BLUESOUND NODE ICON & NODE & NODE NANO
สุดยอดสตรีมเมอร์ ที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้
สตรีมเมอร์ล้ำยุคระบบปฏิบัติการ BlueOS รุ่นล่าสุด จากผู้ผลิตชั้นนำ BLUESOUND ยกขบวนมาพร้อมกันสามรุ่นให้ผมได้ทดลองเล่นกันอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว ในบรรดาสตรีมเมอร์ชั้นแนวหน้าที่พัฒนามาอย่างยั่งยืนยาวนานต้องยกให้ผลิตภัณฑ์ BLUESOUND คือเบอร์ต้นๆ ของวงการ ทั้งในแง่คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมและราคาสมเหตุผล
BLUESOUND NODE ICON & NODE & NODE NANO ทั้งสามรุ่นนี้ มีขนาดกะทัดรัด เรียกว่า “เล็กดีรสโต” ทั้งเล็ก บาง และจิ๋ว แต่มีคุณสมบัติแบบเกินตัวไปมาก หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วทั้งสามรุ่นนีั แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งผมจะขอสรุปสั้นๆ ดังนี้ครับ

• BLUESOUND NODE NANO WIRELESS MUSIC STREAMER
“จิ๋วแต่แจ๋ว” เป็นมิวสิคสตรีมเมอร์รุ่นเริ่มต้น และเพิ่งเปิดตัวช่วงปี 2024 นี้เอง ภายในรูปทรงขนาดจิ๋ว ใช้ชิป ESS SABRE เบอร์ ES9039Q2M DAC ที่รองรับการเล่น ไฟล์ WAV, FLAC, AIFF, MQA และสามารถรองรับ DSD256 (ผ่านอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต) ความละเอียดสูงสุด PCM 24‑bit / 192 kHz, SNR ประมาณ 116–118 dB และ THD+N เพียง 0.0007%
ข้อมูลด้านเทคนิค ใช้ซีพียู Quad‑core ARM Cortex‑A53 ความเร็ว 1.8GHz ทำงานบนระบบ BluOS พอร์ทเชื่อมต่อ Analog RCA, Coaxial, Optical Toslink, USB-A (ส่งสัญญาณดิจิตอลไป DAC ภายนอก) ระบบเครือข่าย Wi‑Fi 5 (dual‑band) + Ethernet Gigabit Bluetooth เวอร์ชั่น 5.2 มีพอร์ตเพิ่มเติม USB‑C (สำหรับจ่ายไฟ), IR input, 12 V trigger

BLUESOUND NODE NANO ใช้ระบบปฏิบัติการ BluOS รองรับการควบคุม Multi‑room, มีระบบ Preset และปุ่มท้ายเครื่อง ให้การสตรีมผ่าน AirPlay 2, Spotify Connect, Tidal Connect, Roon Ready (รองรับ Deezer, Qobuz, Amazon Music ฯลฯ) สามารถเชื่อมต่อระบบโฮมออโตเมชั่นได้ เช่น Control4, Crestron, RTI, ELAN, URC, Lutron
แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็มีจุดเด่นด้านคุณภาพเสียงที่ดี ระบบเชื่อมต่อเท่าที่จำเป็นครบทั้งดิจิตอล อนาล็อก, ระบบเน็ตเวิร์ค, Bluetooth รองรับ Multi‑room และระบบอัตโนมัติจาก BluOS พกพาสะดวก ติดตั้งง่าย มีแผงปุ่มสัมผัสด้านหน้า (ปรีเซ็ต, เล่น/หยุด, ปรับระดับเสียง), มีไฟ LED และสามารถแขวนผนังได้
