Rogers LS3/5A Classic

ลำโพงคู่ชีวิต Part 1

           รหัสลำโพงมอนิเตอร์ ที่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติของอังกฤษ BBC: British Broadcasting Corporation วางกำหนดมาตรฐานเอาไว้ใช้งานนั้น มีหลากหลาย บางรุ่นใช้งานเฉพาะในสตูดิโอ บางรุ่นใช้งานนอกสตูดิโอ และงานเฉพาะอย่างที่ ทีมรีเสิร์ชออกแบบ จะเป็นผู้นำเสนอต่อคณะกรรมการของ BBC ให้มีการอนุมัติดีไซน์ดังกล่าว และนำเอาต้นแบบส่งไปผลิตยังโรงงานที่สามารถประมูลและผลิตตามเงื่อนไขของ BBC ได้

           ลำโพงมอนิเตอร์ของ BBC ใช้รหัส LS ที่หมายถึง Loudspeaker เริ่มจากอนุกรม LS1/, LS2/, LS3/, LS4/, LS5/ เป็นต้น ส่วนต่อท้ายของรหัสที่มีเครื่องหมาย / จะเป็นตัวเลขใด ในแต่ละรุ่น ขึ้นกับช่วงเวลาที่ออกแบบ และกำหนดการใช้งาน ขนาดของตู้ลำโพง มีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

            การแยกประเภทการใช้งาน จะมีทั้งในสตูดิโอ งานกลางแจ้งหรือใช้นอกอาคาร  งานกระจายเสียงวิทยุ งานแพร่ภาพและเสียงของสถานีโทรทัศน์ มีครั้งเดียวเท่านั้น ที่ต้องออกแบบลำโพงมอนิเตอร์สเกลเล็กสุด สำหรับการใช้งานที่แยกออกมาจากปกติคือ ลำโพงมอนิเตอร์สปีกเกอร์สำหรับในรถโมบายล์เคลื่อนที่ สำหรับงานข่าวถ่ายทอดสดต่างๆ เป็นการเฉพาะ (และนั่นคือที่มาของ LS3/5A)

           นอกจาก LS2/ ที่เป็นเฉพาะตัวขับหรือไดรเวอร์แล้ว นอกนั้นจะเป็นลำโพงประกอบลงตู้สำเร็จเพื่อการใช้งานทั้งสิ้น บางรุ่นออกแบบมาแล้ว ก็ยกเลิกโครงการไปเลย ไม่ได้นำมาใช้งานจริง ขึ้นกับความเห็นชอบของทาง BBC หรืออันเนื่องมาจาก รุ่นใหม่ๆ อาจจะเหมาะสมกว่ารุ่นเก่า

           ลำโพงมอนิเตอร์ของ BBC นั้น ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบโฮมออดิโอ จุดประสงค์หลักในการออกแบบเน้นเรื่องของความถี่เสียงที่เที่ยงตรงโดยมีค่าเบี่ยงเบนไม่เกิน 1 ถึง 3 dB ทั้งในทางบวกและลบ เมื่อวัดค่าจาก เกน 0 เดซิเบล หมายความว่า เรื่องของความแม่นยำเที่ยงตรงจะอยู่เหนือเรื่องของบุคลิกเสียงใดๆ ทั้งสิ้นทั้งปวง

            การกำเนิดของ BBC LS3/5A เริ่มต้นในช่วงปี 1970 อันเนื่องมาจากปัญหา ทาง BBC ได้มีโครงการ รถแวนสำหรับการถ่ายทอดสดนอกสถานที่ หรือรถโมบายล์  ในการนี้ ทาง BBC พยายามอย่างยิ่งที่จะนำเอาลำโพงที่มีอยู่ดั้งเดิม และลำโพงในท้องตลาดมาใช้งาน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จทั้งในแง่คุณภาพ บ้างก็มีขนาดใหญ่เกินไป หรือเล็กเกินไป ลำโพงหลายคู่มีบุคลิก หรือมีความผิดเพี้ยนเบี่ยงเบนไม่เป็นที่ยอมรับได้

           อันที่จริง ในขณะนั้น BBC มีลำโพงรุ่น LS3/1 และ LS3/4 ใช้งานสำหรับนอกสถานที่ อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีขนาดไม่เล็กพอสำหรับการใช้งานในรถแวนที่จะใช้เป็นรถโมบายล์ (OB Van) ซึ่งลำโพงคู่นี้จึงจำเป็นจะต้องออกแบบให้ใช้งานได้สมบูรณ์ที่สุดในพื้นที่แคบๆ และต้องฟังในระยะใกล้ๆ ลักษณะ Near Field ด้วย

