ACOUSTIC ENERGY AE520

ให้เสียงดนตรีละเอียดอ่อนและทรงพลัง

            สำหรับแบรนด์ Acoustic Energy นั้น มีชื่อเสียงมานานปี โดยถือกำเนิดเมื่อ 1987 เริ่มต้นด้วยการออกแบบลำโพงในระดับชั้นนำ โดยเฉพาะ AE1 ซึ่งเป็นเทคนิคของการผสมผสานความเป็นสตูดิโอมอนิเตอร์กับลำโพงบ้านแบบโฮมยูสด์ได้อย่างลงตัว

            ลำโพงรุ่นนี้ได้รับคำยกย่องอย่างมาก เมื่อพูดถึงลำโพงเล็กที่ดีที่สุดในโลก AE1 ก็จะติดอันดับเป็นที่กล่าวขานมาถึงทุกวันนี้ นอกเหนือจากนั้น Acoustic Energy เคยเป็นแบรนด์แรกๆจากสหราชอาณาจักร ที่ผลิตลำโพงขยายเสียงแบบแอคทีพว์ให้กับคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรฐานสูงเป็นพิเศษ

            ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง AE ได้ถูกควบรวมกิจการกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย และก็อีกเช่นกัน ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นลำโพง AE ก็จะเน้นสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม Gadget เป็นส่วนใหญ่  ที่สุดทางอังกฤษก็จัดการซื้อกิจการของ AE กลับคืนมา ทุกอย่างย้อนกลับสู่ความเดิมของราชาลำโพงชั้นนำสำหรับโฮมยูสด์อีกครั้งหนึ่ง

            บริษัทแห่งนี้ ได้ประเดิมด้วยลำโพงชุดใหม่ที่สร้างชื่อเสียงชั่วข้ามคืน นั่นคือ AE100, AE300, AE500 ลำโพงวางขาตั้งหรือ Bookshelf  ที่ได้รับรางวัลแห่งความชื่นชมจากสถาบันหลายหลาก ให้ทั้งคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม และ ราคาน่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม ทาง AE ยังได้ออกแบบระบบลำโพงวางพื้นออกมาอีกหลายรุ่น เพื่อสนองตอบความต้องการของนักฟัง ที่ต้องการความสมบูรณ์อย่างแท้จริง

            และนี่คือความเป็นที่สุดของลำโพงรุ่นเรือธงอีกครั้งด้วย AE520 ที่ผมชื่นชมเป็นพิเศษ ว่ามีบุคลิกเสียงเฉพาะตัวที่ละเมียดละไมยิ่งนัก

            AE520 ลำโพงทรงทาวเวอร์ สไตล์อังกฤษที่วางตำแหน่งไดรฟ์เวอร์เรียงเป็นแนวดิ่ง 6 ตัวต่อข้าง มีสไตล์หน้าแคบ แต่มีทรงตู้ลึกมากเป็นพิเศษ เป็นการชดเชยปริมาตรตู้ได้อย่างแยบยล ตัวขับเสียงกลาง 125 มม. จำนวน 2 ตัว วูฟเฟอร์ 3 ตัว และทวีตเตอร์ 25 มม. 1 ตัว ซึ่งทวีตเตอร์ จะวางจุดตำแหน่งในกลุ่มลำโพงขับเสียงกลางต่ำ

            โดยที่หน้าของแบบเฟิ่ล จะเห็นทวีตเตอร์อยู่ตำแหน่งลำดับสอง ไม่ใช่ตำแหน่งบนสุด เหมือนลำโพงอื่น

            ตัวขับที่ประกบทวีตเตอร์ทั้งบนและล่างนั้น เป็นมิดเร้นจ์ ขับเสียงย่านความถี่กลาง และที่เหลือเรียงลงมาตามลำดับ คือ วูฟเฟอร์ในขนาดที่เท่ากันกับมิดเรนจ์ รวมทั้งหมดห้าตัว ขับเสียงกลาง- ต่ำ และทวีตเตอร์โดมคาร์บอนไฟเบอร์อีกหนึ่งตัว