แต่จะไม่มีจอดิสเพลย์ ไม่มีช่อง Balanced ช่องหูฟัง และ HDMI รวมทั้งไม่รองรับ Dirac Live ยังไม่มี Chromecast ในตอนนี้
แต่นี่คือเครื่องเล่นสตรีมเมอร์ขนาดเล็กกะทัดรัด มีขนาดเครื่องเพียง 5.6 × 1.4 × 5.6 นิ้ว มีน้ำหนักต่ำกว่า 0.57 กก. ที่ประหยัดพื้นที่แต่ให้คุณภาพเสียงระดับไฮ‑ไฟ พร้อมการเชื่อมต่อครบทั้งบลูทูธ และไวไฟเน็ตเวิร์ค
ขนาดเล็กน่ารักแทบไม่น่าเชื่อเลยเมื่อคุณได้สัมผัสประสิทธิภาพจาก BLUESOUND NODE NANO
ราคา 11,900.- บาท

• BLUESOUND NODE (2024) PERFORMANCE MUSIC STREAMER
นี่คือรูปทรงแบนบางเดิมๆ ที่ติดตาตรึงใจแฟนๆ ของ BLUESOUND มาเนิ่นนาน มีการพัฒนาในลำดับล่าสุดที่ก้าวหน้าขึ้นมาอีกระดับ ใช้ชิป DAC คุณภาพสูง ESS ES9039Q2M SABREDAC รองรับเสียง PCM สูงสุด 24‑bit/192 kHz และ DSD256 มีคุณสมบัติครบถ้วนมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น NANO
ที่ถือว่าโดดเด่นมากก็คือภาคขยายกำลังขับหูฟัง THX AAA ให้พลังขับได้ถึง 160 mW ที่ความต้านทาน 16 โอห์ม หรือ 230 mW @ 32 โอห์ม ตอบรับกับหูฟังชนิดต่างๆ ได้อย่างดีที่สุด
ระบบประมวลผลใช้ CPU Quad‑core ARM Cortex A53 1.8GHz รองรับการประมวลผลเสียงความละเอียดระดับสูง มีการเชื่อมต่อครบครันครบถ้วน ช่องต่อขาเข้า/ขาออกแบบดิจิตอล และอนาล็อก ทั้ง HDMI eARC, Optical In, USB-A, RCA, Coaxial, Subwoofer Out, 12 V trigger
ให้การรองรับ Wi‑Fi 5 (dual‑band), Ethernet Gigabit, Bluetooth 5.2 aptX Adaptive รวมถึงAirPlay 2, Spotify Connect, Tidal Connect, Roon Ready (Bluetooth aptX Adaptive อัพเพิ่มในอนาคต)

มีช่องเสียบหูฟัง 6.3 mm และ Subwoofer out ทั้งทางสาย RCA และไร้สาย (เมื่อ Pair กับ Pulse Sub+) มีปุ่มสัมผัสบนตัวเครื่อง 5 ปุ่ม, แถบเซ็นเซอร์ Proximity และสามารถตั้งค่าล่วงหน้าสำหรับแหล่งเพลงโปรด
ใช้ระบบ BluOS พร้อม Multi-room ที่สามารถรองรับการสตรีมพร้อมกันสูงสุด 64 ตัวทั้งบ้าน มีระบบ Room Correction (Dirac Live) รองรับ Roon และระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ รวม Apple Siri, Amazon Alexa, Google Assistant (ผ่านอุปกรณ์เสริม), รองรับ Control4, Crestron, RTI เรียกว่าครบถ้วนจริงๆ
สิ่งที่ไม่มีคือหน้าจอดิสเพลย์ แบบ NODE ICON รวมทั้งไม่มีสิ่งเหล่านี้คือ HDMI eARC ภาคอินพุต-เอาต์พุต แบบ Balanced XLR และ USB‑C Input
ขนาดเครื่อง 8.7 × 1.8 × 5.7 นิ้ว
ราคา 25,400.- บาท
![]()
• BLUESOUND NODE ICON REFERENCE MUSIC STREAMER
