Rogers LS5/9 Classic

มาตรฐานแห่งเสียงดนตรีจริง

           สำหรับบททดสอบ LS5/9 Classic นี้ ผมขอเรียนว่า มีความน่าสนใจอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่นิยมในลำโพงระดับมอนิเตอร์เสียงแม่นยำเที่ยงตรงของ BBC จะว่าไปแล้ว มันคือ ตัว LS3/5A ขยายสเกลนั่นเอง ทำให้ได้พลังเสียงที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าตัว ทั้งความดังและขยายความถี่ต่ำที่ลึก และมีมิติมากขึ้น

           ผมเคยใช้งาน Rogers LS5/9 รุ่นดั้งเดิมที่ผลิตในอังกฤษ ที่มีการนำไปใช้งานจริงในสตูดิโอ รวมถึงทาง Rogers ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดออดิโอไฟล์ด้วย ถือว่าเป็นอีกโมเดลหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หากพูดถึงรหัส LS3/5A แล้ว จะต้องมีการเสริมเรื่อง LS5/9 เคียงคู่กันเสมอ

            LS5/9 นั้น เป็น “มาสเตอร์ต้นแบบ” ที่มีการนำเอาไปพัฒนาต่อหลายเวอร์ชั่น หรือเป็นรูปทรงต้นแบบสำหรับลำโพงสองทางมาตรฐานที่ประสบผลสำเร็จในตลาดหลายโมเดล เลยทีเดียว

            หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์กันสักเล็กน้อย ก็จะพบว่า BBC มีการค้นคว้าวิจัยพัฒนาออกแบบ ลำโพงมอนิเตอร์ขนาดกลาง รุ่น LS4/ มาก่อน แต่ไม่ได้ให้ผลที่น่าพึงพอใจ จึงทำการพัฒนา รุ่น LS5 ขึ้นมาแทนที่ และได้ยกเลิกลำโพง รหัส LS4/ ทั้งหมด รวมถึง รุ่น LS3/ บางรุ่นด้วย

            ช่วงปี 1964-1974 บีบีซีนำเสนอลำโพงมอนิเตอร์ LS5/1 และ 5/1A ขึ้นมานั้น เป็นนำเอาลำโพง LS3/1 มาขยายสเกล ให้มีขนาดตู้ใหญ่ขึ้น และทำการดับเบิ้ลตัวทวีตเตอร์ถึงสองตัวให้อยู่เหนือวูฟเฟอร์ หน้าตาดูแปลกๆ ไม่เหมือนลำโพงทั่วไป และยังมีการออกแบบรุ่น LS5/2 และ 5/2A ซึ่งก็คือทำการดัดแปลงเอา 5/1 นำไปใช้แขวนผนัง สำหรับงานห้องส่งสัญญาณแพร่ภาพและเสียงโทรทัศน์ของบีบีซี

           ช่วงเวลานั้นบีบีซีเอง ออกแบบลำโพงออกมามากมายสำหรับการใช้งาน ในและนอกสตูดิโอ โดยเฉพาะความต้องการลำโพงที่มีระดับ SPL ได้เกิน 100 เดซิเบล มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

           ลำโพงในรหัส LS5 แบบแอคทีฟ ที่มีขนาดตู้ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น น่าจะเป็น LS5/5 ซึ่งใช้สำหรับในสตูดิโอ โดยผิวตู้จะพ่นเคลือบสีเทา และมีวูฟเฟอร์แบบกรวยเบ็กซ์ทรีน ขนาด 12 นิ้ว ใช้มิดเรนจ์กรวย ขนาด 8 นิ้ว ดีไซน์รูปแบบที่มีแผงปิดด้านหน้า ซึ่งจะเห็นตัวกรวยลำโพงโผล่ออกมาทางช่องสี่เหลี่ยมตรงกลาง

            ส่วนตัวทวีตเตอร์จะเลือกใช้ Celestion HF1400 ดีไซน์ของ LS5/5 มาพร้อมอีควอไลเซอร์ แอมปลิไฟร์ รุ่น Quad 50D ที่ทาง Quad ออกแบบผลิตให้ใช้ควบคู่กัน