            ความโดดเด่นคือนวัตกรรมกรวยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ AE คิดค้นเป็นรายแรกของโลก ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาของคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยให้การสั่นไหวของย่านความถี่ช่วงกลางสูงสะอาดและสมูท มีความเที่ยงตรงมาก อีกทั้ง AE ใช้เทคโนโลยีท่อนำคลื่น WDT ที่ทำจากอะลูมิเนียมหล่อ วางตำแหน่งอยู่ใกล้กับไดรฟ์เวอร์มิดเรนจ์ – วูฟเฟอร์เพื่อการกระจายเสียงเบสที่ดีที่สุด

เราจะพบว่าท่อเบสในแบบของ AE นี้ จะดีไซน์เป็นรูปสี่เหลี่ยมอยู่ด้านหลังตู้ อันเป็นลักษณะที่แตกต่าง ไปจากท่อเบสแบบกลมโดยทั่วไป

         เทคนิคการออกแบบตัวขับมิดเรนจ์ และวูฟเฟอร์ แบบคาร์บอนไฟเบอร์ ขนาด 125 มม.มีวอยซ์คอยล์ขนาดใหญ่ 35 มม. ช่วยให้อัตราการผลักอากาศทำได้รวดเร็วทรงพลัง และฉับไว โดยปราศจากความผิดเพี้ยน สามารถส่งผ่านย่านความถี่ถึงผู้ฟังได้เร็วขึ้น ทำให้มีโทนัลบาล้านซ์ที่ดีมากๆ อีกด้วย

            ตู้ลำโพงทรงทาวเวอร์นี้ ออกแบบด้วยโครง Resonance Suppression Composite (RSC) ขนาด 18 มม. ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น Reference มีส่วนประกอบของชั้นเนื้อไม้ที่ลดการสั่นพ้อง หรือเรโซแนนซ์ ให้ผลทางอะคูสติคที่ดีเยี่ยม รูปทรงดีไซน์ของตัวตู้หรูหรา ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยวีเนียร์ผิวสวยงามคลาสสิก มีให้เลือกทั้ง สีดำเงาเปียโน, สีขาวเงาวาว และสีไม้อเมริกันวอลนัท มีหน้ากากผ้าที่ยึดติดด้วยระบบแม่เหล็ก

            สำหรับตัวตู้ลำโพงมีน้ำหนักถึงข้างละ 30 กิโลกรัม ตัวสไปค์เดือยแหลมแบบอะลูมิเนียมชุบเงิน มีน้ำหนักที่ดี ช่วยให้ลำโพงมีความนิ่งมากยิ่งขึ้น

            คุณ Mat Spandl ผู้บริหาร AE และหัวหน้านักออกแบบกล่าวว่า “ หลังจากใช้เวลาในการพัฒนาตัวคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับ AE500 และ AE509 มาอย่างยาวนาน ตอนนี้เราก็ก้าวสู่สเต็ปต่อไปด้วยการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับลำโพงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น”

            และ นี่คือลำโพง AE520 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาถึงปลายยอดของลำโพงระดับไฮเอ็นด์ในซีรีส์นี้

            AE520 ระบบลำโพงตั้งพื้นที่สนองตอบคุณภาพเสียงได้ทุกย่านความถี่อย่างครบถ้วนที่สุด โดยยังสามารถรักษาระดับราคาอย่างสมเหตุผลอีกด้วย

Test Report

            สำหรับลำโพงคู่นี้ต้องบอกว่าแตกต่างไปจากลำโพงวางบนขาตั้งในซีรีส์เดียวกันอยู่อย่างมากเลยทีเดียว มันทำให้เราต้องเซ็ตอัพค่อนข้างพิถีพิถัน เพราะว่าลำโพงมีสไปค์ และจานรองปรับระดับได้ที่ต้องนำมาติดฐานขาตั้งอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งมันจะช่วยในการทำให้เกิดความนิ่ง และความมั่นคง ของตู้ระบบทาวเวอร์ได้เป็นอย่างดี

            เพียงแค่ว่า การเซ็ตอัพจูนฐานลำโพงด้วยเดือยแหลม หรือ Spike ในครั้งแรก อาจกินเวลาร่วมๆ ชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงสำหรับผู้ที่พิถีพิถัน

            ในลำดับแรกเราอาจจะต้องจัดตำแหน่งที่ตั้ง และระยะลำโพงที่เหมาะสมกับห้องฟังเสียก่อน คือจัดระยะความห่างกันระหว่างลำโพงทั้งคู่ซ้ายขวา และความห่างจากผนังด้านหลัง ผนังด้านข้างให้สมดุลที่สุดก่อน