เป็นสตรีมเมอร์เพลงไร้สาย รุ่นเรือธง ที่ออกแบบมาแบบครบถ้วนที่สุด โครงสร้างอะลูมิเนียมหรูหรา และหน้าจอสี HD ความคมชัดสูงขนาด 5 นิ้ว แบบ Non-Touch ดูภาพปกอัลบั้มได้ขณะเพลย์แบ็คได้เต็มตาดีมากๆ และระบบสัมผัสจากตัวเครื่อง พร้อมปุ่ม Preset ด้านบน มี Proximity‑sensor ครบถ้วน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมต่อกับเครื่องขยาย ในระดับมิดเอ็นด์ถึงไฮเอนด์ทั่วไป
จุดเด่นคือ ภาคแปลงรหัสดิจิตอลในตัว ใช้ Dual‑Mono DAC ถึงสองชุด ESS SABRE เบอร์ ES9039Q2M เพื่อแปลงสัญาณแยกอิสระแชนแนลซ้ายและขวา พร้อมเทคโนโลยี QRONO d2a จาก MQA Labs เพื่อถ่ายทอดคุณภาพเสียงที่มีไดนามิกกว้าง ความผิดเพี้ยนต่ำ ให้ความสมจริงในระดับ Hi-Res มีชิป ES9826 SABRE สำหรับการแปลง analog‑to‑digital ที่เต็มไปด้วยความสะอาดราบรื่นต่อเนื่องของสัญญาณ
กรณีท่านที่เล่นแหล่งโปรแกรมจำพวก อนาล็อกไลน์เอาต์พุต เช่นเครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง (พร้อมปรีขยาย Phono) สามารถนำมาต่อตรงเข้ากับไลน์อินพุตของ NODE ICON ระบบในตัวเครื่องจะทำการแปลงรหัสอนาอนาล็อกเป็นดิจิตอล ก่อนที่ทำการคอนเวิร์ส เป็นอนาล็อกอีกครั้ง เพื่อส่งออกอย่างแม่นยำ
มีวงจรเสริมแอมป์ภาคขยายสำหรับหูฟัง THX AAA(feed‑forward) สองช่อง (แจ็ค 6.3 มม. ซ้าย–ขวา) ให้เสียงเงียบสงัดความเพี้ยนต่ำสุด
![]()
สำหรับช่องต่อสัญญาณขาออก แบบ Balanced XLR, RCA, Coaxial, Optical, USB Audio และ Subwoofer มี HDMI eARC ที่จะส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงสำหรับผ่านทีวีแบบ Hi‑Res ด้วยสาย HDMI เพียงเส้นเดียวอย่างง่ายดาย
ช่องรับอินพุตมีหลากหลาย RCA, Optical, USB‑C (สำหรับ PC/audio), Bluetooth 5.2 (aptX Adaptive สองทาง)
แน่นอนว่าสำหรับแพลตฟอร์ม BluOS‑centric พร้อม Multi‑room ที่ใช้งานได้คล่องตัวต่อเนื่องราบรื่นมากๆ มันเป็นเอกลักษณ์ของบลูซาวด์ ให้การสตรีมผ่านแอพ BluOS (iOS, Android, Windows, macOS) รองรับ AirPlay 2, Spotify Connect, Tidal Connect, Roon Ready รวมถึงระบบควบคุมอัตโนมัติอย่าง Crestron, Control4 ฯลฯ สามารถสร้างระบบ Multi‑room กับลำโพงและอุปกรณ์ BluOS อื่นๆ ได้ง่าย
***รองรับ Dirac Live เพื่อแก้ไขสภาพ Acoustic ในห้อง ซึ่งสามารถอัปเกรดได้โดยตรงจาก Dirac ซึ่งแอปของ Dirac ช่วยวัดและปรับปรุงอะคูสติกของห้อง โดยปรับปรุงและขจัดคลื่นสแตนด์ดิ้งเวฟ เสียงสะท้อน และความผิดเพี้ยนต่างๆ เพื่อให้ได้เสียงที่แม่นยำเหมือนต้นฉบับ มีโทนัลบาลานซ์ และรายละเอียดครบถ้วนสำหรับเพลงและภาพยนตร์
(ชุดคาลิเบรชันที่จะมาพร้อมไมโครโฟนความไวสูง ที่ใช้สำหรับการปรับแต่งนี้ คุณสามารถซื้อเพิ่มเติมจากทาง Bluesound)
