J.Sikora INITIAL LINE & KV12 ความกระจ่าง เปิดโปร่ง ทรงพลัง ของอนาล็อกออดิโอ

J.Sikora INITIAL LINE & KV12 ความกระจ่าง เปิดโปร่ง ทรงพลัง ของอนาล็อกออดิโอ

24/06/2025    1616

J.Sikora INITIAL LINE & KV12
ความกระจ่าง เปิดโปร่ง ทรงพลัง ของอนาล็อกออดิโอ

ผมเล่นเครื่องเสียงมาเกินห้าสิบปี บนเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโลกของออดิโอไฟล์ พบว่าจากยุคสู่ยุค ไม่ว่าจะเป็นอนาล็อกหรือดิจิตอล ล้วนมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวในการเอาชนะอุปสรรคขวางกั้น นั่นคือความเบี่ยงเบนผิดเพี้ยนเป็นหลัก โดยเฉพาะฝั่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งมีความละเอียดอ่อนทั้งการเบี่ยงเบนเกี่ยวกับ Noise และ Vibration ที่จะมีต่อการแปลผลจากร่องแผ่นเสียง ไปสู่การชดเชยด้วยเคิร์ฟ RIAA และการขยายเสียงที่เที่ยงตรง และสมดุลในที่สุด
      
แต่ละเทคโนโลยี เทคนิค ระบบและวิธีการที่ผู้ผลิตจะคืนค่าเสียงที่แม่นยำให้กลับมา อาจแตกต่างกันไป  แต่จุดมุ่งหมายเดียวกัน นั้นคือ “ในขั้นตอนการเพลย์แบ็ค ต้องเก็บทุกรายละเอียดที่บันทึกเอาไว้ในแผ่น ให้คืนกลับมาอย่างครบถ้วน”
      
เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผ่านการพัฒนามาอย่างยาวนานหลายทศวรรษนั้น ในปัจจุบันเป็นรูปแบบซึ่งค่อนข้างจะลงตัว มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ ระดับพันบาท ไปจนถึงระดับหลายล้านบาท ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือเทิร์นเทเบิลที่ผมเคยได้ฟัง มีราคาสูงสุดเกินห้าล้านบาท ถือว่าเร้นจ์ของราคาและคุณภาพเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้นกว้างมากๆ
      
J.Sikora เป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียง และโทนอาร์มคุณภาพระดับไฮเอ็นด์จากโปแลนด์ ที่กำลังได้รับการยอมรับ มีความนิยมแพร่หลายในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยความยอดเยี่ยมด้านวิศวกรรมในเชิงกลศาสตร์ ประดิษฐกรรมที่เต็มไปด้วยรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยคุณ Janusz Sikora ซึ่งเป็นคนรักเครื่องเสียงเป็นชีวิตจิตใจ เป็นผู้ก่อตั้ง โดยอาชีหลักพื้นฐานของเขาก่อนหน้านั้นคือผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์โลหะของโปแลนด์ ต่อมาได้เริ่มต้นผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงและโทนอาร์ม มาตั้งแต่ปี 2007 

ในปัจจุบัน Robert Sikora บุตรชายของเขาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ เข้ามาดูแลรับผิดชอบหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์
     
การดีไซน์ งานด้านโลหะ การขึ้นรูปแบบทุกชิ้นส่วน ของเครื่องเล่นแผ่นเสียง ก็ยังผลิตขึ้นเองในโรงงานประเทศโปแลนด์ทั้งสิ้น
   
J.Sikora มีผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นแผ่นเสียง ในไลน์ผลิตคือ
- INITIAL LINE 
- INITIAL MAX LINE
- INITIAL MAX WHITE
- STANDARD LINE
- STANDARD MAX LINE
- STANDARD MAX WHITE
- STANDARD MAX SUPREME
- REFERENCE LINE
     