            ส่วนการจัดการกับสไปค์นั้น ช่วงแรกอาจจะทำได้แค่เพียงเพียงคร่าวๆ คือยึดเอาความมั่นคงเป็นหลัก หลังจากได้จุดตำแหน่งของลำโพงที่แน่นอนแล้ว เราก็จะมาจัดระดับแนวดิ่ง แนวราบของลำโพงให้ได้ด้วยตัววัดระดับน้ำ ทุกด้านทั้งสี่มุมให้สมดุลอีกทีหนึ่ง

            การจัดระดับแนวดิ่ง แนวราบที่เที่ยงตรงของลำโพงให้ได้ดีที่สุดนั้น  ย่อมมีผลต่อคุณภาพเสียงอย่างมาก ดังนั้นคุณควรยอมเสียเวลากับการเซ็ตอัพนี้ เพราะผลลัพธ์ที่ได้ก็จัดว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง

            สำหรับในห้องฟังทดสอบของผมมีขนาด 4 × 7 เมตร จึงจัดวางลำโพงห่างกัน 1.8 เมตร เพราะผมฟังเพลงหลากประเภทจากพ็อพแจ็ซ ไปถึงเพลงคลาสสิก ดังนั้นระยะห่างของลำโพงซ้ายขวา จะตั้งห่างเป็นพิเศษ ส่วนความห่างของผนังหลังอยู่ที่ 1.35 เมตร และห่างจากผนังด้านข้างทั้งสองข้างประมาณข้างละ 1 เมตร 

            จากนั้นผมก็เริ่มปรับระดับสไปค์ทั้งสี่ของลำโพงแต่ละตู้ให้มีแนวระนาบขนานกันทุกด้าน ตรงนี้ใช้เวลาอยู่สักหน่อยครับ แต่เมื่อทำได้แล้วทุกอย่างจะดีเยี่ยมมาก (ใช้ตัวบรรทัดวัดระดับน้ำ)

            ผมใช้อินทีเกรเต็ดสองเครื่อง สำหรับเป็น Reference คือ NAD S300,  Micromega M150 และ Sugden ปรี เพาเวอร์ รุ่น SPA-4 และ LA-4 ในระบบคลาส A ในขณะที่สายลำโพง สลับกันระหว่าง Supra XL Annorum และTQ Silver Diamond สายสัญญาณ ระหว่างเครื่องเป็น Supra EFF-ISL เครื่องเล่นซีดี Krell KAV 250 CD

            แม้ว่าในระยะแรกที่ทดสอบฟัง ชั่วโมงของการเบิร์นลำโพงอาจจะไม่ได้มากนัก คือประมาณ 60 ถึง 70 ชั่วโมง แต่ AE520 ก็แสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ตรงที่มีความนิ่งของเสียง และให้ Image หรือตำแหน่งของดนตรีได้ดี ยิ่งฟังนานไป ชิ้นดนตรีจะยิ่งนิ่ง เนี๊ยบขึ้นเรื่อยๆ  สังเกตได้ เมื่อพ้นเบิร์น 100 ชั่วโมง ทุกอย่างจะคงที่มากๆ ครับ

            ผมชอบมากตรงที่ AE520 มาพร้อมแนวเสียง ที่มีความนิ่มนวลครบถ้วน ให้โทนัลบาล้านซ์ยอดเยี่ยม ที่สำคัญคือผมไม่ได้ยินเสียงอุดอู้จากตู้ลำโพง (ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเจอในลำโพงทาวเวอร์แบบนี้ในระยะแรกของการเบิร์น)

            ในการทดสอบเพลงประเภทต่างๆ เราได้พบความน่าประทับใจอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือลำโพงที่ไม่มีเสียงสากเสี้ยนใดๆ ให้รู้สึกขัดใจเลยแม้แต่น้อย ความละมุนละไมนั้นมีทั้งทุ้มกลางแหลมครบถ้วนจริงๆ

            การออกแบบที่ชาญฉลาด ด้วยการใช้ตัวขับเสียงมิดเร้นจ์ (2 ตัว) และวูฟเฟอร์ (3 ตัว) ในขนาดเพียง 125 มิลลิเมตร (ประมาณ 5 นิ้ว) ในแง่ตัวขับให้เสียงเบส ย่อมถือว่ากรวยนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นักสำหรับย่านความถี่ต่ำ แต่เทคนิควางตำแหน่งเรียงตัวขับควบคู่กันถึงสามตัว ทำให้ได้ทั้งความไวของเสียงเบส และความอิ่มละมุนของเสียงต่ำลึกได้ดีมาก