จุดเด่นคือ ให้เสียงคุณภาพสูง ค่าไดนามิกที่กว้างขวาง รองรับไฟล์ Hi‑res แบบเต็มทุกรูปแบบ เชื่อมต่อครบครัน ทั้งดิจิตอล & อนาล็อก มีหน้าจอดิสเพลย์ขนาดใหญ่ ปุ่มควบคุมพร้อมระบบ Preset และ Proximity sensor รองรับฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง Dirac Live, Roon Ready, Multi-room
ขนาดเครื่อง 8.7 × 3.3 × 7.6 นิ้ว
ราคา 49,500.- บาท

อย่างไรก็ตาม BLUESOUND ในซีรีส์ NODE ทั้งสามรุ่นนี้ มือใหม่ควรทราบว่า เป็น Streamer + DAC เท่านั้น ไม่มีแอมป์ในตัว ต้องใช้อุปกรณ์ขยายเสียงเพิ่มเติม
คือถ้าจะสรุปกันอย่างง่ายๆ สำหรับคนที่มองสตรีมเมอร์บลูซาวด์เอาไว้ ให้พิจารณาจากงบประมาณและความต้องการ เช่นมีงบจำกัด เน้นคุณภาพเสียงดี ไม่เน้นฟีเจอร์ เลือก NODE NANO
มีงบประมาณปานกลาง ต้องการฟังก์ชั่นครบ อาทิ HDMI eARC, Dirac, แอมป์หูฟัง แนะนำรุ่น NODE
ส่วนท่านที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด การเชื่อมต่อครบแบบมืออาชีพ และยินดีจ่ายเพื่อบรรลุจุดสูงสุดก็คงต้อง NODE ICON ครับ

Preview
เนื่องจากผลิตภัณฑ์สตรีมเมอร์ BLUESOUND ทั้งสามโมเดล คือ NODE ICON / NODE / NODE NANO นั้น มีบททดสอบ รีวิวออกมาอย่างมากมายของรีวิวเวอร์ ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงทั้งสำนักต่างประเทศด้วย ต่างก็ให้ความชื่นชม รวมทั้งกวาดรางวัลจากสถาบันต่างๆ ในระดับโลก
โดยเฉพาะ NODE ICON ที่ปรับรูปโฉมใหม่ทั้งหมด ได้รับทั้งรางวัล CES Innovation Award และ AV Forums Award-Best in Class
บทรีวิว การแสดงความคิดเห็นจากสื่อต่างๆ ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความชื่นชม กล่าวถึงคุณภาพการใช้งานกันแทบจะทุกซอกทุกมุม ที่ทุกคนคงจะค้นหาอ่านได้ นั่นสิ... แล้วผมจะนำเสนอในแง่มุมไหนดี?
ดังนั้นขอเน้นไปที่การทดสอบใช้งาน “ด้านคุณภาพเสียง” ในทรรศนะของผมที่ได้ใช้งานทั้งสามโมเดลนี้อยู่ถึงสองสัปดาห์เต็มนะครับ
เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผมรื่นรมย์ เพลิดเพลินในบทเพลงจาก Streaming หลักๆ ของสำนัก TIDAL Spotify และวิทยุอินเตอร์เน็ต เพราะในชีวิตประจำวัน ผมอยู่กับสิ่งเหล่านี้ วิธีเชื่อมต่อก็ถือว่าง่ายดายมากๆ อีกทั้งคุณสมบัติอีกมากมาย ทั้งระบบมัลติรูมและอื่นๆ ท่านคงสามารถพิจารณาในสื่อต่างๆ ในโซเชียลได้เลยครับ
![]()
การรีวิวจะขอเน้นไปที่รุ่นท็อป คือ NODE ICON ที่มีระบบการใช้งานสมบูรณ์แบบที่สุด รองลงไปคือ NODE และ NODE NANO ที่ให้คุณค่าเต็มประสิทธิภาพในวงเงินอันคุ้มค่า
