ความทรงจำของผมครั้งหนึ่ ที่ฝรั่งเศส ก็คือการได้ไปเยี่ยมเยียนโรงงานขนาดเล็กของไมโครเมกา (Micromega) ซึ่งเป็นผู้ผลิตซีดี และแอมปลิไฟเออร์ รายสำคัญในตลาดยุโรป และตลาดโลกที่ขึ้นชื่อว่าให้คุณภาพสูงสุด มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ในช่วงเวลานั้นทางเจ้าของบริษัท Micromega ได้ขับรถมารับผมถึงสนามบิน ชาร์ล เดอร์โกลด์ ไปยังโรงงาน ที่อยู่นอกกรุงปารีส ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

ในบรรยากาศของโรงงานขนาดย่อมแห่งนี้ มีความร่มรื่นสะอาดสะอ้าน อาคารสองหลังที่มีการเชื่อมติดต่อกันนั้น จะมีดีไซน์โปร่ง มีกระจกล้อมรอบ  ส่วนหนึ่งเป็นโรงงานผลิต และประกอบแบบแฮนด์เมด อีกส่วนหนึ่งเป็นสำนักงาน และห้องดีไซน์ออกแบบ

เข้าใจว่าในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้คงยุบเลิกไปแล้ว เพราะหลังจากมีการควบรวมกิจการกับทาง Focal บริษัทลำโพงยักษ์ใหญ่ ของประเทศฝรั่งเศส ก็มีการขยายโรงงานให้ใหญ่ขึ้น สามารถผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยในระดับอุตสาหกรรมไฮเทค เช่นเดียวกับ Focal

เมื่อ 20 ปีที่แล้วเครื่องเล่น cd ที่ได้รับความนิยมและขึ้นชื่อที่สุดของฝรั่งเศส หรือตลาดยุโรปก็คงไม่มีใครเกิน Micromega ใน Series Stage ตั้งแต่รุ่น 1-6 ที่สามารถครองใจ ออดิโอไฟล์มาอย่างยาวนาน

ปัจจุบัน Micromega มุ่งสู่ยุคใหม่ ด้วยการนำเสนอโครงการมุ่งเข้าสู่โลกเทคโนโลยีชั้นสูง นั่นคือการผลิตเครื่องเล่นแอมปลิไฟร์ ไฮเทค ที่มีทั้งพลังขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม และสามารถตอบรับกับการสตรีมมิ่ง มี DAC สนองตอบการเล่นไฟล์เพลงในยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ทอดทิ้งภาคขยาย Phono หรือเอาใจคออนาล็อคไปในตัว

เรียกว่า M1 Series มีคุณสมบัติ ครบถ้วนในหนึ่งเดียว

Micromega M1 ในระยะเริ่มต้นนี้ มีอยู่สองรุ่นด้วยกัน โครงสร้างลักษณะเหมือนกันราวฝาแฝด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของกำลังขับ และระบบการใช้งานบ้างเล็กน้อย นั่นก็คือรุ่น M100 กำลังขับ 100 วัตต์ต่อช่องเสียง และ M150 ที่มีกำลังขับแบบสเตอริโอ 150 วัตต์ ต่อช่องเสียง

(โปรดอย่าได้เข้าใจผิดว่า เรากำลังจะมาพรีวิว เครื่องดื่มชูกำลัง นะครับ)

 จุดเด่นของ Micromega M1 ที่ผมเห็นครั้งแรกก็ตะลึงคือ ดีไซน์ได้สวยงามแบนบางที่สุด มีการทำสีผิวของตัวถังได้อย่างเลอเลิศ เลือกได้หลายสี และ มีอรรถประโยชน์ครบในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเล่นเพลง ดิจิตัล สตรีมมิ่ง และอนาล็อค

สามารถเล่นไฟล์จากต้นทางที่รองรับไฟล์ประเภทต่างๆ ในระบบเน็ตเวิร์ค LAN โดยลักษณะของการ คอนโทรลนอกจากรีโมทของเครื่องแล้วสะดวกที่สุดก็คือการโหลดแอพพลิเคชั่น ของไมโครเมกา มาใช้งานที่จะช่วยให้เปิดเพลงจากออดิโอ เซิร์ฟเวอร์ได้โดยตรง