           ช่วงเวลาที่ยังหาทางลงตัวไม่ได้ ในขณะนั้นทางทีมวิจัยลำโพงมอนิเตอร์ของ บีบีซี อันมี H.D. Harwood M.E. Whatton และ R.W. Mills กำลังออกแบบลำโพงที่ย่อส่วนจากมอนิเตอร์ ขนาดใหญ่ หรือโครงการ Acoustic Scaling ให้มีมอนิเตอร์สปีกเกอร์ขนาดเล็กลงอยู่พอดี โครงการ LS3/5 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานของทาง BBC

            โดยทางทีมออกแบบค้นคว้าวิจัย ได้ตั้งเป้าไว้ที่ การย่อส่วนเสียงดนตรีจริงให้เหมือนที่สุด คือย่อส่วนจากการแสดงดนตรีสดในสถานที่จริงลงมาที่แปดเท่า โดยยังคงมีความแม่นยำดุจดังได้ฟังดนตรีที่บริสุทธิ์สะอาดเป็นเนื้อแท้

            ในช่วงของการออกแบบนั้น ตั้งเป้าไว้เพียงการตอบสนองความถี่ที่ 100-20,000 Hz เท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ปรากฏว่าลำโพงต้นแบบกลับสามารถสนองความถี่ดีกว่าที่คาดไว้คือ 70- 20,000 Hz โดยมีค่าเบี่ยงเบนไม่เกิน 3 ดีบี โดยระยะแรก BBC กำหนดให้ใช้ตัวขับเสียงจาก KEF คือทวีตเตอร์รุ่น T27 และวูฟเฟอร์ B110

           บางคนอาจสงสัยว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง BBC และคุณ Raymond E. Cooke ผู้ก่อตั้ง KEF น่าจะมีผลต่อการเลือกตัวขับเสียงด้วยเช่นกัน ก็เพราะ เรย์มอนด์ คุก นั้นเคยทำงานในแผนก Engineering Design Department ของ BBC ตั้งแต่ต้น ๆ ของช่วง 1950 เป็นต้นมา ก่อนจะอำลาจากไปตั้งโรงงานผลิตลำโพง KEF เป็นของตนเอง

            ขนาดของตู้ของ LS3/5A กำหนดไว้ที่ 31X19X16 เซนติเมตร

           ปัญหาจากการออกแบบครอสโอเวอร์ที่เน้นความแม่นยำเที่ยงตรงอย่างมาก ทำให้ค่าความต้านทานจะสูงถึง 15 โอห์ม เลยทีเดียว แต่เข้าใจว่า ทาง BBC ไม่ได้แคร์อะไร เพราะตั้งใจออกแบบมาใช้กับงานกระจายเสียงของตนเอง ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และยังได้ออกแบบภาคขยายให้มันคู่เคียงไปกับการใช้งานได้กับลำโพง LS3/5A ด้วย

            LS3/5A กำหนดค่าความดังสูงสุดอยู่ที่ 98 เดซิเบล ที่ระยะฟังที่ห่างออกมา 1.5 เมตร โดยมีความแม่นยำของเสียงเป็นไปดังเจตนารมย์ดังกล่าวข้างต้น ในแง่ของตัวตู้ลำโพงจะใช้ไม้อัด (ไม้เบิร์ช) ที่มีความหนา 12 มิลลิเมตร และช่วงรอยต่อเข้ามุมใช้ไม้บีช (Beech) ยึดติดอย่างแน่นหนา การยึดแผงแบบเฟิ่ล ก็จะต้องใช้สกรูที่กำหนด อัดด้วยกาวไม่ให้มีรูรั่วใดๆ เป็นโครงตู้ปิดทึบ ที่แม้แต่อากาศก็จะต้องไม่เล็ดรอดออกมาทางรูของสกรูได้อย่างเด็ดขาด

           สำหรับการซีลภายในตู้ เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ด้วยการบุโฟมโพลียูรีเทนหนาประมาณหนึ่งนิ้วที่ผนังด้านบนและด้านล่าง ผนังด้านข้างใช้บุขนาด 16 มิลลิเมตร เป็นการผนึกรอยต่อกักเก็บพื้นที่ และปริมาณอากาศภายในมิให้หลุดรั่วออกมา

            ในเวลานั้นได้มีการทดสอบในเรื่องของไม้อัดที่ประกบช่วงรอยต่อแบบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้กับลำโพงรุ่นนี้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ผลปรากฏว่านอกจากไม้บีชแล้ว ไม้อัดแบบอื่นๆ ทำให้ย่านความถี่ของลำโพงนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างใช้ไม่ได้เลย เราจะพบว่า ลำโพง LS3/5A ที่ผลิตกันในภายหลัง แต่ละโรงงานหากขาดความพิถีพิถันก็จะทำให้เสียงแปรเปลี่ยนไปต่างๆ นานา

           จากการสะสมลำโพง BBC Monitor LS3/5A ของผมมาหลายสิบปี ที่สุดก็เลือกเก็บไว้เกือบยี่สิบคู่ ส่วนที่ยอมรับไม่ได้ และไม่เก็บบางคู่ เพราะว่าเกิดความอิดหนาระอาใจกับการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานของผู้ผลิตที่รับไลเซนส์มาหลายเวอร์ชั่น จึงทำให้ต้องขายออกไปหลายคู่เช่นเดียวกัน เพราะมันห่างชั้น คำว่า BBC Monitor เกินไป