            ส่วนการเรียงลำดับรุ่นของลำโพง โมเดล BBC5/ นั้น อาจจะไม่เรียงลำดับในการใช้งานจริง  อาทิรุ่น LS5/5 ก็จะเป็นลำโพงหลักในสตูดิโอ ซึ่งต่อมามีการปรับเป็นรุ่น LS5/6 เพื่อใช้กับห้องส่งสัญญาณโทรทัศน์อีกต่างหาก

            ต่อมามีการดีไซน์ รุ่น 5/8 ที่เป็นลำโพงมอนิเตอร์ขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อนำมาใช้ทดแทน ลำโพงรุ่น LS5/1 และ LS5/5 ลำโพงดังกล่าวนี้ เน้นการใช้งานแบบแอคทีฟ กับแอมป์ของ Quad 405 ซึ่งโมเดล 5/8 จะใช้วูฟเฟอร์กรวยโพลีโพรไพลีน ของ Rogers ขนาด 12 นิ้ว และ ทวีตเตอร์ เป็นของ Audax HD13D34H

            ในที่สุดมีการออกแบบลำโพงขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง เพื่อจะใช้แทน รุ่น LS5/8 เพราะเจ้า 5/8 นั้นมีขนาดใหญ่ไปสำหรับสตูดิโอบางขนาดของทางห้องส่ง และสตูดิโอบันทึกเสียงของบีบีซี จึงทำให้มีกำเนิดของรุ่น LS5/9 ขึ้นมาในที่สุด

            LS5/9 เป็นลำโพงมอนิเตอร์ขนาดกลางสำหรับสตูดิโอ ที่จะนำมาใช้ทดแทน LS5/8 อันเนื่องจากขนาดดังกล่าว และเนื่องจากทาง BBC ต้องการให้มีเนื้อเสียงแบบเดียวกัน จึงมีการดีไซน์ LS5/9 ขึ้นเป็นผลสำเร็จ ลำโพงรุ่นนี้จะสามารถให้ความดัง SPL สูงถึง 105 เดซิเบล โดยปราศจากความเบี่ยงเบนผิดเพี้ยนใดๆ และเป็นรูปแบบลำโพงมีท่อพอร์ทด้านหน้าตู้

            แน่นอนว่าตัวขับเสียงต่ำนั้น ใช้กรวยโพลีโพรไพลีนของ Rogers ขนาด 8 นิ้ว รวมถึงเลือกจับคู่กับทวีตเตอร์ Audax HD13D34H

            ลำโพง Rogers LS5/9 ในอดีตเคยออกมาเป็นรุ่น ไบ-ไวริ่ง ด้วย 

            สำหรับ Rogers LS5/9 Classic ที่นำมาผลิตขึ้นใหม่ครั้งนี้ จะเป็นการทำขั้วลำโพงแบบปลั๊กอิน แบบเดียวกันกับ Rogers LS3/5A Classic คือเน้นความลัดสั้นที่สุดของทางเดินครอสโอเวอร์ถึงตัวขับเสียง เพื่อความแม่นยำ สะอาดจริงๆ 

            Rogers LS5/9 Classic คือพิมพ์เดิมของลำโพงรุ่น LS 5/9 ดั้งเดิม ทั้งตัวทวีตเตอร์ และวูฟเฟอร์ โพลีโพรไพลีน ขนาด 8 นิ้ว เพียงแต่การผลิตกรวยลำโพงในปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น ทำให้ลำโพงกำเนิดใหม่ Rogers LS5/9 Classic นี้ ให้คุณภาพเสียงที่เปิดโปร่งชัดเจน ให้รายละเอียดและไดนามิคที่ดียิ่งกว่า

            ตัวขับเสียงแม้จะใช้รูปแบบเดิมแต่ก็เป็นการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยมีทวีตเตอร์ Audax HD34 ขนาด 34 มม. ที่ผลิตตามแนวทางการพัฒนาเพื่อ Rogers โดยตรง วูฟเฟอร์ 210 มม. ก็ออกแบบจากพิมพ์เขียวเดิมโดยทาง Rogers เช่นกัน ทั้งตัวขับเสียงและตู้จะถูกจับคู่ด้วยมือมาจากโรงงาน อีกทั้งได้มีการลงทะเบียน บันทึกตามซีเรียลนัมเบอร์ ทุกคู่