ในทุกซีรีส์ สามารถเพิ่มเติมออพชั่น เข้าไปได้ตามความต้องการ หรือความเหมาะสมของผู้เล่น เพราะในแต่ละไลน์สินค้า สามารถเติมออพชั่นเพิ่มศักยภาพได้อย่างสุดทางเลยทีเดียว
      
สำหรับเครื่อง J.Sikora ที่ผมได้นำมาทดสอบนั้น จะเป็นรุ่น INITIAL LINE ซึ่งมีการเพิ่มออพชั่น ที่จะเปลี่ยนภาคจ่ายไฟแบบ Adaptor เป็น Linear Power Supply และมี Glass Fiber Mat หนา 6mm. กับ Clamp ทับแผ่นขนาด 1.5kg มาให้ด้วย
   
ในส่วนของลิเนียร์เพาเวอร์ซัพพลาย (พร้อมเพาเวอร์ซัพพลายแยกส่วน) เป็นระบบควบคุมรอบหมุน ที่มีปุ่มเลือกค่าสปีด 33 และ 45 RPM พร้อมจอแสดงผล Display และยังสามารถปรับสปีดความช้า - เร็ว (+, -) ถ้าต้องการ 

แต่ด้วยกระบวนการของระบบที่ออกแบบมาดีเยี่ยม  ในขั้นตอนการทดสอบ ผมพบว่าตัวเครื่องจะควบคุมรอบหมุนแม่นยำที่สุดอยู่แล้ว จึงแทบไม่มีความจำเป็นต้องปรับค่าบวก ลบ ใดๆ

 

 

ลักษณะโครงสร้างหลัก J.Sikora INITIAL LINE
นี่คือการออกแบบที่เน้นคุณภาพอย่างไร้การประนีประนอม ด้วยการเลือกสรรค์วัสดุและองค์ประกอบต่างๆ นำขึ้นมาผลิตในโรงงาน รุ่น INITIAL LINE แม้จะไม่อลังการเท่ารุ่น STANDARD หรือ REFERENCE แต่ก็ไม่ถือว่า มันคือรุ่น “ประหยัด” เพราะองค์ประกอบต่างๆ นั้น เข้าขั้นไฮเอนด์ทั้งสิ้น 
      
ด้วยรูปแบบ Non-Suspended Mass-Loader คือระบบที่ไร้ซัสเพนชั่นแขวนลอย โดยตัวฐานใช้แผ่นอะลูมิเนียมขนาดหนาที่สามารถลดการสั่นสะเทือนได้เยี่ยมยอด พร้อมด้วยมอเตอร์คุณภาพสูงเพียงหนึ่งตัว ที่มีคุณสมบัติด้านความเงียบอย่างที่สุด มีแรงฉุดอันทรงพลังว่องไว ตั้งแต่เริ่มสตาร์ทจนถึงหยุดนิ่งอย่างเงียบกริบ 
     
โครงสร้างแท่นอลูมินั่มโลหะ หนาประมาณ 3 เซนติเมตร จะมีการคว้านเป็นช่อง ตามการออกแบบซึ่งคำนวณการลดแรงเหวี่ยง พร้อมโครงสร้างช่วงกลาง เป็นแท่นทรงกระบอกรับแพลตเตอร์หรือแมตต์ อย่างลงตัว
    
ซึ่งแพลตเตอร์นี้ มีองค์ประกอบร่วมกันหลายวัสดุ โดยทาง J.Sikora ใช้วัสดุหลักที่ต่างออกไปจากแพลตเตอร์โลหะทั่วไป เรียกว่า Delrin 
      
เดลริน เป็นเทอร์โมพลาสติกทางวิศวกรรมที่มีแรงเสียดทานต่ำ แต่มีความแกร่งสูง ให้ความเสถียรของมิติที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการสร้างชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง คุณสมบัติของวัสดุมีความน่าประทับใจ เช่น มีช่วงอุณหภูมิการทำงานที่กว้าง -40 ถึง 120 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว 

