอย่างครบถี่ถ้วน อีกทั้งเสียงเบสที่แจ่มชัดลอยตัว มีทรวดทรงที่สวยงาม เมื่อฟังจาก ซีดี ถือเป็นภาคไลน์อินพุตที่เที่ยงตรงเหนือมาตรฐานจริงๆ
ความเที่ยงตรงของเสียงจึงยังคงเป็นหัวใจอันสำคัญของ Accuphase เสมอมา เทียบเคียงอินทิเกรตรุ่นเก่าๆ E-3000 จะโดดเด่นขึ้นมาอีกตรงเวทีเสียงกว้าง และมีมิติเป็นไดเมนชั่นที่สมจริงยิ่งขึ้น ให้เสียงเบสแน่น ชัดเจน กระชับ และควบคุมพละกำลังอย่างครบถ้วนแม่นยำ Accuphase E-3000 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องขยายเสียงคุณภาพสูงที่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงเพลงได้เสมือนมีดนตรีจริงอยู่เบื้องหน้า
หากคุณตัดสินใจที่จะหาแอมป์ขยายที่ดีที่สุดในระดับราคานี้ ต้องการแอมป์ที่มีเสียงสมดุล สะอาด ละเมียดละไม ฟังเพลงได้ทุกแนวทุกสไตล์ รองรับได้กับลำโพงหลากหลายประเภท และเปิดให้มีการขยายระบบในอนาคต (เช่นเพิ่ม DAC หรือ Phono) Accuphase E-3000 เป็นตัวเลือกที่คิดว่า ออดิโอไฟล์ที่มีระดับย่อมไม่พลาดครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้คำจำกัดความว่า Accuphase E-3000 คือผลงานศิลปะ หรือประติมากรรมทางเทคโนโลยีขยายเสียง ที่งดงามทั้งคุณภาพเสียงและคุณภาพเครื่อง ให้ความสวยงามตั้งแต่โครงสร้างภายนอกจรดวงจร ที่ประณีตภายใน สวยงามทุกมุมมอง พร้อมทั้งแฝงเร้นไปด้วยพลังเสียง และรายละเอียดครบถ้วน โดดเด่นยิ่งในความสะอาดของเสียงอย่างเหลือเชื่อ และเป็นอินทิเกรตไฮเอนด์ที่คุณภาพเสียงงดงามเกินจินตนาการโดยแท้จริง
Accuphase E-3000 ราคาต่อเครื่อง 210,000.- บาท (เปิดพรีออเดอร์ในต้นเดือนสิงหาคม) พร้อมของขวัญพิเศษจาก Accuphase เฉพาะผู้สั่งจองครับ
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท ไฮเอ็นด์ ออดิโอ (1979) จำกัด
(Hi-End Audio (1979) Co., Ltd)
โทร. 062-551-2410