            ความน่าแปลกพิสดาร ของ Rogers LS5/9 Classic คือมีการวางแผ่นพิมพ์ วงจรขนาดเล็ก มาแปะเอาไว้บนหน้าแบบเฟิ่ล เราจะเห็นการบัดกรี เชื่อม ค่าระดับของวงจร ครอสโอเวอร์ สำหรับทวีตเตอร์ที่ ระดับ -1 ซึ่งกำหนดมาจากโรงงาน หากผู้ใช้ระดับมืออาชีพ มีความต้องการ ปรับค่า ยังมีให้เลือกไปที่ 0 และ +1  ซึ่งต้องทำการปลด และเชื่อมด้วยตัวเอง จะว่าไปแล้ว ถ้าห้องไม่อับทึบ หรือด้อยความถี่จริงๆ  และไม่มีกรณีใช้งานพิเศษอะไร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปยุ่งกับมันครับ (ลำโพงมอนิเตอร์สปีกเกอร์ ในแบบฉบับของอเมริกาและญี่ปุ่นมักจะนิยมใช้ ตัววอลุ่มปรับค่าในแบบ Variable)

            สำหรับตัวตู้ของ LS5/9 Classic ยึดตามมาตรฐาน ของ BBC อย่างเข้มงวด ด้วยโครงตู้หลักไม้อัดเบิร์ชรัสเซีย ขนาดหนา 9 มม. ที่ดีที่สุดในช่วงข้อต่อของทุกมุมตู้ ทั้งหมดเป็นไม้เนื้อแข็ง Battened Beech Fillets แปะผิววีเนียร์ไม้จริง อีกทั้งผนังตู้แดมปิ้งด้วยแผ่นกันสั่นสะเทือน Bituminous ผ้ากระจังหน้า Tygan สีดำสวยงาม เคลือบสีวอลนัท โรสวูด และโอลีฟ ตามมาตรฐาน

Reference

Sugden IA4

Integrated Amplifier NAT Audio Single HPS v.2 Integrated Amplifier

Nottingham Analogue Horizon

REGA Planet CD Player

TQ Ultra Black II

Speaker Cable

TQ Silver Diamond Interconnect

TQ Silver Diamond AC Cable

Test Report

           ผมจับคู่ Rogers LS5/9 Classic ใช้งานร่วมกับขาตั้งไม้ แก่นกระพี้เขาควาย MAVIN  โดยเจาะจงที่ความสูงอันเหมาะสมกับการฟังเป็นการส่วนตัวของผมเอง ที่มักจะนั่งฟังกับพื้นห้อง ไม่ใช่นั่งบนโซฟาทั่วไป ดังนั้นขาตั้งรวม Spike และจานรอง Spike ของ Cold Ray อยู่ที่ความสูง 54 เซนติเมตร

            ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาจะพบว่า ความสูงของขาตั้งจะทำให้ตัวทวีตเตอร์ จะอยู่ที่ความสูงขึ้นมาจากพื้น ที่ 82 เซนติเมตร และวูฟเฟอร์อยู่ที่ 67 เซนติเมตร (วัดจากพื้นห้องขึ้นไป) หากการฟังของท่านอื่นๆ ที่นั่งบนโซฟาตามมาตรฐาน แนะนำให้ใช้ ตัวขาตั้งรวม Spike มีความสูงประมาณ 58-60 เซนติเมตรโดยประมาณ (พิจารณาให้ทวีตเตอร์อยู่ตำแหน่งตรงกับระดับหูเป็นสำคัญครับ)

            ส่วนระยะห่างระหว่างลำโพง ซ้าย ขวา วัดจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของลำโพง เริ่มที่ 1.60 เมตร ระยะห่างผนังหลังควรเริ่มต้นที่ 1 เมตรเป็นพื้นฐาน ส่วนจะขยับปรับ แคบ กว้าง  จูนอัพ โดยให้คำนึงเรื่องของโทนัลบาลานซ์เป็นสำคัญ!!!