องค์ประกอบเหนือจากแพลตเตอร์แบบวัสดุเดลริน ก็จะเป็นชั้นของแผ่นกระจก ที่มีแผ่นอลูมิเนียมวางที่ใจกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนตลับลูกปืนเซรามิกแบบกลับด้าน โดยรวมตัวโครงของแพลตเตอร์ทั้งหมดจะทำจากอะลูมิเนียม, สแตนเลส และบรอนซ์ ที่ประกอบเข้าด้วยกัน

ระบบขับหมุนของแพลตเตอร์ จะใช้สายพานวง 2 เส้น ที่มีลักษณะของเส้นเป็นสี่เหลี่ยมสำหรับกว้านด้วยมอเตอร์ ในขณะที่ส่วนรองรับแท่นด้านล่างสุดคือ ทิปโทเดือยแหลมพร้อมจานรอง 3 มุม
    
จากองค์ประกอบรุ่นเริ่มต้นของ J.Sikora INITIAL LINE ผมว่ามันเหนือกว่ารุ่น Top ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยทั่วไปอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ 
     
โทนอาร์มที่นำมาใช้คู่กัน ทาง Audio House Thailand ได้ติดตั้งโทนอาร์ม KV12 มาให้ครับ
      
โทนอาร์ม KV12 มีความน่าสนใจคือ เป็นผลงานการออกแบบและผลิตของ J.Sikora เอง เพราะ แต่เดิมมาทาง J.Sikora ก็มักจะแนะนำ หรือเรคคอมเมนด์ให้ใช้ อาร์มของ Kuzma คู่กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงของเขา

 


    
KV12 เป็นโทนอาร์มดีไซน์ของ J.Sikora ที่มีลักษณะเป็น ท่อกลวง ทรงกระบอกเรียวยาว ผลิตจาก Kevlar มีความโดดเด่นตรงความแกร่งสูง และน้ำหนักเบาเพียง 13 กรัม ซึ่งจะมีผลต่อการก้องสะท้อนในตัวเอง (กำทอน) หรือเรโซแนนซ์ (Resonance) ที่ต่ำมากๆ
     
KV12 ตอบโจทย์ความต้องการอาร์มที่เบาและแกร่ง เป็นโทนอาร์มประเภทใช้เทคนิคแบบ จุดหมุนเดียว (Uni-Pivot) ขนาดความยาว 12 นิ้ว มี Oil-Dampened ในตัว
    
เฮดเชลล์ หรือตัวยึดหัวเข็มเล่นแผ่นเสียงช่วงปลายของโทนอาร์ม เป็นแผ่นโลหะแบน มีร่องยาว (Elongated Slots) ให้ความสะดวกต่อการเลื่อนหัวเข็มได้ขณะตั้งค่าแรงกด หรือมุมต่างๆ ที่จำเป็น มีการเดินสายภายในท่ออาร์มด้วยสายที่มีตัวนำวัสดุแบบเงินเคลือบทอง ผลิตมาพอดีจากปลายด้านหนึ่งไปสุดที่อีกด้านหนึ่งของอาร์ม KV12 ที่ RCA เอาต์พุต 

ซึ่งตรงนี้ เราสามารถสั่งพิเศษเป็นแบบ XLR ได้ หรือเพิ่มออพชั่น เปลี่ยนเป็นหัว Din เพื่อเชื่อมต่อสาย Phono Cable แบรนด์อื่นๆ
    
โทนอาร์มประกอบด้วย Counterweights หรือตัวตุ้มถ่วงน้ำหนักแรงกดของหัวเข็ม ซึ่งจะมีสองชิ้น สำหรับปรับจูนน้ำหนักแรงกดปลายเข็ม ปรับ VTF และ Azimuth ให้ได้ความถูกต้องแม่นยำ รวมถึงปรับแรงต้านการหนีศูนย์กลาง หรือ Anti-Skating ด้วยเส้นใย (Thread) 

 

 