            มีนักออกแบบจำนวนไม่น้อยหันมาใช้เทคนิคดังกล่าวนี้ ส่วนผลสำเร็จจะได้มาจาก คุณภาพของวงจรครอสโอเวอร์ที่แบ่งจ่ายความถี่ให้ตัวขับเสียงต่ำ และคุณภาพของตัวขับนั้นๆ (AE ใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดเท่ากันกับมิดเร้นจ์แบบคาร์บอน) ทำงานแบบพร้อมเพรียง เหมือนเป็นวูฟเฟอร์  ขนาด 125 x 3 = 375 มิลลิเมตร เลยทีเดียว

       ถ้าจะสรุปให้ง่ายเข้า คือกระบวนวิธีนี้ ทำให้เราได้เสียงเหมือนวูฟเฟอร์ 15 นิ้วตัวเดียว แต่แยกกันทำงานฉับไวขึ้นยิ่งกว่าวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ ด้วยปริมาณของตัวขับ 5 นิ้วสามตัวนั่นละครับ ซึ่งผลลัพธ์ นั้น ผมประทับใจครับ เพราะได้ทั้งเบสลึก และการสนองตอบที่ฉับไวไปพร้อมกัน

            การใช้ตัวขับคาร์บอนไฟเบอร์ในแบบเดียวกันมาทำหน้าที่ขับเสียงกลาง (มิดเร้นจ์) เราจะพบได้เลยว่า AE520 ให้เสียงร้องที่มีเร้นจ์กว้างมาก เสียงนักร้องสมจริงเหมือนหลุดจากตู้ออกมาเลย

            ยกตัวอย่างเพลงที่ผมใช้ทดสอบ Clair Marlo CD29 : Let it go, Kenny Rogers : Greatest Hits, Janis Ian : breaking silence และที่ย้อนกลับไปมา ฟังกันได้ทั้งวันคือ What a Wonderful  World ของป๋า หลุยส์ อาร์มสตรอง สุดยอดเลยครับ ทุกอักษร สำเนียง เสียงนักร้อง ดีเยี่ยม หลุดลอยน่าประทับใจทั้งสิ้น

            เป็นลำโพงที่เสียงร้อง ละมุนละไมอย่างยิ่ง

            ช่วงผ่อนเบาก็จะมาฟัง Sachiko Kobayashi นักร้องเสียงหวานในแนวเพลง “เองงะ”ของญี่ปุ่น ช่วยตอกย้ำว่า AE520 เป็นลำโพงที่มีความนุ่มละมุนละเอียดอ่อน โดยเฉพาะลำโพงตั้งพื้นที่นุ่มละมุนแบบนี้ ยังแฝงไปด้วยรายละเอียด ความชัดเจนสะอาด ฉับไว ไปพร้อมกัน

            อัลบั้ม Round Up และ Ein Straussfest  ตอบข้อสงสัยในไดนามิคเสียงของ AE520 ได้อย่างหมดจดที่สุด เพราะว่าแรงกระแทกกระทั้น การผ่อนเบา การโหมประโคมที่หนักแน่นทรงพลัง ช่วงจังหวะตัวโน้ตที่มีความครบถ้วนเข้าถึงการแผ่รัศมีเวทีเสียง วงดนตรีออเคสตร้าที่ Erich Kunzel อำนวยเพลงให้ Cincinnati Pops Orchestra บรรเลงอย่างยอดเยี่ยมครับ (On The Beautiful Blue Danube Waltz, Op.314)

            ลำโพงคู่นี้ มีบุคลิกของความนุ่มนวลละมุนละไม แต่ก็ได้แฝงไดนามิคที่ทรงพลังน่าเกรงขามของวงออเคสตร้าได้อย่างลงตัว เมื่อเพลงเร่งสปีดโหมกระหน่ำ เวทีเสียงนั้นก็จะโอ่อ่า เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์

            ถือว่า ในห้องขนาด 28 ตารางเมตร สามารถส่งพลังละเอียดอ่อนเต็มพื้นที่เลยครับ

            นี่คือการตอบโจทย์ในการฟังเพลงได้หลากหลาย แบบไร้ข้อจำกัดของลำโพงตั้งพื้นคู่ดีเด่นแห่งปีจาก AE