           สำหรับการทำการ “เผาหัว” หรือรวมชั่วโมงการเบิร์นอินลำโพง มีความน่าสนใจตรงที่ว่า ทวีตเตอร์ดูเหมือนจะเข้าที่เร็วกว่า วูฟเฟอร์  คือหลังจาก 50-60 ชั่วโมงไปแล้ว ผมว่าเสียงราบเรียบสะอาดลงตัวและต้องยอมรับว่ามีความเรียบแฟลตสูงมากๆ เมื่อถึงชั่วโมงที่ 70 ไปแล้ว แทบจะพูดว่ามันไม่มีสีสันใดๆ ทั้งในส่วนขาดและเกิน พูดได้ว่าอาจจะแฟลตจริงจังยิ่งไปกว่าRogers LS3/5A Classic ด้วยซ้ำไป ผมชอบเสียงที่เนียนสะอาดของช่วงกลางแหลม และความพลิ้วสวยงามของปลายความถี่ จากช่วง 10,000 Hz ขึ้นไปของ LS5/9 Classic ที่แสดงผลได้เยี่ยมมากๆ

            ส่วนวูฟเฟอร์โพลีโพรไพลีน จะมีแนวโน้มในช่วงแรกๆ ว่าเบสดูอืดๆ ด้านๆ ไร้ความละมุน อยู่ในระดับหนึ่ง พอเลยพ้นจาก 40 ชั่วโมงต่อเนื่องกันไป จนถึงชั่วโมงที่ 60 คุณจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นเนียน และจะค่อยๆ แสดงศักยภาพในความแม่นยำของหัวเบสช่วงต้นเพิ่มขึ้นทุกขณะ และเมื่อเข้าสู่คาบเวลาชั่วโมงที่ 70 -80 ขึ้นไป ตอนนี้จะสวยงามอิ่มเอมละมุนครบพร้อมทั้งหนักแน่นจริงจังด้วยเบสที่สะอาดน่าประทับใจ ทำงานเคียงคู่ไปกับทวีตเตอร์ ชนิดลงตัวเป๊ะครับ

            ผลการทดสอบ ช่วงสองสัปดาห์เต็มๆ หลังเบิร์น มีบทสรุปว่า Rogers LS5/9 Classic นั้น เสียงกลางมีความกลมกลืนอย่างยิ่ง จากการทำงานร่วมกันของ ทวีตเตอร์ และวูฟเฟอร์ แสดงถึงความพิถีพิถันของจุดตัดแบ่งย่านความถี่ครอสโอเวอร์ ที่ลงตัวเป๊ะ กับการทำงานของไดรเวอร์  ผมชื่นชอบมากๆ เพราะเป็นเสียงกลางที่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงบุคลิกของเครื่องดนตรี และเสียงร้องจากศิลปินคนโปรดได้แม่นยำ สมจริงยากจะหาลำโพงระดับเดียวกันทำได้ถึงขนาดนี้

            เป็นลำโพงที่มีเนื้อเสียงเนียนละเอียดอ่อนชัดเจน แจ่มแจ้งเสมือนจริงอย่างถึงที่สุด คือถ้าเปรียบเทียบ LS3/5AClassic แล้วเราจะพบว่าเหมือนการขยายสเกลเสียงจากลำโพงรุ่นเล็กขึ้นมายัง Rogers LS5/9 Classic ด้วยสเกลเสียงดนตรีขยายใหญ่มากยิ่งขึ้น

            ถ้าพิเคราะห์จากการออกแบบของ BBC LS3/5 A จะมีสเกลอัตราส่วนต่อดนตรีจริงย่อส่วนลงมา 8 เท่า  ผมคาดว่าเสียงแบบ LS5/9 คือสเกลประมาณ 5 เท่า โดยคงคุณภาพเสียงในแบบ ที่มีความเที่ยงตรงอย่างยิ่งของ BBC Monitor อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน

            เพียงแต่ LS5/9 เสมือนขยายส่วนของ LS3/5A ขึ้นมาอีกสองเท่าตัว! ถ้าเทียบอัตราส่วนการได้ยินเสียงดนตรีจริง เพราะ LS3/5A นั้นให้ความดังสูงสุด SPL ที่ +98dB โดยวัดที่ระยะห่างออกมา 1.5 m  แต่ LS5/9 จะได้ความดังสูงสุด เกิน +105 dB