บอกตรงๆ ว่า ดีไซน์ทั้งสามรุ่นนี้ กะทัดรัด สวยงามมาก โดยเฉพาะ NODE ICON ที่มีจอดิสเพลย์ ส่วนทรงแบนของ NODE ซึ่งก็ดูคลาสสิกคุ้นเคย และความจิ๋ว NODE NANO ที่ทำให้ผมต้องทึ่งว่ามันเล็กจิ๋วขนาดนี้แต่ประสิทธิภาพสูงสุดขีดเลย
ในการเชื่อมระบบทำได้ทั้ง Wi-Fi และเชื่อม Ethenet กับสาย LAN
กรณีของ Wi-Fi นั้น สามารถเช็คระดับความแรงของสัญญาณเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงดีที่สุดได้ จากแอปพลิเคชัน
ที่บ้านผมสปีดเน็ตนับว่าเหลือพอ 1000/700 Mbps แม้จะส่งแบบไร้สายทาง Wi-Fi สปีดก็จะลดลงมาแค่เล็กน้อย ดังนั้นในการฟังเพลงจาก Streamer ข้อแนะนำดีที่สุดคือการใช้สาย LAN จะได้ความชัดเจน และรายละเอียดของเสียงครบถ้วน ส่งข้อมูลอย่างราบรื่นต่อเนื่อง (ถ้าความแรงของWi-Fi น้อยเกินไป อาจจะได้คุณภาพต่ำลงครับ)
แรกสุดให้โหลดแอพ BlueOS ใน App Store มาใช้งาน เพื่อความสะดวกนะครับ ของผมใช้ Iphone 15 Pro Max เป็นศูนย์กลางของการสั่งงาน ซึ่งเอื้อต่อการซิ้งค์ระบบกันของแอปผู้ให้บริการเพลงสตรีมมิ่งได้ในทันที
ขอบอกว่า แอป BlueOS จัดเป็นแอปที่ดีที่สุดแอปหนึ่ง มีระบบปฏิบัติการที่ทำให้ใช้งานง่าย สะดวก เชื่อมต่อทันทีทันใด ไม่ค่อยเจอบั๊ก หรือไม่เคยเจออาการสะดุดเลยครับ ขนาดปิดเครื่อง ถอดสายไฟออกจาก NODE, NODE ICON หรือ NODE NANO พอต่อกลับอีกครั้ง ทุกอย่างจะวิ่งตรงเชื่อมประสานกับแอปในทันที ไม่วุ่นวายยุ่งยากอะไรทั้งสิ้น ปัจจุบันแอปพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 4.0 นับว่าเพียบพร้อม เสถียรมาก ส่งผลให้ BLUESOUND ทุกเครื่องทำงานได้ดีเยี่ยม
แต่ส่วนตัว ผมชอบมากตรงดิสเพลย์ของรุ่น NODE ICON เป็นที่สุดเลยครับ ดูปกอัลบั้มได้เต็มตา สวยงามชัดเจน ดีไซน์ได้เจิดจรัสจริงๆ มีจุดตำแหน่งระบบสัมผัสให้คอนโทรลที่ตัวเครื่อง ได้เสมือนหนึ่งเป็นเครื่องเล่นแหล่งโปรแกรมทั่วไปที่เราคุ้นเคย ทั้งระบบพรีเซ็ต เลือกเล่นเพลง เดินหน้า ถอยหลัง ปรับค่าโวลุ่มให้เหมาะสม และมีที่เสียบหูฟังที่ด้านหน้า (ยกเว้น NODE NANO จะไม่มีช่องหูฟังครับ)
ส่วน NODE และ NODE NANO เราต้องดูรายละเอียด ภาพปก และข้อมูลบนมือถือ หรือแพด แทนครับ

สรุปแล้วการใช้งานทั่วไป ก็เหมือนผมใช้เครื่องเล่นซีดี หรือจูนเนอร์นี่แหละ คนเพิ่งเริ่มต้นเล่นเครื่องสตรีมเมอร์ ไม่ต้องกลัวความยุ่งยาก เพราะ BLUESOUND ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาด้านเทคนิคอะไร สามารถเซ็ตด้วยตัวเอง ก็สะดวกมากๆ รู้แค่พื้นฐานการใช้แอป สมัครเป็นสมาชิกบริการสตรีมมิ่งที่ท่านชอบ แค่นี้ก็สั่งงานและฟังเพลงเพราะๆ ได้แล้ว (หรือติดขัดตรงไหน ยกหูถามทาง Conice ได้เลย)
