Roy Allison Speaker

        แนวคิดการออกแบบของอัลลิสันน่าสนใจมากก็เพราะว่าแม้แต่ในปัจจุบันเราก็จะพบว่าความคิดของเค้ายังล้ำสมัยมากทีเดียว

เช่นการคำนึงถึงการกระจายของเสียงเบสซึ่งถ้าหากลำโพงตู้เล็กควรที่จะหาจุดที่สะท้อนเสียงเบสเพื่อเพิ่มพลังเสียงสะท้อนเบสได้ โดยการแหงนหน้าวูฟเฟอร์ขึ้นยิงขึ้นบนเพดานเพื่อให้เสียงเบสขนาด 8 นิ้วนั้นมีเสียง เท่ากับเบส 12 นิ้วได้อย่างสบายยกตัวอย่างเช่น

Allison 4 Allison6

    ในช่วงที่ทำงานกับบริษัทเทเลไดน์อคูสติค AR  ปี 1972 ในอัลลิสันได้เปลี่ยนแปลงการออกแบบ ที่ทำให้ ลำโพงกินกำลังขับน้อยลง ตู้ก็มีขนาดเล็กลงด้วยลำโพงเหล่านี้ที่ยังมี มรดกตกทอด อยู่ถึงเลยปัจจุบันในกลุ่มของลำโพงวินเทจเช่น

    ในปี 1972 ในช่วงปีนี้ Allison ได้ทำการปฏิวัติระบบเครื่องมือตรวจสอบ ตั้งโปรแกรมควบคุมคุณภาพ QC สร้างชื่อเสียงให้กับ AR-2, AR-2ax, AR-5, AR-6, AR-7 และลำโพง AR-LST  รวมถึงการ สรรค์สร้าง AR-3a, AR-4, AR-4, AR-4x เพิ่มไปยังสายงานผลิต จนทำให้ลำโพง ตู้เล็ก เบสยอดเยี่ยมได้รับความนิยมล้นหลาม

   ด้วยความเชี่ยวชาญอย่างรอบด้านอัลลิสันทำให้ก่อกำเนิดเครื่องขยายเสียง AR, เครื่องรับวิทยุ FM และเครื่องเล่นแผ่นเสียง AR-XA ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

  ด้วยความเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงต้นแบบ ที่ระบบแดมปิ้งแขวนลอยแพลตเตอร์ออกจากแท่นเครื่อง

อันเป็นแนวความคิดต้นแบบที่ทำให้หลายหลายแบรนด์ นำเอาหลักการนี้ไปใช้. ที่โดดเด่นที่สุดก็คือLinn Sondek LP 12

   การได้อยู่ร่วมทำงานกับAR มาตั้งแต่ยุคของ เอ็ดการ์ วิลล์เชอร์  มาจนถึง เทเลไดน์ อคูสติค ทำให้วงการเครื่องเสียงนั้นได้มีลำโพงและเครื่องเสียงที่โดดเด่นจำนวนมากมายที่สุดAllison ก็กลับไปสู่จุดเดิมของตนอีกครั้งนั่นก็คืองานวิจัย และเขียนตำรา

    ความประทับใจในตัวอัลลิสันในช่วงนี้ก็คือเขาได้ทุ่มเทช่วงเวลามากกว่าหนึ่งปีในการค้นคว้าเรื่องราวปฏิสัมพันธ์ระหว่างลำโพงและห้องฟังจนกระทั่งสามารถเขียนได้เป็นตำราเล่มใหญ่ที่สุดหรือละเอียดที่สุดเท่าที่วงการเครื่องเสียงเคยมีมา

   เป็นมรดกตกทอดที่ทำให้ดีไซน์เนอร์ลำโพง และผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราวของลำโพงและห้องฟัง ยุคต่อๆมานั้นได้ใช้ผลงานการวิจัยของเขาในการนำไปประยุกต์ใช้งาน ได้อย่างเป็นประโยชน์.    

     ต้องถือว่านี่คือคุณค่า อย่างมหาศาลถึงการเรียนรู้ ระบบเซ็ตอัพอย่างไร วางลำโพงแบบไหน อคูสติคของห้องแบบใดที่ลงตัว  หรืออัตราส่วนของห้องที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้อัลลิสันเป็นผู้เขียนจากประสบการณ์ในการวิจัยอย่างละเอียดละออ ทฤษฎีของเขารู้จักกันในชื่อ Allison Effect “boundary dip”

   เพื่อเป็นการยืนยันถึงทฤษฎีของอัลลิสัน เขาได้ตัดสินใจก่อตั้งและเป็นประธานของ Allison Acoustics, Inc. ในเดือนมีนาคม 1974

    จากนั้นเขายื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบในสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกาหลายรายการ และทำการเผยแพร่บทความ ที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยและการค้นพบของเขา

    มาในช่วงปีแรกนี้เอง เพื่อนำเอาผลงานการค้นคว้าวิจัยทั้งหลายนั้นมาแปรสภาพเป็นการผลิตลำโพงจริงออกสู่ท้องตลาด ลำโพงชุดแรกของเขาจึงดูแปลกแหวกแนวที่สุดในยุคนั้น

   ลำโพงซีรีย์แรกที่ออกวางตลาดอาจจะดูเหมือนมีกลิ่นอายของลำโพงAR Acoustic Research อยู่บ้างในแง่ของตัวขับเสียง แต่รูปแบบทรงตู้ของลำโพงนั้นก็ผิดแผกออกไปอย่างสิ้นเชิง