KV12 จัดเป็นเป็นโทนอาร์มแบบมวลต่ำ (Low Mass) ที่มีเทคนิคอันยอดเยี่ยม รวมทั้งรูปทรงและสีสันเหลืองอ่อนที่สะดุดตามาก และจะมีให้เลือกทั้งแบบ VTA และ Non VTA (ซึ่งตัวที่ผมได้นำมาทดสอบนี้จะเป็นรุ่น Non VTA)
   
โดยรวมคือ ผมได้ทำการทดสอบเครื่องเล่นแผ่นเสียง J.Sikora INITIAL LINE & KV12 (Non VTA) ที่มีราคา 610,000.- บาท

สำหรับการติดตั้งหัวเข็ม ทาง Audio House Thailand ได้ติดตั้งหัวเข็ม MC ของ HANA Umami Blue (ราคา 100,000.- บาท)

ดังนั้นราคาเบ็ดเสร็จของชุดเทิร์นเทเบิล พร้อมหัวเข็ม J.Sikora INITIAL LINE & KV12 เท่ากับ 710,000.- บาท

ท่านที่ติดตามรายการทางเพจ วิจิตร บุญชู คงได้ฟังเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้ไปแล้วในLIVE เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยฟังผ่าน ปรีโฟโน ของ MoonRiver Model 505 (ราคาระดับ190,000.- บาท) และชุดภาคขยายจากประเทศโปแลนด์ คือ Hattor Audio Ultimate Passive Pre - Amplifier + Hattor Audio Ultimate Mono Power Amplifier 
  
อย่างไรก็ตามขอขอบคุณ คุณมนตรี แห่ง Audio House Thailand ที่ได้มาช่วย Setup ตั้งค่าต่างๆ ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงชุดนี้ อย่างถูกต้องโดยละเอียด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

ผลการทดสอบ 
ผมอยากจะเรียนว่าผลลัพธ์จากการทดสอบใช้งานจริงในเทิร์นเทเบิล J.Sikora INITIAL LINE & KV12 นอกจากผมจะได้สัมผัสกับรูปทรงที่ประณีตละเอียดย่างน่าทึ่งในทุกมุมมองแล้ว  เทิร์นเทเบิลในเวอร์ชั่นพิเศษชุดนี้  ยังมีเอกลักษณ์พิเศษคือ มาพร้อม Clamp ตัวทับแผ่นเสียงของเขาเอง
 
ในระหว่างการทดลองใช้ กับไม่ใช้ Clamp ขอบอกว่ามีผลต่างด้านน้ำหนักเสียง และรายละเอียดเสียงอย่างมากเลยทีเดียว จึงไม่ควรปลดตัวทับแผ่นออกอย่างเด็ดขาด
     
ผมชื่นชอบเป็นพิเศษตรงเริ่มเล่น ก็เร้าใจแล้วละครับ เพราะเมื่อ Start มอเตอร์ คือก่อนที่จะวางหัวเข็มลงบนร่องแผ่นเสียง กับการกดปุ่ม Stop หยุดการทำงาน มอเตอร์จะสนองตอบการทำงาน และหยุดการทำงานอย่างฉับไวนิ่งสนิท ในแบบที่เรียกว่า ใจสั่งมาเลยทีเดียว
   
บอกตรงๆ นะ ไม่เคยเจอในเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวอื่น ที่จะสตาร์ท - สต็อปแบบฉับพลันทันทีได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ 
    
ถัดมาคือลักษณะพิเศษสุดของเครื่องเล่นแผ่นเสียง J.Sikora INITIAL LINE พร้อมโทนอาร์ม KV12 เราจะพบว่าการทำงานของระบบกลไกขับหมุน และโทนอาร์ม รวมถึงวิถีของปลายเข็มที่สามารถเกาะลงไปในร่องของแผ่นเสียงนั้น นับว่าเกาะติด แบนสนิท ลึกล้ำ ราบรื่น เก็บเอาทุกรายละเอียดมาให้เราได้ยินอย่างชนิดที่คุณจะไม่เคยได้ยินรายละเอียดระดับนี้ ที่ไหนมาก่อน
    
แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่สมบูรณ์แบบ ทำให้เราได้สัมผัสเสียงในแบบอนาล็อกอันราบรื่น อิ่มอุ่นละมุนละไม เข้าถึงย่านความถี่ช่วงปลายแหลมที่ระยิบระยับครบถ้วนจริงๆ เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงไม่กี่เครื่อง ที่จะสามารถชี้เฉพาะเจาะจงไปได้ว่าสตูดิโอบันทึกเสียงดนตรีมาให้คุณได้ฟังลึกล้ำ ครบถ้วน หรือโอ่อ่าโอฬาร มีไดนามิคเร้นจ์กว้างขวางขนาดไหน

ความสามารถของซาวนด์อินจิเนียร์ จะถูกเปิดเผยให้ได้รับทราบ ว่าแต่ละสตูดิโอทำเพลงมาอย่างไร
      
ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้นก็คือ J.Sikora INITIAL LINE พร้อมโทนอาร์ม KV12 ให้ความเที่ยงตรงแม่นยำ การเกาะร่องแผ่นเสียงได้อย่างแนบสนิท และความสามารถนี้เองที่จะถ่ายทอดทุกรายละเอียดเสียงที่เราได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติครบถ้วน โดยไม่มีอะไรที่ปิดบังหลงเหลืออีกต่อไป
      
สิ่งที่น่าแปลกอีกประการหนึ่ง นั่นคือ แผ่นเสียงรุ่นเก่าๆ ที่ผมเก็บไว้ในกรุมานาน แต่เดิมมักจะเกิดสแตติค (Static electricity) รบกวน หรือการสแคร็ชจากร่องรอยขีดข่วนของแผ่นเสียงดังกล่าวออกมาค่อนข้างมาก แต่เมื่อนำมาเล่นกับ J.Sikora INITIAL LINE + KV12 กลับปรากฏว่าเสียงราบรื่น และมีเสียงรบกวนจากร่องแผ่นที่น้อยลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ อันนี้ต้องบอกตรงๆ นะครับว่า ผมทึ่งมากกับเรื่องดังกล่าว “เสียงอนาล็อกที่ไหลหลากพรั่งพรูดั่งสายน้ำ” อยากให้ความจำกัดความแบบนี้เลยครับ สำหรับความดีงามของ J.Sikora นำเสนอ ถ่ายทอดเสียงดนตรีที่ให้ทั้งความสวยงาม เปิดเผย เสียงร้องแม่นยำ ไดนามิคกว้างในทุกๆ รายละเอียด ฟังแล้ว ติดใจปลายเสียงที่ชุ่มฉ่ำจริงๆ 

 


   
J.Sikora INITIAL LINE คือความประทับใจสูงสุด สำหรับในรอบหลายปีที่ผมเล่นระบบเทิร์นเทเบิลมา โดยส่วนตัวเคยได้เล่นได้ฟังเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีระดับราคาห้าถึงหกล้านบาทมาแล้วหลายครั้งก็จริง....
    
แต่กับ J.Sikora INITIAL LINE ราคาหย่อนๆ เจ็ดแสนชุดนี้ กลับทำให้ผมประทับใจได้มากกว่า เพราะเหตุผลเรื่องความสามารถในการถ่ายทอดรายละเอียดอย่างแม่นยำเที่ยงตรง เต็มไปด้วยรายละเอียดลึกล้ำ ที่ไม่ด้อยไปกว่าเทิร์นเทเบิลไฮเอ็นด์ชุดใด คือถ้าวัดกันด้วยคุณภาพเนื้อๆ J.Sikora มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจมากทีเดียว
  
บทสรุป J.Sikora INITIAL LINE & KV12 คือคำอธิบายความจริง ของคำว่า “เสียงอนาล็อก ที่ราบรื่น กระจ่าง เปิดโปร่ง ทรงพลัง สวยงาม ต้องเป็นเช่นนี้ นี่เอง”

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดทดลองฟังได้ที่
Audio House Thailand  โทร. 094-461-4152