ความสะดวกจากแอพพลิเคชั่น มีหลากหลายครับ เลือกอินพุต ที่ตั้งค่าความไวอินพุตของแต่ละช่องให้สมดุล ในแต่ละช่องให้มีความดังใกล้เคียงกัน  เลือกการปรับแต่งคอนโทรลเสียง การใช้งานระบบสั่งงานแบบไร้สาย

รวมไปถึงการตั้งค่าระดับโวลุ่มเกนโวลุ่ม หรือความดังสูงสุด MAX ที่เราสามารถสั่งการได้จากแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลกับลำโพงแต่ละคู่ที่เราได้นำไปใช้งาน อันเนื่องจากลำโพงโดยทั่วไปในท้องตลาดนั้นมีค่าความไวแตกต่างกันตามสมควร

เครื่องถูกออกแบบมาให้ขยายขอบเขตได้อย่างไม่สิ้นสุด หมายถึงว่าเราสามารถใช้เครื่องรุ่นนี้เป็นปรีแอมป์ศูนย์กลางสำหรับเพิ่มภาคขยายภายนอกได้อีก ถ้าหากต้องการ โดยสังเกตได้จาก ช่องต่อสัญญาณภาคปรีเอ๊าพุต XLR Balanced อีกทั้งเล่นซับวูฟเฟอร์แอคทีฟว์ได้โดยตรง

มีอินพุตดิจิตัลผ่านระบบเน็ตเวิร์ก อินพุตเอาใจคอคนเล่นเครื่องเสียง นอกจากนั้นในความครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ก็มีทั้งอนาล็อคและดิจิตัล มีช่อง RCA  ช่องต่อเพื่อเล่น DAC ในตัวแบบ Optical Coaxial รวมถึง AES-EBUรวมทั้งการสื่อสารเชื่อมต่อด้วย บลูทูธ

ให้ช่องเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นอื่นๆ ในตระกูล Micromega ด้วย

โดยส่วนของช่องอนาล็อกที่ผมชอบมากที่สุดก็เห็นจะเป็น phono preamp นี่ละครับ ถูกใจคนชอบแผ่นเสียง เป็นภาคขยายสัญญาณหัวเข็มแบบ MM และ MC มาครบเลย แถมสามารถปรับค่าความสมดุลหัวเข็มได้อีก

   อะไรไม่ว่า มีช่องแยก SUB Out มาให้แบบรู้ใจคนเล่นเครื่องเสียง หากต้องการ เพิ่มเสียงเบสก็เลือกต่อสัญญาณไปสู่แอคทีฟว์ซับวูฟเฟอร์ได้เลย

หมายถึงการเล่นระบบ 2.1 ในการฟังเพลงอันเป็นที่นิยมของออดิโอไฟล์ที่มักจะเล่นลำโพงขนาดเล็ก และเพิ่มซับวูฟเฟอร์เพื่อให้ประหยัดเนื้อที่ภายในห้อง แต่ได้พลังเสียงที่ยิ่งใหญ่จากการเสริม Sub Woofer

อันที่จริง M1 series ทั้งรุ่น M100 และ  M150 มีมาให้มากกว่าที่คาดคือ ระบบการเซ็ตอัพค่าอะคูสติคให้สอดคล้องการทำงานขยายเสียงภายในห้อง คือระบบ M. A. R. S. ที่เป็นระบบปรับตั้งค่าด้วยไมโครโฟน ของMicromega ซึ่งระบบนี้จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนที่เป็น optional หรือแยกซื้อต่างหาก ซึ่งถ้าท่านใดมีความจำเป็นและต้องการที่จะนำไปใช้ควรจะติดต่อตัวแทนจำหน่ายครับ

On Test

อุแม่จ้าว… ต้องอุทานแบบนี้เลย พอผมได้รับกล่อง Micromega M150 มา เล่น เอาตกใจ มันช่างใหญ่บานเบอะอะไรเช่นนี้ แต่พอแกะดูภายในก็ถึงบางอ้อ ว่าบรรจุภัณฑ์ ชิ้นนี้เขาวางในกล่องแบ่งเป็นสัดส่วน เหมาะสมสวยงามตัวเครื่องอยู่ตรงกลางในขณะที่แอคเซสเซอรี่ต่างๆ กระจายอยู่โดยรอบอย่างเป็นระเบียบ  

แกะเอาออกมาจากกล่อ ง โอ…ตัวที่ได้รับมานี้ เป็นตัวเครื่องสีขาวซึ่งผ่านการเคลือบสีด้วยกรรมวิธีพิเศษยากนักที่เครื่องเสียงทั่วไปจะทำได้ถึงขนาดนี้มันสวยสะดุดตาอย่างน่าหลงใหลเลยทีเดียว