   Allison  One  , Two , Three ลำโพงตั้งพื้น ที่มีตัวตู้ลำโพงดีไซน์ในลักษณะเหมือนเป็นรูปลิ่ม ตัวขับเสียงมีสองชุด เพื่อยิงเสียงให้กว้าง สร้างเวทีเสียงหรือซาวนด์สเตจให้สามารถกระจายครอบคลุมพื้นที่ได้โทรห้องเสมือนนั่งฟังการแสดงดนตรีจริงอยู่หน้าเวที

   ลำโพงแบบตั้งพื้น ของอัลลิสัน สามารถจับชิดติดมุมห้อง และฝาผนังได้ในทุกสภาพอคูสติค อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นลำโพงที่มีปัญหา เอฟเฟ็ค กับห้องน้อยที่สุด

     เพราะAllison เขื่อมั่น ว่า ลำโพงจะต้องให้คุณภาพเสียงที่ใกล้เคียงกันแม้ว่าจะไปจัดวางอยู่ในห้องรูปแบบใดก็ตาม

     ลำโพงวางหิ้ง Allison อีกสามรุ่น คือAllison Four , Five ทรงของตู้ถูกออกแบบให้วางอยู่ในแนวนอน ตามด้วยลำโพงลูกเต๋าสี่เหลี่ยมจัตุรัสรุ่นAllison Six ทั้งหมดนี้ได้ใช้วูฟเฟอร์หรือตัวขับเสียงเบสหงายหน้าขึ้นยิงเสียงขึ้นเพดานทุกรุ่น

   Allison Four ที่มีตัวขับทวีตเตอร์โดมกระดาษหนวดกุ้ง ยิงเสียงออกสองมุมซ้ายขวาในตู้เดียว และวูฟเฟอร์แหงนหน้ายิงขึ้นเพดาน ได้รับการยกย่องอย่างสูง จากนักวิจารณ์ ว่า ให้คุณภาพเสียงดีอย่างน่าประทับใจ

     ในขณะที่ลำโพงซึ่งผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัวมากที่สุดคือAllison Six ที่ มีขนาดลูกเต๋า จัตุรัส นั้น ให้เสียงใหญ่เกินหนึ่งเท่าตัวของลำโพงทั่วไป เป็นความน่าทึ่งจริงๆ

  ลำโพงในรูปแบบนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกสองเวอร์ชั่น คือลำโพงรูปทรงธรรมดา เหมือนAR ในซีรีย์ 110 ,115, 120, 130  ตามมาด้วย ซีรีย์ที่ผลิตขึ้นสำหรับตอบรับ การมาของเครื่องเล่นCD คือ CD 6,7,8

     เป็นลำโพงเสียงดีเยี่ยมที่ยังมีผู้คนแสวงหา ตลอดมาถึงปัจจุบัน แม้Allison จะยุติบทบาทในการผลิตลำโพงแล้วก็ตาม เขาได้ลาออกจากบริษัท ไปทำงานเป็นนักเขียน นักวิชาการ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษา ด้านอุตสาหกรรมลำโพงให้กับJBL, Cambridge Acoustics และ BICเป็นต้น

    อัลลิสันเป็นคนฉลาดเฉลียวฉลาดและมีการฝึกฝนทักษะด้านอคูสติคด้วยตนเอง เขาเก่งด้านวิชาอคูสติกและคณิตศาสตร์ ทั้งยังเป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยม ให้ความเห็นอย่างเที่ยงตรง ซื่อสัตย์ในอาชีพของเขา

    อัลลิสันตีพิมพ์บทความกว่า 100 เรื่องในนิตยสารด้านเครื่องเสียง และมีผลงานวิจัยนำเสนอ เอกสารในวารสารวิศวกรรมด้านออดิโอ ของสมาคมวิศวกรรมเสียง (JAES) และวารสารสมาคมเกี่ยวกับระบบเสียง อเมริกา (JASA)

    ในปี 1962 เขาเขียนตำราว่าด้วยระบบ High Fidelity มีการตีพิมพ์ครั้งแรกโดย บริษัท Acoustic Research และพิมพ์ซ้ำในภายหลังโดย Dover Publications ในปี 1965

   ในปี 1973 อัลลิสันได้รับเลือกเป็นสมาชิกของสมาคมวิศวกรรมเสียงแห่งอเมริกา

  ตัวจริงคุณ อัลลิสันเป็นคนที่มีความสุภาพ มีทักษะในการพูดจาที่นุ่มนวลใจเย็นและมีความเป็นครูอยู่ในตัวของเขาอย่างสูงยิ่ง. แม้ว่าอัลลิสันจะจากไปแล้ว. แต่ผลงานทางด้านตำราวิศวกรรมเสียงและผลงานออกแบบลำโพงในยุคของเขาก็ยังคงเป็นต้นแบบที่น่ายกย่องเสมอมา

ติดตาม อ่านต่อ เรื่องราวในChapter 8 ว่าด้วย ลำโพงAR และคุณ Edgar Villchurในลำดับถัดไปครับ

1 ความคิดเห็น

  1. I would like to thnkx for the efforts you have put in writing this web site. I’m hoping the same high-grade blog post from you in the upcoming as well. In fact your creative writing abilities has inspired me to get my own web site now. Actually the blogging is spreading its wings fast. Your write up is a great example of it.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here