            ข้อแนะนำคือ หากจะหาซื้อลำโพง LS3/5A ให้เลือกจากผู้ผลิตประเทศในอังกฤษเท่านั้นครับ จะมั่นใจได้มากกว่า

            ลำโพง LS3/5A ชุดแรก ผลิตโดยบริษัท Swisstone หรือ Rogers มันได้ถูกนำไปใช้งานครั้งแรกในรถโมบายล์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ บีบีซี จำนวน 3,500 ตู้ ต่อมามีผู้นำไปใช้งานในลักษณะโฮมออดิโอ แล้วปรากฏว่าเป็นที่ประทับใจของนักเล่นในระดับออดิโอไฟล์จำนวนมาก จึงมีผู้มาขอสิทธิบัตรจากทางบีบีซีไปผลิตในเชิงพาณิชย์

           ลำโพง LS3/5A ผ่านกาลเวลามายาวนาน นับตั้งแต่ปี 1977 ที่เริ่มมีใช้ในกิจการของ BBC เป็นต้นมา Rogers เองก็เริ่มนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาด เมื่อปี 1989 ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในทันที โดยวางจำหน่ายเพียงคู่ละ104 ปอนด์ หรือไม่เกิน 5,000 บาทในช่วงเวลาขณะนั้น

           อันที่จริงบริษัทแรกที่ขอไลเซนส์ จาก BBC มาผลิตคือ Spendor เมื่อปี 1984 แต่ความนิยมความเชื่อถือจะเป็นรอง Rogers อาจจะเนื่องมาจาก Rogers เป็นผู้ผลิตตามมาตรฐานแรกสุด และเป็นผู้นำส่งให้กับทางบีบีซีโดยตรงด้วยเช่นกัน

           ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ของ LS3/5A มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง นับตั้งแต่เริ่มประกาศโครงการในปี 1974 เป็นต้นมา และนำออกใช้งานจริงปี 1977 เช่น ในปี 1988 มีการเปลี่ยนขอบยางของตัวขับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นรวมทั้งปรับปรุงอุปกรณ์ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก จึงทำให้มีรุ่น 11 โอห์มขึ้นมา ส่วนในปี 1990 มีการปรับเปลี่ยนเป็นขั้วต่อแบบไบร์-ไวริ่ง เพิ่มเติมขึ้นมาอีก

            ปี 1992 เริ่มยอมรับในการปรับเปลี่ยนตัวขับเสียงที่เคยใช้ ของ KEF มาเป็นของบริษัทอื่นๆ เพราะเหตุที่ทาง KEF มีการปรับเปลี่ยนสายงานการผลิตอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทีมงานบริหาร

            ในปี 1993 Rogers ได้ถูกซื้อกิจการไปเป็นส่วนหนึ่งของ Wo Kee Hong Group บริษัทHolding Company ยักษ์ใหญ่ ของฮ่องกง และนำเอา Rogers LS3/5A มาผลิตอีกอย่างน้อย 3-4 เวอร์ชั่น ในโรงงานประเทศจีน และประสบผลสำเร็จอย่างดีกับลำโพงเพียงรุ่นเดียวที่สร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล

           บัดนี้การได้กลับมาอยู่ในมือผู้บริหารอังกฤษอีกครั้ง ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นข่าวดีที่เราจะได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม ออกแบบโดยกางตำราจาก “พิมพ์เขียวของ BBC” มาปรับปรุง และผลิตด้วยความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่ Rogers LS3/5A Classic และ LS5/9 Classic  ได้รับรางวัลจากสถาบันผู้สื่อข่าวด้านออดิโอไฟล์อย่างมากมายท่วมท้น ในระยะเวลาอันสั้นๆ เท่านั้น!!!

Reference สำหรับงานทดสอบ

Sugden AI 4 Anniversary

LFD Mistral Integrated Amp.

Denon DCD 2500ne

NAD M51 DAC

QUAD Model 44 Pre

QUAD Model 606 Power

Marantz Model 8 Tube Power Amp.

ELAC Miracord 90 Turntable

NAD M10 Streaming Amp

โปรดติดตาม Part 2 ว่าด้วยการทดสอบ Rogers LS3/5A Classic โดยละเอียดครับ

Rogers LS3/5A Classic ราคาคู่ละ 150,000.- บาท (ขึ้นกับสีผิวของลำโพงด้วย)

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้า หรือทดลองฟังได้ที่

ร้าน​ Msound​  โทร. 096-978-7424​

ร้าน เต่า​ ออดิโอ​ กทม.  โทร.​ 088-005-5156

ร้าน เพื่อนกันไฮไฟ​ ชลบุรี​  โทร. 081-982-0282

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here