(หมายเหตุ มีหลายสีตามความต้องการของผู้บริโภคนะครับ แต่ช่วงนี้ในสต็อกจะมีเป็นตัวเครื่องสีขาว)

ความแบนบางของเครื่องยากจะเชื่อได้ว่า บางขนาดนี้ยังเป็นภาคขยายแบบคลาส AB ซึ่งต้องมีการออกแบบและคัดสรรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีขนาดเล็กและมีความสูงไม่มากใส่เข้าไปในตัวเครื่อง ภาคเพาเวอร์ซัพพลายออกแบบอย่างแยบยลจริงๆ ระบายความร้อนเหมือนหนึ่งเป็นอุโมงค์ลม พร้อมพัดลมจิ๋วระบายความร้อน ที่มีระดับความดังที่แผ่วเบามาก จนแทบไม่รู้สึกถึงเสียงอะไรเลย

ในความบางของตัวเครื่อง มีจอดิสเพลย์ตรงกลางเครื่องให้สองจอ ที่เราสามารถวางตามปกติ หรือจับแขวนผนังได้อย่างเหมาะสม วิธีการออกแบบชั้นครู จริงๆ ครับ  

ในความบางนั้นยังสามารถใส่ขั้วต่อลำโพงแบบไบดิ้งโพสท์ชั้นดี อย่างลงตัวพอดิบพอดี อันนี้เรื่องดีไซน์ ยกนิ้วให้จริงๆ ครับ 

ช่องอินพุต เอ๊าพุต เรียงไปตามลำดับเมื่อหงายเครื่องขึ้นจะเห็นสกรีนระบุช่องต่างๆ จากขวามาซ้าย คือช่องต่อสายไฟเอซี ช่อง sub out ขั้วต่อลำโพงซ้าย ช่องปรีเอ๊าท์แบบ XLR ขั้วต่อลำโพงขวา ช่อง LAN ช่อง I2S2 สองช่อง

ช่องต่อ USB สำหรับคอม ช่องดิจิตอล XLR  ช่องโคแอ็คเชียล ออพติคัล ช่องTrig ช่องไลน์อินพต  XLR  ช่องไลน์RCA ช่อง Phono และสุดท้ายคือช่อง MIC สำหรับกรณีใช้โปรแกรมเซ็ตอัพ 

การทดสอบฟังผมเน้นที่ช่องรับสัญญาณ จากเพลงที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ และไปทดสอบภาคโฟโน ขยายหัวเข็มซึ่งจะใช้เครื่องเล่นเทอร์นเทเบิล Linn LP12 พร้อมหัวเข็ม Linn Adikt ที่จะเป็นการพิสูจน์ให้ได้รับรู้ว่า เมื่อเล่นกับเสียงที่อนาล็อก เราจะได้คุณสมบัติด้านใดและ ได้อะไร ที่แตกต่างจากดิจิตอลสักแค่ไหน 

เป็นเรื่องที่ถือว่าน่าทึ่ง ตรงที่เราสามารถใช้แอพ ของเขาใช้งานได้สารพัดประโยชน์ โดยเฉาะการตั้งค่าโวลุ่ม สูงสุด เอาไว้ตามที่ต้องการ

โดยในแอพ ให้เราตั้งค่า Max Volume ให้ต่ำหรือสูง เพื่อความเหมาะกับความไวของลำโพงแต่ละคู่ได้ตามความเหมาะสม ตรงนี้ขึ้นกับสภาพความจริงที่เราใช้งานครับ

การเล่นเพลงจากข้อมูลเพลงใน NAS สตอเรจ ผ่านมาทางระบบสาย LAN มาที่ตัว M1 ซึ่งทำได้อย่างง่ายดาย คุณภาพเพลง ต้องเรียกว่าแม่นตรง สดใสรายละเอียดหายห่วง  ฟังเสียงที่ละเอียดอ่อนอย่างเป็นสุขมากครับ 