            Rogers LS5/9 Classic มีเสน่ห์อันลึกล้ำอยู่ที่เสียงกลางและเสียงต่ำที่มีความลึกแน่นสมจริงสมจังเป็นอย่างมาก ถ้าใครจะหลงใหลในเสียงแบบนี้ ก็คือนักฟังที่มีประการณ์สูง ฟังลำโพงมาแล้วนับไม่ถ้วน และจะมาหยุดที่ LS5/9 Classic เพราะรักในความสมจริงของดนตรีเนื้อแท้นั่นเอง

           ในขณะที่เสียงแหลมช่วงปลายนั้นจะมีความสะอาดละเมียดละไมและส่งผลต่อความเป็นจริงมากกว่า จะมีการเสริมแต่งใดๆ เป็นลำโพงอีกคู่หนึ่งที่คุณสามารถฟังเสียงร้องจากศิลปินคนโปรดเสียงดนตรีที่มีความชัดเจนและมีความเที่ยงตรงในทุกระดับความดังอย่างเต็มอิ่ม

            Rogers LS5/9 Classic ฟังเพลงได้ทุกสไตล์ด้วยเสียงอันบริสุทธิ์เที่ยงตรงโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ที่สำคัญคือฟังได้โดยไม่เบื่อล้า ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานอาจจะมากกว่า ลำโพงทุกคู่ที่คุณเคยมีประสบการณ์มา เพราะการฟัง “ความจริง” นั้นเราย่อมสามารถฟังได้ยาวนานกว่า “เสียงที่ปรุงแต่ง” ทั้งหลาย

            หากเปรียบเทียบ LS5/9 Classic กับ LS3/5A Classic เราจะเห็นถึงความมีเสน่ห์เฉพาะตัวของลำโพงทั้งสองคู่นี้ ต่างก็มีเสน่ห์ในสเกลเสียงที่ต่างกัน และน่าประทับใจอย่างด้วยกันทั้งคู่

            LS3/5A แต่ดั้งเดิมออกแบบมาสำหรับการฟังในระยะใกล้แบบ เนียร์ฟิลด์ แต่ LS5/9 ออกแบบมาให้ฟังได้ในระยะห่าง เหมือนการฟังเพลงปกติทั่วไปในแบบออดิโอไฟล์ และน่าชื่นชมที่ท่อพอร์ทอยู่ด้านหน้า ไม่มีเอฟเฟ็คมากนักกับการเซ็ตอัพลำโพงเข้ากับห้องฟังครับ

            ความสิ้นสุดของ Rogers LS5/9 Classic อยู่ที่ความงดงาม เต็มอิ่มทุกย่านความถี่เสียง ให้ความบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น สะอาดสะอ้าน เวทีเสียงกว้างลึกมาก แจกแจงชิ้นดนตรีแม่นราวจับวาง สร้างมาตรฐานของเสียงดนตรีจริง ให้มาปรากฏต่อหน้า และนี่คือเสียงที่คู่กับ นักฟังเพลงระดับออดิโอไฟล์ ที่ไม่อยากได้ความแปลกปลอมใดๆ ให้แผ้วพานแม้แต่เล็กน้อย

            เป็นครั้งแรกที่คุณจะฟังเพลิดเพลินเต็มอิ่ม แบบลืมวันเวลาไปเลยทีเดียว

            Rogers LS5/9 Classic เป็นเสมือนลำโพงรุ่น “บรมครู” หรือต้นแบบของลำโพง ซึ่งให้ความสมจริงดำรงอยู่ในมาตรฐานสูงสุดในการฟังเพลงของคุณ

Rogers LS5/9 Classic ราคาคู่ละ 250,000.- บาท

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้า หรือทดลองฟังได้ที่

ร้าน​ Msound​  โทร. 096-978-7424​

ร้าน เต่า​ ออดิโอ​ กทม.  โทร.​ 088-005-5156

ร้าน เพื่อนกันไฮไฟ​ ชลบุรี​  โทร. 081-982-0282

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here