            ช่วงท้ายๆ ในการทดสอบผมเน้นไปที่อัลบั้มเพลงไทยที่บันทึกเสียงได้ดี  ของค่าย บรรณ ใบชา Song และเพลงแนวไทยพ็อพ เพลงไทยลูกทุ่ง ลำโพง AE520 ให้เสียงค่อนข้างอิ่มสะอาดรายละเอียดดี  ช่วงปลายเสียงและฮาร์โมนิคที่มีความสมจริง สเกลเสียงใหญ่ เวทีกว้างลึกในแบบที่เราปรารถนา นับว่า ผลงานชิ้นนี้ เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ จริงๆ

            AE520 ฟังยาวนานได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่เบื่อล้า นานทีปีหนจะเจอลำโพงตั้งพื้น ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งเพลิดเพลิน ครับ และพ้นเบิร์น ประมาณ 150 ชั่วโมง ยิ่งให้เสียงเยี่ยมหาตัวจับยาก

            การคิดค้น กรวยคาร์บอนไฟเบอร์ขึ้นมาใช้งานถือว่าได้คุณประโยชน์อย่างสูงทีเดียวในแง่ของการให้เสียงเที่ยงตรง เรียบ แฟล็ต และควบคุมการผลักอากาศได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการเฉื่อยช้า ซึ่ง AE520 สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์

            และจุดเด่นอย่างมากคือการวางเรียงตำแหน่งของตัวขับ ที่ก่อผลดีต่อย่านเสียงมิดเร้นจ์ไปจนถึงปลายความถี่แหลมสุดอย่างราบรื่นต่อเนื่อง น่าประทับใจ ถ้าเราวิเคราะห์มาตั้งแต่แรก ก็จะพบว่า การเอาตัวขับเสียงกลางหรือมิดเร้นจ์ ประกบ ทั้งด้านบนและด้านล่าง ให้ทวีตเตอร์อยู่ระหว่างกลาง นี้เป็นสูตรที่ดีเยี่ยมจริงๆ

            อีกทั้งความไวถึง 90 dB และค่าความต้านทานที่ 6 โอห์ม ทำให้เราสามารถสลับใช้งานเข้ากับแอมปลิไฟร์ได้แทบทุกแบรนด์ในตลาดออดิโอ อย่างกว้างขวาง โดยไม่มีข้อแม้หรือปัญหาเรื่องความเข้ากันได้แต่อย่างใดทั้งสิ้น

AE520 เป็นลำโพงที่เซ็ตอัพง่าย และจัดซิสเต็มหรือหาแอมป์มาเข้าได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้นแนวทางการออกแบบลำโพง AE ในยุคหลังมานี้ ต้องถือว่าทำการบ้านได้ดีมากเลยทีเดียวเพราะ แอมปลิไฟร์ และเครื่องเสียงที่มีหลากหลายแบรนด์ในท้องตลาดแทบจะพูดได้ว่า ไม่มีซิสเต็มไหน ที่ไม่สามารถเล่นกับ AE520 ได้

            เป็นลำโพงระดับสูงที่ ออกแบบมาได้ลงตัว ทุกสำเนียงที่ได้ยิน แฝงไว้ซึ่งเสียงดนตรีที่ละเอียดอ่อนและทรงพลัง

            หลังจากรอคอยกันมาระยะหนึ่ง บัดนี้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยแล้วนะครับ อย่าลืมหาโอกาสฟังสิ่งที่ดีเยี่ยมชิ้นนี้ รับรองว่า คุณจะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

Specifications

* Drive Unit: 125mm carbon fibre cones

* Tweeter: 25mm carbon fibre dome

* Frequency Range: 30Hz – 28kHz (+/- 6dB)

* Sensitivity: 90dB

* Peak SPL: 113dB

* Power Handling: 300w

* Crossover Frequency: 373Hz/2.8kHz

* Impedance: 6ohms

* Design:  3 way

* Grilles: Slim, cloth magnetic fit

* Dimensions (mm): 1130 x 185 x 320 (HxWxD, exc. spikes)

* Weight: 30kg (each)

* Finishes: Piano Gloss White, Piano Gloss Black and American Walnut Wood Veneer

 นัดทดลองฟังได้ที่ โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค ทุกสาขา โทรศัพท์ 02-276-9644

หรือสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.conice.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here