ในการฟังผ่านระบบสตรีมมิ่งจาก TIDAL โดยส่วนใหญ่ก็เป็นไฟล์ที่ให้รายละเอียดเสียงเท่ากับซีดีหรือ  44.1 ผมถือว่าออกมาได้ดีมาก อาจจะเหนือกว่าการฟังซีดีในบางอัลบั้ม ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าคุณสมบัติในด้านเสียงในการถ่ายทอดแบบ Streaming นับวันแต่จะก้าวหน้า และได้แอมปลิไฟร์ ที่มีภาค DAC แบบนี้ก็ถือว่าหายห่วงเลยละครับ

ในแง่น้ำเสียงโดยทั่วไป ถือว่าภาคขยายมีน้ำเสียงหนักแน่น ฮาร์โมนิกดี ให้ความเต็มอิ่มอย่างมาก ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นเรื่องของรายละเอียด ให้ความแม่นยำของโน้ตดนตรีในเพลงทุกสไตล์ ที่ส่งผ่านมาทาง Streaming  

อาจจะเป็นด้วยคุณภาพของ Micromega M150 เอง มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม และ ภาค DAC เองก็เข้าขั้นเทพนั่นเอง

การเล่นไฟล์เพลงโดยตรงผ่านมาจาก NAS สตอเรจ ได้ความสะดวกราบรื่น คุณภาพเสียงดีเยี่ยม น่าจะเหนือกว่า เพลงการสตรีมมิ่งในระดับหนึ่ง ทุกอย่างขึ้นกับคุณภาพไฟล์ที่เรามี

และเพื่อให้ได้เข้าถึง ที่สุดของคุณภาพเสียง ผมก็ได้ใช้ สตอเรจในรูป USB เสียบตรงช่องUSB หลังเครื่อง ซึ่งเป็นไฟล์ที่ผมได้บันทึกมาจากสตูดิโอ เพลงชุดนี้ ผมลงไปทำมาสเตอริ่งด้วยตนเอง เน้นไฟล์ 24/96 และ 24/192 เปรียบเทียบกัน

ต้องบอกว่า Micromega M150 นั้น มีคุณสมบัติของเสียงที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอย่างเต็มที่  เสียงที่ได้คล้ายกับเสียงที่มาจากสตูดิโอ ไม่ผิดเพี้ยน การแยกแยะเวทีหน้าหลังที่ได้ยินเรียกว่า ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว อีกทั้งพลังที่ออกมาเต็มที่ ได้ยินเสียงแซ็กโซโฟน หลุดทะลุมิติ ออกมาได้อย่างที่ใจต้องการ

บุคลิกเสียงติดแนวใสหวาน กังวาน ละเลียดละมัย

เสียงร้องกลมกลึงโดดเด่น จากเสียงแผ่วในลำคอไปจนถึงการเค้นเสียงสูงที่ตอบรับอารมณ์เพลง ของผู้ขับร้องดูสมจริงราวกับนั่งฟังอยู่ตรงหน้า

ไฟล์ไฮเรส ได้เสียงระดับนี้ ผมยกให้เลย ว่า ต่อให้คุ้นเคยและรักเสียงในแบบ อนาล็อค  ไวนิลถึงเพียงไหนก็ตามคุณก็จะอดหลงเสน่ห์ดิจิตอลของ Micromega M150 นี้ไม่ได้หรอกครับ มันหวานระรื่นหูจริงๆ

ผมชื่นชมมากๆ ในภาค DAC ของ M1 ใน M150 ที่มีคุณภาพอย่างล้นเหลือ ให้การแจกแจงไฟล์เพลง ในแต่ละ ระดับรายละเอียด อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ว่าต่างกันไป เช่นเพลงเดียวกัน ที่ รายละเอียด 24/96 และ 24/192 จะพบว่า รายละเอียดที่ 14/192 เนียนละเอียดกว่า จริงๆ

เรื่องที่สร้างความเซอร์ไพรส์มาแต่ต้นคือการมีภาคขยายโฟโน ซึ่งมันทำให้คุณค่าของเครื่องเน็ตเวิร์คสตรีมเมอร์แอมปลิไฟเออร์ เครื่องนี้เต็มไปด้วยคุณค่ารอบด้านอย่างหาตัวจับยาก

และเราก็อยากรู้เหลือเกินว่าในภาคโฟโนนั้นเมื่อลงมือเล่นจริงๆ จากเทิร์นเทเบิลระดับแนวหน้าอย่าง Linn เสียงจะเป็นเช่นไร