เพลงในระดับรายละเอียดสูง ส่งผ่านแม่นยำฉับไว แบบว่าต้องตั้งสติดีๆ ว่า เพลงนับจำนวนล้านๆเพลงบนโลกใบนี้ จะโฟกัสไปที่ไหนดี
ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อความบันเทิง แต่อยากจะหาข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของเพลงก็สะดวกเหลือใจครับ
สำหรับการเชื่อมระบบกับผู้ให้บริการ ง่ายดายมากครับ ผมเน้นที่ Tidal Spotify ส่วน Qobus ซึ่งต้องเรียนว่า ตามปกติการสมัครสมาชิก จะต้องมีวิธีที่เลี้ยวลดนิดนึง ดังนั้นก็ศึกษาได้จากกลุ่มนักเล่นไฟล์เพลงสตรีมเมอร์ในเฟซบุ๊กได้เลย
ในยามว่าง บางอารมณ์ อยากฟังเพลงไปเรื่อยๆ ทั้งวัน แบบแบ็คกราวนด์มิวสิค ก็ไปที่อินเตอร์เน็ตเรดิโอครับ คือแบบว่าเลือกกันแทบไม่ไหวจริงๆ แต่ด้วยความเคยชิน ก็จะไปหยุดอยู่ที่ BBC 2 และ BBC World Service ครับ สถานีเพลงของ BBC 2 มีเพลงป็อปหลากหลายที่น่าฟัง อีกทั้งคุณภาพเสียงบอกได้เลยว่า เพลงส่วนใหญ่ให้รายละเอียดและคุณภาพเสียงเหนือแผ่นซีดีไปแล้วอย่างสิ้นเชิงด้วยซ้ำไป
ต้องขออภัยด้วยว่าในบางฟังก์ชั่นผมไม่ได้มีเวลาทดสอบ อาทิการต่อช่อง Subwoofer การเชื่อมต่อ Roon การเพิ่มระบบเซ็ตค่าอคูสติค Dirac Live แค่จะเน้นการฟังเพลงจากระบบสตรีมมิ่งล้วนๆ เพราะนี่คือหมุดหมายหลักของนักเล่น

ทีนี้มาสรุปกันตรงคุณภาพเสียง ที่ผมอยากจะบอกว่าชื่นชอบ BLUESOUND ทั้งสามเครื่องครับ เพราะคุณภาพเสียงที่ได้นั้นเกินราคาค่าตัวทุกรุ่นเลยก็ว่าได้นะครับ
แต่ที่ทำให้ใจฟูมากๆ และคุณภาพเสียงที่เป็นคู่แข่งของสตรีมเมอร์ราคาแสนให้หนาวๆ ร้อนๆ ได้ คือ NODE ICON ครับ
น้ำเสียงดีมาก ทั้งรายละเอียดที่แจกแจงดนตรี ให้มีมิติเสียงสุดยอดจริงๆ อาจจะเพราะการดับเบิ้ลชิป ES9039Q2M เข้าไปถึงสองตัว ทำงานถอดรหัสแยกซ้ายขวา ทั้งๆ ที่ชิปเดี่ยวๆ ตัวเดียว ก็ถอดรหัสในระบบสเตอริโอได้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว
นี่ก็เหมือนเราเล่นแอมป์ โมโนบล็อก 2 ตัว แยกอิสระไปเลย คุณภาพเสียงยิ่งถูกยกระดับขึ้นมาอย่างมากมาย ทิ้งห่างรุ่น NODE และ NODE NANO ชนิดฟังออกได้ทันที โดยเฉพาะความสามารถสนองตอบ MQA ที่สัมผัสได้จาก Tidal
แต่ก็นั่นแหละ เสียงของ NODE และ NODE NANO ก็ไม่ธรรมดานัก เรียกว่าทุกรายละเอียดเสียง คุ้มราคาค่าตัวของเขาจริงๆ ครับ
ตระกูลสตรีมเมอร์ NODE ชุดนี้ บุคลิกที่ละเอียดใสโปร่ง อ่อนหวานละเมียดละไม ความเปิดกังวานฮาร์โมนิคสวยๆ ครบถ้วน ผมฟังจากนักร้องคนโปรด อย่าง Amanda Mc Broom - Janis Ian - Linda Ronstadt - Jennifer Warns ทั้งหมดนี้ ได้ความสะอาดของพื้นเสียงเหนือกว่าสตรีมเมอร์ธรรมดาๆ อย่างมาก
โดยเฉพาะ NODE ICON ความสงัดของช่วงเสียงแผ่วเบา ช่างสุดขั้วจริงๆ ไม่เชื่อต้องลองฟัง อัลบั้ม Alice Sara Ott : John Field complete Nocturnes มันเป็นอะไรที่เข้าถึงแก่นใจกลางที่พริ้วไสวของมือเปียโนระดับโลกโดยแท้
และช่วงทดสอบไดนามิคเร็นจ์ ส่วนใหญ่จะใช้เพลงของค่ายเทลาร์ค อาทิ Round Up ถือได้ว่า สนองตอบคุณภาพเพลง คุณภาพการบันทึกได้เต็มเร้นจ์เสียงจริงๆ
จุดเด่นของคุณภาพเสียง ของ BLUESOUND ทั้งสามโมเดล ที่สลับใช้งานกันนี้ ทั้ง NODE ICON, NODE, NODE NANO ผมประทับใจเรื่องความแฟลตสะอาดของเสียง และค่าไดนามิกของเสียงดีเยี่ยมกับเพลงทุกประเภท ยิ่งการฟังด้วยเพลงซึ่งบรรเลงโดย วงออร์เคสตราขนาดใหญ่ จะต้องอุทานอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว แม้แต่ตัวจิ๋วอย่าง NODE NANO นั่นละครับ

สรุปสุดท้ายนี้คือ เครื่องสตรีมเมอร์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งยุค สามารถนำไปใช้กับแอมปลิไฟล์ทั่วไปของนักเล่นเครื่องเสียงได้อย่างลงตัวยอดเยี่ยม
รุ่นเล็กอย่าง NODE NANO เพียงแค่นำไปต่อกับลำโพงแอคทีฟ คุณก็อาจจะรู้สึกฟินเพลิดเพลินไปในโลกของเสียงเพลงอย่างไม่รู้ลืม
หรือรุ่นกลาง NODE ที่เพิ่มคุณค่าทั้งช่องต่อ และรายละเอียดฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ เพิ่มขึ้นมา เหมาะกับการใช้กับเครื่องเสียงในระดับมิดเอ็นด์ได้อย่างลงตัว
และรุ่นท็อป NODE ICON เหมือนจะเป็นบทสรุปว่า เป็นการก้าวกระโดดของ BLUESOUND ที่ขึ้นมาถึงบันไดไฮเอ็นด์ของสตรีมเมอร์อย่างไม่เกรงกลัวใคร
ข้อแนะนำเพิ่มเติมก็คือ ถ้าแอมปลิไฟร์ของคุณเป็นระบบช่องต่อ XLR บาลานซ์แท้ โปรดเชื่อมต่อ NODE ICON ทางช่องนี้ครับ คุณจะสัมผัสคุณภาพเสียงดนตรีช่วงแผ่วเบามากๆ ได้ลึกล้ำน่าตกใจเลยทีเดียวขอบอก
BLUESOUND ได้นำเสนอทางเลือกสามระดับราคา จาก NODE ICON / NODE / NODE NANOทั้งสามพี่น้อง ก็คือกองทัพ Streamer ที่คุ้มค่ายิ่งกว่าใครในทุกระดับเร้นจ์ราคาครับ รับรองว่าปีนี้ คู่แข่งสะท้านสะเทือนเป็นแน่ครับ!!!
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอทดลองฟังได้ที่
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
เลขที่ 4 ถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 2 แยก 2 เขตดินแดง แขวงรัชดาภิเษก กทม. 10400
โทร 02-276-9644
E-mail: conice@conice.co.th
Reference:
- Hattor Audio Ultimate Passive Preamplifier (Balanced)
- Hattor Audio Ultimate Mono Power Amplifier (Balanced)
- NAD C3050 Integrated Amplifier
- Rogers LS3/5A Diamond Jubilee
- Harbeth Monitor 30.2 Anniversary