เมื่อผมต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียง Linn LP12 ลงมือเล่นแผ่นไวนีล ยุคดั้งเดิมแบบวินเทจ ยุคคุณสุเทพ วงศ์กำแหง, สวลี ผกาพันธุ์, สุทราภรณ์ เพลงลูกทุ่งยุค 30 ปีก่อนหน้านั้น รวมทั้งเพลงทดสอบเสียงจากค่าย Sheffield Lab เบอร์ต้นๆ จนถึง LAB29 ก็ต้องขอบอกว่านี่คือความประทับใจอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่งกับ Micromega

หลังจากที่ห่างหายกันไปนานนะครับ จากเครื่องเล่น cd ที่มีคุณภาพเสียงมาตรฐาน และมีราคาสมเหตุผลที่สุด มาสู่ อินทีเกรเต็ดแอมป์ พร้อม DAC และ Streamer ที่ถือว่าครบเครื่องมาก  ยิ่งไปกว่านั้น คือเซอร์ไพรส์ ครับ เพราะเสียงจากอนาล็อคเทอร์นเทเบิล เสียงดีจริงๆ ขอบอก!

ผมชอบมากเลยครับ มีพื้นเสียงที่สะอาด และมีความละเอียดสดใส ย่านความถี่ต่ำนุ่มนวลตรงต้องกับบุคลิกของหัวเข็ม โดดเด่นด้านเวทีเสียงที่กว้างและลึกเป็นพิเศษในรูปแบบของอนาล็อค

นี่ต้องถือว่าเป็นภาคฟรีโฟโนที่ดีมากๆ มันไม่ใช่ของแถม แต่เป็นวงจรภาคขยายหัวเข็มที่ดีที่สุด จากความตั้งใจออกแบบของทีมงาน Micromega

สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกประการหนึ่งคือ ให้เสียงรบกวนต่ำมากๆ ครับ พื้นเสียงเงียบสนิท แม้จะเป็นส่วนที่แตกต่างจาก สตรีมมิ่ง ดิจิตอลไฟล์ แต่ภาค phono ยังคงบุคลิกเสียงสะอาดในแบบเดียวกับภาคดิจิตอลด้วยเช่นกัน

 ในขณะใช้งาน เสียงพัดลมในเครื่องช่วยระบายความร้อน (อันเนื่องมาแต่ตัวเครื่องค่อนข้างที่จะบางมากและปิดทึบ )แต่เสียงของอุโมงค์พัดลมภายในเครื่องนั้นมีความแผ่วเบาจนต้องบอกว่าไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ ยอดเยี่ยมครับ

นี่คืออินทีเกรเตด สตรีมมิ่ง และ DAC ในหนึ่งเดียว สำหรับคนที่ต้องการลงทุนด้วยงบประมาณอันคุ้มค่า แต่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วน ทั้งดิจิตอลและอนาล็อก เป็นเครื่องที่ไม่เพียงแต่จะคุณภาพเสียงดี แต่ดีไซน์สามารถที่จะโชว์ได้อย่างสวยงามทั้งในชั้นวางและแขวนผนัง

                เลือกในสิ่งที่ดีเยี่ยม แบบออลอินวัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ของคุณ ก็คงต้อง Micromega M1 ที่มีให้เลือกสองรุ่น คือ M100 และ M150  ครับ

  สนใจทดสอบประสิทธิภาพ ได้ที่โชว์รูม CH Home Media  ชั้น 2 สยามพารากอน  Tel. 094-461-4152

:::::::::::::::::::::::::::::::::::

Specification

Analogue:

1 x RCA Line

1 x MM/MC Phono (there’s a switch)

1 x Room EQ Mic

1 x XLR

Digital:

1 x USB Type-B

1 x Coaxial

1 x Optical

1 x AES-EBU

2 x I²S – these are for future Micromega products,

Network and wireless:

1 x LAN Ethernet input

AirDream (wireless) compatible

DLNA / UPnP compatible

Bluetooth 4.0 aptX

4 ความคิดเห็น

  1. The very heart of your writing whilst sounding agreeable in the beginning, did not settle well with me personally after some time. Someplace within the sentences you managed to make me a believer but just for a while. I still have a problem with your leaps in logic and you would do nicely to help fill in those gaps. In the event that you can accomplish that, I would surely be fascinated.

  2. Can I simply say what a reduction to find somebody who really knows what theyre talking about on the internet. You definitely know the way to deliver a difficulty to light and make it important. Extra individuals need to learn this and understand this facet of the story. I cant imagine youre no more popular since you positively have the gift.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here